เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 292 - เจ็ดทองแท่ง

ตอนที่ 292 - เจ็ดทองแท่ง

ตอนที่ 292 - เจ็ดทองแท่ง


ตอนที่ 292 - เจ็ดทองแท่ง

 

สือเหล่ยมีโอกาสเพียงสองครั้งต่อเดือนในการใช้บัตรวาดภาพ และมันก็มีระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงต่อครั้ง นั่นหมายความว่าเขาสามารถใช้บัตรภาพวาดและถูกสิงสู่โดยจิตรกรชั้นปรมาจารย์ได้เป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อเดือน

แน่นอนว่าเขาจะไม่ใช่มันในทันที เพราะเขาต้องใช้มันก่อนหนึ่งชั่วโมง

เว่ยชิงเยว่ยืนอยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำเพื่อรอเขาหลังจากที่เขาเดินออกมา

เว่ยชิงเยว่ควงแขนสือเหล่ยด้วยความเคยชินเมื่อเขากลับมาและถามติดตลก "นายล้างมือรึยัง?"

สือเหล่ยดึงแขนออกมาด้วยอาการแกล้งทำเป็นรังเกียจและตอบกลับไปอย่างจริงจัง "ไม่"

เว่ยชิงเยว่หัวเราะก่อนที่จะควงแขนเขา สือเหล่ยถึงกับหมดคำพูด

พวกเขาเดินผ่านทางเดิน หญิงสาวสองคนในชุดกี่เผ้ากำลังยืนอยู่หน้าห้องจัดแสดงเพื่อทักทายแขก

เว่ยชิงเยว่นำสือเหล่ยไป เมื่อพวกเขาเดินเข้าไป หญิงสาวทั้งคู่ก็โค้งตัวเล็กน้อยและทักทายพวกเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ยินดีต้อนรับค่ะ"

สือเหล่ยพยักหน้าให้และมองไปข้างหน้า ฉากกันบังหลายอันในห้องจัดแสดงถูกสร้างขึ้นไว้บนกำแพงซึ่งแยกห้องออกเป็นพื้นที่ขนาดเดียวกันหลายๆส่วน

มันมีโต๊ะยาวอยู่ตรงหน้า ซึ่งถูกคลุมไว้ด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาว มีกล่องผ้าสี่เหลี่ยมถูกตั้งไว้ข้างบน

แม้ว่าสือเหล่ยจะไม่ได้มีความรู้ด้านศิลปะมากนัก แต่เขาก็รู้ว่ากล่องผ้าเหล่านี้ถูกใช้เพื่อเก็บภาพวาดเอาไว้

หยานวี่ยืนอยู่ข้างโต๊ะด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของเธอในขณะที่เธอพยักหน้าทักทายแขกทุกๆคนที่เดินผ่านมา

มันมีโต๊ะสี่เหลี่ยมตั้งไว้ที่ข้างของโถงจัดแสดงพร้อมด้วยชาและเครื่องดื่มอื่นๆ

เว่ยชิงเยว่คว้าแขนสือเหล่ยและลากเขาไปที่ด้านหน้าของโต๊ะยาว เมื่อเขาเดินผ่านฉาก เขาก็เห็นภาพวาดบางส่วนถูกแขวนไว้บนผนัง นอกจากนั้นยังมีของโบราณจำพวกภาชนะต่างๆถูกตั้งไว้บนผนัง พร้อมกับมีกระจกครอบไว้อีกชั้น เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นของเก่าที่มีคุณค่า

"พี่นวี่ ผู้อาวุโสไป่มารึยัง?" เว่ยชิงเยว่ถามพร้อมกับกอดแขนสือเหล่ย

เฉินหยานวี่พยักหน้าและทำท่าทางด้วยมือของเธอ มันไม่ใช่ภาษามือ แต่เป็นท่าทำมือง่ายๆที่แม้แต่สือเหล่ยก็เข้าใจได้ เธอบอกว่าผู้อาวุโสไป่มาถึงแล้ว แต่เขากำลังคุยกับเพื่อนอยู่และจะเข้ามาในไม่ช้า

"นี่เป็นงานศิลปะอื่นๆที่จัดแสดงไว้นอกเหนือจากสำเนาผลงานของซานเซิ่งจูเหรอ?" เว่ยชิงเยว่ก้มหัวลงและมองไปที่โต๊ะยาว สือเหล่ยก็สังเกตเห็นว่ามีแผ่นกระดาษอยู่ใต้กล่องผ้า แต่ละแผ่นเป็นชื่อของงานศิลปะและจิตรกร

มันมีเพียงแค่หกกล่องเท่านั้น สือเหล่ยเหลือบมองไปที่แผ่นป้าย นอกจากชื่อ "สืออัน" ที่เขาคุ้นอยู่บ้าง เขาก็ไม่เคยได้ยินชื่ออื่นเลย

เว่ยชิงเยว่มองไปที่สือเหล่ยและเห็นว่าเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่สามารถบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

สือเหล่ยจู่ๆก็ยิ้มออกมาราวกับว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่างและพึมพำบางสิ่งภายใต้ลมหายใจของเขา

“อะไรเหรอ? มีอันที่นายชอบจากทั้งหกอันนี้เหรอ?” เว่ยชิงเยว่ถาม

สือเหล่ยคิด 'ใช่แล้ว เหมือนว่าฉันชอบภาพวาดงั้นเหรอ ฉันแค่นึกขึ้นมาได้ว่าสืออันคือชื่อเล่นของหลิวหลู่กัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันฟังดูคุ้นๆ'

ตอนแรก เขาคิดว่าเขาคุ้นๆมันเพราะเขาและจิตรกรมีแซ่เดียวกัน แต่จู่ๆเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยได้เห็นชื่อของจิตรกรคนนี้มาก่อน

"ฉันไม่เข้าใจของพวกนี้หรอก ดังนั้นจึงทั้งไม่มีความชอบหรือความไม่ชอบ ฉันก็แค่นึกได้ว่าสืออันเป็นใคร"

เว่ยชิงเยว่กรอกตาของเธอและไม่รู้ว่าจะเชื่อเขาดีไหม แม้ว่าภาพวาดเหล่านี้จะไม่ได้เป็นของจิตรกรชั้นยอด แต่พวกมันก็ยังเป็นของจิตรกรที่มีชื่อเสียงซึ่งเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เมื่อสือเหล่ยบอกว่าเขาแค่รู้สึกสืออัน เว่ยชิงเยว่จึงไม่รู้ว่าเธอควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

เมื่อเธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ห้องจัดแสดงที่เงียบ จู่ๆก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมา เฉินหยานวี่เดินไปรอบๆโต๊ะในขณะที่เธอมองไปที่ประตูด้วยรอยยิ้ม

เสียงของผู้คนเรียกชายคนนั้นด้วยความสุภาพว่า "ผู้อาวุโสไป่" ดังมาถึงหูพวกเขา เว่ยชิงเยว่หันไปทางประตูด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอและคว้าตัวสือเหล่ยไปที่ประตู

สือเหล่ยมองตามเธอและเห็นชายชราสวมเสื้อผ้าในสไตล์ราชวงศ์ถุงพร้อมกับมีไม้เท้าสั้นที่มีหัวเป็นมองการอยู่ในมือขวาและมีลูกแก้วขนาดเล็กสีแดงเข้มอยู่ในมือซ้ายของเขา เขชายคนนั้นยิ้มให้กับผู้คนต่างๆ

"ผู้อาวุโสไป่" เว่ยชิงเยว่ลากสือเหล่ยเข้าไปหาและทักทายชายชรา

ผู้อาวุโสไป่ยิ้มเล็กน้อย ริ้วรอยของเขาเหมือนจะแสดงให้เห็นถึงสติปัญญาของเขา

"เธอมาด้วยเหรอ? ฉันจะให้ความเห็นเกี่ยวกับภาพวาดของฉันกับเธอในภายหลังละกัน" หลังจากพูดเช่นนั้น สายตาของผู้อาวุโสไปก็มองไปที่สือเหล่ย

สือเหล่ยโค้งคำนับให้กับผู้อาวุโสด้วยความสุภาพ "สวัสดีครับ ผู้อาวุโสไป่ ผมชื่อสือเหล่ย ผมเป็นเพื่อนกับเว่ยชิงเยว่"

เว่ยชิงเยว่รีบช่วยสือเหล่ยแนะนำตัวอย่างรวดเร็ว "ผู้อาวุโสไป่คะ เขาเป็นเพื่อนสนิทของฉัน ดังนั้นฉันจึงพาเขามาเปิดหูเปิดตา"

ผู้อาวุโสไป่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "สวัสดีสหาย หยานวี่พูดถึงนายก่อนหน้านี้ว่านายมีสัมผัสที่ยอมเยี่ยม ดูเหมือนว่าฉันจะใช้โชคของหยานวี่เพื่อรับภาพนี้มา"

"ผมก็พูดไปทั่วแค่นั้นแหละครับ" สือเหล่ยรีบตอบ

"ฮ่าฮ่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทุกๆสิ่งล้วนถูกกำหนดไว้โดยโชคชะตาหมดแล้ว ฉันเองก็คิดว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับที่พ่อหนุ่มพูดเหมือนกัน" ผู้อาวุโสไป่มองไปที่ผู้คนที่อยากจะเข้ามาทักทายเขาและก็อยากไม่จะรบกวนการสนทนาของเขากับเว่ยชิงเยว่และสือเหล่ย "ชิงเยว่และสหายน้อยของฉัน ลองไปหาอะไรดูกันก่อน ฉันต้องทักทายแขกทุกคนในวันนี้ก่อนที่ฉันจะทำเช่นนั้นได้ เราสามารถเริ่มการชมภาพวาดได้ในอีกประมาณ 10 นาที"

เว่ยชิงเยว่พยักหน้า "จัดการธุระของผู้อาวุโสก่อนได้เลยค่ะ"

พวกเขาเดินเข้าและออกจากพื้นที่ต่างๆ เห็นได้ชัดว่าเว่ยชิงเยว่คุ้นเคยกับงานศิลปะมากๆ เนื่องจากเธอไม่ได้มองดูพวกมันใกล้ๆเลย สือเหล่ยไม่ได้มองไปที่พวกมันอย่างจริงจังเช่นกันเพราะเขาไม่ได้เข้าใจอะไรเลย เขายืนอยู่หน้าภาพวาดของฉีไป่สือและแค่พักอยู่ที่นั่นสักพัก อืม คนอย่างสือเหล่ยที่ไม่ได้รู้อะไรในเรื่องศิลปะรู้จักเพียงแค่ฉีไป่สือเท่านั้น กุ้งของฉีไป่สือมีชื่อเสียง แต่สือเหล่ยก็ไม่เข้าใจถึงรูปร่างของมัน แม้หลังจากมองอยู่เป็นเวลานานแล้วก็ตาม เขาเพียงแค่นับจำนวนกุ้งอย่างเงียบๆ เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าว่ากุ้งๆทุกตัวที่ฉีไป่สือวาดสามารถเปลี่ยนเป็นปลาสีเหลืองตัวเล็กๆได้ในเวลาเดียวกัน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ปลาสีเหลืองจริงๆ แต่เป็นแท่งทอง

เว่ยชิงเยว่กำลังจะพูดขึ้นมาเมื่อเธอเห็นว่าสือเหล่ยเหมือนจะถูกภาพวาดดึงดูด จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงพึมพำของสือเหล่ย

"ทองแท่งเจ็ดอัน!" สือเหล่ยอุทานออกมาด้วยเสียงนุ่ม

เว่ยชิงเยว่รู้สึกหน้ามืดในทันใด ภาพวาดศิลปะมันจะกลายเป็นของแบบนั้นไปได้ยังไง?

มีคนเริ่มมารวมตัวกัน ทุกๆคนเดินมายังโต๊ะยาว

ผู้อาวุโสไป่พูดออกมาสองสามคำซึ่งเป็นคำทักทายตามปกติและการต้อนรับอย่างสุภาพ จากนั้นเขาก็เริ่มนำเสนอภาพวาดหกภาพบนโต๊ะ สำหรับภาพสำเนาของซานเซิ่งโจว ผู้อาวุโสไป่จะนำมันออกมาในภายหลัง หลังจากที่ทุกคนได้เห็นภาพทั้งหกแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 292 - เจ็ดทองแท่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว