เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

The Dark King – Chapter 29 The โบสถ์แห่งความมืด [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 29 The โบสถ์แห่งความมืด [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 29 The โบสถ์แห่งความมืด [อ่านฟรี]


“ล้มเหลว เพราะอะไรกัน?” เส้นประสาทและเส้นเลือดเชื่อมต่อกันได้แล้ว ทุกๆอย่างใช้เวลาในการตรวจสอบกว่าสองครั้ง มันควรจะเป็นการทดลองที่สำเร็จ ทำไมฉันถึงไม่สามารถได้รับพลังเหมือนพวกอัศวินแห่งแสง? จุดไหนคือข้อผิดพลาดกัน? อ้ะ…”

 

ฟู่เทียนนึกถึงการกลายพันธุ์ที่หัวไหล่ของรอสยาร์ด มันถูกบันทึกเอาไว้ว่าคือความล้มเหลวในการทดลอง แต่สิ่งที่ทำให้ฟู่เทียนสนใจคือประโยค ‘ได้รับพลังเหมือนพวกอัศวินแห่งแสง’

 

จะเป็นไปได้ไหมที่อัศวินแห่งแสงจะถูกดัดแปลงทางพันธุกรรม และได้รับพลังที่เหนือจินตนาการกว่าคนทั่วไป?

 

นี่จะต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ!

 

พวกนักเล่นแร่แปรธาตุมักดัดแปลงหรือแก้ไขพันธุกรรมของร่างกาย ถ้าหากอัศวินแห่งแสงใช้วิธีพวกนี้เช่นกัน ก็นับว่าโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นสิ่งที่โหดร้ายที่มีการดำรงอยู่เลยล่ะ อย่างน้อยที่สุดเบื้องหลังจะต้องมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

 

ฟู่เทียนรู้สึกตกตะลัง เขายังคงอ่านต่อไป

 

บันทึกเล่มนี้เป็นบันทึกการทดลองกว่าสิบปีของรอสยาร์ด หลังจากล้มเหลวในการดัดแปลงร่างกายของตนเองรอสยาร์ดจึงทำบันทึกนี้ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ดังนั้นเขาจึงค่อยๆลักพาตัวเด็กๆเพื่อทำการทดลอง ถ้าหากผลการทดลองเป็นไปด้วยดี เขาจะฆ่าเด็กทิ้งซะ และแบ่งเป็นข้อมูลที่ได้ให้กับ ‘โบสถ์แห่งความมืด’ ถ้าหากสิ่งที่มอบให้ไปสามารถสร้างประโยชน์ขึ้นมาได้ เขาจะได้รับระดับที่สูงขึ้น (จำนวนดาว) และได้รับผลประโยชน์และทรพยากรที่มากขึ้น

 

ในบันทึกของรอสยาร์ดกล่าวไว้ว่า ‘โบสถ์แห่งความมืด’ ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ  ผู้รอบรู้เรื่องพิษ พวกหุ่นเชิด และอีกหลายอาชีพที่แตกต่างกัน ซึ่งปกครองกองกำลังขนาดใหญ่อยู่ พวกเขาไม่ได้มีแค่พวกที่อยู่ด้านนอกกำแพง แต่สมาชิกบางส่วนในตระกูลระดับสูง ผู้คนจากสลัม หรือแม้บางส่วนของกองทัพก็ยังอยู่ในองค์กรนี้เช่นกัน หากจะเทียบให้เห็นง่ายๆ หากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ถูกเปิดเผยอย่างภาคภูมิในแสงสว่าง ดังนั้น‘โบสถ์แห่งความมืด’ก็เปรียบเหมือนสัตว์ประหลาดที่กำลังซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดมิดยามค่ำคืน

 

“โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์, กองทัพ, โบสถ์แห่งความมืด...” ฟู่เทียนพึมพำ จากมุมมองของเขาในตอนนี้ ทั้งสามกองกำลังเปรียบเหมือนสามขั้วอำนาจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกกำแพงแห่งซิลเวีย ด้วยข้อมูลในตอนนี้เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรเข้ากับฝ่ายใด กองทัพ หรือ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้เขาไม่มีความคิดเอนเอียงไปทาง ‘โบสถ์แห่งความมืด’ เลย

 

“ฉันรู้น้อยเกินไป...” ฟู่เทียนถอนหายใจ ราวกับหัวใจของเขากำลังหลงทาง และยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับอนาคต

 

เขาไม่สามารถทนต่อการบังคับจากกองทัพได้

.

โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ก็โน้มน้าวด้านความเชื่อและศรัทธา เขาไม่สามารถเผชิญกับจิตใต้สำนึกของตัวเองได้ ถ้าหากต้องเลือกเข้ากับโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์

 

เห็นได้ชัดเจนจากบันทึกของนักเล่นแร่แปรธาตุ ที่กองกำลังต่างๆภายใต้โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องเผชิญกับนักวิทยาศาสตร์และการทดลองเช่นกัน อย่างไรก็ตามกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่อยู่ภายใต้กฏหมายและปราศจากคุณธรรมและความยับยั้งชั่งใจก็ไม่ต่างอะไรกัวพวกปิศาจเลย

 

ฟู่เทียนรู้สึกว่าการที่คนตัวเล็กๆเช่นเขาจะปีนขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของโลกช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นนัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยคิดอยู่แล้วว่ามันจะเป้นเรื่องง่าย ลึกๆภายในจิตใจของเขาต้องการแค่เพียงการใช้ชีวิตอย่างปกติและเรียบง่าย

 

เมื่อความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว เขานึกถึงคำพูดอันคมคายของสาวชนชั้นสูง ท่าทางการแสดงออกอันต้อยต่ำของจูร่าต่อหน้าเหล่าชนชั้นสูงปรากฏขึ้นมายังดวงตาของเขา เขาจำได้ดีถึงเหตุการณ์ที่เกือบจะต้องทิ้งชีวิตไปในปราสามของพวก ‘นักล่า’

 

เขาค่อยๆหลับตาลงและถามกับตัวเอง อยากมีชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปจริงๆหรอ? จะต้องทำอย่างไรหากต้องพบเจอเรื่องแบบนั้นอีก? ในครั้งหน้าจะหลีกหนีจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายแบบนั้นได้มั้ย?

 

ไม่ ไม่!

 

เมื่อชีวิตกำลังถูกคุกคาม เขาจะไม่สามารถป้องกันอะไรได้!

 

เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนปรากฏขึ้นบนดวงตาของเขา แม้จะต้องละทิ้งเสรีภาพ แม้จะต้องละทิ้งโชคชะตา! หรือจะต้องละทิ้งความเมตตาในตัวไป! ฉันจะต้องมีชีวิตที่ดีให้ได้ ถ้าหากต้องถูกทิ้งให้จมอยู่กับความมืดฉันก็จะคลานไปหาแสงสว่างให้จงได้ เขาคว้าแผ่นเหล็กคมกรีดเข้าที่มือตัวเองลากยาวไปยังแขน เขากัดฟันแน่นเพื่อเอาชนะความเจ็บปวด สายตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ “ฟู่เทียน นายรู้สึกเจ็บปวดและนายเคยเป็นคนที่เคยขลี้ขลาดมาก่อน นายเคยคิดที่จะเสียสละชีวิตเพื่อช่วยพ่อแม่และน้องสาวของตัวเองให้รอดชีวิตบ้างมั้ย?”

 

เขากัดฟันแน่นพร้อมมองไปยังเลือดที่กำลังไหลอาบแขนราวกับกำลังจดจำความเจ็บปวดนี้เอาไว้ เขาค่อยๆเตือนตัวเองอย่างเงียบงัน ไม่ว่าในอนาคตจะต้องเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรคมากมายเท่าไหร่ เขาจะไม่ละทิ้งเส้นทางของตนเอง

 

เมนสันกลับมายังห้องนอน พร้อมกับเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากแขนของฟู่เทียนพร้อมกับส่งเขาไปยังโรงพยาบาล

 

 

 

หน่วยค้นหาต่างกำลังฝึกฝน

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวเวลาได้ผ่านไป 3 ปี

 

“เทียน การฝึกฝนขั้นสุดท้ายกำลังสิ้นสุดลงแล้ว และวันนี้จะเป็นวันสำเร็จการศึกษา พวกเราจะได้กลับบ้านไปพบครอบครัวแล้ว” แซคยิ้ม เขาเป็นลูกที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัว ในทุกๆเดือนเขาจะขอลา 1 วันเพื่อกับไปพบพ่อแม่ ส่วนฟู่เทียน, เมสัน และ แชม กลับไปเยี่ยมเยียนครอบครัวตามโอกาสเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเขียนจดหมายเสียมากกว่า

 

ฟู่เทียนยิ้ม 3 ปีมานี้รูปร่างของเขาเปลี่ยนแปลงไปมาก สีผิวของเขาไม่ได้ขาวเหมือนเมื่อก่อนแต่เปลี่ยนเป็นสีของข้าวสาลีคุณภาพดีที่ได้รับแสงแดดอย่างพอเหมาะ เขามีความสูง 1 เมตร 60 เซนติเมตร ซึ่งมีความสูงมากที่สุดในกลุ่ม ในปีนี้เขามีอายุ 12 ปีพอดิบพอดี

 

“เฮ้ ที่เป็นห้องนอนที่เจ๋งที่สุดในหอพักเลย พวกเราทั้ง 4 คนจะจบการฝึกฝนแล้ว!” เมสั้นยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวทั้ง 2 แถว

 

แชมกล่าว “ฉันหวังว่าในอนาคตตอนที่พวกเราได้เข้ากองทัพ พวกเราจะได้อยู่ในหน่วยเดียวกันอีก แต่ถ้าหากพวกเราต้องแยกย้ายกันแล้ว อย่าลืมมาที่โรงเหล้าของครอบครัวฉันด้วยล่ะ… ฉันเลี้ยงเอง”

 

ฟู่เทียนและทั้งสองคนเคยได้ยินเกี่ยวกับโรงเหล้าของแชมมานานแล้ว เมสันหัวเราะออกมาพร้อมตอบ “แน่นอน!”

 

“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา” ฟู่เทียนกล่าว

 

พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปยังสนามอันกว้างใหญ่ของโรงเรียน มีนักเรียนอยู่จำนวนมากยืนพูดคุยกันอยู่

 

เมสันกล่าวอย่างเศร้าซึม “เมื่อ 3 ปีก่อนมีนักเรียนกว่า 300 คนแท้ๆ พวกเรานี่โชคดีจริงๆที่เรียนจบ”

 

“ยังมีหลายคนที่ยังไม่เดินทางมา” แชมยักไหล่ “ฉันเคยนับไว้ก่อนหน้าแล้ว มีนักเรียนทั้งหมด 106 คนที่จบการศึกษา”

 

แซคมองไปยังป่าด้านนอกโรงเรียน “พวกเขาเป็นใครกันและมางานจบการศึกษาทำไม?”

 

ฟู่เทียน แชม และ เมสัน มองไปยังสถานที่แซคได้ชี้ไป พวกเขาเห็นโทบุและมีคนอื่นๆอีก 8 คน คนกลุ่มนั้นกำลังพูดคุยและหัวเราะอย่างสนุกสนาน พวกเขาทุกคนต่างสวมชุดที่มีความสง่างาม

จบบทที่ The Dark King – Chapter 29 The โบสถ์แห่งความมืด [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว