- หน้าแรก
- ระบบบัตรขูดไร้เทียมทาน
- บทที่ 13 : หลินจื่ออี้
บทที่ 13 : หลินจื่ออี้
บทที่ 13 : หลินจื่ออี้
หลังจากที่เขายกมือและโยนศิลาวิญญาณออกมา 800,000 ก้อน ผู้คนทั้งหมดก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
ฉินเฟิง ไม่สนใจเสียงอึกทึกที่ดังอยู่ข้างหลัง เขามุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร
ตอนนี้เขารู้สึกหิวมาก พนักงานนำอาหารมาให้ตามที่เขาสั่ง และฉินเฟิงก็เริ่มกินอย่างตะกละตะกราม
"พี่ฉินหล่อจังเลย"
"ยิ่งระดับการฝึกฝนสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งกินจุ และร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น พี่ฉินกินเร็วขนาดนี้แสดงว่าเขามีพลังมหาศาล และมีพละกำลังไม่สิ้นสุด"
"ว่าแต่ พี่ฉินหล่อจริงๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และมีผิวขาวราวกับหยก"
ผู้คนพูดคุยกันบางคนเป็นแฟนคลับ บางคนถึงกับมีดวงตาเป็นรูปหัวใจ
สาเหตุเป็นเพราะหลังจากฉินเฟิงได้เปิดใช้งานสายเลือดผานกู่ เขาก็ไม่ได้มีร่างกายผอมแห้งอีกต่อไป
เขามีร่างกายที่สมบูรณ์แบบ มีลมหายใจที่ยาวนาน และมีผมสีดำเงางาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่เขาสวมชุดของศิษย์แท้จริง อารมณ์ที่เขาแผ่ออกมานั้นโดดเด่นมาก ราวกับเซียนที่ถูกเนรเทศ
"พี่ฉินหล่อมาก เขาเพิ่งจะเข้าสู่ภูเขาชั้นใน คงยังไม่มีคู่บำเพ็ญเพียร"
"อย่าฝันไปเลย ด้วยหน้าตาแบบเธอเนี่ย พี่ฉินจะชอบได้ยังไง"
"แหม เธอยังเป็นเหมือนเดิมเลยนะ เลิกเป็นแฟนคลับได้แล้ว..."
ศิษย์หญิงบางคนคุยกัน ฉินเฟิงมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากเกินไป พวกเธอพากันหัวเราะคิกคัก
ในขณะนั้นก็มีเสียงอึกทึกที่ทางเข้าโรงอาหาร
บางคนเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่าเป็น หลินจื่ออี้ ผู้นำศิษย์แท้จริง
"นั่นพี่สาวจื่ออี้มาแล้ว"
"ลานบ้านของพี่สาวจื่ออี้ มีเชฟส่วนตัวนี่นา ทำไมวันนี้เธอถึงมายังโรงอาหารล่ะ"
บางคนรู้สึกประหลาดใจ และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
หลินจื่ออี้ ศิษย์แท้จริงของวังจื่อเวย เธอมีผิวขาว ใบหน้าสวยงาม และรูปร่างที่น่าหลงใหล
ด้วยรูปลักษณ์ของหลินจื่ออี้ เธอสามารถติดอันดับหนึ่งในห้าของสาวงามของวังจื่อเวยได้เลย
แต่เธอไม่ได้ใช้หน้าตาเพื่อหาเลี้ยงชีพ ความแข็งแกร่งของเธอก็สามารถติดอันดับหนึ่งในสิบของศิษย์แท้จริงเช่นกัน!
การปรากฏตัวของ หลินจื่ออี้ สร้างความฮือฮาได้ในทันที แต่ฉินเฟิงยังคงก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเอง โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
อาหารของโรงอาหารอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?
หลินจื่ออี้ ขมวดคิ้วและยืนอยู่ตรงโต๊ะของ ฉินเฟิง
ในวันปกติ ใครก็ตามที่เห็นเธอจะแสดงสีหน้าที่หื่นกระหาย แต่ฉินเฟิงกลับไม่สนใจเธอเลย
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ชื่อของฉินเฟิงได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งวังจื่อเวย
เขาฆ่าผู้อาวุโสเมื่อเข้ามายังภูเขาชั้นใน และยังมีความสัมพันธ์พิเศษกับผู้อาวุโสสูงสุดอีกด้วย
"พี่ฉิน ได้ยินมาว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก าแค่ต้องการเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของท่าน ท่านว่าอย่างไร?"
หลินจื่ออี้ มานั่งลงข้างๆ เธอเอามือเท้าคาง และมองหน้าของฉินเฟิง
ฉินเฟิงเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ และเหลือบมอง หลินจื่ออี้ เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด
หลินจื่ออี้ คนนี้ดูดีจริงๆ และมีรูปร่างที่สวยงามมาก แต่สายตาของเธอมองมายังฉินเฟิง ทำให้ฉินเฟิงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
สายตาของอีกฝ่ายดูหยิ่งยโสและสูงส่ง ถึงแม้ว่าเธอจะกำลังขอร้องเขาอยู่ แต่กลับเหมือนกับการให้ทานแก่เขามากกว่า
"ข้าไม่ชอบติดต่อกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้หญิงที่ดูถูกคนอื่น!"
ฉินเฟิง ตอบดลับไปอย่างเฉยเมย ผู้หญิงคนนี้ดูดีก็จริง แต่เขามุ่งมั่นในการบ่มเพาะ และเขาก็ไม่ชอบเธอ
"ฉินเฟิง อย่าหน้าด้านไปหน่อยเลย!"
หลินจื่ออี้ พูดขึ้นมาด้วยความโกรธ นี่มันคำพูดอะไรกัน? เธอเป็นศิษย์แท้จริงของวังจื่อเวย และความแข็งแกร่งของเธอก็อยู่ในอันดับที่ 20
และเธอก็งดงามมาก พูดตรงๆ ตราบใดที่เธอบอกว่าต้องการหาคู่บำเพ็ญเพียร ผู้คนทั้งวังจื่อเวยจะตามเธอราวกับฝูงปลา และยอมเป็นสุนัขของเธอ!
แต่ฉินเฟิงคนนี้กลับปฏิเสธเธออย่างตรงไปตรงมา ยิ่งหลินจื่ออี้คิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกอับอายมากขึ้นเท่านั้น
แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าฉินเฟิงหล่อจริงๆ และเธอเพิ่งได้ยินมาว่าฉินเฟิงต่อยเย่ซิงตายด้วยหมัดเดียว ซึ่งสมควรได้รับความสนใจจากเธอ
ใบหน้าของฉินเฟิงมืดมนลงในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับตัวเองจริงๆ
คนดีจะไม่ทะเลาะกับผู้หญิง ฉินเฟิงจึงไม่สนใจเธอ
เขาลุกขึ้น และกำลังจะจากไป เขากลับพบบัตรขูดสีเงินที่มุมด้านหนึ่ง
สีหน้าไม่พอใจของฉินเฟิงก็ผ่อนคลายลงทันที เขาไม่สนใจหลินจื่ออี้ และมุ่งหน้าไปที่มุมนั้น หยิบบัตรขูดขึ้นมา
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลบัตรขูดสีเงิน"
"ติ๊ง ใช้บัตรขูดสีเงินสำเร็จแล้ว ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ วิชากระบี่หลิงหยุนระดับหวงขั้นกลาง "
"ติ๊ง สายเลือดผานกู่ของโฮสต์ได้อัพเกรด วิชากระบี่หลิงหยุนระดับหวงขั้นกลาง เป็นวิชากระบี่หลิงหยุนระดับหวงขั้นสูง"
"หือ?! ไม่เลวเลย ไปลองดูทดสอบพลังของวิชากระบี่หลิงหยุนกัน"
ฉินเฟิง ไม่สนใจหลินจื่ออี้ เขาเดินออกมาจากโรงอาหาร และหยิบดาบชิงเฟิงออกมาจากพื้นที่เก็บของอย่างไม่ใส่ใจ
"ฉัวะ!"
ดาบชิงเฟิงถูกกวัดแกว่งออกไป พลังปราณดาบพุ่งพล่าน ฉินเฟินลองใช้วิชากระบี่หลิงหยุนออกมา
"ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ..."
เท้าของฉินเฟิงขยับและร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ภายในระยะสามฟุต เขาวาดวิชากระบี่ พลังกระบี่พุ่งออกมา กระแสลมจากกระบี่ก็พัดไปทั่วบริเวณ
"แข็งแกร่งมาก!"
ด้านนอกโรงอาหาร ศิษย์ที่ยังไม่ได้จากไปไหน พากันกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว และหยิบอาวุธระดับหวงออกมาอย่างไม่สนใจ!
"หือ?"
ทันใดนั้น ฉินเฟิงก็พบว่ามีบัตรขูดสีเงินอยู่ในลานเล็กๆ ที่เย่ซิงตายด้วย
เขาเดินเข้าไปทันทีและหยิบบัตรขูดสีเงินขึ้นมา
บางครั้ง เมื่อสังหารศัตรูบัตรขูดก็จะปรากฏขึ้นมาแบบสุ่ม
"ติ๊ง โฮสต์ใช้บัตรขูดสีเงินสำเร็จแล้ว และได้รับวิชากระบี่จื่อเวยระดับเสวียนขั้นต่ำ"
"วิชากระบี่จื่อเวยระดับเสวียนขั้นต่ำ ได้รับการอัพเกรดเป็น วิชากระบี่ดาวจื่อเวยระดับเสวียนขั้นสูง!"
ฉินเฟิง พยักหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข วิชากระบี่ระดับเสวียนขั้นสูงเหมาะสำหรับใช้กับดาบจักรพรรดิอสุรา
ดังนั้น ฉินเฟิงจึงมองไปที่ดาบชิงเฟิงในมือ ดูเหมือนว่ามันจะต้องนอนขึ้นสนิมอยู่ในพื้นที่เก็บของแล้ว
ส่วนวิชากระบี่ระดับหวงนั้นมีค่ามาก ศิษย์ที่มองเห็นต่างก็พากันอิจฉา
ฉินเฟิงครุ่นคิด ยังไงเขาก็ไม่ได้ขาดเงิน และไม่จำเป็นต้องขายมัน เขาจึงโยนวิชากระบี่และดาบชิงเฟิงให้หลี่เทียนหยูอย่างไม่สนใจ
"ข้าให้เจ้าไป เอาไปซะ"
หลี่เทียนหยูดีใจมาก วิชากระบี่หลิงหยุนที่ฉินเฟิงใช้เมื่อครู่นี้มีทรงพลังมากและพลังกระบี่ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งทำให้เขาตกใจมาก
"ขอบคุณครับ นายท่าน"
หลี่เทียนหยู คุกเข่าข้างหนึ่ง และเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ
"อืม"
ฉินเฟิง พยักหน้าเขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ในเมื่อหลี่เทียนหยูต้องการติดตามเขา เขาก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้อีกฝ่าย มิฉะนั้นถ้าหลี่เทียนหยูถูกคนอื่นทำร้าย มันก็จะเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับเขา
"นี่!"
เขายื่นอาวุธระดับหวงให้คนรับใช้ของเขาอย่างไม่สนใจ นี่มันใจกว้างเกินไปแล้ว?
ทุกคนต่างก็พากันอิจฉา มีเจ้านายที่ใจกว้างขนาดนี้ แค่ได้ดื่มน้ำแกงก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเขา
หลินจื่ออี้ มองเห็นทั้งหมด ความจริงที่ว่าเขาร่ำรวย มีอำนาจ และสามารถมอบของขวัญให้ข้ารับใช้อย่างไม่ใสใจ ทำให้เธอตัดสินใจแน่วแน่มากขึ้น
เมื่อเห็นฉินเฟิงหันหลังและกำลังจะจากไป หลินจื่ออี้ ก็รีบพูดว่า "หยุดนะ ข้าอนุญาตให้เจ้าไปแล้วเหรอ?"
"เจ้าต้องการอะไร?"
ฉินเฟิงหยุดและมองหลินจื่ออี้ ด้วยความสนใจเล็กน้อย
"เจ้าจะไม่พิจารณาจริงๆ เหรอ?"
หลังจากหลินจื่ออี้พูดจบ เธอก็ตั้งใจยืดอกของเธอให้ตรง เธอจ้องมองฉินเฟิงโดยไม่กระพริบตา
"ข้าไม่ต้องการคู่บำเพ็ญเพียร แต่ถ้าเจ้าอยากเป็นสาวใช้ของข้า ข้าก็ไม่คัดค้าน!"