- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 22 ห้องV.I.P. อ่านฟรี
ตอนที่ 22 ห้องV.I.P. อ่านฟรี
ตอนที่ 22 ห้องV.I.P. อ่านฟรี
ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์ ตอนที่ 22 ห้อง V.I.P.
“ผู้อาวุโสชาง และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น...” นาหยิงเริ่มอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่นางจะมาถึง
“เจ้า...เจ้าโง่เขลา” ผู้เฒ่าชางมิได้กล่าวสิ่งใดมากนัก
นางครุ่นคิดว่าเหลียนหลงเป็นคนที่มีสติปัญญา และมีดวงตาที่ช่างสังเกต ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับถูกบดบังด้วยความเย่อหยิ่งของนางเอง
“เจ้าจะโทษผู้ใดเล่า? เจ้าเย่อหยิ่งและผิดพลาด นี่เป็นบทเรียนของเจ้า” นางส่ายศีรษะ
“ได้โปรดท่านผู้อาวุโสชาง! โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด! ข้าเป็นศิษย์ในนิกายฟีนิกซ์สีฟ้า!”
“ข้ามิใช่ผู้ที่จะตัดสินว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดหรือไม่”
หลังจากได้ยินผู้เฒ่าชางกล่าวเช่นนั้น นางก็รีบเดินเข้าไปหาหยวนและเสี่ยวฮัวในทันที นางขอร้องเขาด้วยใบหน้าที่อาบน้ำตาและน้ำมูก
“ได้โปรด...หนุ่มน้อยผู้นี้จะจดจำใบหน้าของท่านให้แม่น จะมิกระทำผิดซ้ำสองอีกแล้ว”
“...”
หยวนนิ่งเงียบมิได้เอ่ยสิ่งใด เขาพูดไม่ออก เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่มีหญิงสาวกำลังร้องขอชีวิตจากเขา
“หนุ่มน้อย แม้ว่านางจะทำผิด แต่นางก็สำนึกผิดแล้ว ได้โปรดให้อภัยนางด้วย นางเป็นศิษย์ชั้นในของนิกายฟีนิกซ์สีฟ้า หากเจ้าสังหารนางในยามนี้ พวกเขาคง...”
หยวนยกมือขึ้น เพื่อหยุดสิ่งที่นางกำลังจะกล่าวต่อ
“เดี๋ยวก่อนนะ ข้ามิได้กล่าวสักคำว่าจะสังหารนาง เจ้าต่างหากที่กล่าวเช่นนั้น อย่าพยายามทำราวกับว่าข้ากำลังปรารถนาจะให้นางดับชีพ”
“ขอบคุณ...ที่เมตตาข้า!” เหลียนหลงร้องไห้
“...”
หยวนอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามันแปลกเกินจริง เหตุใดนางจึงต้องถูกประหารเพียงเพราะล้อเลียนเขา? หากเขาจะสังหารทุกคนที่ทำให้ตนรู้สึกขุ่นเคือง คงมีคนดับชีพไปแล้วไม่รู้กี่คน
“ข้าหวังว่านี่จะมิเป็นกระแสในหมู่ NPC นะ” หยวนอธิษฐานในใจ
“อืม...บัดนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พวกเจ้าเต็มใจจะขายกริชสวรรค์นั่นที่โรงประมูลของเราหรือไม่? ข้าสัญญาว่าจะมิทำให้พวกท่านผิดหวังอีก! มิใช่! พวกท่านจะได้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด เราจะรับไว้เพียงสิบเปอร์เซ็นต์...เพื่อทดแทนคำขออภัยในเรื่องที่เกิดขึ้น” ผู้เฒ่ากล่าวขึ้นทันที
แท้จริงแล้วผู้เฒ่ามิได้สนใจรายได้แม้แต่น้อย นางสนใจเพียงชื่อเสียงที่จะได้รับเมื่อนางได้ขายมัน
ครั้งล่าสุดที่ผู้เฒ่าชางได้ขายของระดับสวรรค์ในโรงประมูลฟีนิกซ์สีฟ้าแห่งนี้ ก็เมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีก่อน และมันเป็นเพียงของคุณภาพต่ำ สำหรับอาวุธคุณภาพยอดเยี่ยมชิ้นนี้จะเป็นชิ้นแรกในประวัติศาสตร์หนึ่งพันปีของพวกเขา เมื่อโลกได้รับรู้เรื่องนี้ ผู้คนจะหลั่งไหลมายังโรงประมูลแห่งนี้เป็นแน่!
“ท่านกำลังเอ่ยถามผิดคน เจ้าของอาวุธนั่นมิใช่ข้า...นาง” หยวนชี้ไปยังเสี่ยวฮัวซึ่งกำลังถือมันราวกับว่ามันเป็นสิ่งของธรรมดาชิ้นหนึ่ง
“เอ่...ข้าจะขายก็ต่อเมื่อมันอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวเท่านั้น” เสี่ยวฮัวกล่าว “เจ้าต้องขายแกนกลางมอนสเตอร์ของเขาในโรงประมูลนี้ด้วย”
“ตกลง ข้ายอมรับ” ผู้เฒ่าชางตอบรับโดยมิได้ครุ่นคิดสิ่งใดด้วยซ้ำ
แม้ว่าการขายของเช่นนั้นจะทำให้เสียหน้าเล็กน้อย ทว่าเมื่อเทียบกับชื่อเสียงที่จะได้รับจากการขายกริชนั้นแล้ว ก็มิอาจเทียบกันได้
“เสี่ยวฮัว...” หยวนยิ้มอย่างอบอุ่น จากการรับรู้ความตั้งใจของนาง
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือเสี่ยวฮัวที่จะขายของมีค่าเช่นนั้น? เจ้ามิจำเป็นต้องทำถึงเพียงนั้นหรอก พี่จะนำแกนกลางมอนสเตอร์ไปขายให้ที่อื่นก็ได้” หยวนกล่าวกับนาง
เมื่อผู้เฒ่าชางได้ยินเช่นนั้น ก็ปรารถนาจะตบนางเสียให้ได้
“มันเป็นเพียงอาวุธระดับสวรรค์เท่านั้นเอง เสี่ยวฮัวยังมีอีกเพียบ มีดสั้นเช่นนั้นมิค่อยได้ใช้เท่าไร เก็บไปก็มีแต่ฝุ่นเกาะเปล่าๆ” เสี่ยวฮัวกล่าว ทำเอาหยวนแทบช็อก
“เจ้ามีของมีค่ามากมายถึงเพียงนี้ แต่กลับมิมีเงินติดตัวได้เช่นไร?” เขาอยากรู้ว่านางไปเอาของเหล่านี้มาจากที่ใด
ไม่กี่อึดใจต่อมา พวกเขาก็ส่งของที่ต้องการประมูลมอบให้ผู้เฒ่าชาง
“หากเจ้ากล้าขโมยมัน ข้าจะทำลายที่นี่เสีย” เสี่ยวฮัวเอ่ยเตือนผู้เฒ่าชางด้วยสีหน้าขึงขัง ก่อนที่จะเดินตามนาหยิงไปยังห้อง V.I.P.
หลังจากนั้นผู้เฒ่าชางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “แม่นางจะเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ แต่การเปิดตัวของนางนั้นทำให้รู้ได้เลยว่ามิธรรมดาเป็นแน่ คนโง่เท่านั้นแหละที่คิดจะขโมยมันไปจากนาง...” นางรู้สึกสั่นเทาเล็กน้อย
ขณะที่นางกำลังจะเริ่มก้าวเดินก็เหลือบไปเห็นเหลียนหลงนั่งอยู่กับพื้นด้วยสีหน้างุนงง
“ใช้โอกาสนี้ลดความยโสของเจ้าลงเสีย หากยังปรารถนาจะเป็นศิษย์ชั้นในของฟีนิกซ์สีฟ้าอยู่”
“เจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโส...”
“เอาเถิด! รีบกลับไปทำงาน ข้ามิได้จ้างพวกเจ้ามานั่งทำหน้าหดหู่ทั้งวันเช่นนี้!” ผู้เฒ่าชางกล่าว ก่อนจะเดินเข้าไปยังโรงประมูล
“เด็กอย่างนั้นหรือ?”
ผู้คนในโรงประมูลหันมาเพ่งความสนใจที่หยวนและเสี่ยวฮัว
“เด็กพวกนี้เป็นใคร? ข้ามิเคยรู้จัก”
“ข้าก็มิรู้จักเช่นกัน”
“คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในห้อง V.I.P. ได้อย่างไรกัน? พวกเขาต้องมีภูมิหลังที่น่าตกใจเป็นแน่”
“ข้ามิได้จะอวดอ้างนะ แต่ข้าก็ล่วงรู้ภูมิหลังของพวก V.I.P. ส่วนใหญ่ ทว่าเจ้าพวกนี้มิเคยได้ยินชื่อมาก่อน”
ดูเหมือนว่าจะมิมีผู้ใดในห้องนี้จดจำหยวนได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ เพราะเขามิได้มีภูมิหลังใดๆ เนื่องจากเพิ่งก้าวเข้ามาในโลกนี้ได้ไม่นาน
“หยวน!! มิคาดคิดว่าจะได้พบกันอีกเร็วถึงเพียงนี้” ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งเดินเข้ามาทักทาย
“เจ้าคือ...ซวนหวู่ฮั่น?”
“หากล่วงรู้ว่าเจ้าจะมาที่นี่ ก็คงจะให้มาด้วยกันไปแล้ว” นางกล่าว
“ฮ่าๆๆ...ข้าก็มิได้วางแผนจะมาที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันเกิดเรื่องบังเอิญเล็กน้อย”
“บังเอิญหรือไม่ก็ช่างเถิด บัดนี้เราก็อยู่ด้วยกันแล้ว มาสิ...มานั่งที่โต๊ะข้า”
หยวนพยักหน้าและเดินตามนางไปที่โต๊ะ ซึ่งมีชายชราผู้ก่อนหน้าและชายหนุ่มหน้าตาไม่คุ้นเคยสองคนนั่งอยู่
“ท่านหญิงกล่าวถูก...การจะก้าวเข้ามาในห้องนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา” ชายชรารู้สึกประหลาดใจที่เห็นหยวนอยู่ในห้อง V.I.P.
“พวกเขาคือใคร?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นนางกลับมาพร้อมคนแปลกหน้า
“สหายใหม่ของข้า” นางกล่าว
“หืม...” ชายหนุ่มทั้งสองมองหยวนด้วยสายตาครุ่นคิด
“เจ้ามาจากตระกูลใด? ข้าคือดูไบจากตระกูลดู” ชายหนุ่มรูปหล่อด้านซ้ายกล่าว
“เอ่อ...ข้ามิได้มาจากตระกูลใด” หยวนตอบอย่างสบายๆ หลังจากนั่งลงข้างๆ ซวนหวู่ฮั่น
“อะไรนะ?”
พวกเขาทั้งสองมองด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องเป็นศิษย์นิกายที่ทรงพลังอย่างนั้นสิ?”
“ข้ามิได้เข้าร่วมนิกายใดๆ ข้าเป็นผู้เล่นอิสระ” เขากล่าว
“...”
เมื่อหยวนกล่าวเช่นนั้น ทั้งห้องก็เงียบลง ทุกคนหันมาให้ความสนใจในตัวตนของเขา
“ว่ะฮ่าฮ่า! พวกบีตเตอร์สินะ เป็นมุกตลกที่ใช้ได้เลย...” ไม่กี่อึดใจต่อมาทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
“มิมีทางที่พวกบีตเตอร์จะได้เข้ามายังห้อง V.I.P. นี้ได้!”
“ฮ่าๆๆ! สงสัยแค่ปรารถนาจะปกปิดภูมิหลังพวกเราก็เท่านั้น”
“ไม่เลวๆ ทำเอาประหลาดใจเลยทีเดียว”
“...”
ถึงคราวที่หยวนพูดไม่ออก เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้คนเหล่านี้จึงมิเชื่อสิ่งที่เขาเอ่ย แต่เขาก็มิได้สนใจว่าผู้คนเหล่านั้นจะเชื่อเขาหรือไม่
“อย่าสนใจเลยหยวน” ซวนหวู่ฮั่นกล่าวกับเขา เมื่อกล่าวจบไฟในห้องก็หรี่ลงในทันที
“ในที่สุดการประมูลก็เริ่มขึ้น” นางกล่าวพร้อมชี้ไปยังเวทีขนาดใหญ่อยู่เบื้องล่างห้อง V.I.P.
...