เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 133 สองสาวพบกันบัตรคืนเงินระดับสาม (ฟรี)

บทที่ 133 สองสาวพบกันบัตรคืนเงินระดับสาม (ฟรี)

บทที่ 133 สองสาวพบกันบัตรคืนเงินระดับสาม (ฟรี)


เมื่อหยางฟานพาหลี่ซินหรานเดินมาถึงตรงหน้าหลินหว่านเฉิน เขาก็เอ่ยแนะนำอย่างเป็นกันเองว่า

“นี่คือหลินหว่านเฉิน อายุเธอน้อยกว่าหน่อย แต่พวกเธอทั้งคู่เป็นคนอัธยาศัยดี น่าจะเข้ากันได้ไม่ยาก ยังไงก็ลองทำความรู้จักกันไว้นะ”

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับหลินหว่านเฉินต่อ

“คนนี้คือหลี่ซินหราน อย่าคิดว่าเธอเป็นพี่แล้วจะดุนะ จริง ๆ เธอเป็นคนอ่อนโยนมาก ห้ามเธอรังแกพี่เขาล่ะ”

หลินหว่านเฉินได้ยินก็มองค้อนเขาหนึ่งที แต่พอหันกลับไปก็ยิ้มหวานให้หลี่ซินหรานทันที แล้วเอื้อมมือออกไปอย่างเป็นมิตร

“พี่ซินหราน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันชื่อหลินหว่านเฉิน อย่าไปเชื่อที่เขาพูดเลย พวกเราต้องเข้ากันได้แน่ ๆ ค่ะ”

【ความสนิทสนม หลี่ซินหราน +2】

【หลี่ซินหราน (ปลดล็อคแล้ว) ความสนิทสนม ถึง 70 แต้ม รับรางวัล บัตรคืนเงินระดับ 3 (1 ใบ) ใช้งานได้ 5 ครั้ง】

【ระดับคืนเงิน】: 3(5 ครั้ง)

【อัตราคืนเงิน】: (1:1.4)

“……”

หยางฟานได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบก็แอบยิ้มมุมปาก ในใจคิดว่าแบบนี้ทุนของตัวเองก็กำลังจะโตขึ้นอีกก้าวแล้วสินะ! ระยะห่างจากคำว่า มหาเศรษฐีก็ยิ่งใกล้เข้าไปทุกที

บังเอิญว่าทั้งสามคนกำลังจะไปดูรถกันพอดี โอกาสในการใช้บัตรคืนเงินระดับ 3นี้ก็เหมาะเจาะสำหรับซื้อรถให้สองสาวพอดีเป๊ะ

สรุปคือ เขาได้รถสองคันฟรี ๆ แถมเงินลงทุนยังเพิ่มขึ้นอีก เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

ส่วนเรื่องผลประโยชน์พิเศษน่ะเหรอ?

เขาอุตส่าห์ซื้อรถให้ สาว ๆ ถ้าไม่เสียสละตัวเองบ้างให้เขาได้ลิ้มรสความสุขล่ะก็ก็ดูจะใจร้ายไปหน่อยใช่ไหม?

ที่ความสนิทสนม หลี่ซินหรานพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแบบนี้ ก็เป็นเพราะตอนที่หยางฟานบอกให้หลินหว่านเฉินอย่ารังแกเธอ เธอสัมผัสได้ถึงความห่วงใยอย่างจริงใจจากชายตรงหน้า มันเป็นความอบอุ่นที่เธอต้องการที่สุดในช่วงเวลานี้

ช่วงที่เธอกำลังตกอยู่ในภาวะไม่มั่นใจ วิตกกังวล และกลัวว่าจะสูญเสียสิ่งที่มีไป ความรู้สึกแบบนี้ยิ่งถูกขยายให้ชัดเจนขึ้น

ท่าทีของหยางฟานในเวลานี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ปลอบโยนใจเธอได้อย่างดี ทำให้เธอรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย จนค่าความสนิทสนมพุ่งทะลุขีด 70 ไปอย่างง่ายดาย

หลี่ซินหรานก็รวบรวมสติตัวเอง และบอกตัวเองให้มีสติ รู้จักรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ดี ก่อนจะยิ้มสุภาพ ยื่นมือมาจับกับหลินหว่านเฉิน

“ฉันก็ยินดีที่ได้รู้จักเธอเหมือนกัน งั้นฉันขอเรียกเธอว่า หว่านเอ๋อร์ได้ไหม?”

หลินหว่านเฉินยิ้มหวานพลางพยักหน้าเบา ๆ

“ได้เลยค่ะ เพื่อนสนิทฉันก็เรียกฉันแบบนี้”

คำพูดนี้ทำให้หลี่ซินหรานยิ่งรู้สึกดี เพราะหลินหว่านเฉินเทียบเธอไว้ในฐานะเดียวกับเพื่อนสนิทตั้งแต่แรกเจอ ทำให้ความรู้สึกเป็นมิตรถูกเร่งให้งอกงามทันที

เธอไม่ลังเลเลยที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าหว่านเอ๋อร์ พร้อมทั้งรู้สึกโล่งใจว่า สาวงามตรงหน้านี้ดูจะเข้ากันได้ง่ายกว่าที่คิดเยอะ

สองสาวเริ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนม แถมยังเมาท์เรื่องผู้หญิงกันอย่างออกรส

หยางฟานมองดูภาพตรงหน้าอย่างรู้สึกชื่นใจ

เขาหันไปพูดกับสองสาวที่กำลังคุยกันเรื่องเคล็ดลับดูแลผิวด้วยความกระตือรือร้น

“ได้เวลาไปกันแล้วนะ”

หลี่ซินหรานพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบสั้น ๆ ว่า “โอเค” จากนั้นก็รีบคล้องแขนเขาทันที

หลินหว่านเฉินก็ไม่ยอมน้อยหน้า กำลังจะยื่นมือมาคล้องอีกข้างของเขาบ้าง ทว่า หยางฟานกลับโอบเอวเธอไว้แน่นแทน

สุดท้าย หยางฟานก็เดินออกจากร้านชานมพร้อมสาวสวยระดับท็อปสองคนประกบซ้ายขวา

ภาพนี้ทำเอาลูกค้าและพนักงานในร้านชานมตาค้างกันเป็นแถบ!

เด็กหนุ่มวัยราว ๆ ยี่สิบปีที่ยืนอยู่แถวนั้น ถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะเผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า

“แบบนี้ก็ได้เหรอ!?”

แต่พอพูดจบก็รีบหุบปากแทบไม่ทัน เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่มันที่สาธารณะ จึงรีบกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง โชคดีที่ไม่มีใครหันมามองเขา เจ้าตัวถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่ความจริงแล้ว ผู้ชายคนอื่น ๆ ที่อยู่แถวนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีความคิดไม่ต่างจากเขานัก

ใบหน้าแต่ละคนฉายแววอิจฉาพร้อมสายตาเคารพบูชา คล้ายจะพูดออกมาเป็นเสียงเดียวว่า

“ชายชาติทหารก็ต้องใช้ชีวิตให้ได้อย่างนั้นสิ!”

แต่ไม่ทันไรก็ต้องตามด้วยประโยคในใจอย่างเจ็บปวดว่า

“แต่เอาเถอะ ชาติหน้าฉันไม่มาเกิดแล้ว ความต่างระหว่างคนมันเกินไปจริง ๆ”

แม้แต่สาว ๆ ที่อยู่แถวนั้นก็นึกในใจว่า

“สองสาวเมื่อกี้นี่สวยมากจริง ๆ ผู้ชายคนนั้นต้องรวยมากแน่ ๆ ไม่งั้นหน้าตาก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้น แล้วอะไรทำให้เธอสองคนพร้อมใจกันเลือกเขาล่ะ?”

หยางฟานกับสองสาวที่ออกมาจากร้านชานมเดินเรียงกันไปตามถนน และไม่ว่าไปถึงไหน คนที่เดินผ่านก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองพวกเขา

หลี่ซินหรานรู้สึกประหม่ากับสายตารอบด้านเล็กน้อย

“ที่รัก แบบนี้เราดูเด่นเกินไปไหม?”

แต่สำหรับหยางฟานแล้ว ผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายรอบจนเริ่มชินแล้ว เขาเพียงแค่ส่ายหน้าแล้วพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจนักว่า

“ไม่หรอก อย่าไปสงสารคนอื่นเลย”

“…”

“…”

สองสาวถึงกับพูดไม่ออก พร้อมกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว

แต่เมื่อเห็นว่าคนรักของพวกเธอกำลังอินกับบรรยากาศแห่งชัยชนะและความภาคภูมิใจ พวกเธอก็ไม่คิดจะขัดอะไร

ยังไงเสียสายตาคนอื่นไม่สำคัญเท่าความสุขของเขา

พวกเธอแค่ต้องเป็นฝ่ายที่อยู่เคียงข้างเขาก็พอ

ทั้งสามจึงขึ้นรถแท็กซี่ด้วยกัน และนั่งเรียงบนเบาะหลัง

สักพัก หยางฟานก็หันไปมองคนขับอย่างอ่อนใจ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ลุงครับ ขับรถให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหม?”

“อ๊ะ!”

แต่ใครจะรู้ คนขับกลับไม่รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามยังหัวเราะร่วนแล้วพูดอย่างร่าเริงว่า

“ฮ่าๆๆพ่อหนุ่มนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ! พูดแล้วคิดถึงตอนหนุ่ม ๆ ของลุงเลยนะ ตอนนั้นลุงก็…”

แล้วลุงคนขับก็เริ่มโม้ชีวิตวัยหนุ่มของตัวเองอย่างออกรส

พูดเหมือนตัวเองเคยเป็นหนุ่มรูปงามที่ดังไปทั่วสิบตำบล เป็นเสือผู้หญิงที่เที่ยวผ่านดงดอกไม้โดยไม่ติดใบไม้สักใบ

หยางฟานฟังแล้วได้แต่กลอกตาในใจ

ตอนหนุ่มลุงมันจะเทพแค่ไหนก็เถอะแล้วตอนนี้มาขับแท็กซี่อยู่ทำไม? ทำไมไม่ไปล่าเสืออยู่ล่ะ?

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

รถแท็กซี่ก็มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตเมืองใหม่

ทั้งสามคนลงจากรถ แล้วเดินตามหลี่ซินหรานเข้าไปในตัวห้าง ชั้นหนึ่งของห้างนั้นมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่กำลังจัดงานแสดงรถยนต์อยู่

จบบทที่ บทที่ 133 สองสาวพบกันบัตรคืนเงินระดับสาม (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว