- หน้าแรก
- เกมออนไลน์: สามก๊กไร้เทียมทาน
- บทที่ 21 : โจมตีเชิงรุก
บทที่ 21 : โจมตีเชิงรุก
บทที่ 21 : โจมตีเชิงรุก
บทที่ 21 : โจมตีเชิงรุก
สองวันผ่านไปนับจากเหตุการณ์โจรภูเขาบุกโจมตี หมู่บ้านพี่น้องกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง การก่อสร้างพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้ามา ทำให้หมู่บ้านยิ่งคึกคักและเจริญรุ่งเรืองกว่าเดิม
ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ เย่ปินได้เรียนรู้อะไรมากมาย เขาเริ่มเข้าใจระบบการบริหารหมู่บ้านหลังได้รับเหรียญตราผู้นำ ตอนแรกเขาสามารถสร้างได้แค่รั้วไม้ คฤหาสน์ผู้ครองแคว้น และบ้านเรือนของชาวบ้านเท่านั้น ส่วนสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อย่างร้านตีเหล็กหรือร้านตัดเสื้อผ้า จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาดูแล
กฎของการก่อสร้างในเขตแดนไม่มีข้อจำกัดตายตัว ขอแค่มีคนที่มีความสามารถในสายนั้น ก็สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ตอนนี้หมู่บ้านพี่น้องมีช่างไม้ระดับต้นหนึ่งคน นักปรุงยาระดับกลางหนึ่งคน จึงสามารถสร้างร้านช่างไม้และโรงหมอได้
หัวใจของการพัฒนาเขตแดน คือ “คน” รองลงมาคือเงินและทรัพยากร เมื่อหมู่บ้านอัปเกรด จะสามารถอัปเกรดคฤหาสน์กับกำแพงได้เท่านั้น สิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ยังคงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาของหมู่บ้านพี่น้องในตอนนี้คือ ขาดแคลนบุคลากร ทำให้ไม่สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ได้มากนัก ทำได้แค่สร้างบ้านเพิ่ม อีกประการคือแต้มคะแนนไม่เพียงพอ แม้ว่าจะมีหลายวิธีในการเพิ่มคะแนน แต่ถ้าอยากได้คะแนนไวที่สุด ก็ต้องป้องกันหมู่บ้านจากการโจมตีของศัตรูให้สำเร็จ และสังหารศัตรูให้ได้มากที่สุด
“ปินจื่อ ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ!”
เสียงสดใสของเยี่ยนเหวินอวีดังขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกายจับจ้องเย่ปิน เด็กสาวคนนี้ดูน่ารักสดใสราวกับเอลฟ์ตัวน้อย
“ว่ามาเถอะ...พี่สาว...” เย่ปินลากเสียงท้าย เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเต็มใจนัก
เยี่ยนเหวินอวีหัวเราะคิกคัก “ปินจื่อ เธอกล้าหาญขนาดนี้ ทำไมเราไม่ลองล่อโจรภูเขามาโจมตีหมู่บ้านดูล่ะ แบบนี้หมู่บ้านจะได้อัปเกรดเร็วขึ้น พอเลเวลสูงขึ้น ประชากรก็จะเพิ่มเร็วขึ้น แล้วเราก็จะมีโอกาสได้คนเก่ง ๆ ในสายอาชีพต่าง ๆ มามากขึ้นไง”
เย่ปินหัวเราะในใจ ที่จริงเขาก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร เพราะนี่ไม่ใช่หมู่บ้านของเขาเอง ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา เขาคงรับผิดชอบไม่ไหว
ไม่คาดคิดว่าเยี่ยนเหวินอวีจะเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเอง แบบนี้เข้าทางเขาพอดี... (ถึงเวลาอัปเกรดแล้ว!)
“เอ่อ...แบบนี้เองเหรอ...” เย่ปินยังลังเล แต่เยี่ยนเหวินอวีกลับไม่พอใจทันที เธอทำหน้าบูดบึ้ง เขย่าแขนเย่ปินเบา ๆ ความนุ่มนวลที่สัมผัสทำเอาเย่ปินใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“นะ...นะ...ตกลงเถอะน้า...”
“ตกลง! แน่นอนอยู่แล้ว!”
ทั้งสองคนแอบย่องออกจากหมู่บ้านอย่างลับ ๆ เหมือนโจรหาขุมทรัพย์ เป้าหมายคือออกตามหาโจรภูเขา
แม้ที่ซ่อนของโจรภูเขาจะลึกลับ แต่ที่นี่คือภูเขาเซินซื่อ แหล่งรวมโจรภูเขาทุกขนาดนับไม่ถ้วน แค่จะหาสักกลุ่มก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ไม่นาน เย่ปินกับเยี่ยนเหวินอวีก็เจอกลุ่มโจรภูเขากลุ่มหนึ่ง มีประมาณยี่สิบกว่าคน เย่ปินเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะรับมือไหวหรือไม่
“เอาไงดี?” เย่ปินขมวดคิ้ว กลุ่มที่เจอนี้นับว่าน้อยที่สุดแล้ว ถ้ายังไม่ได้อีก แผนการอัปเกรดของเขาคงต้องล้มเลิก
“ดูฝีมือพี่สาวไว้นะ!”
เยี่ยนเหวินอวียิ้มสดใส รอยยิ้มของเธอในแสงแดดช่างงดงามราวดอกไม้แรกแย้ม เติมสีสันให้โลกทั้งใบ
เธอเดินอาด ๆ ตรงไปยังหน้าป้อมโจรภูเขา
“เฮ้! มาทำอะไรที่นี่!”
โจรภูเขาสองคนที่เฝ้าทางเข้ารีบตะโกนถาม
เยี่ยนเหวินอวีทำหน้าตาน่าสงสาร ยื่นปากบอกว่า “หนู...หลงทางค่ะ...”
โจรภูเขาทั้งสองเห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักก็ใจเต้นแรง หลงทางมาเจอถึงถิ่นโจรแบบนี้ ช่างเป็นโชคดีของพวกเขาจริง ๆ
“ฮ่า ๆ หลงทางเหรอ ไม่ต้องกลัวนะน้องสาว พี่จะปกป้องเธอเอง!”
เยี่ยนเหวินอวีแสร้งทำเป็นหวาดระแวง พูดเสียงอ่อน “หนูอยากกลับบ้าน แต่หาทางไม่เจอเลย...”
เย่ปินที่แอบดูอยู่ในพุ่มไม้ถึงกับขนลุกซู่ เขาอดขำไม่ได้ ไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะมีมุมแบบนี้ด้วย
“ฮ่า ๆ หาไม่เจอก็ไม่ต้องกลับแล้ว อยู่กับพวกพี่ดีกว่า สนุกกว่าตั้งเยอะ!”
เยี่ยนเหวินอวีหน้าแดงจัด แววตาขุ่นเคืองวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะลังเลแล้วพูดว่า “ก็ดีค่ะ...แต่หนูมีน้องสาวอีกคน รออยู่ไม่ไกลจากที่นี่...”
“น้องสาวเหรอ?”
โจรภูเขาทั้งสองคนตาลุกวาว พี่สาวยังน่ารักขนาดนี้ น้องสาวจะขนาดไหนกันนะ
“ฮ่า ๆ ได้เลย ๆ เดี๋ยวพี่จะไปตามน้องสาวเธอมาเอง!”
เยี่ยนเหวินอวีทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ก็ได้ค่ะ แต่น้องหนูโดนเสือสองตัวขังอยู่บนต้นไม้ พวกพี่ช่วยได้ไหม?”
“เสือ...สองตัว?”
โจรภูเขาทั้งสองลังเล เสือสองตัวไม่ใช่ของกล้วย ๆ ที่จะรับมือได้ พวกเขากระซิบปรึกษากันครู่หนึ่ง แล้วคนหนึ่งวิ่งกลับเข้าไปในป้อม ส่วนอีกคนบอกกับเยี่ยนเหวินอวีว่า
“เอ่อ...พี่ชายจะไปตามคนมาอีก เดี๋ยวเราจะไปช่วยกันจับเสือสองตัวนั้น แล้วช่วยน้องสาวเธอออกมา!”
ไม่นาน โจรภูเขาอีกคนก็พาลูกน้องถือดาบเหล็กมาอีกหกคน
“ไปกันเถอะ เรามีแปดคน ถ้าระวังตัวหน่อย วางกับดักสักหน่อย สองเสือไม่น่าจะมีปัญหา”
เย่ปินได้ยินดังนั้นก็โล่งใจลงบ้าง แค่กับดักยังต้องวาง ดูท่าพวกนี้จะไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก เขาน่าจะจัดการได้
เยี่ยนเหวินอวีจึงเป็นผู้นำทาง พาโจรภูเขาทั้งแปดเดินตรงไปยังหมู่บ้านพี่น้อง ขณะที่เย่ปินคอยตามห่าง ๆ อย่างเงียบเชียบ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป หมู่บ้านพี่น้องก็ปรากฏอยู่ในสายตาของเหล่าโจรภูเขา แม้พวกโจรภูเขาจะไม่ได้ฉลาดมากนัก แต่ตอนนี้ก็คงรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก
แต่เมื่อเห็นขนาดของหมู่บ้าน พวกเขากลับหัวเราะเยาะ
“ฮ่า ๆ น้องสาวคนนี้ฉลาดใช้ได้ แต่หมู่บ้านเล็กแค่นี้ คิดจะล่อพวกพี่แปดคนได้งั้นเหรอ! ฮึ! พวกเรา บุกปล้นหมู่บ้านนี้ก่อน แล้วค่อยเล่นสนุกกับน้องสาว!”
โจรภูเขาทั้งแปดเฮโลกันอย่างคึกคัก ฝั่งหมู่บ้านพี่น้องเองก็เห็นเหตุการณ์นี้เข้า ทุกคนหน้าซีดเผือด และเพิ่งรู้ว่าเย่ปินหายตัวไปด้วย พวกเขาเองก็ไม่ใช่คู่มือของโจรภูเขาทั้งแปดนี้
โชคดีที่ในกลุ่มนี้ไม่มีหัวหน้าคนเดิมที่เคยนำโจรบุกมาวันก่อน ไม่อย่างนั้นวันนี้คงเลี่ยงหายนะไม่พ้น
ถึงตอนนี้ เย่ปินรู้ว่าตัวเองต้องออกโรงแล้ว ขณะที่โจรภูเขากำลังลับดาบเตรียมบุก เย่ปินก็พุ่งเข้าไป
เขาอยู่ไม่ไกลนัก พอโจรภูเขาหันมาเห็น ก็สายเกินไปแล้ว เย่ปินฟันคอหนึ่งในโจรภูเขาขาดกระเด็น
“เฮ้ย ไอ้หนุ่ม แกเป็นใคร กล้ามายุ่งกับเรื่องของพวกข้า!”
เย่ปินแสยะยิ้ม ไม่ตอบอะไร ดาบเหล็กในมือสะบัดฟาดใส่โจรภูเขาไม่ยั้ง
โจรภูเขาทั้งแปด ถูกเย่ปินเจตนาไว้ชีวิตไปหนึ่งคน ที่เหลือถูกฟันตายหมด เยี่ยนเหวินอวียกนิ้วโป้งให้เย่ปิน
“น้องชายสุดยอดขึ้นทุกวันเลย!”
“ติงดอง! ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นเย่ปิน เลเวลอัป...”
หลังจากสังหารโจรภูเขาไปหลายคน เย่ปินก็ขึ้นถึงเลเวล 12 ค่าความกล้าหาญพุ่งถึง 47 แต้ม ด้วยระดับนี้ โจรภูเขาธรรมดาสิบกว่าคนก็ไม่ใช่ปัญหา
แน่นอนว่าโจรภูเขาพวกนี้เลเวลต่ำ อาวุธก็ไม่ได้ดีอะไร ถ้าเจอพวกเลเวลสูงหรืออาวุธดี ๆ สักสามสี่คน เขาก็คงต้องหนีเหมือนกัน
เยี่ยนเหวินอวีวิ่งมาหา หลังรู้เรื่องก็แกล้งดุเยี่ยนเหวินอวีอยู่บ้าง แต่ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าดีใจไม่น้อย
“ฮ่า ๆ แบบนี้แหละดี หมู่บ้านเราจะได้อัปเกรดสักที!”
เยี่ยนเหวินอวี่เป็นคนซื่อ ๆ เขาชื่นชมในความกล้าหาญของเย่ปินเป็นอย่างมาก ตอนนี้มีเย่ปินอยู่ หมู่บ้านก็มีทางลัดสู่การอัปเกรดแล้ว
“ปินจื่อ เดี๋ยวคงมีโจรภูเขามาอีกสิบกว่าคน เธอไหวไหม?”
เยี่ยนเหวินอวีเห็นเย่ปินปล่อยโจรภูเขาไปหนึ่งคนก็เข้าใจทันทีว่าเย่ปินตั้งใจล่อโจรมาเพิ่ม แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“น่าจะไหวนะ ถ้าไม่ไหวก็ยังมีพวกพี่ช่วยรับมืออีกสองสามคน ที่เหลือฉันจัดการเอง”
ไม่นาน โจรภูเขาสิบสองคนก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน ผู้นำกลุ่มถือดาบเหล็กหนา สวมเกราะหนัง ดูท่าทางไม่ธรรมดา เย่ปินเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
เขาลืมไปว่าทุกป้อมโจรจะต้องมีผู้บัญชาการอยู่เสมอ ซึ่งไม่ใช่แค่ลูกน้องธรรมดา ถึงเขาจะไม่กลัวนัก แต่ถ้ารวมกับโจรอีกหลายคน ก็หนักเอาเรื่อง
“จะจับโจรก็ต้องจับหัวหน้าก่อน!”
ในเมื่อเรื่องนี้เริ่มจากเขา เขาก็ไม่มีทางหนี เหลือทางเดียวคือล้มผู้บัญชาการให้ได้ก่อน จึงจะมีโอกาสรอด
“หมู่บ้านพี่น้องกล้าดียังไงถึงมาหาเรื่องพวกข้า คิดจะตายงั้นหรือ!”
หัวหน้าโจรภูเขาตะโกนลั่น เขาโกรธที่หมู่บ้านกล้ามาท้าทายยิ่งนัก แถมเสียลูกน้องไปอีกหลายคน สำหรับป้อมเล็ก ๆ แบบนี้ นับเป็นความเสียหายใหญ่หลวง
“ฮึ! พวกแกก็แค่ไก่อ่อน เจอข้าสองทีเดี๋ยวก็ตายหมด ดูท่าแกก็ไม่เท่าไหร่ กล้าดวลกับข้าตัวต่อตัวไหม?”
แต่หัวหน้าโจรภูเขาไม่โง่ เห็นท่าทางเย่ปินก็รู้ว่าไม่ธรรมดา เขากลอกตาแล้วตะโกน
“พูดมาก! พวกแก ฆ่าผู้ชายให้หมด ผู้หญิงจับตัวไว้ คืนนี้เราจะได้สนุกกัน!”
สีหน้าเย่ปินเปลี่ยนทันที เมื่อหัวหน้าโจรไม่หลงกล เขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องบู๊เต็มที่
ทันใดนั้น เขาฟันดาบใส่โจรภูเขาอีกคนจนหัวขาด เหล่าโจรเห็นเย่ปินดุเดือดขนาดนี้ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ หัวหน้าโจรเห็นท่าไม่ดี เพราะลูกน้องของเขาเป็นพวกขี้ขลาด พอเสียเปรียบก็หมดกำลังใจ หากไม่เร่งกู้สถานการณ์ มีหวังตายกันหมด
แม้จะเกรงฝีมือเย่ปิน แต่เขาก็มั่นใจในพละกำลังตัวเอง ดาบเหล็กใหญ่ในมือวาววับกลางแดด ฟาดลงมาอย่างแรงดั่งภูผาถล่ม
“ถอยไป!”
หัวหน้าโจรภูเขาหมายจะใช้พลังบดขยี้คู่ต่อสู้ นี่แหละคือสิ่งที่เย่ปินต้องการ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงสู้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
เมื่อเห็นโจรภูเขาคนอื่น ๆ หยุดดู เย่ปินก็ยิ้ม ดาบเหล็กในมือแทงสวนขึ้นไป
วิธีฟันของเย่ปินนั้นจริง ๆ แล้วเสียเปรียบ แต่เขาได้เปรียบที่แรงเยอะ และไม่มีวิชาดาบอะไรมากนัก จึงอาศัยความเร็วกับพลังล้วน ๆ
เสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรง ร่างเย่ปินสั่นไหว ดาบเหล็กในมือบิ่นเป็นรอยใหญ่ แต่ยังไม่หัก
แต่หัวหน้าโจรภูเขากลับหน้าแดงก่ำ มือสองข้างสั่นเทา เห็นชัดว่ารับแรงของเย่ปินไม่ไหว
“เดี๋ยว...”
ยังไม่ทันพูดจบ เย่ปินก็ไม่ปล่อยโอกาส เขาถีบเข้าที่อกหัวหน้าโจรจนอีกฝ่ายกระอักเลือด ขณะที่หัวหน้าโจรกำลังมึนงง เย่ปินคว้าหัวของเขาแล้วบิดอย่างแรง
“กร๊อบ!”
คอของหัวหน้าโจรภูเขาหัก ดวงตากลอกกลับหมดสติ
“ฮ่า ๆ!”
เย่ปินรู้สึกว่าเริ่มจะหลงใหลในความรู้สึกของการฆ่า เขาหยิบดาบเหล็กของหัวหน้าโจรมาถือไว้ รู้สึกถึงน้ำหนักมหาศาลในมือซึ่งเหมาะกับเขาอย่างยิ่ง
“ฆ่า!”
เย่ปินตาแดงก่ำ พุ่งเข้าฟาดฟันโจรภูเขาที่เหลือ…
……
ชื่อสามพี่น้องนี้คือ ‘เยี่ยนเหวินอวี’ ออกเสียเหมือนกัน แต่ต่างกันแค่ตัวอักษร