- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 229 ผู้ปกครอง
ตอนที่ 229 ผู้ปกครอง
ตอนที่ 229 ผู้ปกครอง
ตอนที่ 229 ผู้ปกครอง
หลังจากฝึกฝนในโลกแห่งความเป็นจริงได้สักสองสามชั่วโมง หยวนก็หยุดการฝึกฝนและรอให้ หยูรุเข้ามาในห้องของเขา
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาในห้องของเขา อย่างไรก็ตาม การก้าวเท้าที่สง่างามและเงียบสงบเหล่านี้ไม่ได้เป็นของ หยูรุ
ไม่กี่อึดใจต่อมาประตูก็เปิดออกและเสียงของเหม่ยซิ่วก็ดังขึ้น "สวัสดีตอนเย็นนายน้อยข้าจะเป็นคนดูแลนายน้อยคืนนี้ นายหญิงถูกท่านพ่อท่านแม่เรียกไปพบ"
“พ่อแม่.... รู้ไหมทำไม?” หยวนถามเธอ
"ข้าไม่ได้รับอนุญาตทราบค่ะนายน้อย"
"เข้าใจแล้ว ขอบคุณ"
ไม่กี่อึดใจเหมยซิ่วก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของหยวนและใช้ผ้าขนหนูเปียกเช็ดตัวให้เขา
"นายน้อย ถ้าไม่รังเกียจ ข้าขอถามอะไรสักหน่อยจะได้ไหมคะ นายน้อยได้เข้าร่วมการแข่งขันดนตรีในคัลติเวชั่นออนไลน์ไหมคะ ข้าได้ยินมาจากนายหญิง " จู่ๆ เหมยซิ่วก็ถามเขา
"ใช่ ข้าเข้าร่วมด้วย"
"นายน้อยเล่นเครื่องดนตรีชิ้นไหนหรือคะ" จากนั้นเธอก็ถาม
“เครื่องดนตรีที่เรียกว่าจะเข้” หยวนพูดอย่างไม่เป็นทางการ
"ชนะหรือเปล่าคะ ตั้งแต่รู้จักนายน้อยมา ท่านไม่เคยพลาดอันดับหนึ่งสักครั้ง"
"ข้าชนะ"
“ยินดีด้วยค่ะนายน้อย” เหมยซิ่วพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างประหลาดใจ
หลังจากเช็ดตัวแล้วเหมยซิ่วก็เริ่มป้อนซุปสามชามให้หยวน
'นายน้อยคือผู้เล่น หยวนงั้นหรอ ทั่วโลกตอนนี้กำลังตามหาเขากันให้ทั่ว ... 'เหมยซิ่วคิดกับตัวเอง ในขณะที่เธอไม่ได้สนใจเรื่องภายนอกตระกูลหยูเป็นพิเศษ แต่การพูดคุยมากมายเกี่ยวกับผู้เล่นหยวนก็ดึงดูดความสนใจของเธอเมื่อไม่นานมานี้
ในขณะเดียวกันในตัวบ้านใหญ่โตที่อยู่ถัดไปจากบ้านที่หยวนอาศัยอยู่ห่างไปประมาณกิโลเศษๆ (***จากผู้แปล ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อตัวละครจาก ยูรุเป็น หยูรุ เนื่องจากเป็นนามสกุล เดียวกับ หยูเทียนพี่ชายของเธอเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนครับ) หยูรุกำลังยืนอยู่หน้า ชายและหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าสวยงามและหล่อเหลาทั้งคู่ดูสง่างามเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ดีมีตระกูล
"หยูรุเจ้ารู้ไหมว่าทำไมเราถึงเรียกเจ้ามาที่นี่ในวันนี้" ชายวัยกลางคนถามเธอ
“ข้าไม่ทราบค่ะ ท่านพ่อ” หยูรุตอบด้วยน้ำเสียงสงบ
แท้จริงแล้วบุคคลทั้งสองนี้เป็นพ่อแม่ของสองพี่น้องหยู พ่อหยูย๋งและถังหลีผู้เป็นแม่
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หยูย๋งก็พูดขึ้น "เจ้ารู้จักเกม 'คัลติเวชั่น ออนไลน์หรือไม่?"
“เอ๋?”
ดวงตาของ หยูรุเบิกกว้างเมื่อพบคำถามที่ไม่คาดคิดของ หยูย๋งเนื่องจากเธอไม่เคยคาดหวังว่าสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับดนตรีจะออกมาจากปากของผู้ปกครองของเธอ
"ข้า - ข้า ... ข้าเคยเล่นมันสองสามวันในช่วงพักร้อนค่ะ" เธอตอบหลังจากที่เธอพบกับคำถามที่น่าตกใจ
ถังหลีกล่าวว่า "อืม...ครอบครัวอื่น ๆ พูดถึงเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาพูดถึงบุคคลที่ใช้ชื่อว่า 'ผู้เล่น หยวน! เจ้ารู้จักคนนี้ไหม?"
"ข้ารู้จักค่ะ... ในอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยเรื่องของเขาในตอนนี้" หยูรุพยักหน้าด้วยท่าทางที่ค่อนข้างงุนงงและสงสัยในตัวเองอยู่เงียบ ๆ ว่าทำไมพ่อแม่ของพวกเขาถึงสนใจ ผู้เล่น หยวนที่เป็นลูกชายของตัวเอง
จากนั้นหยูย๋งกล่าวว่า "เด็ก ๆ จากครอบครัวอื่น ๆ เพิ่งเข้าร่วมการแข่งขันจะเข้ ในคัล-ติเวชั่นออนไลน์และพวกเขาบอกกับครอบครัวของพวกเขาว่าผู้เล่น หยวนคนนี้เป็นอัจฉริยะทางดนตรี และพวกเขามีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าหยวนผู้นี้จะมาจากครอบครัวที่มีพื้นฐานทางดนตรีที่ยอดเยี่ยม "
และเขากล่าวต่อว่า "ข้าเคยได้ยินชื่อผู้เล่น หยวนคนนี้มาก่อน แต่ไม่เคยสนใจเขาเลย แต่ถ้าเขาเป็นอัจฉริยะทางดนตรีจริงๆข้าก็อยากพบเขา"
“ทำไมพ่อถึงอยากพบเขาล่ะ เขาเป็นแค่นักเล่นเกมที่บังเอิญถนัดจะเข้อยู่แล้วก็เท่านั้น นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเขาจะเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นเก่งสักหน่อย” หยูรุถามเขา
"ไม่สำคัญว่าเขาจะเล่นเครื่องดนตรีได้กี่ชิ้น บริษัท ของเรามองหาคนเก่ง ๆ อยู่เสมอและหากผู้เล่น หยวนคนนี้มีความสามารถอย่างที่พวกเขาพูด ข้าก็อยากให้เขาเล่นให้กับ บริษัท ของข้า!" หยูย๋งกล่าว
หยูรุส่ายหัวและพูดว่า "ตอนนี้ลูกกลัวว่าจะเป็นไปไม่ได้ค่ะท่านพ่อ ทุกคนมองหาตัวตนที่แท้จริงของผู้เล่น หยวนตั้งแต่เกมเริ่มเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่ไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยจนถึงปัจจุบัน"
“ข้าก็พอรู้เรื่องนี้มาบ้าง แต่ไม่มีใครปิดบังไปได้ตลอดหรอก และเมื่อวันนั้นมาถึง ข้าจะเป็นคนแรกที่ได้พบเขา” หยูย๋งกล่าวด้วยท่าทางที่จริงจังบนใบหน้าของเขา
“อย่างไรก็ตามเหตุผลที่ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อบอกให้เจ้ารู้ว่าบริษัทของเราเริ่มขยายผลโดยการเข้าร่วมในคัลติเวชั่นซึ่งดูเหมือนจะเป็นเทรนอยู่ในปัจจุบัน”
“หมายถึงยังไงนะท่านพ่อ?” หยูรุจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ง่าย ๆ เราจะเริ่มแสดงคอนเสิร์ตในเกมเพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของ บริษัท ของเราภายในเกม ครอบครัวอื่น ๆ ได้ทำสิ่งนี้ไปแล้วและประสบความสำเร็จอย่างมากดังนั้นเราก็จะทำเช่นเดียวกัน"
"ทะ ท่านคงไม่ได้หมายความว่า ... " หยูรุกลืนน้ำลายอย่างประหม่าหลังจากได้ยินเรื่องนี้เธอรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่เป็นลางร้ายที่ปรากฏขึ้น
"ข้าได้ยินมาจากคนอื่น ๆ ว่าแม้แต่คนที่มองไม่เห็นหรือเคลื่อนไหวไม่ได้ ในโลกแห่งความจริง ก็สามารถเคลื่อนไหวและมองเห็นได้ปกติในเกมนี้ หากเป็นเช่นนั้นเราสามารถให้ หยูเทียน เล่นเกมและเริ่มเล่นเครื่องดนตรีได้อีกครั้ง ภายในเกม เขาไร้ประโยชน์มานานแล้วและถึงเวลาที่เขาจะก้าวขึ้นไปบนเวทีอีกครั้งแม้ว่าจะเป็นเกมเสมือนจริงก็ตาม "
หยูรุกัดฟันอย่างเงียบ ๆ เมื่อเธอได้ยินสิ่งนี้ แต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้ในขณะนี้
“อะไรนะ ... แล้วถ้าพี่เทียนไม่อยากทำล่ะ?” หยูรุถามครู่ต่อมา
ถังลีจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เขาไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้ ถ้าเขาไม่ต้องการทำเช่นนั้นเราก็จะบอกปัดเขาและไล่เขาออกจากบ้าน คนที่ไม่ทำอะไรเลยนอกจากกินเงินของเราไปวันๆ แบบนั้น ไม่มีค่าพอที่จะได้รับการเลี้ยงดูจากเราอีกต่อไป”