เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

The Dark King – Chapter 26 สิบวัน [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 26 สิบวัน [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 26 สิบวัน [อ่านฟรี]


“ดูนั่น มีรอยเท้าอยู่” คนที่ร่างกายกำยำพูดขึ้นมา

 

ทั้งสามคนมองไปผืนทรายที่มีรอยเท้าและร่องรอยที่ถูกทิ้งเอาไว้ ใบหน้าอันสง่างามของหญิงสาวเปลี่ยนไป “มันเป็นรอยเท้าของเด็ก ให้ตายสิ นักเล่นแร่แปรธาตุคนนี้ทดลองเกี่ยวกับมนุษย์ซะด้วย ฉันจะลงไปดูหน่อย” หลังสิ้นสุดคำกล่าวหญิงสาวกระโดดลงไปในทันที

 

ในช่วงเวลาต่อมา เธอกระโดดขึ้นมาจากข้างล่าง ถ้าหากฟู่เทียนยังคงอยู่ที่เขาจะต้องตะลึงอย่างแน่นอน เพราะความสูงจากข้างบนกับห้องด้านล่างมีมีความสูงถึงสามเมตร ด้วยการกระโดดระดับนี้จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงเพียงใดกันถึงจะทำได้?

 

“คนๆนี้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุด้าน ‘ชีวิต’ หญิงสาวผู้สง่างามถือเหรียญสีดำเอาไว้ บนเหรียญนั่นมีดวงดาวห้าดวง (★) สลักเอาไว้ ตามความเชื่อของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ พวกเขาปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องผู้สร้างหรือพระบิดา แต่บนท้องฟ้าเหนือศรีษะพวกมัน มีนักเล่นแร่แปรธาตุบางคนยังคงมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างดวงดาวขึ้นมา”

 

ซึ่งนักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านี้หันเหเข้าสู่อาชีพที่รู้จักกันในนามผู้แสดงหาดวงดาวศักดิ์สิทธิ์

 

เหล่าผู้แสดงหาดวงดาวศักดิ์สิทธิ์มีหน้าที่ในการทำนายโชคชะตาให้กับผู้คน และพวกเขายังถูกไล่ล่าโดยโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลง่ายๆก็เพราะผู้คนสามารถติดต่อพระบิดาได้ผ่านโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงทางเดียวเท่านั้น มีเพียงพระสันตะปาปาระดับสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าใจประสงค์ของพระบิดาได้ สิ่งอื่นๆเป็นเพียงความต้องการของลัทธิที่ชั่วร้ายทั้งสิ้น

 

“ฉันไม่คิดว่าเขาจะมีร่างกายแข็งแรงนัก” ชายในร่างกำยำกล่าว “นักเล่นแร่แปรธาตุระดับ3ดาวควรจะมีพลังพิเศษครอบครองอยู่ เพื่อที่จะสังหารเขาอาจะต้องมีนักเล่นแร่แปรธาตุหลายคนหรือ….นักเล่นแร่แปรธาตุระดับ4ดาวอยู่ด้วย”

 

หญิงสาวที่มีมบหน้าอันสง่างามรู้สึกเศร้าหมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ “สั่งให้คนมาขุดร่างของเด็กพวกนี้ อย่างน้อยพ่อแม่ของพวกเขาควรได้รับรู้ เป็นเพราะพวกเขาตายด้วยการการฝึกฝน”

 

“หวังว่าจะระบุร่างของพวกเขาได้นะ” คนที่ตัวเตี้ยถอนหายใจ

 

หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามไม่ได้กล่าวอะไรอีก

 

“นายลองหาเบาะแสบริเวณรอบๆ ฉันจะเอาร่างของนักเล่นแร่แปรธาตุไปให้พวกอัศวิน อย่างไรก็ตามตรวจสอบสิ่งของภายในบริเวณนี้ด้วย” ชายในร่างกำยำพูดจบก็กระโดดลงไปด้านล่าง

 

หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยงามและอีกร่างที่เตี้ยกว่าต่างหยิบอาวุธของตนออกมาและเดินไปรอบๆเพื่อหาเบาะแส

 

 

 

ชั่วพริบตาเดียว เวลาผ่านไปสิบวัน

 

ฟู่เทียนและเพื่อนทั้งสามกำลังพักพิงอยู่กับต้นไม้ในทะเลทราย ทะเลทรายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาครอบคลุมวิสัยทัศน์เอาไว้ทั้งหมด ร่างกายของพวกเขาแห้งเหี่ยวเพราะการขาดน้ำ และผลที่ตามมาคืออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น

 

“สิบวันแล้ว….” เมสันกำลังเคี้ยวรากของหญ้าเพื่อหาน้ำอยู่ “พวกเราจะต้องเดินทางกลับกันเองสินะ? ฉันแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว”

 

“ถ้าไม่ใช่เพราะดีน พวกเราคงไม่รอดจนถึงสิบวันหรอก” ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเราถูกกำจัดทิ้ง สิ่งที่เป็นได้ที่สุดที่จะเกิดขึ้นคือหายะทางการเงินของครอบครัวของพวกเรา” แชมกล่าว

 

เมสันกลอกดวงตาของตนและกล่าว “นั่นเป็นเหตุที่ฉันชอบพูดว่า ดีนคือผู้มีพระคุณของฉัน”

 

ฟู่เทียนชำเลืองไปมองและพูดว่า “นายรู้ว่าฉันเป็นผู้มีพระคุณ แต่เมื่อคืนนายก็ไม่ได้ให้น้ำฉันเลยสักนิด”

 

เมสันหน้าแดงพร้อมกล่าว “ฉันเหนื่อยและหิวน้ำไปหน่อย ถ้าพวกเรากลับไปได้ ฉันจะเอาน้ำไปให้นายทุกวันเลย หรือให้คุณยายเอาไปให้ก็ยังได้”

 

ฟู่เทียนยักไหล่ “ฉันไม่ได้อยากเป็นคุณตาของนายสักหน่อย”

 

“ฉันเป็นคนอ่อนแอใช่ไหม?”

 

“อย่างน้อยนายก็ยังมีแรงพูดล่ะนะ” แซคกำลังนั่งอยู่ในฝั่งตรงข้าม

 

“งั้นนายก็ควรเป็นคนกลับไปบอกทุกๆคนว่าพวกเรากำลังติดอยู่ที่นี่”

 

“ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้ว ฉันไม่มีแรงเหลืออยู่เลย เพราะฉะนั้นนายควรเป็นคนไปบอกพวกเขา! ต้องฝากด้วยล่ะนะ!”

 

“นายนี่ไม่รู้จักทำอะไรและยังเก่งแต่พูดจริงๆ” แซคตอบกลับ

 

ในช่วงสิบวันมานี้พวกเขาทั้งสี่ได้เผชิญความยากลำบากไปด้วยกัน พวกเขาค่อยๆกลายมาเป็นพี่น้องกันอย่างแท้จริง พวกเขาไม่มีอะไรให้ปกปิดต่อกันอีก และเป็นไปตามคาด แชม แซค ฟู่เทียน กำลังได้รู้จักกับอีกด้านของเมสัน นั่นคือการรู้จักหยอกล้อกับคนอื่นๆ

 

ตึ๊ง! ตึ๊ง!

 

ทันใดนั้นเองมีเสียงระฆังดังขึ้น

 

พวกเขาหันไปพบกับอูฐที่มีความสูงกว่าห้าเมตรกำลังเดินอยู่บนทะเลทราย มันลากไม้อานไม้ที่ยาวกว่าสิบเมตร มีเด็กเจ็ดถึงแปดคนกำลังนั่งอยู่บนนั้น

 

ฟู่เทียนรู้สึกตะลึง รังสีจากนิวเคลียร์มีผลกระทบมากมายกับโลกใบนี้  แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่ายีนของอูฐจะถูกพัฒนามาได้ถึงขั้นนี้ กล่าวคือขนาดของมันใหญ่กว่าวสองเท่าเมื่อเทียบกับอูฐขนาดปกติและยังมีเกล็ดคล้ายๆกับเกล็ดงูปกคลุมอยู่ที่กับเท้าของมัน ราวกับมันเป็นสัตว์เอาไว้ออกรบ

 

แม้จะเคยเห็นม้าตัวสีดำขนาดสามเมตรมาก่อนหน้า แต่อูฐตัวนี้ได้รับผลกระทบจากรังสีมากไปอีกขั้นจริงๆ “นั่นมันอูฐนี่!!” แซครู้จักสัตว์ชนิดนี้ เขาตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ “มันเป็นสัตว์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับใช้งานในทะเลทรายล่ะ ฮะ ฮ่า...” เขากำลังจะหัวเราะแต่ก็มีลมพัดผ่านพาเม็ดทราบเข้าไปในปาก ทำให้เขาสำลักออกมา

 

ฟู่เทียนมองไปยังเด็กๆที่นั่งอยู่บนอานนั่น คนพวกนั้นคงได้รับการประเมินให้ผ่านสำหรับการฝึกฝนในครั้งนี้

 

เหมือนกับว่าการประเมินผลได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เขารู้สึกโล่งใจขึ้น ในที่สุดเขาก็จะได้กลับไปพักผ่อนและมีโอกาสได้อ่านบันทึกของนักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้น เขาค่อนข้างสนใจในวิทยาศาสตร์ของโลกปัจจุบันนี้

 

“พวกเธอทั้งสี่คนมาสิ” มีหญิงสาวที่สวมผ้าคลุมหน้าพร้อมนั่งอยู่บนอูฐกล่าวออกมา ฟู่เทียนและเพื่อนๆต่างลากสังขารก็ตัวเองมุ่งหน้าไปยังอูฐและตรงไปยังอานนั่ง

 

“พวกนายทั้งสี่คนรอดชีวิต” ในคราวนี้เด็กชายในร่างผอมที่นั่งอยู่บนอานกล่าวพูดกับพวกเขาด้วยท่าทีประหลาดใจ

 

ฟู่เทียนมองไปยังผู้กล่าว เขาจำได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ห้องถัดไปจากพวกเขา ฟู่เทียนยิ้มออกมาและไม่ได้กล่าวอะไรตอบ

 

เมสันกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ฉันคิดว่านายน่าจะไม่รู้ว่าพวกเราเป็นใคร พวกเราคือสี่คนที่สุดยอดที่สุด การเอาชีวิตรอดสิบวันในทะเลทรายไม่ได้มีผลอะไรกับพวกเราเลย ถ้าหากเป็นสักยี่สิบห้าหรือสามสิบวันอาจจะยากขึ้นมานิดหน่อย”

 

แชมกระซิบ “หยุดทำอะไรโง่ๆได้แล้ว ถ้ายังอยากให้พวกเราเป็นเพื่อนกับนายอยู่”

 

แซคยักไหล่: “นิสัยของเขาชอบพูดโอ้อวด จะให้แก้คงไม่ง่ายนักหรอก”

 

เมสันหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะของเขาเปลี่ยนความเงียบงันบนหลังอานให้เป็นบรรยากาศแห่งความสนุก

 

เด็กหนุ่มร่างผอมถอนหายใจและกล่าว “ฉันและเพื่อนๆอีกสามคนไม่ได้รวมตัวอยู่ด้วยกัน พวกนายโชคดีชะมัด!” มีแต่ความโดดเดี่ยวและความเสียใจปรากฏบนใบหน้าของเขา เป็นเพราะเพื่อนๆทั้งสามแยกตัวออกไปและทิ้งเขาไว้กับคนอื่นๆ

 

เด็กคนอื่นๆที่ได้ยินเรื่องนี้ต่างรู้สึกเศร้าใจเพราะพวกเขาส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้

 

ฟู่เทียนไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เขามังไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่บนหลังอูฐ ในใจก็คิดถึงปัญหาต่างๆ… เธอปีนขึ้นไปบนหลังอูฐได้ยังไง?

จบบทที่ The Dark King – Chapter 26 สิบวัน [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว