- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 20 เมืองวิญญาณ (อ่านฟรี)
ตอนที่ 20 เมืองวิญญาณ (อ่านฟรี)
ตอนที่ 20 เมืองวิญญาณ (อ่านฟรี)
ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์ ตอนที่ 20 เมืองวิญญาณ
หลังจากวิ่งกันอยู่ราวครึ่งชั่วยาม หยวนและเสี่ยวฮัวก็พบกับกำแพงเมือง
<คุณได้ค้นพบเมืองวิญญาณ>
“สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะมีนามว่า 'เมืองวิญญาณ' นะ” หยวนกล่าวหลังจากอ่านข้อความแจ้งเตือน
“เมืองวิญญาณเป็นหนึ่งในสี่เมืองใหญ่ของทวีปบูรพา มีอิทธิพลเป็นอันดับที่สาม” เสี่ยวฮัวรีบอธิบาย
“เช่นนั้นเราจะรอสิ่งใดเล่า! ไปกันเถิด!” หยวนและเสี่ยวฮัวมุ่งหน้าไปยังประตูเมือง
“พวกเขากำลังทำสิ่งใด?” หยวนเอ่ยถามเมื่อมองไปยังลูกแก้วในมือของเหล่าทหารยามเฝ้าประตู
“มันมีไว้แจ้งเตือนหรือตรวจหาพวกอาชญากร พี่หยวนมิจำเป็นต้องกังวล” หยวนพยักหน้า
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็เดินมาถึงบริเวณที่ยามยืนอยู่
“ค่าเข้าหนึ่งเหรียญต่อหนึ่งคน” ยามกล่าว
“เอ่อ...เสี่ยวฮัว เจ้ามีเงินหรือไม่?” หยวนไม่มีเงินติดตัวสักแดง เขาจึงมองนางด้วยสีหน้าอึดอัดใจเล็กน้อยที่ต้องขอเงินเด็ก
ถึงกระนั้นเสี่ยวฮัวก็ส่ายศีรษะ
“เป็นบ้าไปแล้วหรือ? ปรารถนาจะเข้าเมืองแต่กลับมิมีเงิน พวกเจ้าเป็นขอทานมาจากที่ใดกัน?” ทหารยามเยาะเย้ยเมื่อรู้ว่าพวกเขาไม่มีเงินติดตัว
“หากมิมีเงินก็มิได้รับอนุญาตให้เข้า!” ทหารยามกล่าวอีกครั้ง
“ออกไปให้พ้น! มีผู้คนต่อแถวอยู่!”
หยวนถอนหายใจและเตรียมที่จะก้าวเดินจากไป ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปก็มีเสียงของผู้ที่อยู่ด้านหลังกล่าวขึ้น “หากเจ้าปรารถนาความช่วยเหลือ ข้าช่วยเจ้าจ่ายค่าเข้าเมืองให้ได้”
หยวนหันไปมอง เห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมเนื้อผ้าอย่างดี
“หากมิเป็นการรบกวนจนเกินไป...” หยวนเอ่ยด้วยใบหน้าที่เขินอาย
“ท่านหญิง...มิควรไปยุ่งเกี่ยวกับขอทานสองคนนี้...” ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ พึมพำข้างหูของนาง โดยที่เขาไม่รู้ว่าประสาทสัมผัสของหยวนนั้นดีนัก และได้ยินเสียงที่ชายผู้นั้นกระซิบกระซาบ
“...” อย่างไรก็ตาม หยวนตัดสินใจที่จะเพิกเฉยต่อถ้อยคำของชายชรา
“ในฐานะของทายาทตระกูลซวน ข้าจะเพิกเฉยต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างไร? ในเมื่อมันเป็นเพียงเงินแค่สองเหรียญเท่านั้น” หญิงสาวส่ายศีรษะไปมาด้วยความผิดหวังต่อถ้อยคำของชายชรา
“ขออภัยด้วยนะเจ้าคะ นี่จ้ะ รวมของสองคนนั้นด้วย” นางยื่นเหรียญสี่เหรียญให้กับทหารยาม
หลังจากนั้นทหารยามก็เหลือบมองและหยิบลูกแก้วขึ้นมา “วางมือบนสิ่งนี้” ยามกล่าว
ไม่กี่วินาทีต่อมา ลูกแก้วก็เปล่งแสงสีเขียว
“เจ้าผ่านได้”
เมื่อผ่านการตรวจสอบครบทุกคน หยวนก็โค้งคำนับขอบคุณหญิงสาวผู้นั้น “ขอบคุณมาก แม้มันจะมิมากมายสิ่งใด แต่โปรดรับสิ่งนี้ไว้แทนคำขอบคุณด้วย” หยวนหยิบแกนกลางมอนสเตอร์ขึ้นมา
“น...น...นี่...มันแกนกลางวานรโลหิตนี่! มันมีค่ามากเกินไปสำหรับเงินแค่สองเหรียญ ข้าขอปฏิเสธ!” หญิงสาวกล่าว
วานรโลหิตเป็นมอนสเตอร์วิญญาณฝึกหัดระดับที่แปด โดยปกติแล้วแกนกลางของมันหากนำไปขายในตลาดจะได้ราคาอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยเหรียญทอง หากนางรับไว้จะทำให้เขารู้สึกผิดต่อหยวน
“มิต้องกังวลหรอก ข้าใช้มันมิได้แล้ว อีกอย่างก็เก็บมันได้ระหว่างทางด้วย” หยวนเข้าใจว่าเหตุใดนางจึงปฏิเสธ แต่เขาก็ยังคงพยายามให้นางยอมรับมัน
หญิงสาวมองไปยังใบหน้าซื่อๆ ของหยวนและแกนกลางมอนสเตอร์ที่แวววาว ทำให้เธอกลืนน้ำลาย
“ในเมื่อเจ้าดึงดันเช่นนั้น ข้าก็จะรับเอาไว้เป็นน้ำใจ...” นางรับแกนกลางวานรโลหิตด้วยมือที่สั่นเทา
เมื่อนางรับไป หยวนก็หันไปเอ่ยกับเสี่ยวฮัว “ไปกันเถิด”
“เดี๋ยวก่อน! เจ้ามีนามว่าอะไร? ข้าชื่อซวนหวู่ฮั่น”
“เรียกว่าหยวนก็ได้” เขาตอบ
“ขอบคุณหยวน! หากปรารถนาความช่วยเหลือ โปรดตามหาข้าและครอบครัวได้ที่เมืองสปริง” จากนั้นซวนหวู่ฮั่นก็มอบเหรียญที่ทำจากโลหะประทับตราว่าซวนให้
หยวนรับเหรียญนั้นไว้อย่างมิได้คิดสิ่งใดมากนัก
<ซวนหวู่ฮั่นถูกเพิ่มไปในความสัมพันธ์ของคุณ> <ซวนหวู่ฮั่นเพิ่มความสัมพันธ์เป็น คนรู้จัก>
“เช่นนั้นไว้พบกันใหม่” หยวนกล่าวพร้อมเดินจากไป
เมื่อเขาจากไป ชายชราก็เอ่ยขึ้นอีกครา “ท่านหญิง การให้เหรียญประจำตระกูลกับคนแปลกหน้ามันมิเหมาะสมนะขอรับ”
“เด็กหนุ่มผู้นั้น แม้อายุยังเยาว์ แต่ก็มีออร่าที่น่าเกรงขามอยู่ น่าจะเป็นผู้ฝึกฝนที่มาจากตระกูลใหญ่ ผูกมิตรไว้ก็อาจเป็นประโยชน์แก่ตระกูลเราในภายภาคหน้า รวมถึงอุปนิสัยที่ซื่อสัตย์ของเขาด้วย ข้าชอบคนเช่นเขา”
“เมื่อครู่เจ้ามิเห็นหรือ? เขามอบแกนกลางมอนสเตอร์มูลค่ากว่าร้อยเหรียญให้โดยมิได้คิดสิ่งใด เพียงเพราะปรารถนาจะตอบแทนเงินสองเหรียญที่ข้าให้เขาไป”
“เหตุใดเขาถึงกระทำเช่นนั้น? เขากำลังทดสอบผู้อื่นอยู่หรือไม่?”
ซวนหวู่ฮั่นส่ายศีรษะและกล่าวต่อ “ยิ่งมีอำนาจมากเท่าใด ของที่มีค่ายิ่งมีมูลค่าน้อยลง เฉกเช่นเดียวกับบิดาของข้า ผู้คนเช่นเราไม่อาจเข้าใจได้”
“ท่านกำลังจะบอกว่าเด็กผู้นั้น มีพลังพอๆ กับบิดาของท่าน ซึ่งเป็นผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับอาจารย์อย่างนั้นหรือ?”
“ก็อาจจะ...นั่นเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น” นางกล่าว “ไปกันเถิด เดี๋ยวจะพลาดการประมูล ข้ามิปรารถนาจะถูกท่านบิดาท่านมารดาดุด่าอีกแล้ว”
ในขณะเดียวกัน หยวนและเสี่ยวฮัวก็พากันเดินไปรอบๆ เมืองอย่างไร้จุดหมาย
“เสี่ยวฮัว ข้าคิดว่าเราต้องหาเงินสักหน่อยแล้วนะ เอาแกนกลางมอนสเตอร์ไปขายกันหรือไม่? มันดูมีค่ามากทีเดียว”
“อื้อ เรามีอยู่สี่อัน อันละหนึ่งร้อยเหรียญ น่าจะเพียงพอสำหรับใช้จ่าย”
“คำถามคือจะเอาไปขายได้ที่ใดเล่า?”
“ไปที่ลานประมูลกันเถิด แม้จะใช้เวลาสักหน่อย แต่ผลตอบแทนน่าจะคุ้มค่าที่สุด หากไปร้านค้าอาจจะโดนกดราคาได้” เสี่ยวฮัวกล่าว
“ลานประมูลอย่างนั้นหรือ? น่าสนใจยิ่งนัก”
“เมืองใหญ่ๆ ปกติจะจัดการประมูลกันทุกสัปดาห์ เมืองนี้ใหญ่ติดหนึ่งในสี่คงมีเป็นแน่ เดี๋ยวลองเอ่ยถามผู้คนรอบๆ”
“หากใช้เวลาไม่นาน ข้าจะขายมันที่ลานประมูล แต่หากต้องรอนานเป็นอาทิตย์ ขอไปขายที่ร้านค้าดีกว่า”
หลังจากตัดสินใจแล้ว หยวนก็เริ่มไถ่ถามผู้คนในเมืองเพื่อไปยังลานประมูล
...