เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)

บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)

บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)


ก่อนหน้านี้…

"แจ้งชื่อและจุดประสงค์ของพวกเจ้า"

ขณะที่ไทรนด์ดัลและอีกสามคนค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ประตูทางเข้าคฤหาสน์ของลูคัส ลูกน้องสองคนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ก็ก้าวออกมาขวางทางพวกเขาไว้

"ถ้าพวกเจ้าแค่ผ่านมาเพ่นพ่านแถวนี้ล่ะก็ ไสหัวไปซะ!"

"ชื่อของพวกเรา? ไม่จำเป็นที่เจ้าต้องรู้หรอก" วัลเลียร์เป็นฝ่ายก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งเล็กน้อย ทำให้ลูกน้องทั้งสองคนขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะเอ่ยอะไรเพิ่ม สีหน้าหงุดหงิดก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดทันที เมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากปากของวัลเลียร์ "ส่วนจุดประสงค์ของพวกเรา..."

"ข้าเดาว่ามาเตะก้นหัวหน้าของพวกเจ้า ก็คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนพอแล้วล่ะนะ"

"เจ้ากล้าดียังไง!"

ไม่น่าแปลกใจเลยที่สมุนทั้งสองจะพุ่งเข้าใส่วัลเลียร์และพรรคพวกทันทีหลังจากได้ยินคำพูดนั้น ตั้งใจจะทำให้พวกเขาสำนึกผิดที่กล้าพูดจาดูถูก

"เจ้ากล้าทำลายชื่อเสียงของหัวหน้าพวกเรางั้นเหรอ?"

"กล้าสิ ทำไมจะไม่กล้า?"

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวัลเลียร์

"ก็ในเมื่อหัวหน้าของพวกเจ้าคิดจะทำลายชื่อเสียงของข้า แล้วทำไมข้าจะทำลายชื่อเสียงของเขากลับไม่ได้ล่ะ?"

ปัง! ปัง!

วัลเลียร์ดึงหอกออกมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปัดป้องการโจมตีของลูกน้องทั้งสองคนได้อย่างง่ายดาย แล้วพลิกหอกกลับด้าน เปลี่ยนให้ปลายทู่ของมันอยู่ข้างหน้า จากนั้นเขาใช้พละกำลังที่เหนือกว่าฟาดเข้าที่ท้ายทอยของทั้งคู่ในจังหวะเดียวกัน

ตุบ! ตุบ!

"รีบไปกันเถอะ ไม่นานกำลังเสริมของพวกมันก็คงจะมาถึง"

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าสมุนทั้งสองหมดสติไปจริงๆ ทั้งสี่ก็รีบพาตัวเองเข้าไปในคฤหาสน์ทันที ก่อนจะสังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังทางเข้าที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

เมื่อรู้ว่าคนพวกนี้มุ่งหน้ามาที่นี่เพราะได้ยินเสียงการต่อสู้เมื่อครู่ ทั้งสี่สบตากันครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้กัน ส่งสัญญาณให้ดักลาสหายตัวไปจากสายตาของพวกเขา เตรียมคอยสนับสนุนจากเงามืดตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

เมื่อดักลาสหายไปแล้ว ไทรนด์ดัล วัลเลียร์ และบรอม ก็มองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะหันไปจ้องคนที่กำลังตรงเข้ามาหาพวกเขา และในเสี้ยววินาทีต่อมา ทั้งสามก็พุ่งตัวเข้าโจมตีโดยไม่ลังเล

ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น...

คงอธิบายได้แค่คำเดียวว่า 'ถล่มยับ'

ทันทีที่ทั้งสามเผชิญหน้ากับกลุ่มลูกน้อง พวกเขาเป็นฝ่ายลงมือก่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสได้ตอบโต้ ทุกคนถูกทำให้หมดสภาพแทบจะในทันที ก่อนที่ทั้งสามจะมุ่งหน้าลึกเข้าไปภายในคฤหาสน์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินจำเป็นเหมือนกับลูกน้องทั้งสองคนที่ประตู เพราะเป้าหมายหลักของปฏิบัติการนี้ก็คือ ลูคัส

ในตอนแรก ไทรนด์ดัลและวัลเลียร์เป็นฝ่ายจัดการกับพวกที่ขวางทาง เพราะส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นสูงของแรงค์ 1 แต่เมื่อพวกที่มาขวางพวกเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจนถึงขั้นสูงสุดของแรงค์ 1 บรอมก็เริ่มเข้าช่วยเหลือทั้งสองต่อสู้ จากนั้น เมื่อพลังของศัตรูเพิ่มขึ้นถึงคลาสแรงค์ 2 วัลเลียร์และบรอมก็กลายเป็นกำลังหลักในการต่อสู้

จนกระทั่งศัตรูแข็งแกร่งขึ้นถึงขั้นกลางของแรงค์ 2 บรอมจึงเป็นคนที่รับภาระหนักที่สุดในการโจมตี ขณะที่วัลเลียร์และไทรนด์ดัลช่วยสนับสนุนด้วยการโจมตีเป็นระยะเพื่อลดแรงกดดันที่บรอมต้องเผชิญ

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ ณ ตอนนั้น พวกเขาก็ได้บุกลึกเข้ามาในคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และไม่นานนัก ชายที่พวกเขากำลังตามหาก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา

...

"อ๊าก..."

เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นทั่วพื้นที่ที่เขาเดินเข้ามา ลูคัสมองดูภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง รู้สึกพูดไม่ออกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันจบลงอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้ตอบโต้

ต่อหน้าต่อตาเขา บรรดาลูกน้องจำนวนมากที่ทำงานให้เขานอนกองระเนระนาดอยู่บนพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผลในระดับที่แตกต่างกันออกไป บางคนถูกอัดจนไปนอนอยู่ชิดผนัง ซึ่งเมื่อลูคัสเห็นรอยบุ๋มเป็นรูปมนุษย์เหนือร่างของพวกมัน ก็พอจะเดาได้ว่าพวกนั้นถูกซัดเข้าไปกระแทกผนังแรงขนาดไหน บางคนหมดสติไปแล้ว ทำให้ลูคัสคิดว่าคงเป็นเพราะความเจ็บปวดที่มากเกินกว่าร่างกายจะทนไหว

ตรงกันข้ามกับสภาพรอบข้าง มีชายสามคนยืนอยู่กลางห้องโดยไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ บนร่างกายของพวกเขาเลย สายตาของลูคัสจึงจับจ้องไปยังทั้งสามอย่างรวดเร็ว ความโกรธที่เขาเคยพยายามข่มไว้ก่อนหน้านี้ปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

"อ๊ากกกกกกกกกกก!!!"

ลูคัสเปล่งเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่น ขณะที่ลูคัสปลดปล่อยกลิ่นอายของตนออกมาอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ชายสองในสามคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถอยหลังไปอย่างหวาดหวั่น ส่วนชายหนุ่มวัยยี่สิบกลางๆ ที่ติดตามเขามาเมื่อครู่ถึงกับวิ่งหนีเอาตัวรอดไปแล้ว

แต่มีเพียงชายคนหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่กับที่ โดยใช้พลังกลิ่นอายของตัวเองต้านทานกลิ่นอายของลูคัสไว้ ทำให้สองคนที่ถอยไปเมื่อครู่กลับมาเป็นปกติ

แน่นอนว่า ฉากที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสามไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของลูคัสไป

เขามองการกระทำของพวกมันเป็นการยั่วยุที่รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก นอกเหนือจากสิ่งที่พวกมันได้ทำกับลูกน้องของเขาแล้ว พวกมันยังได้สร้างความเสียหายให้กับคฤหาสน์ของเขาด้วย!

ลูคัสสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะปล่อยเสียงคำรามออกมาอีกครั้งเพื่อระบายความโกรธที่กำลังปะทุขึ้น ในขณะเดียวกัน มานาก็เริ่มไหลเวียนไปทั่วกำปั้นของเขา ทำให้เขากำมือแน่นขึ้นเมื่อมานาเหล่านั้นเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง

"ไร้ค่าเสียจริง…" เขาพึมพำถ้อยคำที่มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่ได้ยิน พร้อมทั้งระดมพละกำลังทั้งหมดไปที่ขาของตน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อคุมสติไม่ให้ความโกรธเข้าครอบงำ

"พวกเจ้ามีกำลังเหนือกว่าทั้งจำนวนคนและพลัง แต่กลับถูกแค่คนสามคนเล่นงานจนหมดสภาพ? พวกเจ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นลูกน้องของข้าอีกงั้นหรือ?"

"ไร้ค่าจริงๆ"

ฟิ้ว!

"แต่ก็เอาเถอะ..."

ลูคัสพุ่งตัวเข้าหาทั้งสามคนตรงหน้า มานารอบกำปั้นของเขาค่อยๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ขณะที่กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกจากร่างเขากลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความกระหายเลือดและจิตสังหาร

"สุดท้ายแล้ว ข้าก็คงเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับพวกมันได้"

ปัง!

จบบทที่ บทที่ 252 ผู้บงการ... (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว