เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

The Dark King – Chapter 36 “พฤษาที่เบ่งบาน” [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 36 “พฤษาที่เบ่งบาน” [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 36 “พฤษาที่เบ่งบาน” [อ่านฟรี]


The Dark King – Chapter 36 “พฤษาที่เบ่งบาน”

“โลกข้างนอกกำแพงยักษ์นั้นเป็นแบบไหนกัน?” เด็กสาวมองมายังฟู่เทียนด้วยความสงสัย “มันเป็นทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดและเป็นผืนป่าที่กว้างใหญ่ไพศาลหรือเปล่า?”

ฟู่เทียนหันกลับไปที่ศาลาเขามองหาที่นั่งจากนั้นก็นั่งลงพร้อมยักไหล่ขึ้น “ผมเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคนเก็บขยะและยังไม่เคยออกไปนอกกำแพงยักษ์เลย แต่เรื่องทะเลและผืนป่านั้นมันต้องมีแน่นอน”

“นายรู้ได้ยังไง?” เจนนี่เดินตามเขามาที่ศาลา นั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้ามและถามด้วยความสงสัย “นายเพิ่งจะบอกว่านายไม่เคยออกไปนอกกำแพงยักษ์ไม่ใช่หรอ?”

ฟู่เทียนเริ่มคิดถึงโลกใบเก่าขึ้นมาทันที เขาเคยเห็นทะเลสีฟ้าและผืนป่าที่กว้างใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนงดงามอย่างยิ่ง หัวใจของเขารู้สึกโศกเศร้าและพูดออกมาเบาๆ “แน่นอนว่าผมเคยเห็น”

“นายเห็นได้ยังไง?” เจนนี่ประหลาดใจ

ฟู่เทียนคิดแล้วตอบออกมาว่า “มันบรรยายไว้ในบทกวี แต่ฉันเชื่อว่ามันต้องมีอยู่จริงๆอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นแล้วคนที่เขียนมันขึ้นมาจะรู้ได้ยังไง?”

“ได้ก็คิดแบบนั้นหรอ?” เจนนี่รู้สึกยินดีและกล่าวว่า ฉันเองก็คิดแบบนี้แต่พ่อของฉันบอกว่ามันเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาของนักกวีเท่านั้น มันไม่ได้มีอยู่จริงเลย แม้ว่าพวกเราจะไม่เคยออกไปนอกกำแพงยักษ์นี้ ทำไมเขาถึงคอยย้ำว่ามันอันตราย?”

ฟู่เทียนคิดกับตัวเอง บางทีพ่อของเธออาจจะกลัวว่าเธอจะอยากรู้อยากเห็นมากจนแอบหนีออกไปนอกกำแพงยักษ์ เขากล่าวว่า “ข้างนอกนั้นอันตราย”

“มันอันตรายจริงๆหรอ?” ดวงตาของเจนนี่ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย

ฟู่เทียนเห็นความโศกเศร้าในสายตาของเธอทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาได้ทำลายความหวังของเธอไปแล้ว เขาไม่อยากจะทำร้ายหัวใจของเธอต่อไปจึงพูดต่อไปว่า “แต่แม้ว่ามันจะอันตรายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีทะเลและผืนป่า ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งอันตรายภายนอกกำแพงนั้นจะหายไปและพวกเราจะสามารถออกไปเห็นทะเล ภูเขา และผืนป่าได้อย่างแน่นอน”

ใบหน้าของเจนนี่เป็นประกายขึ้นและกล่าวว่า “จริงหรอ?

“จริงสิ!” ฟู่เทียนตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เจนนี่ยิ้มและกล่าวว่า “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ฉันเคยบอกกับพ่อก่อนหน้านี้แต่พ่อบอกว่าเลิกคิดเรื่องนี้ไปซะ เขาบอกว่าภายนอกกำแพงยักษ์นั้นเป็นที่ที่เราไม่รู้จัก ความจริงแล้วเขาบอกว่ามีเพียงคนที่พิเศษเหมือนนายเท่านั้นจึงจะสามารถออกไปได้ คนอื่นๆนั้นออกไปไม่ได้”

ฟู่เทียนยิ้มและไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ฉันอยากจะไปข้างนอกกำแพงยักษ์จริงๆ!” ใบหน้าของเจนนี่เต็มไปด้วยความปรารถนา ทันใดนั้นเธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาและมองมายังฟู่เทียนพร้อมกล่าวว่า “ถ้าหากว่ากำแพงยักษ์นั้นมีอันตราย ทำไมนายถึงยอมออกไปเก็บขยะข้างนอกนั่น?”

ฟู่เทียนคิดแต่ไม่ได้ตอบไปว่าเรื่องนี้ต้องไปถามชนชั้นสูง แต่ดูเหมือนเด็กสาวผู้นี้ยังอายุน้อยอยู่และเธอยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองของเหล่าชนชั้นสูง “ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน บางทีอาจจะเหมือนคุณที่อยากจะออกไปเห็นโลกภายนอก”

เจนนี่มองมาที่เขาด้วยสายตาที่ชื่นชม “นายแข็งแกร่ง บางทีเราอาจจะอยู่ในวัยเดียวกันแต่ดูเหมือนนายจะมีความกล้ามากกว่าฉัน”

“เพราะผมเป็นผู้ชาย” ฟู่เทียนยิ้ม

เมื่อได้ยินแบบนี้ใบหน้าของเจนนี่ก็แดงขึ้นทันที เธอแอบมองฟู่เทียน เธอเห็นว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นความเขินอายบนใบหน้าของเธอและรู้สึกโล่งใจขึ้นมา แต่หัวใจของเธอนั้นเต้นระรัวอย่างรวดเร็ว ฉันและเด็กชายคนนี้มานั่งอยู่ในสวนเดียวกันได้ยังไง? ถ้าพ่อรู้เข้าแล้วก็… ไม่นะ! ไม่นะ!… เขาจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้

เธอกำลังจะบอกลาฟู่เทียนแล้วจากไป

“อย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อเพศหญิง ในค่ายฝึกฝนของพวกเรานั้นก็มีเด็กผู้หญิงมากมาย แต่ผมคิดว่าคุณควรเชื่อในสิ่งที่พ่อคุณบอกดีกว่า ภายนอกกำแพงยักษ์นั้นมีอันตรายมากมาย คุณควรรอจนกว่าอันตรายนั้นจะหายไปหมดก่อน ไม่ช้าก็นานคุณจะได้เห็นโลกภายนอกอย่างแน่นอน ผมเชื่อว่าวันนั้นคงมาถึงในอีกไม่นานหรอก!”

ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องลงมานี้ทำให้เจนนี่สามารถมองเห็นสีหน้าที่จริงจังและมั่นใจของเด็กชายผู้นี้ได้ เธอตกตะลึงไปในตอนนี้และถามกลับไปทันที “จริงหรอ?

“อื้ม!” ฟู่เทียนพยักหน้ายืนยัน

เจนนี่ได้ยินคำพูดของเขา ดูเหมือนว่าเธอจะเชื่อเขา “ฉันจะเชื่อนาย!”

ฟู่เทียนยิ้มและกล่าว “ฉันเชื่อในตัวเอง”

เจนนี่ยิ้ม ความตั้งใจเดิมของเธอดูเหมือนจะหายไปแล้ว “นายรู้ไหมความฝันของฉันคือการเป็น”ผู้พิพากษา“แม้ว่าฉันจะออกไปนอกกำแพงยักษ์ไม่ได้แต่อย่างน้อยฉันก็ยังสามารถตัดสินความถูกต้องภายในกำแพงยักษ์นี้ได้ ฉันเชื่อว่าไม่มีคนเลวร้ายในโลกใบนี้และถ้าหากพวกเราร่วมมือกันก็จะสามารถทำลายอันตรายที่อยู่ภายนอกกำแพงยักษ์ให้หายไปได้”

ฟู่เทียนยิ้มแล้วกะว่า “เธอเรียนกฎหมายหรอ?”

“แน่นอน” เจนนี่ยิ้มด้วยสีหน้าภูมิใจ

ฟู่เทียนหัวเราะ “ผมก็เคยเรียนกฎหมายเหมือนกัน”

เจนนี่พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “นายเคยเรียนกฎหมายด้วยหรอ?”

“เรียนรู้ด้วยตัวเองน่ะ” ฟู่เทียนเสริมเข้าไป

“นายอยากเป็นผู้พิพากษาเหมือนกันหรอ?”

“ใช่ เป้าหมายของผมนั้นก็ยิ่งใหญ่เหมือนคุณ!”

“ยิ่งใหญ่?” “ใช่แล้วเป้าหมายของคุณนั้นยิ่งใหญ่!”

“นายอายุเท่าไหร่กัน?”

“เพิ่งจะ 11 ปี”

“ฉัน 12 ปี”

ความมืดค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาพูดคุยกันจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ พวกเขาพูดคุยกันมากมายหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องมุมมองต่อสิ่งต่างๆเช่นกัน พวกเขาสนิทกันราวกับว่าเพื่อนที่จากกันไปได้มาพบกันอีกครั้ง

“ไม่มีหู ไม่มีหาง ฮ่าฮ่าฮ่า … …” เจนนี่รู้สึกปวดท้องเพราะเธอหัวเราะมากเกินไป ในตอนนี้เธอลืมภาพลักษณ์ของชนชั้นสูงไปอย่างสิ้นเชิงและกล่าวว่า “แปลกประหลาดจัง เนื้อเพลงแบบนี้… ฮ่าฮ่าฮ่า…”

ฟู่เทียนกล่าวว่า “มันเป็นเพลงสำหรับเด็ก”

เจนนี่ยิ้ม เมื่อคิดว่ามันเป็นเพลงสำหรับเด็กที่แปลกประหลาดยิ่งนัก

ฟู่เทียนอยากจะร้องเพลงสำหรับเด็กให้มากกว่านี้แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่ามียุงมากัดที่เอวของเขา เขายื่นมือออกไปตบมัน เมื่อมีเสียงดังที่เกิดขึ้นทั้งสองก็ตื่นขึ้นจากภวังค์ของการพูดคุยกัน พวกเขารีบมองกลับไปที่งานเลี้ยง

เจนนี่เห็นท่าทีของเขา เธอรู้สึกแย่ “ฉันต้องกลับไปแล้ว ถ้าหากว่าพ่อฉันหาฉันเจอเขาต้องโกรธมากแน่ๆ”

ฟู่เทียนก็ต้องกลับไปแล้วเหมือนกันจึงกล่าวว่า “คุณไปก่อนเลย ผมจะรออยู่ที่นี่สักหน่อย อย่าให้ใครเห็นว่าพวกเราออกมาด้วยกัน”

ใบหน้าของเจนนี่แดงขึ้นทันที เธอวิ่งออกไปจากศาลาหลังนี้และทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้และหันกลับมา “นายคงเคยได้ยินบทกวีดีๆมามากมาย ฉันเองก็ชอบบทกวีเหมือนกัน นายพูดให้ฉันฟังสักบทหนึ่งได้หรือเปล่า?”

ฟู่เทียนรู้สึกประหลาดใจในตอนนี้ เธอไม่ได้เดินกลับเข้ามาในศาลาหลังนี้ แสงจันทร์ตกกระทบลงบนแก้มของเธอ ในตอนนี้เธอดูงดงามราวกับเทพธิดา หัวใจของเขาเต้นระรัวอยู่ภายในเงามืดนี้

เขารู้เรื่องบทกวีมากมายแต่มันเป็นบทกวีบทกวีขอฝั่งตะวันออก มันแตกต่างจากบทกวีในยุคนี้อย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงบทกวีสมัยใหม่ที่พี่สาวของเขาเคยอ่านให้ฟังบ่อยๆ

ฉันจะให้คุณมาพบฉันได้อย่างไร

ในตอนที่ฉันงดงามมากที่สุด

ตอนนี้

ฉันวิงวอนต่อพระเจ้ามาตลอด 500 ปี

ฉันขอให้พวกเราได้พบกันอีกครั้งในโลกแห่งชีวิต

พระเจ้าให้ฉันกลายเป็นต้นไม้

เติบโตอยู่ข้างทางที่เธอเดินผ่านไปทุกๆวัน

ฟู่เทียนนึกถึงบทกวีที่มีชื่อว่า “พฤษาที่เบ่งบาน” ขอเปลี่ยนคำว่า “พุทธเจ้า” เป็นคำว่า “พระเจ้า” ขณะที่ท่องวันออกมา เพราะความเชื่อในโลกใบนี้นั้นมีแต่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีศาสนาพุทธแต่อย่างใด

เมื่อได้ยินบทกวีของฟู่เทียน เจนนี่ก็ตกตะลึงในทันที หลังจากนั้นเธอก็หันไปมองรอบๆตัวแล้ววิ่งออกไปตามถนนก่อนที่จะหายไปในความมืด

จบบทที่ The Dark King – Chapter 36 “พฤษาที่เบ่งบาน” [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว