- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 38 ดาบบิน อ่านฟรี
ตอนที่ 38 ดาบบิน อ่านฟรี
ตอนที่ 38 ดาบบิน อ่านฟรี
ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์ ตอนที่ 38 ดาบออร่า
‘การยอมรับของมู่ชิง...?’ หยวนเลิกคิ้วด้วยความสงสัยหลังจากเห็นการแจ้งเตือน
<การยอมรับของมู่ชิง: ให้คุณเข้าถึงเหตุการณ์บางอย่าง>
'นี่มันเป็นผลสิ่งใดกันนะ?' หยวนยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้นไปอีกหลังจากเห็นคำอธิบายอันคลุมเครือ
ผลจากความกตัญญูของมู่ชิงครั้งนี้มิได้ให้สิ่งใดเลยนอกจากคำอธิบายที่คลุมเครือ ซึ่งแตกต่างกับผลของความกตัญญูของโมโจวมากนักที่เผยออกมาอย่างชัดแจ้ง
'ข้าเดาว่าผลของมันมิได้มีประโยชน์เหมือนกับความกตัญญูของโมโจวไปเสียทุกอัน...' หยวนคิดกับตนเอง
“เสี่ยวฮัว...บัดนี้ข้าเอาชนะมอนสเตอร์ระดับนักรบวิญญาณได้แล้ว เจ้าคิดว่าข้าพร้อมที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวอื่นในระดับเดียวกันแล้วหรือไม่?” หยวนเอ่ยถามนาง
"อืม...ทว่ามอนสเตอร์ระดับนักรบวิญญาณมักมิได้เดินเตร่ในพื้นที่นี้ ไอ้เจ้าแมงมุมปีศาจนั่นเป็นโอกาสพิเศษ หากพี่หยวนปรารถนาจะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีระดับนี้อีก เราจะต้องเดินทางต่อไปทางใต้เพื่อไปยังป่าไผ่ม่วง ที่นั่นเราจะสามารถพบมอนสเตอร์นักรบวิญญาณระหว่างระดับหนึ่งและระดับที่สามได้"
“แล้วมันอยู่ห่างแค่ไหน?” หยวนเอ่ยถาม
"ไม่กี่พันไมล์" นางตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"ไม่กี่พัน!?" ดวงตาของหยวนเบิกกว้างด้วยความตกใจ นั่นมันดุจการเดินทางจากทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง! จะต้องใช้เวลานานเพียงใดในการเดินทางโดยมิมีเครื่องบินหรือยานพาหนะสิ่งใดกันนี่!
"อืม...เช่นนั้นเราจะไปที่นั่นอย่างไร?" เขาตัดสินใจเอ่ยถามนาง
"เราก็บินไปสิ..." เสี่ยวฮัวตอบอย่างใจเย็น “เว้นเสียแต่พี่หยวนปรารถนาจะวิ่งไป ซึ่งมันคงจะใช้เวลาสองสามวัน”
“ดะ...เดี๋ยวก่อน...เจ้าเพิ่งกล่าวว่า 'บิน' เจ้าบินได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?” หยวนมองนางด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง โดยลืมเรื่องทักษะของนางไปเสียสนิท
เสี่ยวฮัวพยักหน้าและกล่าวว่า “เมื่อผู้ฝึกฝนถึงระดับปรมาจารย์วิญญาณ พวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนพลังงานจิตวิญญาณภายในร่างกายและสภาพแวดล้อมของพวกเขาเพื่อพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ แน่นอนว่ามีบุคคลที่มีความสามารถพิเศษซึ่งสามารถบินได้ก่อนที่จะไปถึงระดับปรมาจารย์วิญญาณ ทว่าพี่หยวนยังบินมิได้ เช่นนั้นเดี๋ยวเสี่ยวฮัวจะแบกพี่ด้วยดาบบินเอง”
หลังจากกล่าวถ้อยคำเหล่านั้น เสี่ยวฮัวก็หยิบดาบออกมาจากถุงมิติของนางและโยนมันขึ้นไปในอากาศ ใครๆ ก็คาดหวังว่าแรงโน้มถ่วงจะดึงดาบเข้าหาพื้น แต่แท้จริงแล้วดาบยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นถืออยู่
“พระเจ้า...” หยวนจ้องไปที่ดาบที่ลอยอยู่ด้วยดวงตาที่สดใส
เขาปรารถนาจะลองทำอะไรเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่เขาเห็นผู้ฝึกฝนเหาะเหิน การลอยอยู่บนท้องฟ้าขณะยืนอยู่บนดาบของเขา เมื่อเขามาถึงโลกนี้ครั้งแรก อย่างไรก็ตาม เขาไม่คาดคิดว่าโอกาสเช่นนี้จะเกิดขึ้นเร็วถึงเพียงนี้
“เจ้าเยี่ยมที่สุดเสี่ยวฮัว! พี่รักเจ้า!” หยวนเข้าไปกอดนางด้วยความตื่นเต้น
“โอ้...” แก้มอันอ่อนนุ่มของเสี่ยวฮัวมีเลือดฝาดเล็กน้อยหลังจากถูกกอด
“อย่างไรก็ตาม ข้าจะทำเช่นไร? แค่กระโดดขึ้นไปบนดาบ?” หยวนเอ่ยถาม
“อ่า...อื้อ...” เสี่ยวฮัวพยักหน้าและกล่าวว่า “เพราะเสี่ยวฮัวจะควบคุมดาบให้พี่หยวน ดังนั้นพี่จะต้องควบคุมพลังวิญญาณที่ขาและเท้าเท่านั้น มิเช่นนั้นพี่จะตกลงมาท่ามกลางอากาศเหนือเมฆเมื่อเราขึ้นไปถึงข้างบน”
“เอาล่ะ...มาลองดูกัน!” หยวนหันไปหาดาบบินในทันทีด้วยความตื่นเต้น หลังจากเตรียมตัวแล้วเขาก็กระโดดขึ้นไปบนดาบ
“ฮึบ!” หยวนล้มลงทันทีในวินาทีต่อมา เนื่องจากเขายังมิอาจทรงตัวบนดาบบินได้
“นี่มันยากกว่าที่ข้าคิดนะเนี่ย...” หยวนกล่าว แต่เขาก็ไม่หมดความหวังและพยายามอีกครา
“อ๊าก!”
“ฮึ!”
“อั๊ก!”
หลังจากพยายามอยู่หลายครา ส่งผลให้ใบหน้าของเขาจูบกับพื้นนับครั้งไม่ถ้วน และในที่สุดหยวนก็เริ่มคุ้นเคยกับการควบคุมพลังวิญญาณของเขาและปรับสมดุลของตนเองบนดาบ
“ดูสิ! เสี่ยวฮัว! ข้าลอยได้แล้ว!” หยวนกล่าวด้วยความตื่นเต้นหลังจากยืนบนดาบบินโดยมิได้ล้มลงมานานกว่าหนึ่งนาที
เมื่อเสี่ยวฮัวเห็นเช่นนั้น นางก็กล่าวต่อ “เสี่ยวฮัวจะขยับดาบนะเจ้าคะ ตอนนี้พยายามอยู่บนดาบนะพี่หยวน”
“ค่อยๆ สิล่ะ!” เขาเอ่ยเตือนนาง
หนึ่งวินาทีต่อมา ดาบบินก็เริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ โดยเดินทางหนึ่งเมตรในทุกๆ สองสามวินาที
“ฮ่าๆๆๆ! ข้ากำลัง...” ในขณะที่หยวนเตรียมพร้อมที่จะเฉลิมฉลองความสำเร็จของเขา เขาก็สูญเสียการทรงตัวและการควบคุมพลังวิญญาณ และล้มลงจากดาบมาจูบพื้นดินอีกครา
“มิต้องห่วงพี่หยวน...เดี๋ยวก็ชิน” เสี่ยวฮัวให้กำลังใจเขา
ดังนั้นหยวนจึงเริ่มฝึกดาบบินก่อนที่ฟ้าจะมืด หลังจากฝึกฝนมาหลายชั่วโมง ในที่สุดหยวนก็สามารถยืนอยู่บนดาบได้ แม้ว่ามันจะบินด้วยความเร็วหนึ่งร้อยไมล์ต่อชั่วยามก็ตาม แต่หากความเร็วมากกว่านั้น เขาก็จะร่วงตกลงมาจากดาบทันที
ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า ในที่สุดหยวนก็สามารถต้านทานดาบบินที่เดินทางไกลกว่าสามร้อยไมล์ต่อชั่วยามได้ แน่นอนว่าเขายังคงต้องการให้เสี่ยวฮัวควบคุมดาบให้เขาอยู่
“เอาล่ะเสี่ยวฮัว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องออกจากระบบแล้ว เราจะเริ่มเดินทางไปป่าไผ่ม่วงได้หลังจากที่ข้ากลับมา” หยวนกล่าวกับนางในตอนท้าย
“โอเคค่ะ” เสี่ยวฮัวพยักหน้าก่อนจะกลับไปที่สร้อยคอ
ล็อคเอาท์
หยวนออกจากระบบในเวลาต่อมา
หลังจากออกจากระบบ หยวนก็สามารถได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ใกล้เข้ามาในห้องของเขา และเขาก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่ามันคือหยูรุ เมื่อประตูห้องของเขาเปิดออก เสียงอันแผ่วเบาของหยูรุก็ดังขึ้น
“ฉันขอโทษนะ...ที่ไม่ได้มาดูแลพี่เมื่อวาน”
“มิจำเป็นต้องขอโทษหรอก บางวันเจ้าก็ต้องพักผ่อนนะ แล้วเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง สบายดีหรือไม่? ข้าได้ยินจากสาวใช้ว่าเจ้ากำลังสนทนากับบิดาและมารดา” หยวนกล่าวกับนาง
“ฮ่าๆ...” เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากปากของหยูรุ “คุยหรือคะ? มันเหมือนการถูกดุด่ามากกว่า”
“เอ๊ะ? เจ้าหรือที่โดนด่า? มันมิใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ เลยนะ เจ้าไปทำสิ่งใดมา?” หยวนรู้สึกประหลาดใจที่ล่วงรู้ว่าหยูรุถูกด่า เพราะนางเป็นแบบอย่างของเด็กสาวผู้กตัญญูที่เคารพและเชื่อฟังบิดามารดาเสมอ
“อืม...เกรดของหยูรุที่โรงเรียนลดลงเล็กน้อย หยูรุเลยโดนดุด่ากลับมาค่ะ” แม้ว่าหยวนจะมองมิเห็นสีหน้าของนาง แต่เขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเสียใจลึกๆ ของนาง
“อืม...พี่พอจะเข้าใจความรู้สึกของเจ้า...บิดามารดาของเราเข้มงวดมากในเรื่องภาพลักษณ์ เพราะฉะนั้น...” หยวนกล่าว
“บางครั้งพวกเขาเข้มงวดเกินไป...” นางถอนหายใจ “อย่างไรก็ตาม อย่ากล่าวถึงเรื่องที่เศร้าหมองเลย ทำไมพี่ไม่เล่าให้หยูรุฟังเกี่ยวกับเกมนั้นแทนเล่า? ในขณะที่ฉันช่วยทำความสะอาดให้พี่ พี่สนุกกับเกมหรือไม่คะ?” หยูรุเอ่ยถามเขา
“จะบอกว่าข้าสนุกกับมันก็ยังน้อยไปสำหรับความเป็นจริง!” หยวนกล่าวอย่างรวดเร็วพร้อมน้ำเสียงตื่นเต้น
“โอ้...เช่นนั้นเล่าให้หยูรุฟังหน่อยสิคะ” หยูรุแย้มยิ้มหลังจากได้ยินเสียงของเขาที่เต็มไปด้วยความสดชื่นและความสุข ซึ่งเป็นความรู้สึกที่มิคุ้นเคยแม้แต่กับนาง