- หน้าแรก
- โคตรระบบผลข้างเคียง
- โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 340 การรวมตัวของเหล่าราชันแท้และโถงหมื่นเผ่าพันธุ์
โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 340 การรวมตัวของเหล่าราชันแท้และโถงหมื่นเผ่าพันธุ์
โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 340 การรวมตัวของเหล่าราชันแท้และโถงหมื่นเผ่าพันธุ์
โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 340 การรวมตัวของเหล่าราชันแท้และโถงหมื่นเผ่าพันธุ์
ตูม!!! ตูม!!!
ขณะที่ซูโม่และคนอื่น ๆ กำลังพูดคุยกัน มิติของโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแห่งนี้ก็ฉีกขาดอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่า นอกจากราชันแท้สององค์ของเผ่ามังกรและเผ่ายมโลกที่พาทายาทมาแล้ว ยังมีราชันแท้แห่งปวงสวรรค์องค์อื่น ๆ ข้ามเขตแดนมาอีกด้วย
ในชั่วพริบตา เบื้องหน้าทุกคนก็ปรากฏรอยแยกมิติสองสาย ราชันแท้สององค์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน!
หนึ่งในราชันแท้สวมอาภรณ์หรูหรา บ่ากว้าง ผมยาวสลวยพลิ้วไหวตามสายลม ดูสง่างามอย่างหาที่เปรียบมิได้
เขาคือราชันหาน ผู้มีสถานะสูงส่งอย่างยิ่งในหมู่หมื่นเผ่าพันธุ์
เบื้องหลังของเขา กลับมีอัจฉริยะขอบเขตระดับหกเกือบร้อยคนตามมาด้วย!
อาจกล่าวได้ว่า ทีมของอัจฉริยะที่เขานำมานั้นมีจำนวนมากที่สุดในที่เกิดเหตุอย่างแน่นอน
ส่วนราชันแท้อีกองค์หนึ่งแต่งกายด้วยชุดโบราณ ราวกับไม่ใช่คนในยุคสมัยเดียวกับคนอื่น ๆ
ชายผู้นี้มวยผมไว้บนศีรษะ ใบหน้าเรียบเฉย
เบื้องหลังของเขาก็มีอัจฉริยะขอบเขตระดับหกเกือบร้อยคนตามมาเช่นกัน
ราชันหานพอเข้ามาก็สังเกตเห็นราชันสงคราม เผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “ราชันสงคราม ไม่คิดว่าราชันผู้นี้จะมาด้วยใช่หรือไม่
ได้ยินมาว่าครั้งนี้ หลานชายที่นายโปรดปรานที่สุดสองคนก็มาด้วย
ครั้งนี้ฉันจะให้นายได้ลิ้มรสชาติของการที่คนผมขาวต้องมาส่งคนผมดำ!”
ทว่า ราชันสงครามกลับขี้เกียจจะชายตามองราชันหานแม้แต่แวบเดียว เมินเฉยต่อเขาโดยตรง ราวกับว่าในที่เกิดเหตุไม่มีคนผู้นี้อยู่
ราชันหานเห็นท่าทีของราชันสงครามก็อดไม่ได้ที่จะโกรธจัด อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงราชันแท้ของโถงหมื่นเผ่าพันธุ์ กลับถูกเมินเฉยเช่นนี้หรือ “หึ ดี!”
ราชันหานก็ไม่พูดอะไรอีก แค่นเสียงเย็นชาครั้งหนึ่ง จดจำท่าทีของราชันสงครามที่มีต่อเขาในครั้งนี้ไว้ในใจอย่างแน่นหนา
เขาอยากจะเห็นนักว่าหลังจากจบการเดินทางในโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณครั้งนี้แล้ว ราชันสงครามจะยังกล้าเมินเฉยต่อเขาได้อีกหรือไม่
ครั้งนี้เขาเตรียมตัวมาอย่างดี ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตระดับหกเกือบร้อยคน ย่อมสามารถบดขยี้อัจฉริยะสี่สิบห้าสิบคนของเผ่ามนุษย์ได้อย่างแน่นอน!
ถึงแม้ราชันสงครามจะไม่ได้สนใจราชันหาน แต่ที่น่าประหลาดใจคือ เขากลับพยักหน้าเล็กน้อยให้ราชันแท้อีกองค์ที่เพิ่งจะข้ามเขตแดนมาและแต่งกายด้วยชุดโบราณ ยิ้มกล่าว “พี่กู่ พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ
อย่างไรกัน พวกท่านเผ่ากู่ก็สนใจโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแห่งนี้ด้วยหรือ”
ราชันแท้เผ่ากู่ยิ้มตอบ พยักหน้ากล่าว “โบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแห่งนี้เกี่ยวข้องกับยอดฝีมือระดับราชันหลายองค์ ยอดฝีมือระดับเก้าอีกกว่าร้อยคน แม้แต่เผ่ากู่ของฉันก็ยังสนใจอย่างยิ่ง
อีกทั้งฉันได้ยินมาว่าข้างในก็มีผู้อาวุโสของเผ่ากู่ของฉันล้มตายอยู่ที่นี่ด้วย
ตอนนี้เผ่ากู่ของพวกเรารู้ตำแหน่งของโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแห่งนี้แล้ว โดยธรรมชาติย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่ส่งคนเข้าไปดู”
ซูโม่ มู่จื่อจิ้น และเหวินอี้เตาพร้อมด้วยคนอื่น ๆ มองดูยอดฝีมือระดับราชันมากมายมารวมตัวกัน ก็รู้สึกว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยาก
ปกติแล้ว แม้แต่ยอดฝีมือระดับราชันคนเดียวก็ยังหาดูได้ยาก ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะได้เห็นมากมายขนาดนี้!
“ฉากนี้ช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ ดูท่าแล้วครั้งนี้เผ่ามนุษย์ของพวกเราคงจะต้องเผชิญกับศึกหนักแล้ว!
และแรงดึงดูดของโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแห่งนี้ก็ยิ่งใหญ่จริง ๆ ทำให้ยอดฝีมือระดับราชันมากมายให้ความสำคัญถึงเพียงนี้!”
เหวินอี้เตาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
มู่จื่อจิ้นสีหน้าก็เคร่งขรึมอย่างมาก ทั้งร่างก็เงียบขรึมลงไปบ้าง
ในฐานะนักศึกษาอันดับหนึ่งของจิงหวู่ ในตอนนี้เขาก็รู้สึกกดดันอย่างมาก!
ซูโม่มองดูราชันหาน เอ่ยถามอย่างสงสัย “ราชันแท้เผ่าพันธุ์ต่างแดนท่านนั้นคือใครหรือ เขาคนเดียวกลับนำอัจฉริยะระดับหกมาเกือบร้อยคน
อีกทั้งอัจฉริยะระดับหกเกือบร้อยคนนี้ก็ไม่ได้มาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน”
ก็ไม่แปลกที่ซูโม่จะสงสัย
แม้แต่ฝ่ายเผ่ามนุษย์ของพวกเขาก็ยังมีอัจฉริยะเพียงสี่สิบห้าสิบคน แต่คนที่ราชันแท้ท่านนั้นนำมากลับเป็นสองเท่าของเผ่ามนุษย์!
เว่ยเมิ่งเยวี่ยกระซิบแนะนำซูโม่ “ราชันแท้เผ่าพันธุ์ต่างแดนท่านนั้นคือราชันหาน และราชันหานก็คือราชันแท้ของโถงหมื่นเผ่าพันธุ์”
“โถงหมื่นเผ่าพันธุ์หรือ”
ซูโม่เพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัย
เว่ยเมิ่งเยวี่ยแนะนำอย่างอดทน “โถงหมื่นเผ่าพันธุ์คือขุมอำนาจชั้นนำที่รวบรวมเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์จำนวนไม่น้อยไว้ด้วยกัน
และผู้ที่สามารถเข้าสู่โถงหมื่นเผ่าพันธุ์ได้ล้วนเป็นผู้ที่มีตัวตนระดับราชันแท้ ดังนั้นจึงถูกเรียกว่าโถงราชันแท้ด้วยเช่นกัน
แต่ว่าสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์และเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งแห่งปวงสวรรค์บางส่วนไม่ได้อยู่ในนั้น
โถงหมื่นเผ่าพันธุ์มีราชวงศ์หมื่นเผ่าพันธุ์อยู่ใต้บังคับบัญชา ดินแดนชั้นนอกถ้ำใต้ดินทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของพวกเขา!
อาจกล่าวได้ว่า โถงหมื่นเผ่าพันธุ์อันที่จริงก็คือศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของเผ่ามนุษย์เราในปัจจุบัน!
ตอนนี้ ผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์จำนวนมากที่ต่อสู้ในถ้ำใต้ดิน อันที่จริงก็กำลังต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ใต้บังคับบัญชาของโถงหมื่นเผ่าพันธุ์”
ซูโม่ในใจถึงเพิ่งจะเข้าใจ มองดูอัจฉริยะระดับหกเกือบร้อยคนที่อยู่เบื้องหลังราชันหาน พยักหน้ากล่าว “ไม่แปลกใจเลยที่ราชันหานสามารถนำอัจฉริยะระดับหกมาได้มากมายขนาดนี้ เผ่าพันธุ์ใต้บังคับบัญชาของโถงหมื่นเผ่าพันธุ์มีมากมาย พวกเขาสามารถรวบรวมอัจฉริยะระดับหกที่อายุต่ำกว่า 30 ปีมาได้มากมายขนาดนี้ในคราวเดียวก็ไม่น่าแปลกใจแล้ว”
พลางพูด สายตาของซูโม่ก็มองไปยังราชันแท้ของเผ่ากู่ เอ่ยถามต่อไป “เมื่อครู่ฉันเห็นท่านราชันสงครามมีท่าทีที่ดีต่อราชันแท้ของเผ่ากู่ท่านนั้น ราชันแท้ท่านนั้นมีที่มาอย่างไรหรือ”
“ราชันแท้ของเผ่ากู่ท่านนั้นคือราชันฉือ เผ่ากู่ก็เป็นหนึ่งในสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์!” เว่ยเมิ่งเยวี่ยตอบ
ซูโม่ดวงตาสาดประกายเล็กน้อย ประหลาดใจอยู่บ้างกล่าว “ไม่คิดเลยว่านอกจากเผ่ามังกรและเผ่ายมโลกแล้ว จะยังมีสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์มาอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง!”
เว่ยเมิ่งเยวี่ยพูดถึงเผ่ากู่กลับไม่ได้มีความเกรงกลัวมากนัก กล่าวต่อไป “เผ่ากู่เผ่าพันธุ์นี้เก่าแก่มาก ทั้งยังลึกลับอย่างยิ่ง
ว่ากันว่าเผ่าพันธุ์นี้เชี่ยวชาญทักษะยุทธ์ที่สูญหายไปในยุคโบราณบางแขนง แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
สำหรับเผ่าพันธุ์นี้ ฉันก็ไม่ได้รู้มากนัก”
ซูโม่เห็นเว่ยเมิ่งเยวี่ยแนะนำเผ่ากู่ไม่ได้มีท่าทีเคร่งขรึมเหมือนเมื่อก่อน บวกกับท่าทีของราชันสงครามที่มีต่อราชันฉือเมื่อครู่ เขาก็พอจะเดาได้บ้างแล้ว เอ่ยปากกล่าว “เผ่ากู่กับเผ่ามนุษย์เราความสัมพันธ์น่าจะยังดีอยู่ใช่หรือไม่”
เว่ยเมิ่งเยวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย ตอบว่า “ก็ไม่ได้พูดว่าดีมากหรอก แต่ก็ไม่เหมือนโถงหมื่นเผ่าพันธุ์ที่บาดหมางกับเผ่ามนุษย์เรา
เผ่ากู่อันที่จริงเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ผู้นำของราชวงศ์ผู้พิทักษ์”
“ราชวงศ์ผู้พิทักษ์หรือ”
ซูโม่เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
เขาพบว่าตั้งแต่เข้าสู่ดินแดนชั้นใน ได้เห็นเผ่าพันธุ์มากมาย และขุมอำนาจบางส่วนแล้ว มีเรื่องมากมายที่เขาไม่เข้าใจ
เว่ยเมิ่งเยวี่ยก็ไม่ได้รำคาญที่ซูโม่ถาม ยินดีที่จะอธิบายให้ซูโม่ฟัง “ราชวงศ์ผู้พิทักษ์ก็เป็นขุมอำนาจที่เผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์จำนวนไม่น้อยรวมตัวกันขึ้นมา
และราชวงศ์ผู้พิทักษ์แตกต่างจากโถงหมื่นเผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ข้างในล้วนเป็นฝ่ายที่เป็นกลาง อาจจะมองได้ว่าเป็นองค์กรที่เป็นกลาง
พวกเขาไม่ค่อยจะเข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างหมื่นเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ ทำตัวเรียบง่ายมาก
แต่การเป็นกลางก็ต้องมีพลังอำนาจ อย่างน้อยก็ต้องทำให้เผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์อื่น ๆ ไม่กล้าไปยั่วโมโหตามอำเภอใจ!
และเผ่ากู่ในฐานะหนึ่งในสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ โดยธรรมชาติย่อมมีพลังอำนาจนี้!”
ซูโม่ฟังจบถึงเพิ่งจะเข้าใจทั้งหมด ยิ้มกล่าว “ไม่แปลกใจเลยที่ราชันสงครามจะทักทายราชันฉือของเผ่ากู่
ฉันยังคิดว่าสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ล้วนเป็นศัตรูกับเผ่ามนุษย์เราเสียอีก!”
ขณะนั้น เซวียอวี๋เทียนที่ไม่ได้มีโอกาสแทรกบทสนทนามาโดยตลอด ในที่สุดก็หาโอกาสได้ ยิ้มกล่าว “พี่ซู หมื่นเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์มีมากมายขนาดนั้น เผ่าพันธุ์ที่เป็นมิตรกับเผ่ามนุษย์เราและไม่เต็มใจจะยั่วโมโหเผ่ามนุษย์เราก็มีไม่น้อย
ถ้าหากสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ล้วนเป็นศัตรูกับเผ่ามนุษย์เรา เช่นนั้นเผ่ามนุษย์เราก็คงจะกลายเป็นเป้าหมายของทุกคนแล้ว
สถานการณ์ในถ้ำใต้ดินก็จะยิ่งตึงเครียดมากขึ้น!”
ซ่งถานฉวินก็พยักหน้า เอ่ยปากกล่าว “โชคดีที่ครั้งนี้มาคือเผ่ากู่ ถ้าหากมาเป็นสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ที่บาดหมางกับเผ่ามนุษย์เราอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง เช่นนั้นพวกเราเข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแล้วสถานการณ์ก็จะเลวร้ายอย่างยิ่ง!”
เซวียอวี๋เทียนก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “ถูกต้อง โชคดีที่มาคือเผ่ากู่
กลุ่มคนที่ราชันฉือของเผ่ากู่นำมาครั้งนี้ก็เป็นอัจฉริยะระดับหกของเผ่าพันธุ์ที่เป็นกลางบางเผ่าพันธุ์
ถึงตอนนั้นพวกเราเข้าไปแล้ว ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปยั่วโมโหพวกเขาก็พอ”
ซูโม่ได้ยินก็พยักหน้า กล่าวว่า “ขอเพียงพวกเขายังคงรักษาความเป็นกลาง อย่ามายั่วโมโหพวกเรา พวกเราโดยธรรมชาติก็จะไม่ไปหาเรื่องพวกเขา”
ถึงแม้ซูโม่จะรู้ว่าเบื้องหลังราชันฉือล้วนเป็นอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์ที่เป็นกลาง แต่ความระแวดระวังก็ไม่ได้ลดลง
เพราะไม่แน่ว่าจะมีเผ่าพันธุ์บางเผ่าพันธุ์ที่อ้างว่าเป็นกลาง แต่กลับมาลอบกัดอย่างไม่ทันตั้งตัว
อย่างไรเสีย ขอเพียงอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์ที่เป็นกลางเหล่านี้เข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแล้วทำตัวเรียบร้อย เขาก็จะไม่ลงมือกับพวกเขา
มิฉะนั้น เผ่าพันธุ์ที่เป็นกลางก็ยังคงจะถูกฟันดาบเดียวสังหาร!
ขณะที่ซูโม่และคนอื่น ๆ กำลังพูดคุยกันเสียงเบา ราชันสงครามก็กวาดตามองราชันแท้เผ่าพันธุ์ต่างแดนจำนวนมาก กล่าวอย่างเย็นชา “ราชันชิง เยี่ยนอวี๋เหิงยังไม่มาอีกหรือ”
“ตูม ตูม…”
เสียงยังไม่ทันขาดคำ
มิติในที่เกิดเหตุก็ฉีกขาดเป็นรอยแยกอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่า มีราชันแท้อีกองค์ข้ามเขตแดนมา
รอยแยกมิติเพิ่งจะเปิดออก ราชันแท้ท่านนี้ยังไม่ทันเข้ามา เสียงก็ดังมาก่อนแล้ว “เหอะ ๆ ราชันสงครามคิดถึงราชันผู้นี้ขนาดนี้เลยหรือ
ราชันผู้นี้ก็มาแล้วไม่ใช่หรือ”
พูดจบ ชายหนุ่มที่หน้าตางดงาม กระทั่งอาจกล่าวได้ว่ามีเสน่ห์เย้ายวนเล็กน้อยก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ
เขาสวมชุดยาวสีเลือด อาภรณ์หรูหรา ผมดำยาวสลวยพลิ้วไหว ดวงตาแฝงความเย็นชาที่ทำให้คนหนาวสะท้าน
ชายผู้นี้ก็คือราชันชิง เยี่ยนอวี๋เหิงแห่งเผ่าโลหิตมายา!
เบื้องหลังของราชันชิง ยังมีอัจฉริยะขอบเขตระดับหกเกือบห้าสิบคนตามมาด้วย
แต่ที่น่าประหลาดใจคือ โลหิตปราณของอัจฉริยะขอบเขตระดับหกเกือบห้าสิบคนนี้แตกต่างกันไป ล้วนสังกัดเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ที่แตกต่างกัน!
กระทั่งในนั้นยังมีผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์อยู่ด้วย!
นี่ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น เมื่อรับรู้ไป โลหิตปราณของเขาก็เป็นของเผ่ามนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย
“เผ่าโลหิตมายา!”
เซวียอวี๋เทียน ซ่งถานฉวิน และเว่ยเมิ่งเยวี่ยพร้อมด้วยทายาทระดับราชันหลายคนต่างก็สีหน้ามืดมนลง
อาจกล่าวได้ว่า ในสงครามครั้งก่อนที่โบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณ เผ่าโลหิตมายาสร้างความเดือดร้อนให้พวกเขาไม่น้อยเลย!
การล้มตายของทายาทระดับราชันคนหนึ่งในสงครามครั้งนั้นก็เกี่ยวข้องกับคนของเผ่าโลหิตมายาอย่างมาก
“พวกสารเลวเผ่าโลหิตมายา รอให้เข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแล้ว ฉันจะต้องฆ่าพวกมันให้หมด!”
เซวียอวี๋เทียนสีหน้าเย็นชา กัดฟันพูดเสียงเบา
ซ่งถานฉวินก็พยักหน้า แต่ก็ยังคงกำชับว่า “เซวียอวี๋เทียน ถึงตอนนั้นนายก็อย่าหุนหันพลันแล่นเกินไป รอให้ปรึกษาหารือกันดีแล้ว พวกเราค่อยลงมือกับคนของเผ่าโลหิตมายา”
“หึ”
เซวียอวี๋เทียนแค่นเสียงเย็นชา กล่าวอย่างโอหังอย่างยิ่ง “กลัวอะไร ฉันจะกลัวพวกที่ชอบซ่อนหัวซ่อนหางพวกนี้หรือ”
ซ่งถานฉวินรู้ถึงนิสัยของเซวียอวี๋เทียน ก็ไม่พูดอะไรอีก ถึงตอนนั้นพวกเขาเข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแล้ว ก็ได้แต่ค่อย ๆ แก้ปัญหาไปทีละขั้น
“แม้แต่คนของเผ่ามนุษย์เราก็ยังจำแลงกายหรือ”
สายตาของซูโม่ก็เย็นชาลงเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในค่ายอัจฉริยะเขาก็เคยเจอกับเผ่าโลหิตมายาแล้ว ความประทับใจที่มีต่อเผ่าพันธุ์นี้แย่มาก
ราชันสงครามโดยธรรมชาติย่อมสังเกตเห็นคนของเผ่ามนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังราชันชิง สายตาเย็นชา กล่าวอย่างเรียบเฉย “อย่างไรกัน อัจฉริยะของเผ่าโลหิตมายาของนายไม่มีใครกล้าแสดงตัวตนที่แท้จริงหรือ”
ราชันชิงได้ยินใบหน้าหล่อเหลาก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ย กล่าวว่า “จำเป็นด้วยหรือ
อย่างไรเสียอัจฉริยะของเผ่าโลหิตมายาของฉันเข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแล้ว พวกเขาก็จะเปลี่ยนตัวตนอีกครั้ง
เรื่องที่ไม่มีความหมายเช่นนี้ ทำไปทำไมกัน
หรือว่า ราชันสงครามนายเห็นเบื้องหลังของราชันผู้นี้ยังมีผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์อยู่ ทำให้นายไม่พอใจมากหรือ”
คำพูดของราชันชิงเต็มไปด้วยการยั่วยุ ราวกับจงใจจะยั่วโมโหราชันสงคราม
ราชันสงครามขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยปากกล่าว “ก็แค่ของปลอมเท่านั้นเอง จะไปใส่ใจทำไมกัน”
ไม่ใช่แค่ราชันสงคราม การกระทำของเผ่าโลหิตมายานี้ทำให้ราชันแท้เผ่าพันธุ์ต่างแดนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ขมวดคิ้ว
แม้แต่เผ่ามังกร เผ่ากู่ และเผ่ายมโลก สามเผ่าพันธุ์แห่งสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ก็ไม่เว้น
พรสวรรค์เฉพาะเผ่าพันธุ์ของเผ่าโลหิตมายานั้นน่ารังเกียจเกินไป ภัยคุกคามของมันแม้แต่กับพวกเขาที่เป็นสิบเผ่าพันธุ์แห่งปวงสวรรค์ก็ยังไม่น้อย
กระทั่ง ตอนนี้ในบรรดาอัจฉริยะของเผ่าโลหิตมายาที่อยู่เบื้องหลังราชันชิง ก็มีคนที่จำแลงกายเป็นคนของเผ่าพันธุ์ของพวกเขา!
นี่เปลี่ยนเป็นใครก็คงจะรู้สึกอึดอัด
พลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของพวกเขาที่เป็นยอดฝีมือระดับราชันกวาดมองไป ก็สามารถมองทะลุการจำแลงกายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางของเผ่าโลหิตมายาเหล่านี้ได้ในทันที
แต่หลังจากเข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณแล้ว อัจฉริยะของแต่ละเผ่าพันธุ์ที่พวกเขานำมาอยากจะแยกแยะออกมา นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว!
นี่เป็นปัญหาที่ไม่น้อยเลยทีเดียว!
ซูโม่ก็ขมวดคิ้วเช่นกัน เขาคิดว่าระบบผลข้างเคียงของตนเองจำเป็นต้องนึกถึงภาพที่เฉพาะเจาะจงในหัวถึงจะสามารถเพิ่มเข้าไปในเป้าหมายรับผลข้างเคียงได้
ผู้ฝึกยุทธ์ของเผ่าโลหิตมายาเหล่านี้ล้วนจำแลงกายเป็นคนอื่น เขาไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นคนที่รับผลข้างเคียงจะเป็นเผ่าโลหิตมายา หรือจะเป็นคนที่เผ่าโลหิตมายาจำแลงกายเป็น
“เผ่าโลหิตมายานี่มันน่ารำคาญจริง ๆ
ดูท่าแล้วถึงตอนนั้นคงจะต้องเข้าโบราณสถานวิทยายุทธ์โบราณไปทดลองดู ถึงจะรู้ผลลัพธ์”
ซูโม่คิดในใจ
ราชันชิงพอใจกับปฏิกิริยาของทุกคนในที่เกิดเหตุมาก เขายิ้มบาง ๆ ในใจก็สะใจ
เขาต้องการผลลัพธ์เช่นนี้!
เผ่าโลหิตมายาจะอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ช้าก็เร็วปวงสวรรค์หมื่นโลกก็จะมีเงาของเผ่าโลหิตมายา!
แต่เมื่อราชันชิงเห็นราชันแท้เผ่ายมโลก หมิงเมิ่งเริ่น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มองราชันแท้เผ่ามังกร อ๋าวอิ่นอย่างลึกล้ำ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “ไม่คิดเลยว่าคนของเผ่ายมโลกก็มาด้วย”
จากผู้แปล: ที่ว่ามา ยังไม่ใช่ขุมอำนาจจากยุควิทยายุทธ์โบราณที่แท้จริงนะครับ ข้า เจ้า ยังไม่ได้ใช้ เกือบท้ายเรื่องนะครับ จะมีคนจาก 36 สวรรค์โผล่ออกมา