เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

The Dark King – Chapter 2 คนสวน [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 2 คนสวน [อ่านฟรี]

The Dark King – Chapter 2 คนสวน [อ่านฟรี]


เด็กคนอื่นๆต่างรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเด็กหญิงที่มีอายุประมาณ 8 ถึง 9 ขวบก็กล่าวออกมาทันที “เขาชื่อเทียนค่ะ สมองของเขาไม่ปกติเลยทำให้เขาพูดออกมาไม่ได้ โปรดอย่าดุด่าเขาเลย”

เธอยังเด็กนักแต่สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแบบนี้ได้บังคับให้เธอต้องกลายเป็นคนที่ฉลาดแกมโกงเพื่อความอยู่รอดของตนเอง เธอไม่ได้แสดงท่าทีอิจฉาใดๆเพียงแต่ชี้ไปทางฟู่เทียนที่ดูมีปัญหาด้านสมองเพื่อช่วยเหลือ นี่เป็นการกระทำที่ชาญฉลาดยิ่งนัก

“ใช่ค่ะ ใช่ครับ!”

“คุณลุง คุณป้าคะ เขาพูดไม่ได้ค่ะ!”

เด็กคนอื่นๆรีบพูดสนับสนุนเธอทันที

บาร์ตันและเด็กที่พิการคนอื่นที่อยู่กับฟู่เทียนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิงคนนี้ ไม่มีใครคิดว่าเธอจะพูดออกมาแบบนี้ สายตาแห่งความรังเกียจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบาร์ตันเมื่อได้ยินเด็กคนอื่นๆกล่าวหาฟู่เทียน อย่างไรก็ตามเขาไม่กล้าที่จะพูดเพื่อช่วยเหลือฟู่เทียนเพราะกลัวว่าจะสร้างความไม่ประทับใจต่อพวกผู้ใหญ่

ฟู่เทียนมองไปทางเด็กหญิงคนนั้นทันทีและเขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอทำให้เขาประทับใจมากที่บ้านเด็กกำพร้านี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เหมือนจะเป็นเด็กปกติและมีจิตใจที่ดี ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเธอมีความสุภาพอย่างมากแม้แต่บาร์ตันและเด็กที่พิการคนอื่นๆก็ชื่นชอบเธอเป็นส่วนใหญ่

เพราะฟู่เทียนนั้นประทับใจในตัวเธอ เขาจึงจำได้ว่าดูเหมือนเธอจะชื่อ…. ลิซ่า?

ในตอนนี้เขาได้เข้าใจแล้วว่าเขาเองนั้นไร้เดียงสาเกินไป

เมื่อได้ยินคำพูดของลิซ่า สายตาของพวกผู้ใหญ่ก็เผยให้เห็น ‘ความเข้าใจ’ ในทันที เด็กที่มีรูปร่างดีและมีผิวพรรณที่สะอาดสะอ้านแบบนี้จะถูกทิ้งได้ยังไงกัน? พวกเขาส่วนใหญ่มองมายังฟู่เทียนด้วยความสงสาร

ลิซ่าและเด็กคนอื่นๆต่างโล่งใจเมื่อได้เห็นท่าทีของพวกผู้ใหญ่

“คุณลุงคุณป้าครับ”

เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมาจากฝูงชนในทันที เสียงนี้ทำให้เด็กและผู้ใหญ่ทุกๆคนต้องประหลาดใจ ทันใดนั้นปากของเด็กทุกๆคนก็อ้ากว้างออกราวกับได้เห็นผี เพราะนี่เป็นคำพูดของฟู่เทียน!

ตลอด 3 เดือนในบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ฟู่เทียนนั้นเงียบมาโดยตลอดเขาเพียงแต่มองแล้วฟังเท่านั้น เรียนรู้คำพูดที่ง่ายๆและการออกเสียง การออกเสียงและภาษาเป็นเหมือนการศึกษาภาคบังคับแม้แต่ในบ้านเด็กกำพร้าที่ซอมซ่อเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนทนากับใครเลยแต่เขาก็เรียนรู้จากการได้ฟังสิ่งต่างๆ

ทุกๆคนที่อยู่รอบตัวเขาต่างคิดว่าเขานั้นเป็นไอ้โง่ ทุกคนพยายามสื่อสารกับเขาด้วยภาษามือและท่าทาง ไม่มีใครอยากจะคุยกับเขาเพราะเขานั้นมักจะเงียบและฟังเพียงอย่างเดียว

“ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร” ฟู่เทียนกล่าวด้วยเสียงอ่อน

เขาไม่ได้บอกตรงๆว่าลิซ่านั้นโกหกเพื่อที่จะเอาคืน เขาไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

ผู้ใหญ่ต่างรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่งบางอย่างทันทีพร้อมกับจ้องมองไปทางลิซ่า จากนั้นพวกเขาก็ได้พบสีหน้าที่ประหลาดของทั้งเด็กๆและเจ้าหน้าที่

ในตอนนี้ผู้ใหญ่ทุกคนต่างก็เริ่มขมวดคิ้ว

ชายวัยกลางคนที่มีร่างกายกำยำก็กล่าวขึ้นว่า “ดูหน้าพวกเขาสิ ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะไม่รู้ว่าเธอก็พูดได้ บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าเธอปิดบังเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร?”

หนึ่งในข้อห้ามของการรับเลี้ยงนั่นก็คือรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยจากเด็กคนนั้น ไม่มีใครอยากจะรับเด็กที่ชอบโกหกและปิดบังไปเลี้ยง

ฟู่เทียนรู้สึกว่าในที่สุดเขาก็ได้รับความสนใจจากคนพวกนี้และกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ผมไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไรแต่ผมเป็นคนที่เงียบๆอยู่แล้ว ผมไม่ได้พูดอะไรออกมาดังนั้นทุกๆคนจึงคิดว่าผมเป็นไอ้โง่”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขาความเย็นชาในสายตาของทุกๆคนก็เริ่มสลายไป พวกเขาเข้าใจดีว่าเด็กกำพร้าส่วนใหญ่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มักจะมีบุคลิกที่ชอบเก็บตัว

“แม้ว่าเธอจะบอกว่าเธอเป็นคนเงียบๆแต่อย่างน้อยก็น่าจะพูดอะไรบ้างสิ ไม่มีใครเคยได้ยินสิ่งที่เธอพูดเลยหรอ?” ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามด้วยท่าทางที่สงสัยบนใบหน้าของเธอ

ป้าไดอาน่าเข้ามาขัดจังหวะโดยไม่ให้โอกาสฟู่เทียนได้ตอบอะไรอีก “ในกรณีของเด็กคนนี้เขานั้นรักความสะอาด พวกเราจึงให้เขาแยกออกไปอยู่อีกห้องหนึ่งต่างหาก จึงไม่มีโอกาสที่เขาจะได้พูดคุยกับเด็กคนอื่นๆ”

เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขาบาร์ตันและเด็กคนอื่นๆก็รู้สึกงุนงงไปเล็กน้อย พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมป้าไดอาน่าถึงโกหก ไม่มีบ้านเด็กกำพร้าไหนหรอกที่เด็กๆจะรู้สึกมีความสุขกับห้องของตนเอง

ฟู่เทียนเข้าใจได้ในทันที บ้านเด็กกำพร้าในตอนนี้กับบ้านเด็กกำพร้าที่เขารู้จักในอดีตนั้นก็คล้ายคลึงกัน พวกเขาจะปกปิดข้อบกพร่องของพวกเด็กๆเอาไว้ให้มากที่สุดเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการได้รับเป็นบุตรบุญธรรม หากพวกผู้ใหญ่รู้ว่าฟู่เทียนดันเข้ามาอยู่ที่นี่เพียงแค่ 3 เดือนย่อมไม่มีใครกล้าที่จะรับเขาไปเลี้ยงแม้ว่าเขาจะเลิศเลอสักเพียงใด

เด็ก 7 ขวบทุกๆคนนั้นย่อมมีความทรงจำของตนเองและจำได้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาเป็นใคร ไม่มีใครการันตีได้ว่าเขาจะกลับไปหาพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเองเมื่อได้เติบโตขึ้นแล้ว

เมื่อได้เข้าใจเรื่องนี้จิตใจของฟู่เทียนก็ห่อเหี่ยวลงเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นว่าลิซ่าและเด็กคนอื่นๆนั้นพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาอยู่ตลอดเวลา ป้าไดอาน่าก็เห็นเช่นกันและมองไปยังลิซ่าและเด็กคนอื่นๆที่กำลังจะพูดเพื่อขู่ให้พวกเขาและเงียบลงไป

ในบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ป้าไดอาน่านั้นควบคุมทั้งชีวิตและอนาคตของพวกเขา ตราบใดที่เธอต้องการจะจัดการพวกเด็กๆจริงๆแล้วละก็ โอกาสที่พวกเขาจะถูกรับไปเลี้ยงนั้นก็ต้องกลายเป็นศูนย์

ฟู่เทียนรู้ว่าเขาไม่มีพรสวรรค์พิเศษใดๆ เหตุผลที่ป้าไดอาน่าเข้ามาช่วยเหลือเขาก็เพราะเธอต้องการให้ค่าใช้จ่ายของบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้นั้นลดลงไป

“เป็นแบบนั้นเองหรอ…” หญิงอ้วนคนหนึ่งมองมายังใบหน้าที่ซีดขาวของฟู่เทียนด้วยความเห็นอกเห็นใจ “หนู ฉันจะรับเลี้ยงหนูให้ไปอยู่กับลูกๆของฉันเอง”

ด้วยคำพูดของเธอบาร์ตันและเด็กคนอื่นๆต่างรู้สึกมีความสุขอย่างน่าประหลาดใจ พวกเขาดูมีความสุขราวกับว่าตนเองนั้นได้ถูกรับไปเลี้ยง

เมื่อฟู่เทียนได้ยินเช่นนี้ เขามองไปที่ใบหน้าของหญิงอ้วนและมือของเธอ เขามองไปที่นิ้วอันขรุขระของเธอจากนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในขณะที่เขากำลังจะปฏิเสธก็มีเสียงหัวเราะดังออกมา “ฉันคิดว่าเด็กคนนี้ถูกชะตากับฉันจริงๆ ฉันคิดว่าด้วยสถานะของฉัน ฉันควรจะรับเด็กคนนี้ไว้เป็นลูก”

ทุกคนมองไปยังชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

หญิงอ้วนก่อนหน้านี้ขมวดคิ้วของเธอและออกมาอย่างเย็นชาว่า “ฉันอยากจะรู้จังว่านายเป็นใคร!?”

ชายวัยกลางคนนั้นยิ้มเล็กน้อยและกล่าวหาว่า “ผมเป็นแค่คนสวนของครอบครัวเล็กๆอย่างตระกูลเมล”

พวกเด็กๆนั้นไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาแต่ทุกๆคนที่อยู่รอบๆพวกเขานั้นเริ่มกระซิบกระซาบกัน “ตระกูลเมลหรอ? เป็นตระกูลเมลหรอ?”

“นอกเหนือจากตระกูลเมล เขาเป็นคนสวนของตระกูลเมลหรอ?”

ในตอนนี้สายตาของทุกๆคนจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าที่วางตัวเล็กน้อย

หญิงอ้วนคนนั้นหน้าซีดลงไปในทันทีจากนั้นเธอก็ก้มหน้าลงไปโดยไม่กล่าวอะไรออกมา

“เด็กน้อยเธออยากจะเป็นลูกของฉันไหม?” ชายวัยกลางคนผู้นี้ดูจะพึงพอใจกับท่าทีของทุกๆคนและถามฟู่เทียนด้วยรอยยิ้ม

ด้วยเหตุนี้ลิซ่าและเด็กคนอื่นๆเหมือนจะรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง สายตาของพวกเขาทุกๆคนมองไปยังฟู่เทียนด้วยความอิจฉาริษยา หากถูกคนดีๆรับเลี้ยงไปพวกเขาจะไม่อิจฉาได้อย่างไรกัน?

ฟู่เทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากที่ส่ายศีรษะเขาก็ตอบกลับไปว่า “ผมขอโทษครับคุณลุง ขอบคุณที่เลือกผม แต่ผมอยากจะให้พ่อแม่ของผมนั้นเป็นคุณหมอหรืออาชีพอื่นที่จะทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยกว่า”

เขาปฏิเสธ!

ชายวัยกลางคนรู้สึกตกตะลึงไปในทันที เขาไม่คิดว่าฟู่เทียนนั้นจะปฏิเสธ! เขาไปเยี่ยมเยียนบ้านเด็กกำพร้ามามากมายเพื่อมองหาพวกเด็กๆ เด็กคนอื่นจะรู้สึกตื่นเต้นไปในทันทีเมื่อพวกเขารู้ว่าตนเองจะถูกรับไปเลี้ยงโดยคนสวนของตระกูลเมล ไม่มีใครที่ใจเย็นแบบฟู่เทียนหรือกล่าวอะไรแบบนี้ออกมา

ในไม่ช้าชายผู้นี้ก็รู้สึกตัวขึ้นมา

ฟู่เทียนนั้นก็ได้รับรู้ถึงความสำคัญของคนสวนผู้นี้จากสีหน้าท่าทีของผู้ใหญ่คนอื่น เขารู้ว่า “ตระกูลเมล” นั้นย่อมต้องมีอิทธิพลมากมายแน่นอน

แต่ฟู่เทียนไม่อยากที่จะถูกขังเอาไว้ในคฤหาสน์หลังใหญ่

จบบทที่ The Dark King – Chapter 2 คนสวน [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว