เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3

บทที่ 3

บทที่ 3


ผู้แปล loop

เวลา 11.40 น.

แม่ของดงซูบิน กำลังอยู่ในครัวเพื่อเตรียมอาหารกลางวัน ซึ่งดงซูบินเองก็ช่วยแม่ของเขาหั่นผักบ้างจากนั้นเขาก็ไม่มีอะไรที่จะช่วยได้ เขาจึงออกไปที่ห้องนั่งเล่นและเปิดดูทีวี ซึ่งดงซูบินเองหวังว่าเวลานั้นจะเร็วขึ้นในวันนี้ เขาไม่สามารถรอให้วันนี้ผ่านไปได้แล้ว ซึ่งเขาเองต้องการจะลองย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง เพราะว่าถ้าหากเขาดันกลับไปใช้ความสามารถย้อนเวลาไม่ได้แล้วเขาจะสนุกกับอะไรได้

ดิงดอง. ดิงดอง.

มีคนกดกริ่งหน้าบ้าน

ดงซูบินได้เดินไปเปิดประตู เขาได้กลิ่นของน้ำหอมผ่านประตูเข้ามา ซึ่งเขาสามารถเห็นใบหน้าที่สวยงามของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอคือฉูยวนจากห้อง 302 ที่อยู่ถัดไปจากเขา เธอเป็นผู้หญิงตาโต ขนตายาวและมีสีผิวที่ขาวผ่องเธอดูงดงามมากๆ

วันนี้ฉูยวนเธอสวมชุดสำนักงานสีอ่อน กระโปรงแน่นของเธอแสดงให้เห็นตูดที่กระปรี้กระเปร่าของเธอขายาวเซ็กซี่ของเธออยู่ในถุงน่องสีผิวเดียวกับรองเท้าส้นสูงสีขาว เธอมีความน่าดึงดูดใจของผู้หญิงที่ควรจะมี

“เอิ่มมมม ... เข้ามาก่อนเถอะ” ดงซูบินเองก็ไม่กล้าที่จะมองฉูยวนนาน เขาเชิญให้ฉูยวนเข้ามาในบ้านก่อน

"ฮิฮิ. ฉันแวะมาเยี่ยมนะ” ฉูยวนเดินเข้ามาพร้อมกับขายาวอันเย้ายวน ก้าวที่ละก้าวของเธอเป็นเสียงของการวางส้นเท้าลงบนพื้นซึ่งมันฟังดูน่ารักมาก

แม่ของดงซูบินเดินออกจากครัว: "ฉูยวนหนูเองหรอ? วันนี้เป็นวันหยุดของหนูหรอเนี่ย”

ฮูยวนเองก็มองไปที่ครัวแล้วตอบว่า:“ค่ะ! คุณป้าลวนกำลังทำอาหารกลางวันอยู่หรอค่ะ? คุณป้าหยุดทำก่อนก็ได้นะคะ พอดีว่าหนูจะชวนคุณป้าและซูบินไปทานอาหารที่ห้องอยู่พอดีเลย”

แม่ของดงซูบินปฏิเสธทันที:“ไม่เป็นไรหรอกหนูฮูยวน ตอนนี้ป้าใกล้จะปรุงเสร็จแล้ว”

ฮูยวนเองก็คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า:“คือ……พอดีหนูซื้อผักและเนื้อสัตว์มา อย่างงั้นหนูจะนำทุกอย่างมาทำอาหารและเรามาทานอาหารกลางวันด้วยกันนะค่ะ!” ก่อนที่ดงซูบินและแม่ของเขาจะพูดอะไร ฉูยวนก็ได้เดินออกไปแล้วกลับมาพร้อมเนื้อสัตว์และผัก เธอยังหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาจากกระเป๋าแล้วถือให้กับดงซูบิน  ฉูยวนยิ้มพร้อมรอยบุ๋มลักยิ้มของเธอ:“ฉันซื้อเสื้อตัวนี้มาให้นาย ฉันไม่แน่ใจว่าเหมาะกับนายหรือป่าว อืม ... มันน่าจะดูดีสำหรับนาย รีบลองเลย หากไม่พอดี ฉันจะได้เอาไปเปลี่ยนเป็นขนาดอื่นได้”

ดงซูบินเขารู้สึกเขินมากและพูดว่า:“จริงๆแล้วเธอไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อให้ฉันก็ได้นะ”

ฉูยวนกะพริบตาและเอามือบีบแบบสะบัดจมูกของดงซูบินอย่างร่าเริง:“รีบๆไปเปลี่ยนมาเร็วเข้า”

ในอดีตฉูยวนจะไม่มีวันทำเช่นนี้ แต่เมื่อทั้งคู่เริ่มคุยกันดงซูบินจะหน้าแดง เมื่อเขารู้ว่าจะต้องใกล้ชิดกับผู้หญิงในฝันของเขา เขาแทบจะไม่สามารถทนความตื่นเต้นของเขาได้เลย

ดงซูบินถอดเสื้อยืดออกแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว

ฉูยวนยิ้มและช่วยเขาติดกระดุมเสื้อ:“อืม…เหมาะกับนายดีนะ”

ความสุภาพ ความห่วงใย และความอ่อนโยน นี่คือคำที่แสดงถึงหญิงสาวที่ชื้อฉูยวน

แม้ว่าดงซูบินจะพูดถึงเธอในฐานะของพี่สาว แต่ฉูยวนมีอายุมากกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี เธอยังโสดอยู่ อย่างไรก็ตามเธอก็โตเป็นสาวมากแล้ว เมื่อพ่อของดงซูบินเสียไปและแม่ของเขากลับมาที่ชนบทเพื่อสอนหนังสือ ดงซูบินก็ได้ถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในอพาร์ตเมนต์เช่าแห่งนี้ มันเป็นรอยยิ้มของยูบินที่ทำให้เขามีความหวัง และเธอก็พาเขาผ่านช่วงที่ลำบากที่สุดในชีวิตของเขามาได้

ฉูยวนจะแวะมาที่ห้องของเขาทุกสองสามวันเพื่อพูดคุยปลอบใจ หรือไมก็ให้กำลังใจกับเขา ดงซูบินรู้สึกขอบคุณเธอมากและค่อยๆพัฒนาความรู้สึกที่ดีกับเธอ แต่เขารู้ว่าเขาไม่ดีพอสำหรับผู้หญิงที่สวยเหมือนเธอคนนี้ เขาสามารถเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเองและไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อแม่ของดงซูบินเห็นฉูยวนช่วยลูกชายเธอสวมเสื้อ เธอก็เกิดความรู้สึกว่ามันแปลกๆ เธอรู้ว่าเมื่อเธอไม่ได้อยู่ในปักกิ่ง ฉูยวนจะรับหน้าที่ทำอาหารให้ลูกชายของเธอบางครั้ง แต่นี่เป็นเรื่องธรรมดามากในหมู่เพื่อนบ้าน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นหน้าที่ของเพื่อนบ้าน

แต่ฉูยวนทำทุกอย่างให้ลูกชายของเธอเกิดไป และนั้นทำให้ลวนเสี่ยวผิงเองก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ

เป็นไปได้ไหมว่าฉูยวนเองก็ชอลลูกชายของเธอ? เป็นไปไม่ได้! ทั้งฉูยวนและลูกชายของเธอไม่มีอะไรเหมือนกัน แม้ว่าดงซูบินจะเป็นลูกชายของเธอ แต่ลวนเสี่ยวผิงต้องยอมรับว่าลูกชายของเธออาจไม่ดีพอสำหรับฉูยวน และฉูยวนจะไม่ยอมให้ใจกับลูกชายของเธอโดยไม่มีเหตุผล ลวนเสี่ยวผิงรู้ดีว่าเธอและลูกชายของเธอควรจะยืนอยู่ตรงไหน เมื่อเธอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอมองไปที่ทั้งคู่อย่างสงสัย:“ฉูยวน! หนูเอาอาหารมาตั้งมากมายและยังซื้อเสื้อให้ซูบินอีก……ทำไมหนู……”

“เสี่ยวปิง! เธอไม่ได้บอกแม่ของเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเหรอ?” ฉูยวนได้ขยับเข้าใกล้ดงซู่ปิงมากขึ้นหลังจากที่ได้พูดจบ

“อ่า!” ดงซู่ปิงกลัวว่าแม่ของเขาจะเป็นกังวล ดังนั้นเขาจึงไม่ได้บอกเธอเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

แม่ของดงซูบินที่ได้ฟังแบบนั้นก็เกิดความสงสัยขึ้นมา เธอจึงได้ถามขึ้นว่า:“เกิดอะไรขึ้น?”

ฉูยวนเธอถอนหายใจ ก่อนที่เธอจะเริ่มเล่าเรื่องออกมา:“เมื่อวานนี้! เมื่อวานนี้ที่ทางสี่แยกข้ามถนน มีชายแก่คนหนึ่งกับหนูเกือบจะถูกรถบรรทุกทับ โชคดีที่ซูบินวิ่งไปช่วยเราทั้งคู่ไว้ทัน ถ้าลูกของป้าไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเราก็คง……” น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาไม่หยุด เธอไม่สามารถพูดต่อไปได้ ในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุจิตใจของเธอว่างเปล่า เมื่อรถบรรทุกพุ่งเขามาขาของเธอขยับไม่ได้และเธอคิดว่าเธอจะต้องตายแน่นอน ฉูยวนเองก็ไม่คาดคิดว่าดงซูบินจะรีบเข้าไปช่วยเธอในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เธอตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แม่ของดงซูบินกระโดดขึ้น:“มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ?”

ฉูยวนเช็ดน้ำตาของเธอและตบหลังหัวของดงซูบิน เธอแลบลิ้นไล่ตามริมฝีปากสีแดงแล้วพูดว่า:“ซูบิน! ฉันขอบคุณนายมากสำหรับการช่วยเหลือฉันในครั้งนี้ ดังนั้นฉันอยากจะให้นายรู้ไว้ว่าต่อไปในอนาคต นายถือว่าเป็นน้องชายของฉัน และป้าลวนไม่ต้องคิดว่าหนูเป็นคนนอกนะคะ หากป้าและซูบินต้องการความช่วยเหลืออะไรในอนาคต บอกหนูได้เลย”

ดงซูบินที่ได้ฟังแบบนั้นก็รีบพูดขึ้นว่า:“ไอ้หยา! …… เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย”

“ทำไมฉันจะทำแบบนี้ไม่ได้?” ฉูยวนจ้องมองดงซูบินโดยตรง :“นายคิดว่าฉันไม่ดีพอที่จะเป็นพี่สาวของนายอย่างงั้นเหรอไง?”

ดงซูบินรีบโบกมือของเขาเป็นเชิงปฏิเสธทันที:“ไม่ๆ ฉันไม่ได้หมายถึงยังงั้น” ‘ทำไมเธอถึงต้องการเป็นแค่พี่สาวของฉัน แต่ไม่ต้องการเป็นภรรยาของฉันกันนะ?’ ดงซูบินบ่นในใจของเขา

แม่ของดงซูบินตระหนักถึงความร้ายแรงของอุบัติเหตุครั้งนี้ และได้เริ่มสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เธอจับมือของฉูยวนและพูดว่า:“อ่า!…มันอันตรายจริงๆ โชคดีที่พวกเธอทุกคนสบายดี ฉูยวน! หนูช่วยฉันดูแลซูบินไม่กี่ปีนี้ เราไม่เคยปฏิบัติต่อหนูในฐานะคนนอกเลยนะ ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องยากที่จะหาผู้หญิงที่แสนหวานและเอาใจใส่แบบหนู มันเป็นโชคดีของซูบินที่จะมีใครบางคนดูแลเหมือนคุณเป็นพี่สาวของเขา” แม่ของดงซูบินชอบฉูยวนที่อ่อนโยนคนนี้จริงๆ เธอเต็มใจที่จะเข้าไปใกล้ฉูยวนมากกว่าที่เธอจะกลับมาไปที่ชนบทในเดือนหน้า เธอจะไม่ต้องกังวลแล้วถ้ามีคนในปักกิ่งดูแลลูกชายของเธอ

ฉูยวนขยับไปทางขวาเล็กน้อย ตอนนี้เธอได้ใกล้กับดงซูบินมากขึ้น ก่อนที่เธอจะพูดออกมาว่า:“คุณแม่อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ มันต้องถือเป็นเกียรติของหนูมากกว่า” ต้นขาของเธอแตะหัวเข่าของดงซูบิน ถุงน่องสีผิวเรียบของเธอรู้สึกดีและดึงดูดมาก

ดงซูบินรู้สึกเขินอย่างมาก แต่เขาจำเป็นที่จะต้องซ่อนความเขินอายของเขาเอาไว้ก่อน เขาขยับหัวแล้วกลอกตา:“ฉูยวน! ฉันจำได้ว่าเธอแก่กว่าฉันเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น! เธอจะหยุดเล่นหัวฉันได้รึยัง?” ถึงแม้ว่าดงซูบินจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็ชอบวิธีการของฉูยวนอย่างมาก

แม่ของดงซูบินและฉูยวนที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ได้หลุดหัวเราะออกมา

หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของดงซูบินและฉูยวนก็เข้าไปที่ครัวเพื่อทำอาหารด้วยกัน

พวกเขาทานอาหารกลางวันด้วยกันและฉูยวนเองก็ร่วมทำอาหารด้วย

ในตอนบ่าย เมื่อดงซูบินและแม่ของเขาไม่ได้สังเกตเห็น ฉูยวนเอาผ้าขี้ริ้วแล้วเริ่มเช็ดหน้าต่าง

เย็นวันนั้น ฉูยวนยืนยันที่จะล้างจานอีกครั้ง ไม่ว่าดงซูบินและแม่ของเขาจะพูดอะไร มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร

19.30 น

ฉูยวน ล้างฟองสบู่จากมือของเธอแล้วเดินออกจากครัว:“จานทุกใบสะอาดแล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”

ดงซูบินเป็นห่วงว่าเธอจะเหนื่อยเกินไป:“โอเค! เธอควรรีบกลับไปนอนพัก วันนี้เธอยุ่งมาตลอดทั้งวันแล้ว”

“ปกติแล้วฉันไม่มีงานอดิเรก ซึ่งปกติฉันก็ชอบเข้าครัวทำนู้นี้นั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันชอบ….แล้วฉันจะไม่ชอบทำมันได้ยังไง” รอยยิ้มของฉูยวนก็หวานเหมือนขนม เธอถอดผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ เมื่อเธอออกมาเธอถืออ่างพลาสติกที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าสกปรก นั่นคือเสื้อผ้าทั้งหมดของดงซูบินที่เขาสวมใส่เมื่อวาน “หลังของแม่นายไม่ค่อยจะดี และแม่ของนายไม่ควรจะต้องเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้มากนัก ดังนั้นฉันจะช่วยซักเสื้อผ้าเหล่านี้เอง และฉันจะเอามาคืนนายในวันพรุ่งนี้หลังจากพวกมันแห้ง”

แม่ของดงซูบินกล่าวทันทีว่า“เราจะให้หนูทำสิ่งนี้ได้อย่างงันกัน? ซูบินเองสามารถซักเสื้อผ้าของตัวเองได้”

ดงซูบิน หน้าแดงและรีบไปข้างหน้าเพื่อพยายามที่จะฉกผ้าที่จะเอาไปซีกจากอ่างของเธอ:“ฉันซักมันเองได้”

ฉูยวนก็ยังคงไม่สนใจคำพูดของดงซูบิน เธอยังคงถืออ่างไว้แน่น เมื่อเธอเห็นดงซูบินปฏิเสธที่จะปล่อยมือ เธอก็หัวเราะและยกมือขึ้น เธอทำตัวเหมือนกำลังจะเข้าประทะ:“ฉันจะชกนายแน่ถ้านายยังไม่ยอมปล่อยมือออก! เร็วเข้า! ปล่อยมือจากอ่างซะ ถ้าเป็นคนอื่นนายคิดว่าฉันจะช่วยล้างซักรีดให้ยังงั้นหรอ? ฉันแค่ต้องการช่วยให้นายมีเวลามากขึ้นในการเตรียมตัวสำหรับการสอบข้าราชการของนายก็เท่านั้น” ฉูยวนคว้าอ่างอย่างแรงและกลับไปที่ห้องของเธอ

ดงซูบินรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก กางเกงในและถุงเท้าของเขายังอยู่ในอ่างนั้น

แต่ถึงแม้ว่าจะรู้สึกอาย แต่ดงซูบินก็รู้สึกขอบคุณสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น หากเขาช้าลงเล็กน้อยในวันที่เกิดอุบัติเหตุ เขาจะไม่เห็นรอยยิ้มที่สวยงามของฉูยวนในวันนี้แน่ๆ และเขาจะต้องเผชิญกับศพที่นอนนิ่งไร้ความรู้สึก ซึ่งเขาคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตของเขาเลย

จบบทที่ บทที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว