เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1020 ลองแล้วลาลับ

บทที่ 1020 ลองแล้วลาลับ

บทที่ 1020 ลองแล้วลาลับ


วินนี่มองออกไปยังโลกภายนอกผ่านผนังถุงใสที่ห่อหุ้ม

แต่เดิมภายในทะเลดินศักดิ์สิทธิ์นั้นมืดสนิท ไร้แหล่งกำเนิดแสงใดๆ แต่ด้วยสัญญาณที่จิมมี่ดาวเทียมฉายออกมา ทำให้มองเห็นเค้าโครงแสงเงาของสภาพแวดล้อมภายนอกได้ ช่วยให้การเดินทางใต้ทะเลครั้งนี้สะดวกสบายขึ้นมาก

ในเวลานี้ มีจุดสีเขียวสองจุดเคลื่อนไหวช้าๆ อยู่ในระยะการมองเห็น

การที่ถูกทำเครื่องหมายเป็นสีเขียว แสดงว่าเป็นร่างภัยพิบัติที่รู้จักแล้ว พวกมันไม่เป็นอันตรายต่อพอลีแซค และจะไม่โจมตีก่อน

วินนี่ออกจากถุงหลัก เดินไปตามถุงนิ่มๆ มุ่งหน้าไปยังถุงเก็บตัวอย่างที่อยู่ด้านหลัง

ตลอดทางมีของสารพัดอย่างเก็บอยู่ในถุงต่างๆ

มีทั้งเศษวัสดุหรือเครื่องมือนานาชนิด มีชิ้นส่วนร่างไร้วิญญาณที่แยกแยะไม่ได้ว่าเป็นอะไร และที่มากที่สุดคือร่างหนามเซลล์หลายตัว—สิ่งแปลกปลอมที่ถูกเซลล์ผนังมิติขับออกมาเหล่านี้ ยังมีอยู่อีกมากในส่วนลึกของทะเลดินศักดิ์สิทธิ์ พวกมันเหมือนกับหญ้าแห้งที่ถูกลมพัดกลิ้งไปทั่ว บางครั้งเมื่อแกะออกดู ก็จะพบของพิเศษบางอย่าง เป็นตัวอย่างที่บันทึกข้อมูลในส่วนลึกของดินศักดิ์สิทธิ์

แมวดำสิบหกเดินตามอยู่แถวเท้าของเธอ พลางแกว่งหางไปมาพูดว่า "วินนี่ พวกเราจะไม่ดำลงไปลึกกว่านี้อีกหน่อยเหรอ? ที่นั่นมีร่างไร้วิญญาณอยู่มากมาย เก็บมาได้ก็จะได้ข้อมูลอีกเยอะแน่ๆ ถ้าเราได้ข้อมูลเกี่ยวกับกำแพงมิติมากขึ้น ท่านเทพเหยาคงจะดีใจ"

วินนี่ยิ้มเล็กน้อย "ไม่ต้องรีบ ตอนนี้เราต้องรักษาคนไข้ของเราให้หายก่อน"

"แต่วินนี่ ทำไมไม่ฆ่ามันทิ้งไปเลยล่ะ?"

สิบหกเลียอุ้งเท้าของตัวเอง "ร่างไร้วิญญาณน่ะดีที่สุดแล้ว เห็นได้ชัด จับต้องได้ ถ้าปล่อยให้มันคิดหาทางหนีไป เราก็จะไม่เหลืออะไรเลย"

"ชีวิตนั้นมีค่า"

วินนี่พูดเบาๆ "ผู้มีชีวิตยังสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ร่างไร้วิญญาณนั้นยากที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว"

"ที่เธอพูดฉันไม่เข้าใจหรอก"

แมวดำอ้าปากหาวใหญ่ "ฉันเป็นแค่วิญญาณจารึกหลุมศพเท่านั้น"

วินนี่หยุดเดินหน้าถุงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

ภายในเยื่อถุงใสนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตสีขาวแปลกประหลาด มันมีหัวคล้ายกระโหลกวัว บนหัวมีเขาสี่อันยาวและโค้ง บนกะโหลกขาวมีรูหลายรู ข้างในเป็นสิ่งที่เรืองแสงสีแดง นี่คืออวัยวะที่มันใช้มองโลกภายนอก

ส่วนหน้าของขากรรไกรบนของกะโหลกมีโครงสร้างคล้ายจะงอยปากนกที่แหลมและยาว สามารถเจาะทะลุผิวของเหยื่อและฉีกเนื้อหนังที่เหนียวแน่น ข้างล่างเป็นหนวดอ่อนนุ่มหลายเส้นที่แบ่งเป็นข้อๆ นี่คืออวัยวะช่วยในการกิน ทำหน้าที่ย่อยและจัดการกับอาหาร

ต่อจากหัวเป็นลำคอหนาเตอะมีรูปร่างคล้ายงู ตามแนวกระดูกสันหลังมีกระดูกแหลมแข็งแรงงอกออกมา ผิวหนังนูนขึ้นเป็นริ้วๆ ที่เกิดจากมัดกล้ามเนื้อ ทั้งร่างเต็มไปด้วยพลังระเบิด

นี่คือนักล่าระดับสูงสุดในส่วนลึกของทะเลดินศักดิ์สิทธิ์ มังกรภัยพิบัติ

แต่สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังขนาดนี้กลับมีหางขาดไปช่วงหนึ่ง บริเวณรอยตัดมีร่องรอยการถูกกัดกินอย่างชัดเจน

วินนี่พบมังกรภัยพิบัติตัวนี้ในระหว่างการดำลงไปลึกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นมันมีเลือดไหล อยู่ในสภาพหมดสติ กำลังถูกกลุ่มสายพันธุ์ภัยพิบัติวัยเยาว์ที่ยังไม่วิวัฒนาการรุมกัดกิน

เธอจึงใช้ถุงดูดมันเข้ามา และพยายามช่วยชีวิตมัน

วินนี่เคยทดลองกักเก็บสายพันธุ์ภัยพิบัติที่ยังมีชีวิต ในถุงย่อยๆ ของพอลีแซคมีสายพันธุ์ภัยพิบัติวัยเยาว์รูปร่างคล้ายปลาโปร่งแสงอยู่หลายตัว อิมพ์ปีศาจไม่เคยพบเจอ ส่วนเผ่าราชาทะเลนั้นก็มีความร่วมมือกับกลุ่มเซียซานหลิงอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็น

สายพันธุ์ภัยพิบัติที่โตเต็มที่ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง พอลีแซคเคลื่อนที่ช้ากว่าและมีขนาดใหญ่ พอเข้าใกล้ก็จะถูกสังเกตเห็นและทำให้สายพันธุ์ภัยพิบัติหลบหลีกไป

การได้พบมังกรภัยพิบัติตัวหนึ่ง วินนี่เองก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย

ตามที่เผ่าราชาทะเลเล่าไว้

"มังกรภัยพิบัติกับพวกเราเป็นประเภทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในสายตาของพวกมันมีแค่เหยื่อกับคู่แข่ง ไม่ก็ถูกพวกมันล่าและกินหรือไม่ก็กลายเป็นศัตรูของพวกมัน แม้แต่ในหมู่พวกเดียวกัน มังกรภัยพิบัติก็มักจะโจมตีกันเอง เพื่อขยายอาณาเขตการล่าของตัวเอง"

หลังจากเวลาผ่านไปประมาณสองปีของการพักฟื้น มังกรภัยพิบัติค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาหลังจากการแช่และซ่อมแซมด้วยพลังเวท แม้ว่าหางที่ขาดไปยังไม่งอกขึ้นมาใหม่ แต่มันก็ไม่ได้อยู่ในสภาพกึ่งตายกึ่งเป็นอีกต่อไป แต่กลับมองสำรวจสถานการณ์รอบข้างอย่างสงบ

วินนี่เดินทะลุเยื่อถุงเข้าไป

พลังเวทในสถานะก๊าซและธาตุมืดเต็มไปทั่วถุง ทำให้ข้างในมีกระแสอากาศอุ่น

เธอบินไปที่ข้างสัตว์ประหลาดที่มีใบหน้าดุร้าย ยื่นมือวางบนหน้าผากของมัน

ตาทั้ง 18 รูบนหัวของมังกรภัยพิบัติพลันเรืองแสงสีเลือดสว่างจ้า พลังอันตรายและบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมาจากร่างนี้

"เวลาที่หมอตรวจร่างกาย คนไข้ต้องนิ่งๆ นะ"

วินนี่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

มือของเธอเปล่งแสงสีเขียว แสงเหล่านี้ไหลไปตามหน้าผากของมังกรภัยพิบัติ ก่อตัวเป็นคลื่นสีเขียวพริ้วไหวบนร่างของมัน ในตอนนี้มังกรภัยพิบัติค่อยๆ ลดพลังคุกคามลง ม้วนตัวงอเหมือนกุ้งใหญ่

วิชาเยียวยาขั้นสูงสุดถูกใช้งาน สภาพร่างกายของมังกรภัยพิบัติปรากฏอย่างชัดเจนต่อสายตาของวินนี่

กระดูกสันหลังของมันขาดไปช่วงหนึ่ง ทำให้ความสามารถในการทรงตัวอ่อนแอลง การประสานงานและความเร็วได้รับความเสียหายอย่างชัดเจน ส่วนเลือดยังคงอยู่ในสภาวะไม่สมดุล ดูอ่อนแอ

สิ่งมีชีวิตเนื้อและเลือดโดยทั่วไปมีเลือดแค่ชนิดเดียว มีเพียงสองสามชนิดที่มีเลือดชนิดที่สอง เช่น มังกร

มังกรมีเลือดสองชนิด ส่วนแรกคือเลือดมังกรพลังใช้เพื่อรักษาและขับเคลื่อนพลังของกระดูกและเนื้อในร่างกาย ส่วนที่สองคือเลือดมังกรเส้นใช้เพื่อเก็บความทรงจำสายเลือด ใช้ในการปลุกพลัง เลือดมังกรทั้งสองชนิดจะมีการแลกเปลี่ยนการจัดวาง แต่ความจริงแล้วเป็นระบบไหลเวียนที่แตกต่างกันสองระบบ

มังกรภัยพิบัติและมังกรมีความคล้ายคลึงกันในแง่นี้

มันมีเลือดสี่ชนิด ได้แก่ "เลือดพลุ่ง" "เลือดเย็น" "เลือดเหนียว" และ "เลือดบริสุทธิ์"

เลือดพลุ่งใช้กระตุ้นพลังทั่วร่างของมังกรภัยพิบัติ เมื่อเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งจะสามารถใช้พลังโหลดเกินพิกัดได้ ช่วยให้ได้รับแรงกดอย่างระเบิดในเวลาอันสั้น

เลือดเย็นใช้ควบคุมเลือดพลุ่ง ช่วยให้สภาวะนี้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม มิเช่นนั้นจะทำให้เลือดพลุ่งหมดสิ้นจนหมดแรงโดยสิ้นเชิง อวัยวะล้มเหลว หรือถึงแก่ความตาย มังกรภัยพิบัติตัวนี้ตกอยู่ในสภาพใกล้ตายเพราะเลือดพลุ่งหมด

เลือดเหนียวใช้เพื่อให้แน่ใจว่ากระดูก กล้ามเนื้อ อวัยวะ และเลือดหลายชนิดยึดติดและสมดุลซึ่งกันและกัน มีหน้าที่หล่อลื่น ผนึก บรรเทา และลดแรงกระแทก เป็นเหมือนกาวในร่างของมังกรภัยพิบัติ

ส่วนเลือดบริสุทธิ์จะทำการชำระล้างและเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย กำจัดตะกอนต่างๆ ที่เกาะติดอยู่ภายใน รักษาบาดแผล บรรเทาอาการบาดเจ็บ ถือเป็นระบบทำความสะอาดแบบหมุนเวียนที่มังกรภัยพิบัติมีติดตัวมา

ทั้งหมดนี้เป็นชื่อที่วินนี่ตั้งขึ้นเองหลังจากสังเกตการณ์ในสถานที่จริง

แสงในมือของเธอจางลง "ฟื้นตัวได้ดีทีเดียว แต่ชั้นผุกร่อนบนกระดูกหางของเจ้ายังคงค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปด้านบน จำเป็นต้องตัดมันออก จึงจะสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการงอกใหม่ได้ อาจจะเจ็บมาก ถ้าเป็นการรักษาแบบอนุรักษ์ การผุกร่อนนั้นจะยังคงส่งผลกระทบอย่างช้าๆ ทำให้อาการเจ็บปวดที่บาดแผลบริเวณหางเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ อาจถึงขั้นลุกลามเข้าสู่อวัยวะภายใน... และต้องตายอย่างแน่นอน"

เสียงคำรามต่ำดังออกมาจากร่างของมังกรภัยพิบัติ คล้ายกับเสียงกังหันลมที่หมุนด้วยความเร็วสูง

"ฉันยังคงต้องตัดมันออกให้เจ้า"

วินนี่พูด "ถ้าเจ้ากินฉันอีกครั้ง ฉันจะไม่พิจารณาผ่าตัดให้เจ้าอีกแล้ว สำหรับคนไข้ หมอจะพยายามรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่เจ้าต้องควบคุมสัญชาตญาณของตัวเองให้ได้ ทำได้ไหม?"

มังกรภัยพิบัติคำรามเบาๆ อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ วินนี่ได้พยายามผ่าตัดมันไปแล้วหกครั้ง แต่ล้วนถูกมังกรภัยพิบัติโจมตีจนตายทุกครั้ง ทำให้เธอต้องฟื้นคืนชีพจากดาวเทียมมนุษย์หิมะจิมมี่และกลับมาอีกครั้ง

มังกรภัยพิบัติมีความก้าวร้าวสูงมาก หากพบช่องโหว่ก็จะโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่น ซึ่งเป็นเหมือนสัญชาตญาณในการล่า

วินนี่มักจะลองแล้วลาลับอยู่เรื่อย

สิบหกแนะนำตลอด "ฆ่ามันทิ้งเสียเถอะจะดีที่สุด ร่างไร้วิญญาณนั้นดีนักแล้ว สะดวกในการขนส่ง แถมยังลดการสูญเสียได้อีก ร่างไร้วิญญาณยอดเยี่ยมที่สุด!"

วินนี่ยืนกรานที่จะลองต่อไป

การกำเนิดของชีวิตเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ หากต้องการทำความเข้าใจสภาพของร่างภัยพิบัติ สังเกตวิธีการดำรงชีวิตและโครงสร้างทางสรีระของพวกมัน จำเป็นต้องเก็บรักษาสิ่งมีชีวิต นี่เป็นวิธีที่เชื่อถือได้ที่สุด

ตามข้อมูลที่ได้รับจากเขตภัยพิบัติ ในทุกกำแพงมิติของทุกจักรวาลทารก จะมีร่างภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน นี่เป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่ดำรงอยู่มายาวนาน ร่างภัยพิบัติไม่เคยถูกกำจัดให้สิ้นซาก

เมื่อเทียบกับการกวาดล้างพวกมันทั้งหมด การหาวิธีอยู่ร่วมกับพวกมันอาจจะเป็นไปได้มากกว่า

สิบหกนั่งยองๆ อยู่นอกถุง ดวงตากลมโตจ้องมองมาทางนี้ มันยกอุ้งเท้าที่กรงเล็บยื่นออกมาทำท่าเชือดคอ แล้วชี้ไปที่มังกรภัยพิบัติข้างๆ

วิญญาณจารึกหลุมศพยังไม่ยอมเลิกล้มความคิดเรื่องร่างไร้วิญญาณ

วินนี่ไม่สนใจมัน เริ่มทุ่มเทความตั้งใจทั้งหมดกับการรักษา

บริเวณบาดแผลที่หางของมังกรภัยพิบัติดูเหมือนขี้ผึ้งหรือโลหะที่เกือบจะหลอมละลาย และการผุกร่อนนี้ได้ลุกลามเข้าไปถึงส่วนลึกของกระดูกแล้ว ต้องตรวจสอบทีละขั้นตอน โดยค่อยๆ ตัดออกทีละชั้น

เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายกระดูกและเนื้อเยื่อปกติ วินนี่ต้องเริ่มพิธีทำลายเวท ซึ่งจะช่วยให้เธอมองเห็นบาดแผลและบริเวณที่การผุกร่อนแผ่ขยายออกไป

วินนี่ควักลูกตาทั้งคู่ออกมา กัดขาดลิ้นตัวเอง แล้วกำทั้งหมดไว้ในมือ

ในขณะเดียวกัน การได้ยินก็หายไป ผิวหนังก็ไม่รู้สึกถึงโลกภายนอกอีกต่อไป

เมื่อประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกปิดกั้น พิธีกรรมก็เริ่มขึ้น

ทุกสิ่งกลายเป็นก้อนไร้สีทั้งหมด

เธออาศัยพิธีกรรมในการสังเกตโลก

บนร่างของมังกรภัยพิบัติสีขาวที่ประกอบขึ้นจากแผ่นมากมาย บริเวณที่หางขาดมีรอยเปื้อนสีดำ พลังงานทุกชนิดล้วนทิ้งร่องรอยไว้

แต่ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์และถอดรหัส เพียงแค่ต้องการยืนยันตำแหน่ง

วินนี่ใช้วิชาเยียวยาขั้นสูงทำเครื่องหมายและห่อหุ้มบริเวณนี้

เมื่อพิธีกรรมสิ้นสุด เธอค่อยๆ ฟื้นการมองเห็นและการได้ยิน แล้วติดตั้งดวงตาและลิ้นกลับเข้าที่ พิธีกรรมนี้ อิซาเบลเคยเรียนรู้มาบ้างในอดีต ช่วยให้มีสมาธิในการใช้เวทมนตร์

วันนี้ไม่ถูกฆ่าเสียแล้ว

วินนี่หันกลับไปมองมังกรภัยพิบัติ แต่กลับพบว่ามันกัดคอตัวเองไว้ ในปากเต็มไปด้วยเลือด

เธาเข้าใจสาเหตุแล้ว

"เจ้าควบคุมสัญชาตญาณด้วยวิธีนี้หรือ? เป็นนักรบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เจ้าทำได้ดีมาก ขอบใจนะ"

เธอลูบหัวของมังกรภัยพิบัติ "แต่อดทนอีกสักหน่อยนะ การตัดออกกำลังจะเสร็จแล้ว"

วินนี่หันกลับไปและเริ่มตัดบริเวณที่ทำเครื่องหมายไว้อย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนที่ถูกตัดออกทั้งหมดมีลักษณะคล้ายหลอมละลายและไหม้เกรียม เธอเก็บรวบรวมไว้ทีละชิ้น

ใช้เวลาสองปีครึ่งจึงเสร็จสิ้นการรักษาทั้งหมด

วินนี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด

เธอยิ้มและกล่าวว่า "ต่อจากนี้ภายใต้การสนับสนุนของพลังเวท การฟื้นตัวจะเร็วมาก พักผ่อนให้เต็มที่นะ"

แม้ว่าสิ่งที่เธอพูดอีกฝ่ายอาจจะไม่เข้าใจอย่างชัดเจน แต่ก็พอจะเข้าใจทัศนคติของเธอได้บ้าง

เธอหันหลังเดินจากไป

จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในสมอง

"ไท ข้าชื่อไท ข้าจะจดจำความช่วยเหลือของเจ้า มนุษย์กวาง"

วินนี่ชะงัก หันกลับไปมองสายพันธุ์ภัยพิบัติร่างใหญ่ "เจ้าพูดได้หรือ?"

"พูดได้ แต่ไม่จำเป็น"

น้ำเสียงของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง

"มนุษย์กวาง ทำไมเจ้าถึงช่วยข้า?"

วินนี่ยิ้ม "การมีชีวิตอยู่นั้นดีมิใช่หรือ"

"ฮึ เจ้าคงอยากให้ข้าช่วยเจ้าใช่ไหม? พวกเราตรงไปตรงมากันหน่อยเถอะ"

"ไม่ใช่ ข้าเป็นอัครสาวกของท่านเทพเหยา หากต้องการความช่วยเหลือก็ย่อมขอร้องท่านเทพเหยาอยู่แล้ว"

วินนี่รู้สึกสงสัย "แล้วอีกอย่าง เจ้าเองก็เกือบตายอยู่แล้ว จะช่วยอะไรข้าได้เล่า?"

มังกรภัยพิบัติถึงกับเงียบไปชั่วครู่

"อีกเรื่องหนึ่ง บาดแผลของเจ้าแปลกมาก วิชาเยียวยาขั้นสูงของข้าไม่สามารถใช้งานได้โดยตรง มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?" วินนี่มองไปที่เศษสีดำที่ลอยอยู่ในมือ

"พวกมาใหม่"

มังกรภัยพิบัติพูดด้วยเสียงต่ำ "พวกมันกำลังบุกรุกที่นี่ ข้ากำลังต่อสู้กับพวกมัน พวกมันมีมากเกินไป ข้าพ่ายแพ้ หนีออกมาได้ หมดแรง..."

จบบทที่ บทที่ 1020 ลองแล้วลาลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว