เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

The Dark King – Chapter 5 โลกแห่งความมืด [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 5 โลกแห่งความมืด [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 5 โลกแห่งความมืด [อ่านฟรี]


ในเช้าวันถัดมา

เกรย์นั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้โต๊ะ เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ของย่านที่พักอาศัยในตอนเช้า มีข้อมูลข่าวล่าสุดเกี่ยวกับส่วนต่างๆของพื้นที่ใกล้เคียงรวมถึงโฆษณาที่รับสมัครเข้าสู่โรงงานต่างๆจำนวนมาก จูร่านั้นกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารเช้าในครัว เธอกำลังนำอาหารที่มาวางบนโต๊ะ ทุกอย่างเหมือนดังปกติ

นาฬิกาปลุกในร่างกายของฟู่เทียนนั้นได้ปลุกให้เขาขึ้นมา เขาเก็บเตียงของเขาล้างหน้าและออกไปทานอาหาร เขาทักทายจูร่าอย่างง่ายๆว่า “อรุณสวัสดิ์ครับ” จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆและเริ่มทานอาหารเช้า

ในตอนนี้จูร่าถืออาหารส่วนของฟู่เทียนมาและนั่งลงตรงข้ามเขา  ในตอนที่ฟู่เทียนกำลังทานอาหารจูร่าก็ถามเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ “อร่อยรึเปล่า?”

“มันเผ็ดหน่อยๆ” ฟู่เทียนตอบ “ผมชอบอาหารเผ็ด”

“แบบนั้นก็ดี” จูร่ายิ้ม

เกรย์วางหนังสือพิมพ์ของเขาลงและมองตรงไปยังฟู่เทียน “เทียน ป้าของเธอและฉันกำลังจะคิดให้เธอแต่งงาน เธอต้องเตรียมตัวเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ แต่งตัวหล่อๆด้วยล่ะเรากำลังจะไปหาใครบางคน”

เพราะความต้องการของฟู่เทียน เกรย์และจูร่าจึงยอมให้เขาเรียกว่า “คุณลุงและคุณป้า”

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นจิตใจของฟู่เทียนก็ได้สงบลง แกล้งทำเป็นเด็กไร้เดียงสาที่ไม่รู้อะไรเหมือนเดิมและถามขึ้นว่า “นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?

จูร่าบอกไปยังฟู่เทียนและกระซิบกับเกรย์ “คุณเห็นไหมฉันบอกแล้วว่าเทียนนั้นยังเด็กอยู่ เราน่าจะรออีกสัก 2-3 ปี”

“อายุ 13 ก็แต่งงานได้แล้วตามกฎหมาย” เกรย์มองกลับไปหาเธอ ความเย็นชาปรากฏขึ้นในสายตาของเขาเล็กน้อยและกล่าวว่า “ตอนนี้เราให้เขาหมั้นหมายไว้ก่อนก็ได้ ยืดเวลาออกไปไม่กี่ปีไม่มีประโยชน์หรอก”

จูร่าเห็นว่าสามีของเธอไม่มีทางเปลี่ยนใจในเรื่องนี้จึงไม่ได้กล่าวอะไรออกไป

“พวกเรากําลังจะพาเธอไปหาพี่สาวคนหนึ่ง” เกรย์กล่าวกับฟู่เทียน “มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอและเธอจะต้องทำทุกๆอย่างให้พี่สาวนั้นเห็นด้วย ถ้าทำแบบนั้นได้เธอจะกินอาหารเท่าไหร่ก็ได้ ได้สวมเสื้อผ้าดีๆ และจะไม่ต้องทนหิวอีกต่อไป เธอเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า?”

“จริงหรอครับ? ผมจะทำ!” ฟู่เทียนตอบกลับไปอย่างใจเย็นยิ่งไปกว่านั้นสีหน้าของเขานั้นดูจริงจังอย่างยิ่ง

ใบหน้าของเกรย์นั้นมีรอยยิ้มกว้างและกล่าวว่า “ยอดไปเลยเทียนนี่เป็นเด็กดีจริงๆ เอาล่ะมาทานอาหารกันก่อน”

ในไม่ช้าพวกเขาทุกคนก็ทานอาหารจนเสร็จสิ้น

ฟู่เทียนแสดงความ “กระตือรือร้น” ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เกรย์นั้นรู้สึกโล่งใจ

“มาเถอะเทียน มาลองชุดใหม่กันก่อน” จูร่าพาฟู่เทียนไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อลองชุดสูทสีดำตัวใหม่ มีเนคไทสีแดงและรองเท้าขัดเงาวางเอาไว้ เธอพาฟู่เทียนมาเปลี่ยนชุด หลังจากที่เขาเปลี่ยนชุดจนเสร็จสิ้นสายตาของจูร่าและเกรย์ก็เบิกกว้างขึ้น ผิวหนังที่ขาวซีดราวหิมะและดวงตาสีดำของฟู่เทียนทำให้เขาดูราวกับชนชั้นสูง

“ดูดีมากเลย!” จูร่าหัวเราะอย่างเต็มที่

หัวใจของเกรย์นั้นก็ยินดีเช่นกัน “ยอดเยี่ยม ไปกันเถอะ!

“ครับ!” ฟู่เทียนนั้นพยายามที่จะทำให้ตนเองดูตื่นเต้นและประหลาดใจ

หลังจากล็อคประตูเสร็จสิ้น จูร่าก็เดินจูงมือของฟู่เทียนออกมาและถามเกรย์ว่า “มันยังเช้าอยู่เลย เราจะหารถม้าได้หรือเปล่าตอนนี้?”

เกรย์ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “ไม่ต้องกังวลไป ฉันบอกกับบ้านเอวริลเอาไว้แล้ว พวกเขาจะส่งรถม้ามารับพวกเรา” ในเวลาเดียวกันนั้น “กุบ กุบ กุบ” เสียงของกีบเท้าที่ย่ำลงบนถนนก็ดังขึ้นมา รถม้าที่มีเครื่องประดับสีทองตรงเข้ามาและหยุดลงตรงหน้าพวกเขา บนหลังคารถมีธงสีขาวเงินและมีดอกสีขาวสลักอยู่บนธงซึ่งเป็นธงสัญลักษณ์ของบ้านเอวริล

คนขับรถม้านั้นสวมรองเท้าส้นสูงและสูทสีดำ เขากระโดดลงจากรถม้าพร้อมกับยิ้มและกล่าวว่า “ท่านเกรย์และท่านจูร่า ท่านหญิงกำลังรอพวกท่านทั้งสอง” เขาโน้มตัวไปทางขวาของตนเองเพื่อเชิญพวกเขาเข้าสู่รถม้า แสดงให้เห็นถึงมารยาทของขุนนางชั้นสูง

หัวใจของเกรย์นั้นเต้นไม่เป็นจังหวะ “เราจะให้ท่านหญิงต้องรอได้ยังไงกัน นั่นต้องเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง ขึ้นไปบนรถม้ากันเถอะ!” เขารีบจูงมือของฟู่เทียนและพาเขาขึ้นไปบนรถม้า

ในตอนนี้คนขับรถม้านั้นเหมือนจะสังเกตเห็นฟู่เทียน ดวงตาของเขาเป็นประกายไปด้วยความประหลาดใจแต่ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มอย่างสุภาพออกมา

กุบ กับ กุบ กับ … …

หลังจากที่ครอบครัวของฟู่เทียนได้นั่งลงบนรถม้า คนขับก็เริ่มสะบัดเชือกเพื่อให้รถม้าแล่นออกไป

ฟู่เทียนมองดูอาคารที่ผ่านไปอย่างเงียบๆเช่นเดียวกับคนที่เดินอยู่ริมถนน คนส่วนใหญ่ต่างประหลาดใจที่ได้เห็นรถม้าคันนี้ ในตอนนี้เกรย์และจูร่าไม่ได้พูดอะไรออกมาและไม่ได้ถามอะไรฟู่เทียนอีกเลย พวกเขากังวลว่าคนขับรถม้าอาจจะระแคะระคายเรื่องนี้และเรื่องอาจจะไปถึงหูของบ้านเอวริล

รถม้ามุ่งหน้าไปทางใต้ของกำแพงยักษ์ได้อย่างราบรื่น องครักษ์ที่เฝ้าประตูได้ทำการ ‘ทาบกำปั้นลงบนอก’ เพื่อทำความเคารพเมื่อพวกเขาได้เห็นธงที่ปักอยู่บนรถม้า เพื่อให้พวกเขาผ่านไปได้ทันที หลังจากนั้นเขาก็จะมาตรวจตราต่อเพื่อตรวจสอบผู้ที่จะเข้าไปยังย่านธุรกิจ

ที่นี่คือย่านธุรกิจงั้นหรอ?

ฟู่เทียนมองไปยังถนนที่สะอาดด้านนอกรถม้าคันนี้ ถนนและสถานที่แห่งนี้มักมีผู้คนสวมเสื้อผ้าที่สวยงาม เขารับรู้ได้ถึงความแตกต่างของย่านที่อยู่อาศัยได้ในทันที เมื่อเทียบกับชุมชนแออัดแล้วมันก็เปรียบเหมือนกับสวรรค์กับนรกเลย

ในไม่ช้าคนขับรถม้าก็หยุดรถม้าลงที่ปลายสุดของถนนด้านหน้าของอาคารสูง ฟู่เทียนเห็นว่าอาคารหลังนี้มีป้ายรูปเปียโนขนาดใหญ่ซึ่งเป็นภาพวาดที่ดูเหมือนจริงอย่างยิ่ง เขาสงสัยว่ายังคงมีเปียโนอยู่ในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้อีกหรอ

รถม้าหยุดอยู่ตรงที่ประตูทางเข้าหลัก จากนั้นชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทสีดำก็เดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนี้ทันที เขามองตรงไปหาเกรย์และจูร่าพร้อมกับรอยยิ้ม “นายหญิงรอพวกคุณอยู่นานแล้ว โปรดตามผมมา” จากนั้นเขาก็นำทางไป

เกรย์รู้สึกตึงเครียดในหัวใจอย่างยิ่งเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่อาคารหรูหราเช่นนี้จะตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย เขาก้มตัวลงเล็กน้อยพร้อมกับจับมือของฟู่เทียนและเดินไปข้างหน้า

ทันทีที่เกรย์ได้เข้ามายังห้องโถงใหญ่ สายตาของพวกเขาก็ถูกดึงดูดโดยอัญมณีต่างๆที่เปล่งประกายราวกับตะเกียงน้ำมัน จูร่านั้นรักษาท่าทีได้ดีกว่าเพราะเธอเคยมารักษาผู้คนที่อยู่ในย่านธุรกิจอยู่หลายครั้ง เธอจึงค่อนข้างสงบนิ่ง สำหรับเกรย์นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในที่แบบนี้ ฟู่เทียนที่จับมือของเขาอยู่ก็รู้สึกได้ว่าชายคนนี้รู้สึกกังวลเล็กน้อย ร่างกายของเขากำลังสั่น เขาได้แต่ส่ายหัวของเขาในใจ

เสียงเพลงดังออกมาในห้องโถง ฟู่เทียนมองเพียงครั้งแรกก็รู้สึกได้ว่าห้องโถงแห่งนี้นั้นกว้างใหญ่อย่างยิ่ง มีคนมากมายที่นั่งอยู่ที่นี่ ทั้งกินขนม ฟังเพลง พูดคุยกัน พวกเขามีชุดที่ดูหรูหรา เนื้อผ้าและวัสดุที่ทำนั้นดูดีกว่าผ้าที่ใช้ในบริเวณย่านที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีของมันนั้นตัดกันจนเห็นได้อย่างชัดเจน

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำนำพวกเขาเดินไปยังห้องแยกอยู่อีกห้องหนึ่ง

ฟู่เทียนเห็นว่ามีคนสองคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้น หญิงวัยกลางคนที่งดงามอายุน่าจะประมาณ 30 ปี เธอมีผ้าปิดหน้าผืนเล็กๆสีอ่อน คนที่อยู่ข้างๆเธอนั้นเป็นเด็กสาวที่มีอายุประมาณ 11 ปี ผิวพรรณดี มีผมสีน้ำตาล หน้ารูปไข่ แม้เธอจะยังเติบโตไม่เต็มที่แต่ก็สัมผัสได้ถึงความงดงาม

เด็กหญิงนั้นก็สังเกตเห็นได้ถึงสีหน้าของครอบครัวเกรย์ ดวงตาของเธอกวาดตามองไปที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคนจากนั้นก็หันมามองฟู่เทียนด้วยความประหลาดใจ

ในตอนนี้หญิงวัยกลางคนยืนขึ้นและทักทายจูร่าด้วยรอยยิ้ม “คุณหมอจูร่า ครั้งที่แล้วที่หัวหน้าครอบครัวของเราล้มป่วยแล้วได้คุณรักษานั้นต้องขอบคุณมากจริงๆ ในวันนี้เขามีธุรกิจที่ต้องจัดการเขาจึงมาที่นี่ไม่ได้”

เกรย์กล่าวว่า “ท่านเอวริลนั้นยุ่งอยู่เสมอครับ”

หญิงวัยกลางคนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เชิญนั่งก่อน”

“ครับ ครับ” เกรย์รีบดึงเก้าอี้ออกมาและนั่งลงไปทันที บางทีเขาอาจจะเกร็งเกินไปจนทำให้ขาของเขาไปกระแทกกับเก้าอี้เบาๆ คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆนั้นรีบหรี่ตาลงและพูดคุยกันเบาๆ

จูร่านั้นก็นั่งลงเช่นกัน สายตาของหญิงวัยกลางคนจับจ้องไปที่ฟู่เทียนด้วยความประหลาดใจเช่นกัน สายตาของเธอดูเหมือนโล่งใจเมื่อมองไปที่เกรย์พร้อมกับรอยยิ้มและกล่าวว่า “นี่เป็นเด็กที่คุณรับมาเลี้ยงนั้นหรอ เขามีผิวที่ขาวจริงๆ”

เกรย์ตอบกลับไปพร้อมกับยกย่องลูกสาวของบ้านเอวริล “คุณหนูของบ้านหลังนี้ก็งดงามเหมือนกันครับ ตัวเล็ก บอบบางและงดงาม เธอดูฉลาดมากๆ เธอต้องได้รับความงามของคุณมาอย่างแน่นอน”

หญิงวัยกลางคนยิ้มตอบกลับมาจากนั้นก็กล่าวขึ้นทันทีว่า “เรื่องการแต่งงาน … …”

ร่างกายของเกรย์นั้นเริ่มเกร็งขึ้น จูร่าก็ดูกังวลเล็กน้อยเช่นกัน

“ถ้าหากแอนเนียไม่ปฏิเสธมันก็คงจะเป็นเช่นนั้น” หญิงวัยกลางคนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมา

เกรย์และจูร่ามองตากันและกันด้วยความประหลาดใจ

ในตอนนี้เด็กหญิงตัวน้อยนั้นมองไปยังฟู่เทียนและกล่าวออกมาว่า “หนูอยากออกไปข้างนอกกับเขา”

หญิงวัยกลางคนนั้นดูเหมือนจะคาดคิดไว้แล้วว่าเธอจะต้องพูดแบบนี้ จึงยิ้มและมองไปยังเกรย์กับจูร่า

เกรย์ตอบกลับมาว่า “เทียน ออกไปข้างนอกกับคุณหนูแอนเนียก่อน จำเอาไว้ว่าต้องดูแลคุณหนูแอนเนียให้ดี” เขาตบลงบนบ่าของฟู่เทียนเพื่อสร้างความมั่นใจ

ในตอนนี้แอนเนียก็ลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินออกไปข้างนอก ไม่แม้แต่มองมายังฟู่เทียนหรือหยุดรอคอยเขา

ฟู่เทียนมองไปยังเกรย์และจูร่าที่สายตานั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจและความหวัง หัวใจของเขานั้นยังคงสงบนิ่ง เขากล่าวออกไปว่า “สวัสดีครับ” ให้กับหญิงวัยกลางคนและเดินตามแอนเนียออกไปจากห้องโถงแห่งนี้

“เป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาดนะ” หญิงวัยกลางคนมองตามฟู่เทียนไปด้วยรอยยิ้มและกาว

“โชคยังดี… …” เกรย์กระซิบออกมาเบาๆ

ที่บริเวณด้านนอกของถนน แอนเนียมองไปยังคนรับใช้ที่อยู่ในชุดสูทสีดำพร้อมกับโบกมือของเธอ “ไม่ต้องตามมา ฉันจะไปเดินเล่นใกล้ๆนี้”

“ขอรับ คุณหนู” คนรับใช้ที่อยู่ในชุดสูทสีดำตอบกลับมา

เมื่อเขาจากไปแอนเนียก็เดินตรงต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังและไม่แม้แต่พูดคุยกับฟู่เทียนราวกับว่าเธอกำลังเดินอยู่คนเดียว ฟู่เทียนก็รู้ว่าควรที่จะเดินตามหลังเธอไปอย่างเงียบๆ เมื่อได้เห็นอาคารที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งของถนนจากสิ่งที่ได้เห็นนี้เขาสามารถสรุปถึงมาตรฐานการดำรงชีพในโลกใบนี้และเทคโนโลยีของโลกใบนี้ได้

หลังจากเดินมาเป็นเวลานาน

แอนเนียก็หยุดเดินลง ฟู่เทียนที่กำลังมองอยู่รอบตัวก็เกือบจะเดินชนหลัง เพียงแต่เมื่อได้กลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลอยออกมาจากตัวเธอก็ทำให้เขาต้องรีบถอยหลังออกมาทันที

ในตอนนี้แอนเนียหันกลับมา เพราะความได้เปรียบทางด้านอายุทำให้เธอสูงกว่าฟู่เทียนประมาณครึ่งศีรษะ ใบหน้าอันงดงามรูปไข่ของนั้นไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา เพียงแต่มองฟู่เทียนอย่างเงียบๆ

กลิ่นอายของความเย็นชานั้นรับรู้ได้อย่างชัดเจนจากแอนเนีย ฟู่เทียนยังคงเงียบอยู่เมื่อถูกเธอจ้องมอง

เมื่อได้เห็นความสงบนิ่งของฟู่เทียน สายตาของแอนเนียก็แสดงความรู้สึกประหลาดใจออกมา แต่มันก็กลับไปเป็นความเย็นชาทันที “นายเคยฟังโอเปร่าหรือเปล่า?

ฟู่เทียนรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งในตอนนี้ เขาไม่คิดว่าอยู่ๆเธอจะพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องออกมาแบบนี้ จิตใต้สำนึกบอกให้เขาตอบคำถามโดยการส่ายศีรษะ แอนเนียไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาพูดและถามตอบมาว่า “นายฟังเพลงแนวไหนกัน?”

ฟู่เทียนไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรดี

“นายรู้จักการเต้นรำหรือเปล่า?” น้ำเสียงของแอนเนียนั้นต่างออกไป เธอไม่ให้โอกาสเขาได้ตอบคำถามเลย

ฟู่เทียนเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การถามด้วยความสุภาพแต่เป็นการดูถูกออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาจึงเงียบและเพียงมองเด็กหญิงคนนี้

“นายเคยขี่ม้าหรือเปล่า?”

“นายรู้จักวิชาดาบหรือเปล่า?”

“นายมีความคิดและความฝันหรือเปล่า?”

แอนเนียถามออกมาถึง 6 คำถามในหนึ่งลมหายใจจากนั้นก็มองไปยังฟู่เทียนอย่างสงบนิ่งและกล่าวว่า “ถ้าหากว่านายเป็นเด็กที่ฉลาด นายคงจะเข้าใจว่าฉันไม่ใช่เด็กที่อยู่ในโลกแบบเดียวกันกับนาย”

ฟู่เทียนนั้นยังคงมองไปยังใบหน้าที่สวยงามของเธอ เขาไม่คิดว่าคำพูดที่เฉียบคมหรือแม้กระทั่งคำที่มีความหมายเช่นนี้จะออกมาจากปากของเด็กที่มีอายุมากกว่าเขาเพียง 3 หรือ 4 ปี

จบบทที่ The Dark King – Chapter 5 โลกแห่งความมืด [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว