- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)
บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)
บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)
ก่อนหน้านี้…
"แจ้งชื่อและจุดประสงค์ของพวกเจ้า"
ขณะที่ไทรนด์ดัลและอีกสามคนค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ประตูทางเข้าคฤหาสน์ของลูคัส ลูกน้องสองคนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ก็ก้าวออกมาขวางทางพวกเขาไว้
"ถ้าพวกเจ้าแค่ผ่านมาเพ่นพ่านแถวนี้ล่ะก็ ไสหัวไปซะ!"
"ชื่อของพวกเรา? ไม่จำเป็นที่เจ้าต้องรู้หรอก" วัลเลียร์เป็นฝ่ายก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งเล็กน้อย ทำให้ลูกน้องทั้งสองคนขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะเอ่ยอะไรเพิ่ม สีหน้าหงุดหงิดก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดทันที เมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากปากของวัลเลียร์ "ส่วนจุดประสงค์ของพวกเรา..."
"ข้าเดาว่ามาเตะก้นหัวหน้าของพวกเจ้า ก็คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนพอแล้วล่ะนะ"
"เจ้ากล้าดียังไง!"
ไม่น่าแปลกใจเลยที่สมุนทั้งสองจะพุ่งเข้าใส่วัลเลียร์และพรรคพวกทันทีหลังจากได้ยินคำพูดนั้น ตั้งใจจะทำให้พวกเขาสำนึกผิดที่กล้าพูดจาดูถูก
"เจ้ากล้าทำลายชื่อเสียงของหัวหน้าพวกเรางั้นเหรอ?"
"กล้าสิ ทำไมจะไม่กล้า?"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวัลเลียร์
"ก็ในเมื่อหัวหน้าของพวกเจ้าคิดจะทำลายชื่อเสียงของข้า แล้วทำไมข้าจะทำลายชื่อเสียงของเขากลับไม่ได้ล่ะ?"
ปัง! ปัง!
วัลเลียร์ดึงหอกออกมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปัดป้องการโจมตีของลูกน้องทั้งสองคนได้อย่างง่ายดาย แล้วพลิกหอกกลับด้าน เปลี่ยนให้ปลายทู่ของมันอยู่ข้างหน้า จากนั้นเขาใช้พละกำลังที่เหนือกว่าฟาดเข้าที่ท้ายทอยของทั้งคู่ในจังหวะเดียวกัน
ตุบ! ตุบ!
"รีบไปกันเถอะ ไม่นานกำลังเสริมของพวกมันก็คงจะมาถึง"
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าสมุนทั้งสองหมดสติไปจริงๆ ทั้งสี่ก็รีบพาตัวเองเข้าไปในคฤหาสน์ทันที ก่อนจะสังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังทางเข้าที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา
เมื่อรู้ว่าคนพวกนี้มุ่งหน้ามาที่นี่เพราะได้ยินเสียงการต่อสู้เมื่อครู่ ทั้งสี่สบตากันครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้กัน ส่งสัญญาณให้ดักลาสหายตัวไปจากสายตาของพวกเขา เตรียมคอยสนับสนุนจากเงามืดตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เมื่อดักลาสหายไปแล้ว ไทรนด์ดัล วัลเลียร์ และบรอม ก็มองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะหันไปจ้องคนที่กำลังตรงเข้ามาหาพวกเขา และในเสี้ยววินาทีต่อมา ทั้งสามก็พุ่งตัวเข้าโจมตีโดยไม่ลังเล
ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น...
คงอธิบายได้แค่คำเดียวว่า 'ถล่มยับ'
ทันทีที่ทั้งสามเผชิญหน้ากับกลุ่มลูกน้อง พวกเขาเป็นฝ่ายลงมือก่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสได้ตอบโต้ ทุกคนถูกทำให้หมดสภาพแทบจะในทันที ก่อนที่ทั้งสามจะมุ่งหน้าลึกเข้าไปภายในคฤหาสน์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินจำเป็นเหมือนกับลูกน้องทั้งสองคนที่ประตู เพราะเป้าหมายหลักของปฏิบัติการนี้ก็คือ ลูคัส
ในตอนแรก ไทรนด์ดัลและวัลเลียร์เป็นฝ่ายจัดการกับพวกที่ขวางทาง เพราะส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นสูงของแรงค์ 1 แต่เมื่อพวกที่มาขวางพวกเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจนถึงขั้นสูงสุดของแรงค์ 1 บรอมก็เริ่มเข้าช่วยเหลือทั้งสองต่อสู้ จากนั้น เมื่อพลังของศัตรูเพิ่มขึ้นถึงคลาสแรงค์ 2 วัลเลียร์และบรอมก็กลายเป็นกำลังหลักในการต่อสู้
จนกระทั่งศัตรูแข็งแกร่งขึ้นถึงขั้นกลางของแรงค์ 2 บรอมจึงเป็นคนที่รับภาระหนักที่สุดในการโจมตี ขณะที่วัลเลียร์และไทรนด์ดัลช่วยสนับสนุนด้วยการโจมตีเป็นระยะเพื่อลดแรงกดดันที่บรอมต้องเผชิญ
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ ณ ตอนนั้น พวกเขาก็ได้บุกลึกเข้ามาในคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และไม่นานนัก ชายที่พวกเขากำลังตามหาก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา
...
"อ๊าก..."
เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นทั่วพื้นที่ที่เขาเดินเข้ามา ลูคัสมองดูภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง รู้สึกพูดไม่ออกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันจบลงอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้ตอบโต้
ต่อหน้าต่อตาเขา บรรดาลูกน้องจำนวนมากที่ทำงานให้เขานอนกองระเนระนาดอยู่บนพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลในระดับที่แตกต่างกันออกไป บางคนถูกอัดจนไปนอนอยู่ชิดผนัง ซึ่งเมื่อลูคัสเห็นรอยบุ๋มเป็นรูปมนุษย์เหนือร่างของพวกมัน ก็พอจะเดาได้ว่าพวกนั้นถูกซัดเข้าไปกระแทกผนังแรงขนาดไหน บางคนหมดสติไปแล้ว ทำให้ลูคัสคิดว่าคงเป็นเพราะความเจ็บปวดที่มากเกินกว่าร่างกายจะทนไหว
ตรงกันข้ามกับสภาพรอบข้าง มีชายสามคนยืนอยู่กลางห้องโดยไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ บนร่างกายของพวกเขาเลย สายตาของลูคัสจึงจับจ้องไปยังทั้งสามอย่างรวดเร็ว ความโกรธที่เขาเคยพยายามข่มไว้ก่อนหน้านี้ปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
"อ๊ากกกกกกกกกกก!!!"
ลูคัสเปล่งเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่น ขณะที่ลูคัสปลดปล่อยกลิ่นอายของตนออกมาอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ชายสองในสามคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถอยหลังไปอย่างหวาดหวั่น ส่วนชายหนุ่มวัยยี่สิบกลางๆ ที่ติดตามเขามาเมื่อครู่ถึงกับวิ่งหนีเอาตัวรอดไปแล้ว
แต่มีเพียงชายคนหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่กับที่ โดยใช้พลังกลิ่นอายของตัวเองต้านทานกลิ่นอายของลูคัสไว้ ทำให้สองคนที่ถอยไปเมื่อครู่กลับมาเป็นปกติ
แน่นอนว่า ฉากที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสามไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของลูคัสไป
เขามองการกระทำของพวกมันเป็นการยั่วยุที่รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก นอกเหนือจากสิ่งที่พวกมันได้ทำกับลูกน้องของเขาแล้ว พวกมันยังได้สร้างความเสียหายให้กับคฤหาสน์ของเขาด้วย!
ลูคัสสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปล่อยเสียงคำรามออกมาอีกครั้งเพื่อระบายความโกรธที่กำลังปะทุขึ้น ในขณะเดียวกัน มานาก็เริ่มไหลเวียนไปทั่วกำปั้นของเขา ทำให้เขากำมือแน่นขึ้นเมื่อมานาเหล่านั้นเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง
"ไร้ค่าเสียจริง…" เขาพึมพำถ้อยคำที่มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่ได้ยิน พร้อมทั้งระดมพละกำลังทั้งหมดไปที่ขาของตน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อคุมสติไม่ให้ความโกรธเข้าครอบงำ
"พวกเจ้ามีกำลังเหนือกว่าทั้งจำนวนคนและพลัง แต่กลับถูกแค่คนสามคนเล่นงานจนหมดสภาพ? พวกเจ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นลูกน้องของข้าอีกงั้นหรือ?"
"ไร้ค่าจริงๆ"
ฟิ้ว!
"แต่ก็เอาเถอะ..."
ลูคัสพุ่งตัวเข้าหาทั้งสามคนตรงหน้า มานารอบกำปั้นของเขาค่อยๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ขณะที่กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกจากร่างเขากลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความกระหายเลือดและจิตสังหาร
"สุดท้ายแล้ว ข้าก็คงเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับพวกมันได้"
ปัง!