- หน้าแรก
- โคตรระบบผลข้างเคียง
- โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 280 ข้อเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต
โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 280 ข้อเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต
โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 280 ข้อเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต
โคตรระบบผลข้างเคียง ตอนที่ 280 ข้อเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต
ซูโม่เผยเจตนาที่แท้จริงในที่สุด ในช่วงเวลาสำคัญได้ยื่นข้อเรียกร้องออกมา
เหลียงรั่วเหวินพอได้ยินซูโม่พูดถึงข้อเรียกร้องที่ให้เมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่แต่ละเมืองมอบแก่นสารแห่งชีวิต 500 หยด ร่างของเขาก็พลันโซเซกลางอากาศ เกือบจะยืนไม่อยู่
เมื่อครู่เขาฟังผิดไปหรือเปล่า
เจ้าเด็กซูโม่นี่เมื่อครู่พูดตัวเลขอะไรออกมานะ
แก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดเหรอ
ซูโม่ไม่ได้พูดผิดใช่หรือไม่
แน่ใจนะว่าเป็นแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยด ไม่ใช่ 100 หยด
เขาฟังเลขศูนย์เกินไปตัวหนึ่งหรือเปล่า
ชั่วขณะหนึ่ง แสงเรืองรองสีน้ำเงินเข้มที่ไหลออกมาจากจุดชีพจรของเหลียงรั่วเหวินก็ปั่นป่วนอยู่บ้าง สีหน้าที่พร้อมจะสู้ตายของเขาก็แทบจะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว
เจ้าเด็กซูโม่นี่กล้าเรียกร้องจริง ๆ เขาเองก็ยังไม่กล้าคิดเลย
“แค่ก แค่ก”
ซูโม่สังเกตเห็นสีหน้าของอาจารย์เปลี่ยนไป ก็จนใจอยู่บ้าง
เขาใช้พลังจิตวิญญาณส่งเสียงไอออกมา เตือนอาจารย์ของตนเอง
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ท่านผู้เฒ่าเกิดรักษาท่าทางไว้ไม่อยู่ขึ้นมา เช่นนั้นจะไม่ใช่ว่าความแตกโดยตรงหรือ
เหลียงรั่วเหวินก็มีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที สีหน้าพลันเคร่งขรึม แสงเรืองรองสีน้ำเงินเข้มในจุดชีพจรก็ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง ใบหน้ากลับมามีสีหน้าที่พร้อมจะสู้ตาย ไม่ยอมถอย ไม่ตายไม่เลิกราอีกครั้ง
ซูโม่ถอนหายใจในใจ รังเกียจอยู่บ้าง
สภาพจิตใจของอาจารย์เหลียงก็ไม่ไหวเลยนะ
เขาแค่ต้องการแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดก็ตัวสั่นขนาดนี้แล้ว
เกือบจะทำให้เขาโป๊ะแตกแล้ว
อย่างไรเสียซูโม่ก็คิดในใจ ในเมื่ออัจฉริยะของทั้งสองเมืองคือเมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่รวมกันแล้วยังมีแก่นสารแห่งชีวิตกว่า 70 หยด เขาไปขอแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดจากเจ้าเมืองระดับเก้าของทั้งสองเมืองก็ไม่นับว่าเกินไปใช่หรือไม่
แก่นสารแห่งชีวิตเพียงเท่านี้ยังเอาออกมาไม่ได้อีก เช่นนั้นจะเป็นเจ้าเมืองระดับเก้าไปทำไมกัน
ทว่า ซูโม่หารู้ไม่ว่า พอเขาเรียกร้องอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ออกมา เหล่าปรมาจารย์ฝ่ายเผ่ามนุษย์ก็ตกใจจนตาค้างไปตาม ๆ กัน
ไม่มีใครคิดเลยว่าความอยากของซูโม่จะใหญ่หลวงถึงเพียงนี้ ปากก็เรียกร้องให้เมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่แต่ละเมืองมอบแก่นสารแห่งชีวิต 500 หยด
นี่รวมกันแล้ว ก็คือแก่นสารแห่งชีวิตถึง 1,000 หยดเต็ม ๆ
พวกเขาต่างสงสัยอย่างมากว่า ซูโม่ไม่รู้จริง ๆ หรือว่าของวิเศษอย่างแก่นสารแห่งชีวิตนั้นหายากเพียงใด ถึงได้กล้าเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิตมากถึง 1,000 หยดในคราวเดียว
“แม่เจ้าโว้ย เอ่ยปากก็เรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยด เหล่าจื่อฝันก็ยังไม่กล้าฝันขนาดนี้เลย”
“แก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดนี้ถ้าหากเอาออกมาจริง ๆ เมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่จะต้องสูญเสียอย่างหนักหน่วงอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็เป็นการสะสมมาหลายปี”
“ส่วนเผ่ามนุษย์เราครั้งนี้ก็จะทำกำไรมหาศาล”
“เป็นฉันที่มองการณ์แคบไป ต้องบอกว่า ฉันที่เป็นปรมาจารย์ก็ยังมองการณ์ไม่กว้างไกลเท่าเจ้าเด็กซูโม่นี่เลย
ถ้าเป็นฉันที่เอ่ยปาก ตัวเลขนี้ฉันก็ไม่กล้าพูดออกมาจริง ๆ”
กลุ่มปรมาจารย์เผ่ามนุษย์ต่างส่งเสียงพูดคุยกันอย่างทอดถอนใจ ข้อเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดของซูโม่ที่มีต่อเมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่นั้นทำให้พวกเขาตกใจอย่างมากจริง ๆ
ส่วนหัวใจของอธิการบดีคนเก่าหงจุนหยวนและแม่ทัพหยางทั้งสองคนก็เต้นไม่เป็นส่ำ
ซูโม่เรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิตถึง 1,000 หยด
แม้พวกเขาจะเป็นมหาปรมาจารย์ระดับเก้า เผชิญหน้ากับแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดนี้ก็ยังยากที่จะสงบนิ่งได้
ต้องรู้ไว้ว่า มีแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดนี้ แม้แต่อาการบาดเจ็บบนร่างของพวกเขาก็ยังสามารถฟื้นฟูได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เซี่ยงเฟยเฉินสีหน้าก็เหม่อลอยไปโดยตรง จากนั้นก็กลืนน้ำลาย ก็ถูกซูโม่ทำให้ตกใจเช่นกัน
เชี่ย
ต้องบอกว่า ซูโม่เจ้าเด็กนี่มันสุดยอดจริง ๆ กล้าเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิตจากศัตรูโดยตรง
ยังมีวิธีแบบนี้ด้วยหรือ
ซูโม่เจ้าเด็กนี่มันกล้าเกินไปแล้ว บ้าคลั่งเกินไปแล้ว
เรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิตจากศัตรูก็ช่างเถอะ ยังกล้าเรียกร้องถึง 1,000 หยดในคราวเดียว เจ้าเด็กนี่คิดว่าแก่นสารแห่งชีวิตเป็นผักกาดขาวหรืออย่างไร
พูดตามตรง เขาฝันก็ยังไม่กล้าคิดขนาดนี้
ส่วนซูโม่เจ้าเด็กนี่กลับสามารถไปเรียกร้องจากเจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่อย่างชอบธรรมได้
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่จะให้หรือไม่ แค่วิธีนี้จะไม่เป็นการดูถูกคนเกินไปหน่อยหรือ
แต่ความฝันก็ยังต้องมี เซี่ยงเฟยเฉินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัว กลืนน้ำลายอย่างบ้าคลั่ง ในใจตื่นเต้นกล่าว “นั่นมันแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดเชียวนะ ถ้าหากซูโม่ขอมาได้จริง ๆ จะไม่รวยเละเลยหรือ”
พอซูโม่พูดถึงข้อเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดออกมา เกือบจะทำให้เจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่ทั้งสองคนโลหิตปราณเดินผิดทิศทาง อัดอั้นจนแทบจะกระอักโลหิตเก่าออกมา
“ฝันไปเถอะ เจ้าเด็กนี่มันได้คืบจะเอาศอก”
“แก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดรึ เจ้ามันเพ้อฝันชัด ๆ”
เจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่คิ้วขมวดมุ่น ตะคอกออกมาอย่างโกรธจัดในทันที
ในสายตาของพวกเขา ซูโม่ไม่เพียงแต่จะเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดจากพวกเขา ยังเป็นการดูถูกพวกเขาอีกด้วย
คนทั้งสองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในถ้ำใต้ดินมาหลายสิบปี ตอนนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนหนึ่งกลับกล้าเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดจากพวกเขาสองคน
จะไม่ใช่ว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเกินไปหน่อยหรือ
เรื่องเช่นนี้พวกเขาก็เพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก พวกเขาไม่สู้แล้ว อีกฝ่ายกลับยังจะมาเรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดจากพวกเขาอีกหรือ
เผ่ามนุษย์นี่มันหน้าด้านจริง ๆ ปากสิงโตเปิดกว้างเสียจริง
ของอย่างแก่นสารแห่งชีวิต สำหรับพวกเขาแล้วล้วนเป็นของวิเศษที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง กระทั่งยังเกี่ยวข้องกับระดับพลังยุทธ์ของพวกเขาอีกด้วย แก่นสารแห่งชีวิต 500 หยดไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย
ตอนนี้ซูโม่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนนี้กลับยังจะให้พวกเขานำออกมามอบให้ศัตรู ยิ่งเหลวไหลถึงขีดสุด
เจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่ดวงตาฉายแววดุดัน จ้องมองซูโม่เขม็ง ท่าทางราวกับอยากจะตบเขาให้ตายแล้วค่อยว่ากัน
เจ้าเด็กเผ่ามนุษย์คนนี้ก่อนหน้านี้ก็ป่วนสถานการณ์ในถ้ำใต้ดินจนวุ่นวายไปหมด ทำให้เมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่ของพวกเขาสูญเสียอย่างหนักหน่วง
ตอนนี้สุดท้ายยังจะมาทำให้พวกเขาสูญเสียครั้งใหญ่อีกหรือ
แก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดนี้ถ้าหากให้ไป ไม่เพียงแต่อัจฉริยะของเมืองไป่ต้วนและเมืองเทียนกู่จะตายจนหมดสิ้น อนาคตถูกตัดขาด แม้แต่รากฐานของทั้งสองเมืองก็จะสูญเสียอย่างหนัก หากต้องการจะฟื้นฟู อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายปี
เรื่องนี้ไม่มีทางเจรจา พวกเขาก็ไม่มีทางมอบแก่นสารแห่งชีวิตให้เผ่ามนุษย์
นี่ก็เท่ากับว่าสองเมืองของพวกเขาต้องเสียเลือดเนื้อเพื่อยืดชีวิตให้เหลียงรั่วเหวิน
เป็นไปไม่ได้
เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
เจ้าเมืองว่านเฟิงที่คอยสังเกตการณ์อยู่ด้านข้างมาโดยตลอด ดวงตาหรี่ลง ในใจก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่าซูโม่เป็นคนมีความสามารถ
ปากก็เรียกร้องแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยด เจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่จะไปตกลงได้อย่างไร
แต่เรื่องนี้สำหรับเขาก็ดี
เจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่ไม่ตกลง ทั้งสองฝ่ายเจรจาล้มเหลว สงครามใหญ่ก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่เขาอยากจะเห็น
สำหรับท่าทีปฏิเสธในทันทีของเจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่ ซูโม่ก็ไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของเขามืดลง ถอนหายใจกล่าว “อาจารย์ครับ ดูเหมือนจะไม่มีทางแล้ว
เจ้าเมืองระดับเก้าทั้งสองคนไม่เต็มใจจะนำแก่นสารแห่งชีวิตออกมามากพอที่จะช่วยท่านระงับผลสะท้อนกลับจากการเปิดแปดประตู
อาจารย์ครับ ผมพยายามเต็มที่แล้ว...
ครั้งนี้ อาจารย์ท่านเกรงว่าจะต้องตายจริง ๆ แล้ว”
ซูโม่เสียงหยุดไปครู่หนึ่ง สายตาก็พลันมองไปยังเจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่ทั้งสองคน ตะโกนเสียงดัง “แต่ว่า อาจารย์ของฉันเคยพูดไว้แล้วว่าไม่กลัวตาย
เพียงแค่กลัวว่าจะตายอย่างธรรมดา ตายโดยไม่มีใครรู้
ตอนนี้ถ้าหากมีเจ้าเมืองระดับเก้าสองคนมาตายเป็นเพื่อนอาจารย์ของฉัน อาจารย์ต่อให้ตาย ก็น่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงไปทั่วปวงสวรรค์ได้ใช่หรือไม่”
เสียงของซูโม่เพิ่งจะขาดคำ
เหลียงรั่วเหวินใบหน้าองอาจผึ่งผาย เชิดอกขึ้น เขาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทำให้ประตูที่หกประตูทัศน์ทำงานอย่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
แสงเรืองรองสีน้ำเงินเข้มระลอกแล้วระลอกเล่าไหลออกมาจากจุดชีพจรของเขาราวกับทรายดูด โลหิตปราณพุ่งสูงขึ้น กลิ่นอายเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
กลิ่นอายที่ราวกับจะทำลายล้างทุกสิ่งนั้นแผ่กระจายไปทั่วสนามรบในทันที จิตสังหารน่าสะพรึงกลัว ทำให้คนใจสั่น
“พูดได้ดี ฉันเองก็ไม่เคยสนใจแก่นสารแห่งชีวิตเหล่านั้น
ในเมื่อพวกเขาไม่ยอมให้ เช่นนั้นก็ดีเลย จะได้สมความปรารถนาสุดท้ายในชีวิตของข้า
อาจารย์ แม่ทัพหยาง ช่วยผม สังหารระดับเก้า”
กลิ่นอายทั่วร่างของเหลียงรั่วเหวินพุ่งสูงถึงขีดสุด ในดวงตาสาดประกายแสงเจิดจ้า จ้องมองเจ้าเมืองระดับเก้าทั้งสองคน
“ดี”
“ดี”
อธิการบดีคนเก่าหงจุนหยวนและแม่ทัพหยางต่างตอบรับพร้อมกัน พลังจิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวของคนทั้งสองแผ่ออกไปอย่างบ้าคลั่ง ล็อกเป้าเจ้าเมืองเทียนกู่และเจ้าเมืองไป่ต้วนทั้งสองคนไว้พร้อมกัน
“ในเมื่อวันนี้เหล่าเหลียงจะต้องสังหารเจ้าเมืองระดับเก้าคนหนึ่ง
เช่นนั้นก็ต้องให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของเผ่าพันธุ์ต่างแดนเหล่านี้ทั้งหมดลงไปตายเป็นเพื่อนเจ้าเมืองของพวกเขาด้วย”
เซี่ยงเฟยเฉินตะโกนลั่น เปิดสี่ประตูพร้อมกันในทันที แสงเรืองรองสีเขียวเข้มสาดส่องไม่หยุด โลหิตปราณเดือดพล่าน กลิ่นอายรุนแรง
“ถูกต้อง เช่นนั้นก็เปิดศึกกันเถอะ พวกเรายังมีแรงเหลือพอที่จะสู้ ไม่กลัวตายแม้แต่น้อย
เจ็ดดาวทลายอาถรรพ์”
แม่ทัพซุนแห่งกรมแม่ทัพใช้เจ็ดดาวทลายอาถรรพ์อีกครั้ง ท่าทางราวกับเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายแล้ว
ปรมาจารย์เผ่ามนุษย์คนอื่น ๆ ก็จิตสังหารเต็มเปี่ยม ต่างพากันจ้องมองผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของเผ่าพันธุ์ต่างแดนฝ่ายตรงข้าม
ชั่วขณะหนึ่ง ในสนามรบก็เกิดความโกลาหล ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงฝ่ายเผ่ามนุษย์ทุกคนต่างพร้อมที่จะสู้ตาย กลิ่นอายยิ่งใหญ่ตระการตา
“ซูโม่ นายกำลังข่มขู่พวเราอย่างนั้นหรือ” เจ้าเมืองไป่ต้วนสายตาเย็นชา ในดวงตาก็มีจิตสังหารเข้มข้นเช่นกัน
ซูโม่ได้ยินก็หัวเราะเยาะกล่าว “ถูกต้อง ฉันกำลังข่มขู่พวกนาย
มอบแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดออกมา ช่วยอาจารย์ของฉันระงับผลสะท้อนกลับของแปดประตู เผ่ามนุษย์ของฉันถึงจะยอมสงบศึก ปล่อยให้สองเมืองของพวกนายล่าถอยไปอย่างปลอดภัย
ถ้าหากไม่มีแก่นสารแห่งชีวิต 1,000 หยดนี้ เช่นนั้นก็สู้กันต่อไป ไม่ตายไม่เลิกรา
อาจารย์ของฉันเดิมทีก็ใกล้จะตายแล้ว ไม่มีแก่นสารแห่งชีวิตเหล่านี้ก็อยู่ได้อีกไม่นาน ครั้งนี้ก็ใช้ชีวิตของเจ้าเมืองระดับเก้าสองคนมาเซ่นไหว้อาจารย์ของฉันก็แล้วกัน”
เสียงของซูโม่ดังไปทั่วสนามรบ ความเด็ดเดี่ยวนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง
สีหน้าของเจ้าเมืองไป่ต้วนและเจ้าเมืองเทียนกู่ทั้งสองคนดูไม่ได้อย่างยิ่ง
พวกเขาเป็นใครกัน มีสถานะและตำแหน่งเช่นไร
วันนี้กลับถูกผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนหนึ่งข่มขู่
เรื่องนี้ถ้าหากแพร่ออกไป จะไม่ถูกคนหัวเราะเยาะหรือ
“ดี ดี ดี” เจ้าเมืองไป่ต้วนโกรธจัด ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง จิตสังหารท่วมท้นฟ้า พวกเขาเจ้าเมืองระดับเก้าผู้ยิ่งใหญ่ จะยอมอ่อนข้อให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนหนึ่งได้อย่างไร
เจ้าเมืองเทียนกู่สีหน้าเขียวคล้ำ เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เหลียงรั่วเหวินแผ่ออกมาใส่เขา ตะคอกเสียงดัง “แก่นสารแห่งชีวิต 500 หยดมันมากเกินไป เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน นาย......”
ซูโม่ได้ยินคำพูดของเจ้าเมืองเทียนกู่ ในใจก็ไหววูบเล็กน้อย
โอ้ ฟังจากน้ำเสียงนี้ ดูเหมือนจะมีหวังจริง ๆ หรือ
ทว่า ยังไม่ทันที่เจ้าเมืองเทียนกู่จะพูดจบ ก็ถูกเจ้าเมืองไป่ต้วนขัดจังหวะโดยตรง
“หึ เจ้าผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนหนึ่ง ก็คู่ควรที่จะมาข่มขู่พวกเราด้วยหรือ
ไม่ใช่ว่าอยากจะสู้หรือ เช่นนั้นก็สู้” เจ้าเมืองไป่ต้วนเห็นได้ชัดว่าถูกยั่วโมโห ตะคอกเสียงดัง
กลิ่นอายของเจ้าเมืองไป่ต้วนเปิดออกอย่างสมบูรณ์ สายตาเย็นชากวาดมองเหล่าปรมาจารย์เผ่ามนุษย์ กล่าวเสียงเย็น “เผ่ามนุษย์พวกเจ้าตอนนี้แต่ละคนต่างก็บาดเจ็บสาหัส มหาปรมาจารย์ระดับเก้าสองคนก็บาดเจ็บจนยากจะหายดี
เจ้าเมืองผู้นี้กับพี่หลิงไห่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม คิดว่าพวกเรากลัวพวกนายจริง ๆ หรือ
รอให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของเผ่ามนุษย์ตายจนหมดสิ้น ซูโม่ เจ้าเมืองผู้นี้จะไว้ชีวิตนาย ให้นายได้เห็นว่าเมืองจิงหวู่ถูกพวกเราทลายลงอย่างไร
เจ้าเมืองผู้นี้จะทำให้แกเสียใจที่ยังมีชีวิตอยู่”
เจ้าเมืองไป่ต้วนสายตาเย็นชา ราวกับกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว ดุดันอย่างยิ่ง
เขามองออกแล้วว่าซูโม่คิดจะทำอะไร ต้องการจะใช้แรงกดดันขั้นสุดบีบให้สองเมืองของพวกเขายอมอ่อนข้อหรือ
หึ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนหนึ่งยังอ่อนหัดเกินไป คิดว่าเจ้าเมืองระดับเก้าอย่างพวกเขาจะทนรับแรงกดดันขั้นสุดเช่นนี้ไม่ได้หรือ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าคนหนึ่งกล้าเล่นลูกไม้ต่อหน้าเจ้าเมืองระดับเก้าอย่างเขา ยังกล้ามาแข่งกับเจ้าเมืองระดับเก้าอย่างเขาว่าใครจะทนแรงกดดันได้มากกว่ากันอีกหรือ
ช่างไร้เดียงสา
ไร้เดียงสาจนน่าหัวเราะ
เจ้าเมืองไป่ต้วนจ้องมองซูโม่ ตอนนี้เขาดุดันอย่างยิ่ง กลิ่นอายที่แสดงออกมาไม่ได้ด้อยไปกว่าความบ้าคลั่งของเผ่ามนุษย์เลยแม้แต่น้อย
เขาก็ไม่เชื่อว่าซูโม่ยังจะกล้าใช้แรงกดดันขั้นสุดกับพวกเขาต่อไปอีก
แต่ใครจะรู้ ในวินาทีต่อมา ซูโม่มองเขาอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง ตะคอกเสียงเย็นโดยตรง “เช่นนั้นก็สู้กันอีกครั้ง ท่านปรมาจารย์ทุกท่าน สังหาร”
พอคำว่าสังหารออกมา ปรมาจารย์เผ่ามนุษย์ต่างพากันเคลื่อนไหว
เซี่ยงเฟยเฉินมือถือดาบใหญ่ ฟันประกายดาบออกมาอย่างรุนแรง แหลมคมอย่างหาที่เปรียบมิได้
แม่ทัพซุนแห่งกรมแม่ทัพตะโกนลั่น ปราณอาฆาตระลอกแล้วระลอกเล่าพวยพุ่งออกมา ปกคลุมไปทั่วสนามรบ บดบังฟ้าดิน
ปรมาจารย์จำนวนมากต่างก็ใช้ออกมาซึ่งสุดยอดกระบวนท่าสังหาร ทำสงครามครั้งสุดท้ายกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของเผ่าพันธุ์ต่างแดน
“ฆ่า”
“ฆ่า”
“ฆ่า”
บนพื้นดิน กองทัพใหญ่เผ่ามนุษย์ก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน ชูดาบยาวและง้าวศึกขึ้น ปลายดาบและคมง้าวชี้ตรงไปยังกองทัพใหญ่เผ่าพันธุ์ต่างแดนเบื้องหน้า
ในทันที ที่เกิดเหตุเสียงโห่ร้องสังหารดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ประกายดาบเงาง้าวต่าง ๆ ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความโกลาหลปั่นป่วน สถานการณ์ยิ่งใหญ่ตระการตา
ในวินาทีนี้ สงครามใหญ่ก็เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง