เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 292: มังกรเขาเดี่ยว

Chapter 292: มังกรเขาเดี่ยว

Chapter 292: มังกรเขาเดี่ยว


งูพิษยักษ์นั้นเป็นงูที่ทรงพลังตัวหนึ่ง!

ด้วยขาที่เพิ่มเข้ามาทั้งสี่ข้าง มันสามารถเดินบนดินและว่ายในน้ำ มันมีความสามารถอันไร้จำกัด

แต่ทว่า คุณสมบัติอสรพิษของมันยังคงมีมากกว่าคุณสมบัติมังกร มันยังคงเป็นสัตว์ตัวหนึ่ง! มันจำต้องผ่านการเปลี่ยนรูปอย่างสมบูรณ์ เช่นการเข้าสู่ภัยพิบัติ!

ตอนนี้ เกล็ดของงูพิษยักษ์ส่องประกาย มันเป็นหลักฐานว่ามันเก็บคุณสมบัติมังกรมากมายเอาไว้ภายในนั้น มันช่างเหลือเชื่อ

แต่ว่า ก็เป็นเพราะฟางหยวนกลับมาสิงร่าง ในอดีตที่ผ่านมาสิบปี มันได้ดูดซับพลังจากไข่มุกมังกรอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างมหาศาล เมื่อมันร้อง พลังปิศาจของมันก็ระเบิดออกจากร่างกายและทำหน้าที่ราวกับเป็นโล่ ขณะที่สายฟ้าเส้นหนึ่งฟาดเข้าใส่ร่างของมัน ก็เกิดรอยไหม้แต่ไม่ได้ทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส

จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แม้ว่าจะมีภัยพิบัติสวรรค์ตามมาอีก มันก็คงสามารถรอดพ้นจากทั้งหมดด้วยพลังแข็งแกร่งของมันและเปลี่ยนร่างไปเป็นมังกร!

“ปิศาจอะไรเช่นนี้! เจ้าคิดหรือว่าจะสามารถกลายร่างเป็นมังกรได้จริง? สำนักซวนเจินจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นได้หรอก!”

นักพรตชราเคราขาวกัดฟันแล้วคว้าเอาของวิเศษที่เปล่งประกายสีม่วงออกมา “ข้าขออัญเชิญปรมาจารย์ทั้งหมดแห่งสำนักซวนเจิน และด้วยความช่วยเหลือจากกรรม ทำลายสัตว์ร้ายตัวนี้เสีย!”

“ฝุบ!”

ของวิเศษชิ้นนั้นหมุนวนกลางอากาศและเกิดเป็นแสงสีม่วงพุ่งขึ้นฟ้าไป

“ครืน! ครืน!”

เมฆดำชั้นหนึ่งก่อตัวขึ้น เต็มไปด้วยประกายสายฟ้าอยู่ด้านใน เป็นเมฆแห่งภัยพิบัติรวมเข้ากับสายฟ้าตามธรรมชาติ ความรุนแรงของภัยพิบัติเพิ่มขึ้นหลายเท่าในพริบตา

เพียงแค่สายฟ้าเส้นเดียว งูพิษยักษ์ก็กรีดร้องโหยหวนขณะเลือดสาดกระจายออกไป บนร่างปรากฏหลุมใหญ่ที่รอบ ๆ ปากแผลมีรอยไหม้ดำ

“ยันต์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสมบัติวิเศษของสำนัก! มันมีอยู่อย่างจำกัดและทุก ๆ การใช้งานยังใช้กรรมและพลังชะตาของสำนักเป็นจำนวนมหาศาล...”

เด็กน้อยทั้งคู่ล้วนตกตะลึง

“งูพิษยักษ์ตัวนี้นั้นเผยคุณสมบัติของมังกรออกมาแล้ว หากพวกเราปล่อยให้มันเปลี่ยนร่างได้ มันจะยิ่งมีพลังมากกว่าเดิมมาก พวกเราจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นการคุกคามสำนักของพวกเรา พวกเราต้องสังหารมันเดี๋ยวนี้!”

นักพรตชราคำราม “พวกเจ้าทั้งคู่ รีบลงมือเร็ว!”

“ฆ่า!”

เด็กทั้งคู่สบตากัน เพียงแค่โบกมือ ปราณดาบสองสายก็ปรากฏขึ้น หนึ่งเขียวหนึ่งม่วง ทั้งคู่ส่งปราณดาบไปที่งูพิษยักษ์

เด็กทั้งสองนั้นเป็นร่างแยกของผู้อาวุโสสำนักซวนเจินอย่างแท้จริง พวกเขายังพกดาบสีม่วงและเขียว แม้ว่าดาบทั้งสองนี้จะเทียบไม่ได้กับสมบัติวิเศษของสำนัก ก็ยังนับเป็นของวิเศษอันทรงพลังและยังเทียบได้กับสายฟ้าแห่งภัยพิบัติ!

ประกายดาบและสายฟ้ารวมเข้าด้วยกันขณะที่พวกเขาเข้าล้อมงูพิษยักษ์

เป็นเรื่องฉุกเฉินแล้ว!

...

“บัดซบ! ทั้งหมดนี่มันเรื่องใดกัน?”

มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับฟางหยวนในการระบุตำแหน่งโลกด้วยตนเองและยังร่ายเคล็ดข้ามฝันด้วยตนเอง

แต่ว่า ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเข้าสู่อาณาจักรวารี

สัมผัสได้ถึงพลังรุนแรงราวกับกำลังจะแยกฟางหยวนออกจากกายเนื้อและยังแยกเขาออกจากอาณาจักรวารี

เรื่องดีก็คือการข้ามมายังอาณาจักรวารีนั้นสำแดงผลไปแล้ว รวมทั้งกายเนื้อของเขาที่ในอาณาจักรนี้ด้วย มันจึงไม่ง่ายนักที่จะแยกฟางหยวนออกไปจากอาณาจักร เขาฝืนแทรกตัวเข้ามาในอาณาจักรแต่มันก็ราวกับเขาถูกกักเอาไว้ในกล่องไม้และหมุนไปรอบ ๆ จิตวิญญาณเขารู้สึกไม่สบายนัก

หลังจากการหมุนวนจบ เขาก็ลืมตาขึ้น เคล็ดข้ามฝันของเขานั้นสำเร็จแล้วเมื่อเขาเข้าสู่ร่างที่ทิ้งเอาไว้

เพียงชั่วสั้น ๆ เขาก็ปรับตัวเข้ากับร่างและข้อมูลต่าง ๆ ก็ผ่านเข้าสู่จิตใจของเขา

“อะไรนะ? ผ่านมาสิบห้าปีแล้ว?”

“ร่างงูพิษยักษ์ของข้ากำลังรับภัยพิบัติอยู่งั้นรึ?”

ฟางหยวนมองขึ้นไปที่สายฟ้าและรู้สึกมึนงงเล็กน้อย “มิใช่ว่าหนึ่งเดือนในต้าเฉียนเท่ากับหนึ่งปีที่นี่หรอกหรือ? เหตุใดจึงเป็นสิบปีได้เล่า? นี่เป็นเพราะภัยพิบัติสังหาร?”

แน่นอนว่า เขาจะค่อย ๆ คิดทบทวนเรื่องทั้งหมดนี้อย่างช้า ๆ ในภายหลัง ที่สำคัญที่สุด เขาต้องรอดชีวิตจากภัยพิบัตินี้ก่อน!

“ดีที่ข้านำกรรมที่ข้าได้รับมาด้วย แล้วก็ในเมื่อร่างนี้ได้เริ่มสลายไข่มุกมังกรและดูดซับธาตุมังกรอย่างช้า ๆ ย่อมไม่มีปัญหาใดในส่วนนี้!”

เขาเงยหน้าขึ้นและคิดถึงอย่างอื่นขณะสังเกตเมฆดำที่กำลังสลายไป

ในตอนนี้เอง ประกายแสงสีม่วงปรากฏขึ้นและทัณฑ์สวรรค์ก็ตวัดลงมาอีกครั้งนอกจากนี้ ยังมีประกายดาบอีกสองสายแวบผ่านมา หนึ่งเขียวหนึ่งม่วง และยังแฝงเจตนาสังหารเอาไว้

“บัดซบ!”

ฟางหยวนเดือดดาลอย่างหนัก “ใครมันกล้าโจมตีข้า!”

มีประกายสีทองแฝงในดวงตาของเขา เขาต้องการสังหารคนแล้ว

“ไป!”

เขากระตุ้นโลกแห่งความฝันอันแท้จริงของตนเอง กรรมของมนุษย์เต๋าที่เหลืออยู่ปรากฏขึ้นในรูปดอกไม้สีทอง ดอกไม้สีทองลอยอยู่บนศีรษะของเขาก่อนที่จะหายวับไป

“ซ่า!”

การเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความฝันอันแท้จริงและอาณาจักรแห่งนี้แข็งแกร่งขึ้นอีกขณะที่ดาบเวทย์สองเล่มปรากฏขึ้นตรงหน้างูพิษยักษ์ “ค่ายกลดาบคู่เพลิงวารี ลงมือ!”

“ฝุบ!”

ดาบธาตน้ำและไฟทั้งสองเล่มลอยออกไป สร้างค่ายกลดาบเล็ก ๆ แล้วเพียงแค่วูบเดียวมันก็กักปราณดาบสีม่วงและเขียวทั้งสองเอาไว้ในค่ายกล

แต่ว่า นี่คือทั้งหมดที่ฟางหยวนทันได้ทำ

ในครู่ถัดมา สายฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงและครอบคลุมลงที่งูพิษยักษ์

“ครืน!”

ทุกอย่างสั่นสะเทือน

ตามมาด้วยเมฆดำที่กระจายออกไปและแสงอาทิตย์ส่องผ่านหมู่เมฆลงมา ฉากทำลายล้างนั้นราวกับเป็นเพียงภาพมายา

“เอ๋? งูพิษยักษ์นั่นตายแล้วใช่หรือไม่?”

นักพรตชราและเด็กสองคนเหลือบมองกัน แล้วพวกเขาก็เดินขึ้นหน้าไป มองเห็นซากของงูพิษยักษ์ดุร้ายที่ยาวกว่าเก้าสิบฉื่อ

ศพนั่นมีสีดำสนิทและยังเต็มไปด้วยรูมากมายบนร่าง ทุกรูนั้นมีรอยไหม้และรอบด้านยังเงียบสงัดอย่างน่ากลัว

“มันเยี่ยมยอดมากที่ยังสามารถรักษาซากศพของตนเองไว้ได้ภายใต้ภัยพิบัติสวรรค์และยันต์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของข้า!”

เด็กคนหนึ่งกระแอมออกมาและถามด้วยน้ำเสียงงุนงง “แล้วดาบธาตุน้ำและไฟไปไหนแล้วเล่า? ดาบที่กักปราณดาบของพวกเราเอาไว้!”

“เหอเหอ... งูพิษยักษ์นี่นับเป็นปิศาจอันทรงพลัง มันต้องมีของวิเศษใดอยู่กับตัว! พวกเราจะปล่อยให้เสียเปล่าไปมิได้!”

เด็กอีกคนหัวเราะและเดินเข้าไป กำลังจะกรีดเปิดส่วนท้องของปิศาจออก

“เอ๋? มีบางอย่างไม่ถูกต้อง รีบออกไปจากที่นี่!”

นักพรตชราลูบคาง มองเด็กคนนั้นเดินเข้าไปที่ซากศพ เขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่ว่า หยกชิ้นหนึ่งที่ข้างเอวของเขาจู่ ๆ ก็สั่งสัญญาณเตือนที่ทำให้เขาสันหลังเย็นวาบ

“ฝุบ!”

เด็กคนหนึ่งนั้นก้มลงไปและกำลังสำรวจซากศพของงูพิษยักษ์ เขาหลบไม่ทันและถูกดาบกระดูกขาวล่าปิศาจแทงใส่ โดยไม่ร้องสักคำ เขาล้มลงและวิญญาณก็ถูกทำลายไปด้วย ดาบสีม่วงเล่มเล็กหล่นลงพื้นและเสียงกระทบนั้นก็ดังก้องให้ได้ยิน มันยังเปล่งประกายอยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติวิเศษและความไม่ยินยอมที่จะถูกทำลายไปทั้งอย่างนั้น

“ศิษย์น้อง!”

เห็นเช่นนี้ นักพรตชราและเด็กอีกคนก็เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ “เจ้าปิศาจ ตายซะ!”

“ฉัวะ!”

ประกายดาบและเคล็ดวิชาเวทย์ตัดผ่านซากศพออกเป็นชิ้น ๆ

แต่ว่า ภายในซากศพ มีประกายสีทอง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น

เงาร่างนั้นยาวเพียงสามฉื่อ มันเป็นงูสีเขียวทองตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง เกล็ดบนร่างนั้นเป็นสีเขียวที่เปล่งประกายสีทอง บนหัว มีเขาเล็ก ๆ เขาหนึ่ง

เมื่อมันมองมาทางพวกเขา ก็ไม่พบคุณสมบัติของอสรพิษอีกต่อไป กลับมีบรรยากาศทรงพลังราวกับมังกร!

มันไม่ใช่งูอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นมังกร!

การกลายร่างครั้งที่เจ็ดของเคล็ดเก้าขั้นมังกรกลาย! การกลายร่างมังกรเขาเดี่ยว!

มันมีบันทึกเอาไว้ มังกรน้อยที่มีหนึ่งเขานั้นก็คือมังกรเขาเดี่ยว! มันมีร่างของปลา หางของงู มีลวดลายบนตัวและมีหนึ่งเขาบนศีรษะ!

อันที่จริง นี่ก็คือลักษณะของมังกรก่อนที่จะโตเต็มวัย

แม้ว่ามันจะดูอ่อนเยาว์ มันก็ยังคงเป็นมังกรตัวหนึ่ง! มันไม่ใช่ปลาและงูอีกต่อไปแล้ว และคุณสมบัติวิเศษของมันก็ด้วยเช่นกัน! มันสามารถกำจัดพิษได้ และยังให้ความรู้สึกทรงคุณธรรม

“สวรรค์ตาบอดแล้วที่ปล่อยให้เจ้ากลายร่างเป็นมังกรได้!”

นักพรตชราผิดหวังอย่างที่สุด

มังกรนั้นเป็นเจ้าแห่งสัตว์ทั้งปวง พวกมันสามารถควบคุมสภาพดินฟ้าอากาศได้ราวกับเทพเจ้า ปิศาจใดที่สามารถกลายร่างเป็นมังกรได้ย่อมนับว่าทรงพลังนัก! เป็นเทพปิศาจ! พวกมันล้วนยอดเยี่ยม

หรือในอีกทางหนึ่ง ตอนนี้ฟางหยวนนั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นเทพมังกรแห่งตำหนักมังกรทอง ตามระดับพลังและชนิดของตน

ส่วนหนึ่งนั้นเป็นโชคชะตาที่เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ ผู้ฝึกตนล้วนหลีกเลี่ยงที่จะสังหารมังกรเพราะไม่ให้พลังชะตาตกต่ำลงและอาจจะต้องเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์เสียเอง!

หลังจากผ่านภัยพิบัติมาได้ ตอนนี้ฟางหยวนก็เป็นมังกรตัวหนึ่งแล้วและยังต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง!

“สวรรค์ยุติธรรมต่อทุกชีวิต! ในเมื่อทุกคนได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกัน เหตุใดข้าจะเป็นมังกรไม่ได้?”

แสงสีทองสว่างเรือง ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองปรากฏตัวขึ้น เป็นฟางหยวนนั่นเอง

แต่ตอนนี้ ไม่ใช่เพียงร่างพลังหยินอีกต่อไป แต่เป็นกายเนื้ออย่างแท้จริง

ปิศาจระดับสูงล้วนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างร่างเนื้อ

ในเคล็ดเก้าขั้นมังกรกลาย ฟางหยวนนั้นจะสร้างร่างเนื้อได้นั้นต้องอยู่บรรลุระดับการกลายร่างครั้งที่เจ็ดเสียก่อน

และร่างเนื้อที่สร้างขึ้นนั้นยังเป็นมนุษย์อายุราวสิบสี่สิบห้าปีและมีรูปลักษณ์งดงาม ไม่เหมือนปิศาจอื่น ๆ

ฟางหยวนหัวเราะเสียงเย็นและพูดต่อ “ดูพวกเจ้าสิ พวกเจ้าเป็นมนุษย์เต๋า และยังหวาดเกรงผู้อื่นจะมาแบ่งกรรม เจ้าบอกว่าสวรรค์ไม่ยุติธรรม แต่ที่จริงแล้ว เป็นพวกเจ้าต่างหากที่เห็นแก่ตัว! มนุษย์เต๋าล้วนไม่เอาถ่าน!”

นักพรตชราและเด็กอีกคนที่เหลืออยู่มองฟางหยวนหัวใจกระตุก

ในพริบตานั้น พวกเขารู้สึกเหมือนว่าตนเองเป็นผู้ผิดจริง

“ช้าก่อน... นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาปิศาจของมัน! อย่าได้สับสนไป!”

นักพรตชรามีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วและคำรามออกมา

ขณะที่เขาร่ายคาถา รอบตัวของเขาก็มีแสงปกคลุมราวกับเป็นฟองอากาศ เกิดเป็นเกราะป้องกันรอบตัว

เด็กที่เหลืออยู่ แม้จะเป็นร่างแยกของผู้อาวุโสผู้หนึ่ง แต่มิได้มีระดับการฝึกตนเทียบเท่าปกติ จึงยังยืนอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

“ฝุบ!”

ฟางหยวนไม่ปล่อยให้โอกาสนี้เสียเปล่าไป เพียงแค่ดีดนิ้ว ค่ายกลดาบคู่เพลิงวารีก็ลอยออกไป สร้างค่ายกลดาบและกักเด็กคนนั้นเอาไว้ภายใน เขาปล่อยปราณดาบจากดาบทั้งสองเล่มและในพริบตา ดาบเวทย์สีเขียวก็หล่นลงพื้นและสั่นไปมา

“เจ้า...”

เห็นฟางหยวนเดินเข้าไปเก็บทั้งดาบสีม่วงและเขียวขึ้นมา นักพรตชราก็เกรี้ยวกราด ดาบทั้งสองยังคงสั่นแต่ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของฟางหยวน นักพรตชรากระอักเลือดออกมาคำโตและเดือดดาลขึ้นไปอีก

แม้ว่าเด็กทั้งสองนี้จะเป็นร่างแยกของผู้อาวุโสที่ฝังเอาไว้ในดาบวิเศษ พลังของพวกเขาในตอนนี้ก็จำกัดนักและยังสูญเสียของวิเศษทั้งคู่ไป

“เจ้าปิศาจ! เจ้ากล้าเอาดาบบินของสำนักข้าไปงั้นรึ?”

นักพรตชรากระวนกระวาย และโบกแขนเสื้อ เชือกสีดำสองเส้นลอยเข้าหาฟางหยวนเหมือนงูดำและรัดรอบดาบสีม่วงและเขียว

ไม่เพียงเท่านั้น นักพรตชรายังร่ายเคล็ดวิชาพยายามปลุกดาบทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้ง

“สมบัติวิเศษของสวรรค์เป็นของผู้ที่เก็บมันไว้ได้... ตอนนี้มันอยู่กับข้า ย่อมต้องเป็นของข้า!”

ฟางหยวนหัวเราะอย่างยินดี

ในเมื่อตอนนี้พวกเขาเป็นศัตรูกัน เหตุใดจึงต้องคืนอาวุธให้พวกมันด้วย?

ตั้งแต่ที่เขาสังหารผู้อาวุโสชิงเฟิง การต่อสู้ระหว่างสำนักนั่นและเขาก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว มีเพียงฝ่ายเดียวที่จะหลงเหลือรอดอยู่ได้

เมื่อคิดดูแล้ว ฟางหยวนก็รีบใช้ดอกไม้แห่งกรรมของตน เมื่อถูกใช้ไป อาการต่อต้านของดาบทั้งคู่ก็เริ่มลดลง

“ดีงามกระไรเช่นนี้!”

ฟางหยวนยินดีมาก “อย่าได้คิดจะนำดาบทั้งสองกลับไปได้เลย!”

จบบทที่ Chapter 292: มังกรเขาเดี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว