- หน้าแรก
- ผ่านการจำลองมานับพัน ข้าไร้เทียมทานในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต!
- บทที่ 21: พรสวรรค์สุ่มทุกสามวัน (ตอนที่ 3)
บทที่ 21: พรสวรรค์สุ่มทุกสามวัน (ตอนที่ 3)
บทที่ 21: พรสวรรค์สุ่มทุกสามวัน (ตอนที่ 3)
【“โลกยุทธภพระดับล่าง?”】
【นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดจึงตัดสินเช่นนั้น】
【แต่เจ้ากลับคิดว่าการปกครองโลกเล็ก ๆ เช่นนี้ คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร】
【จากนั้นก็เริ่มสัมผัสกับพลังหยวน】
【จะเรียกว่าพลังหยวนหรือพลังวิญญาญก็ไม่สำคัญนัก มันคือพลังงานชนิดหนึ่งที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ถูกชักนำเข้าสู่ร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง】
【อายุ 18 ปี: ด้วยพรสวรรค์โดยกำเนิด เจ้าสามารถเหาะข้ามหลังคา กระโดดตีลังกา และวิ่งด้วยความเร็วสูงได้แล้ว】
【พังต้าห่ายยังคงตกใจ เขาคิดว่าเจ้าเป็นนักสู้โดยกำเนิด】
【แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าร่างกายของเจ้ายังโตไม่เต็มที่ ไม่สามารถดูดซับพลังได้】
【เจ้ากลับไม่ใส่ใจ เริ่มฝึกฝนลำพัง】
【ในปีเดียวกัน ระดับพลังของเจ้าทะลวงจากขั้นศิษย์ยุทธ์ สู่ขั้นนักสู้ สุดท้ายหยุดอยู่ที่ขั้นจอมยุทธ์ระดับสาม】
【เพียงแค่ปีเศษ ๆ เจ้าไล่ตามทันระดับของพังต้าห่าย】
【ปีนี้ เจ้าอายุเพียง 3 ขวบเท่านั้น สำหรับคนอื่นอาจดูเหมือนปีศาจ แต่ในสายตาเจ้า มันช้ายิ่งนัก สาเหตุหลักเพราะพรสวรรค์ที่ใช้ฝึกยุทธ์มีเพียงประมาณ 300 เท่านั้น ซึ่งยังไม่แข็งแกร่งพอ】
【อีกทั้งพรสวรรค์ที่ใช้ฝึกยุทธ์ได้โดยตรงนั้นมีอยู่น้อยนิด】
【บัญชีบนมือถือของเจ้าก็ถูกนำไปลงทะเบียนเป็นนักเขียน เขียนนิยาย บทความต่าง ๆ รวมถึงคำอธิบายระบบฝึกตน เปิดให้คนจ่ายเงินอ่าน】
【ยอดเงินสะสมพุ่งสูงถึง 2.3 พันล้าน】
【เจ้ามิได้แสดงความพิเศษใด เพียงแค่ชอบออกไปข้างนอกแล้วพูดกับพังต้าห่ายว่า “ลุงหูจื่อ วันนี้ข้าเก็บเงินได้อีกแสนจากถังขยะ”】
【พังต้าห่ายมักตกใจเสมอ สำหรับเขาแล้ว ถังขยะคือของที่คนอื่นทิ้ง จึงสามารถหยิบมาใช้ได้โดยไม่รู้สึกผิด】
【“ชางเซิง เจ้าคงเป็นลูกรักของสวรรค์ ไม่อย่างนั้นทำไมแค่เดินออกไป โชคดีถึงได้วิ่งเข้าหาเจ้าทุกครั้ง?”】
【พังต้าห่ายมักชมเจ้าเช่นนี้】
【แต่เจ้าก็ไม่ใส่ใจ】
【ดังนั้น พังต้าห่ายจึงหันมาใส่ใจการฝึกฝนของเจ้ามากขึ้น ซื้อสมุนไพรให้มากมายเพื่อบำรุงร่างกาย และยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่เดิม】
【การกระทำของเขาไม่เป็นไปตามที่เจ้าคาดไว้ เจ้าตั้งใจจะมอบเงินให้เขาใช้แทนที่จะเอามาใช้เอง】
【พังต้าห่ายกลับหัวเราะพลางพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก รอเจ้าดัง ข้าค่อยสุขสบายก็ยังไม่สาย ตอนนี้เส้นทางยุทธ์ของเจ้าสำคัญกว่า”】
【เจ้าจึงเงียบไป ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก】
【แต่ก็ไม่อาจเปิดเผยพลังที่แท้จริงได้ เพราะจะกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายเกินไปสำหรับโลกนี้】
【เมื่อความชั่วร้ายปรากฏ พวกปีศาจจะทำทุกวิถีทางเพื่อสังหารเจ้า และเจ้าเองก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าไม่มีสายสืบของปีศาจในหมู่มนุษย์】
【ดังนั้น เจ้าจึงยิ่งฝึกหนัก】
【อายุ 19 ปี: เจ้าได้ทะลวงสู่ระดับใหม่ บรรลุขั้นแม่ทัพ】
【ปีนี้ เจ้ามีอายุเพียง 4 ขวบ!】
【ในปีเดียวกัน ได้พรสวรรค์ใหม่สองอย่าง ได้แก่ จิตใจเหล็กกล้า และเร่งการฝึกฝนหนึ่งร้อยเท่า】
【นับแต่นั้นเป็นต้นมา เส้นทางยุทธ์ของเจ้าก็เริ่มราบรื่น พรสวรรค์ก็ยิ่งพิลึกประหลาดขึ้นทุกที】
【อายุ 20 ปี: บรรลุขั้นราชายุทธ์】
【อายุ 21 ปี: บรรลุขั้นจ้าวยุทธ์】
【อายุ 22 ปี: ต้นปีทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ทรงเกียรติยุทธ์】
【ปีนี้ เจ้ามีอายุได้ 7 ขวบในโลกนี้ และสามารถเข้าโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ได้แล้ว】
【ยอดเงินในบัญชีพุ่งแตะ 2 แสนล้าน】
【พังต้าห่ายได้พาเจ้าไปสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ชั้นนำ ค่าเทอมปีละ 1 ล้าน】
【เจ้าต้องการปฏิเสธ แต่พังต้าห่ายกลับพูดว่า “ว่าง่าย ๆ ฟังลุง อย่าทำให้ลุงไม่สบายใจนะ”】
【เจ้าจึงไม่พูดอะไรอีก คิดเพียงว่า หากถึงเวลา จะออกไปเก็บเงินมาเพิ่มให้เขาอีก เพื่อคลายความกังวล】
【และหากยืนหยัดได้อีกเพียงสองปี เจ้าจะสามารถทะลวงสู่ขั้นนักบุญยุทธ์ และสามารถเปิดเผยพลังได้โดยไม่ต้องหลบซ่อน】
【ปีเดียวกันนั้น เจ้าเข้าเรียนในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ เจ้านิ่งเงียบเสมอ มักเดินรั้งท้ายกลุ่ม คะแนนทดสอบของเจ้าคงที่อยู่ที่ 60 คะแนน】
【แต่เพราะอยู่ในโรงเรียน ทำให้ความเร็วในการฝึกฝนของเจ้าลดลง ซึ่งทำให้ไม่พอใจนัก】
【ทุกค่ำคืน ขณะที่ทุกคนหลับ เจ้ามักลอบออกไปฝึกฝนเพียงลำพัง】
【และในปีนี้เอง】
【เจ้าได้พบหญิงสาวงามผู้หนึ่ง—มารดาที่เคยพยายามฆ่าเจ้า ตอนนี้นางพาเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งที่ดูอ่อนกว่าเจ้าราวสองปีเข้ามาในโรงเรียน】
【เจ้ามองนางอย่างเงียบ ๆ จากที่ไกล ๆ】
【หลินไฉ่เซี่ยก็สังเกตเห็นเจ้าเช่นกัน นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียกสติกลับคืน แล้วยิ้มปั้นหน้าเข้าสังคมกับผู้คนรอบข้าง】
【ขณะเดียวกัน อีกคนหนึ่งที่สังเกตเห็นเจ้าคือบุตรอีกคนของหลินไฉ่เซี่ย—สวีหยาง!】
【เขารู้สึกว่าเจ้ามีใบหน้าคล้ายคลึงกับตน จึงรู้สึกขุ่นเคืองโดยไร้เหตุผล ความเกลียดชังจึงเกิดขึ้นทันที】
【เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเดือน】
【สวีหยางรวบรวมบริวารมากมาย และเริ่มอวดเบ่งในห้องเรียน】
【หรืออาจเพราะเห็นว่าเวลาเหมาะสม จึงเริ่มซ้อมนักเรียนชายคนอื่น และบังคับให้มาเป็นลูกน้อง】
【เขาตะโกนลั่นในห้องเรียนว่า “เรียกข้าว่าราชาสวีหยาง!”】
【ไม่นาน】
【เขาก็นำลูกน้องเจ็ดแปดคนถือไม้เรียวมาหาเจ้าพร้อมกล่าวอย่างเย่อหยิ่งว่า “ไอ้หนู ไม่รู้ทำไม แต่ข้าเห็นหน้าเจ้าทีไรข้าก็รำคาญทุกที”】
【“ตอนนี้ข้าจะยึดห้องเรียนนี้ เจ้าเห็นด้วยหรือจะขัดขืน?”】
【เจ้าก้มหน้ากดมือถืออยู่ ยังเล่นหุ้นไม่หยุด พลางตอบเย็นชา “มันก็เรื่องของเจ้า”】
【สวีหยางโมโหมาก ตบมือถือในมือเจ้าเต็มแรง “เจ้าทำให้ข้าหงุดหงิดจริง ๆ!”】
【มือถือเปิดออก แสดงยอดเงินหลักแสนล้าน】
【เจ้าจึงเงยหน้า พลังของเจ้าเริ่มแผ่ออก พลางกล่าวอย่างเย็นชา “เก็บขึ้นมา”】
【ทันใดนั้น สวีหยางและพรรคพวกพลันรู้สึกเหมือนถูกจ้องโดยอสูรกายยุคบรรพกาล ความสยองไร้รูปไร้ชื่อปกคลุมพวกเขา】
【ลูกน้องบางคนถึงกับทรุดลงกองกับพื้น ถูกแรงกดดันตรึงแน่น ไม่อาจขยับ】
【ใบหน้าของสวีหยางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ถึงขั้นกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปล่อยไหลลงกางเกง เขาค่อย ๆ เดินขาสั่น หยิบมือถือขึ้นมายื่นคืนให้เจ้าด้วยสองมือ】
【นับแต่นั้น】
【เพียงแค่สายตาเดียว ความฝันของสวีหยางที่จะครองห้องเรียนก็พังทลาย】
【ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของเจ้ายังดึงดูดสายตาชื่นชมจากเด็กหญิงในห้องหลายคน】
【วันถัดมา】
【มารดาแท้ ๆ ของเจ้ามาหาที่โรงเรียน เอ่ยเรียกเจ้า “หนู ไปคุยกันข้างนอกหน่อยได้ไหม?”】
【เจ้าพยักหน้า ลุกขึ้นแล้วเดินตามนางออกไป】
【ในทางเดินที่ว่างเปล่า】
【หลินไฉ่เซี่ยกอดอก จ้องเจ้าด้วยสายตารังเกียจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “ข้าสืบเรื่องเจ้ามาหมดแล้ว เจ้าเป็นแค่เด็กสวะที่พังต้าห่ายเก็บมาจากข้างทาง กล้าได้ยังไงถึงคิดรังแกลูกของข้า?”】
【เจ้ามองนางด้วยแววตาเย็นชา น้ำเสียงแข็งกร้าว “ก่อนที่เขาจะเก็บข้า ข้ายังจำคืนนั้นได้... เจ้าคือคนที่อุ้มข้าขึ้นจากสะพานแล้วโยนลงแม่น้ำเย็นยะเยือก”】
【หลินไฉ่เซี่ยก้าวถอยหลังซ้ำ ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว】
【เด็กตัวแค่นั้น กลับจำเรื่องคืนนั้นได้อย่างชัดเจน!】
【มองสีหน้าของนาง เจ้ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะคืนเสียงเป็นปกติ เอ่ยนิ่ง ๆ “ข้ามิได้รังแกลูกเจ้าหรอก เขาแค่ไร้ฝีมือ ข้ายังไว้ชีวิตเขาไว้ตอนนี้ แต่เมื่อเขาออกไปสู่โลกภายนอก ก็อย่าหวังว่าจะเหมือนเดิม”】
【“แล้วก็ อย่าแตะต้องพังต้าห่ายเด็ดขาด”】
【“ใครแตะต้องเขา... ต้องตาย!”】
【กล่าวจบ พลังของเจ้าก็พลันแผ่ออกบางเบา เจ้ากวาดตามองหลินไฉ่เซี่ยครั้งหนึ่ง】
【จากนั้นก็หันหลังจากไป】
【จนกระทั่งเจ้าเดินพ้นไป】
【หลินไฉ่เซี่ยจึงยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะระเบิดอารมณ์ “ก็แค่เด็กที่ข้าไม่ต้องการ! ไม่ต่างจากพ่อของเจ้า—ไร้ค่าเหมือนกัน!”】
【“ยังกล้าขู่ข้าอีก!”】
【“ดี ดีมาก ถ้าเจ้าไม่ให้ข้าทำอะไรพังต้าห่าย ข้าจะยิ่งทำมันเข้าไปอีก!”】
…
**จากผู้แปล ชื่อระดับพลังในบทนี้จะแตกต่างจากเดิม คาดว่าเพราะอยู่คนละโลกเลยเรียกไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องรอการยืนยันจากผู้เขียนอีกทีครับ