เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 24: พลังภายใน

Chapter 24: พลังภายใน

Chapter 24: พลังภายใน


 

กลางคืน ในหุบเขาเงียบสงัด

ตระกูลโจวตอนนี้เชื่อฟังฟางหยวนเป็นที่สุด แม้ว่าฟางหยวนจะไล่พวกเขาออกมาจากหุบเขา พวกเขาก็ยังไม่ถือสา และสร้างกระท่อมหญ้าเล็ก ๆ ขึ้นที่ด้านนอกหุบเขา

พวกเขาไม่รู้สักนิดเลยว่าฟางหยวนวางแผนทั้งหมดนี้ขึ้นมาเพื่อนำตัวเองออกห่างจากปัญหา

จะไม่เป็นปัญหาหรอกหรือถ้าพวกเขาพบว่าฟางหยวนกินข้าวหยกแดงและดื่มชาชำระจิตอยู่ทุกมื้ออาหาร?

หลังจากอิ่มแล้ว ฟางหยวนก็นั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ตรวจดูบาดแผลของตน

“ดี... พวกเจ้าเริ่มสมานแล้ว...”

เขามีร่างกายที่ดีอย่างน่าอัศจรรย์มาตั้งแต่แรก หลังจากกินข้าวหยกแดงเต็มที่มื้อหนึ่ง การหายของแผลก็เร็วขึ้นอีก

มีเลือดไปเลี้ยงแผลมากขึ้นและอาการปวดลดลง

“หายยิ่งเร็วยิ่งดีที่สุด ไม่เช่นนั้นผู้อื่นจะพบเข้าเสียก่อน!”

ด้วยระดับ [การแพทย์] ของเขาตอนนี้ร่วมกับสมุนไพร การฟื้นฟูก็เป็นไปได้เร็วมากแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องน่ายินดีให้ประหลาดใจกับคุณสมบัติลับ ๆ ของข้าวหยกแดงอีกด้วย

เมื่อคิดถึงเป้าหมายที่บรรลุแล้ว ฟางหยวนก็ยิ้มกับตัวเอง

แม้ว่าเขาจะไม่มีเวลาหยิบของในคฤหาสน์นั้น แต่รางวัลที่ได้จากตัวซ่งอวี้เจว๋และซ่งจื๋อเกาก็เพียงพอแล้ว

นอกจากเงิน ฟางหยวนยังได้ตำราฝึกจิตของสำนักกุยหลิงจากซ่งอวี้เจว๋ด้วย!

นี่ย่อมเป็นตำราระดับสูงสำนักกุยหลิงเป็นแน่ ซึ่งฟางหยวนก็ถือว่าเป็นของตัวเองแล้ว เขาท่องจำตำราทั้งเล่ม ก่อนจะทำลายมันทิ้งเรียบ

“สำนักกุยหลิงช่างไร้คุณธรรม!”

เมื่อเขาทบทวนตำราฝึกจิตของสำนักกุยหลิงในใจ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นนิ่งขรึม

เพราะว่าในตำรานี้ มีส่วนสำคัญที่ขาดหายไป ส่วนที่ขาดหายไปนั้นหมายถึงเป็นส่วนที่เป็นความลับ และจะได้รับอธิบายจากอาจารย์เพื่อที่ลูกศิษย์จะได้ทำความเข้าใจ เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาความลับของตำรายุทธ์ระดับสูง

ถ้าซ่งอวี้เจว๋สงสัยเรื่องใดในตำราฝึกจิต เขาก็สามารถสอบถามจากซ่งจง

ส่วนเขานั้น? ต่อให้เขารักษาชีวิตของเหล่าโจวเอาไว้ได้ เขาจะคาดหวังให้เหล่าโจวทรยศสำนักกุยหลิงบอกความลับยิ่งใหญ่นี้ให้แก่เขาได้ด้วยเหรอ?

‘หึ... ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่เข้าร่วมกับพวกมัน ต่อให้ข้าพยายามอย่างหนักแค่ไหน ข้าก็ไม่สามารถเรียนวิชาที่ครบสมบูรณ์ได้...’

ฟางหยวนส่ายหัว และเรียกค่าสถานะออกมาดู:

“ชื่อ: ฟางหยวน

พลังกาย: 1.8

พลังลมปราณ: 1.6

พลังเวทย์: 1.5

อายุ: 18

ระดับการฝึกตน: [ผู้ฝึกยุทธ์ (ประตูทองที่สาม)]

วิทยายุทธ์: [ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 3)]

ทักษะ: [การแพทย์ (ระดับ 1)], [การดูแลพืช (ระดับ 3)]”

ณ ตอนนี้ ที่ด้านหลัง [การแพทย์] นั้น คำว่า (ระดับ 1) ค่อย ๆ จางหายไปแล้วไม่นานก็เปลี่ยนเป็น (ระดับ 2) และคำอธิบายก็เปลี่ยนไป

“[การแพทย์ (ระดับ 2)] เจ้านับเป็นหมอที่มีความชำนาญผู้หนึ่งและรักษาโรคและความผิดปกติส่วนมากได้ เจ้าสามารถใช้สมุนไพรธรรมดาจากภูเขาให้ได้ผลสูงสุด”

“สมุนไพรธรรมดาจากบนเขา นี่น่าจะหมายถึงว่าการใช้ยาระดับวิญญาณน่าจะไม่มีผลต่อการพัฒนาของข้า...”

ฟางหยวนส่ายหน้าและรู้สึกว่าตัวเองละโมบเกินไปสักนิด

แน่นอนว่า นี่ทำให้เขายินดีอย่างประหลาดเมื่อ [การแพทย์] เพิ่มระดับสูงขึ้น

ความยินดีที่แท้จริงก็คือสามารถเพิ่มแถบประสบการณ์ของฝ่ามือทรายดำขึ้นมาได้หลังสังหารซ่งอวี้เจว๋ และเมื่อคิดว่าเขาสามารถที่จะผ่านประตูต่อไปเมื่อไหร่ก็ได้

‘ใน 12 ประตูทอง 8 ประตูแรก ไค ซิว เชิง ตู่ จิ่ง ชาง จิง สื่อ... สามารถบรรลุได้เองเมื่อสามารถผ่านทั้งสามประตูรุ่งโรจน์เข้าสู่สองประตูสงบไป และยังนับเป็นการเปิดหูเปิดตาของผู้ฝึกวิทยายุทธ์พื้นฐานทั่วไปอีกด้วย’

ฟางหยวนมองที่ฝ่ามือตนเอง รู้สึกเข้าใจมากขึ้น

ผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถผ่านประตูทองที่สามได้นั้นก็ไม่ธรรมดา แต่ผู้ที่ผ่านประตูทองที่สี่และห้าได้นั้นนับว่ามีพรสวรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุยังน้อย

แม้แต่ซ่งอวี้เจว๋เอง ก็เหมือนซ่งจงเมื่อยังเยาว์ สามารถผ่านประตูทองที่สี่ได้

“จากประตูทองที่ 4 เป็นต้นไป แม้ว่าแถบประสบการณ์จะเต็มแล้ว แต่บางครั้งก็อาจจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ผ่านประตูทองต่อไปได้สินะ?”

ฟางหยวนมองที่แถบประสบการณ์ที่เต็มปริ่มไปแล้ว และโดยไม่ลังเลเลย “เพิ่มระดับวิชาฝ่ามือทรายดำของข้าไปที่ระดับถัดไป!”

“ติ๊ง!”

มีเสียงดังตามมา และเขาก็พบว่า ‘3’ ที่ด้านหลัง [ฝ่ามือทรายดับ (ระดับ 3)] กะพริบและเปลี่ยนเป็น ‘4’!

[ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 4)]!

“อืม!”

ฟางหยวนกัดฟัน และพบว่าฝ่ามือของตัวเองเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เส้นเลือดปรากฏขึ้นราวกับหนอน และค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาตามแขนของเขา

ลมร้อนสายหนึ่งวูบจากฝ่ามือของเขาไล่ขึ้นมาที่แขน ผ่านสิ่งกีดขวางหลายจุดก่อนที่จะหยุดลงที่หน้าอกของเขา

พลังร้อนสายนี้แตกต่างจากทุกอย่างที่เขาเคยรู้สึกมาก่อน ที่ท้องน้อยรู้สึกแข็งแกร่งมากขึ้นและมากขึ้น

“นี่คือ... พลังภายใน!?”

ฟางหยวนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ

“[ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 4)] วิชานี้เพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายภายนอกของข้าในตอนแรก แต่ตอนนี้มันเริ่มมีผลต่อภายในร่างกายแล้ว?!”

พลังภายในคือแก่นของพลังของผู้ฝึกวิทยายุทธ์ และเป็นพื้นฐานของการฝึกวิชายุทธ์ระดับสูง รังสีกระบี่จากซ่งอวี้เจว๋คือตัวอย่างหนึ่งของการใช้พลังภายใน

ความแข็งแกร่งของฟางหยวนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับรังสีกระบี่ ถ้าไม่ใช่เพราะใช้พิษผ่านฝ่ามือทรายดำ ฟางหยวนก็คงตายภายใต้เงื้อมมือของซ่งอวี้เจว๋ไปแล้ว

“น่าเสียดาย พลังภายในนั้นเมื่อฝึกผ่านฝ่ามือทรายดำนั้นก็ยังนับเป็นแค่พื้นฐาน และไม่สามารถเทียบกับตำราจิตของสำนักกุยหลิงได้... ระดับสูงสุดที่ข้าสามารถไปได้ก็คือประตูทองที่ 5...”

ฟางหยวนรู้ว่าเขานั้นห่างจากระดับสูงสุดของฝ่ามือทรายดำอีกแค่เก้าเดียวหลังจากที่ โข่วเฟิง คิดค้นวิชานี้ขึ้นมา

เขามองที่คำอธิบาย

“[ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 4)] วิชากำลังภายนอก และถ้าสำเร็จวิชานี้ ฝ่ามือของผู้ฝึกจะแข็งแกร่งราวกับโลหะ และสามารถทำลายทองหรือหยกได้ มีทั้งหมด 5 ระดับ และตอนนี้อยู่ที่ระดับที่ 4 สามารถแพร่พิษได้รุนแรงมากขึ้น และเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังภายใน!”

‘เมื่อมีพลังภายในมากขึ้น ข้าก็สามารถผ่านประตูได้มากขึ้น!’

ฟางหยวนหายใจเข้าลึก ๆ ควบคุมพลังที่อยู่ตรงท้องน้อยของเขา และเตรียมทะลวงผ่านประตูทองที่สี่ ประตูตู่

“แกร่ก!”

มีเสียงดังให้ได้ยิน และทันใดนั้นเขาก็รุ้สึกถึงพลังจำนวนมากที่ภายในท้องน้อย พลังภายในที่ในร่างของเขาไหลวนไปอย่างอิสระ

‘การฝ่าประตูทองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การข้ามฝ่าขอบเขตนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง!’

ฟางหยวนคิดกับตัวเองเงียบ ๆ

ตอนนี้เขานับเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ระดับประตูทองที่สี่แล้วจริง ๆ ถ้าเขาฝึกเคล็ดการหายใจอย่างหยาบ เขาก็คงสามารถฝึกถึงระดับสี่ได้เช่นกันแต่นั่นก็ไม่มีประตูตู่ให้ทะลวงผ่านและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อีกรอบหรอกนะ

นอกจากนี้ เพื่อที่จะผ่านประตูทองที่ห้า เขาคงต้องดูว่า วิชาไหนที่จะช่วยให้เขาผ่านประตูที่ห้าได้ก่อน และมันก็ไม่ได้ขึ้นกับว่าเขาฝึกกี่วิชา ชาวยุทธ์ทั้งหลายรู้กันดีว่า มีกฎที่ไม่ได้ระบุข้อหนึ่งว่าคนผู้หนึ่งไม่สามารถฝึกทุกอย่างสำเร็จได้

‘ผู้ฝึกยุทธ์ที่ระดับประตูทองที่สี่จะเริ่มฝึกพลังภายใน ถ้าไม่มีตำราจิต เคล็ดกรงเล็บอินทรีก็ทำได้แค่ผ่านสามประตูแรก... แต่ถ้ามีตำราฝึกจิตมาเสริม ก็จะพัฒนาไปได้อีกมากมายและอาจจะถึงกับผ่านสามประตูวิกฤตได้!’

ฟางหยวนตรองกับตัวเองอย่างจริงจัง

ความสามารถของวิชาฝ่ามือทรายดำนั้นเป็นเช่นเดียวกับเทคนิคการหายใจอย่างหยาบและสามารถฝึกได้ถึงประตูทองที่ห้าเท่านั้น

ถ้าเขาอยากจะผ่านประตูชาง เขาจำเป็นต้องมีตำราวิชายุทธ์ระดับสูงกว่านี้มาฝึก

‘ข้าไม่กล้าฝึกตำราฝึกจิตที่ไม่สมบูรณ์เล่มนี้ของสำนักกุยหลิง ถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่รู้ว่าหน้าต่างสถานะจะบอกแนวทางที่สมบูรณ์ หรือว่าจะบอกคร่าว ๆ เป็นการคาดเดาเหมือนเช่นฝ่ามือทรายดำ...’

ฟางหยวนลูบคาง ยิ้ม ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกลายเป็นคนละโมบเสียแล้ว

เขาสลายพลังภายในลง และฝ่ามือของเขาก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เหมือนคนหนุ่มทั่วไปคนหนึ่ง ไม่มีใครสามารถโยงเขาเข้ากับฆาตกรนั่นได้

“ค่าสถานะของข้าเพิ่มขึ้นบ้างไหมนะ?”

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เมื่อพลังอุ่น ๆ จากพลังภายในของเขาสลายไปแล้ว ฟางหยวนก็เหลือบมองตารางสถานะ และพบการเปลี่ยนแปลง:

“ชื่อ: ฟางหยวน

พลังกาย: 2.2

พลังลมปราณ: 2.0

พลังเวทย์: 1.5

อายุ: 18

ระดับการฝึกตน: [ผู้ฝึกยุทธ์ (ประตูทองที่สี่)]

วิทยายุทธ์: [ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 3)]

ทักษะ: [การแพทย์ (ระดับ 2)], [การดูแลพืช (ระดับ 3)]”

“ยิ่งอันตรายแค่ไหน ก็ยิ่งมีโอกาสพัฒนาตัวเอง ยิ่งมีระดับการฝึกตนสูงขึ้น ความยากก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อถึงสามประตูวิกฤต ถ้าล้มเหลว อาจจะสูญเสียการควบคุมร่างกายและอาจจะถึงแก่ชีวิต แต่รางวัลนั้นก็คุ้มค่าแก่การเสี่ยง!”

ฟางหยวนรู้สึกพอใจเป็นที่สุดเมื่อเห็นการเพิ่มขึ้นของพลังกายและพลังลมปราณของตัวเอง

ในตอนนี้ พระอาทิตย์ก็ขึ้นสูง แสงอาทิตย์สาดผ่านหน้าต่างเข้ามา

“ผ่านไปคืนหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเลย!”

ฟางหยวนหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะลุกยืน ยืดแข้งยืดขาเล็กน้อย ก่อนจะรู้ตัวว่าขาไม่ได้รู้สึกชาอะไรเลยอยู่แต่แรกแล้ว แต่กลับรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวังชา ส่วนแผลที่หน้าอกนั้นก็เกือบจะหายดีแล้ว เหลือแค่สะเก็ดแผลเท่านั้น

ด้วยอัตราการหายของแผลระดับนี้ ก็คงจะหายสนิทได้ในไม่ใช้และอาจจะไม่เหลือกระทั่งแผลเป็น

“เป็นเรื่องดีจริง ๆ!”

เขาหัวเราะ เดินออกมาทางประตูและตั้งใจจะไปต้มน้ำชงชาเสียหน่อย

เมื่อเขามาถึงทางเข้าหุบเขา เขาก็เห็นผู้ดูแลหลินและสองพี่น้องตระกูลโจว รวมทั้งคนอื่น ๆ รออยู่ที่ปากทางแล้ว

“โจวตงอยากจะขอบคุณคุณชายน้อยที่ช่วยชีวิต!”

เหล่าโจวไม่ได้ดูชราภาพแล้ว และยังดูสุขภาพดี เมื่อเขาเห็นฟางหยวน เขาก็ปล่อยมือโจวเหวินซิน เตรียมคารวะฟางหยวน

“ท่านเพิ่งฟื้นไข้เท่านั้น ควรจะพักผ่อนให้มาก!”

ฟางหยวนตอบอย่างเอื่อยเฉื่อย

“อื้ม ข้าอยากจะพูดอะไรกับคุณชายน้อยสักคำ ถ้าท่านไม่ว่าอะไร!”

โจวตงหันกลับไปมองพี่น้องตระกูลโจวด้วยท่าทางจริงจัง และกล่าวของคุณผู้ดูแลหลิน “ข้ารู้สึกซาบซึ้งในความช่วยเหลือของพี่หลินยิ่งนัก!”

“ฮ่าฮ่า พี่โจว ท่านก็สุภาพเกินไปแล้ว!”

ผู้ดูแลหลินเข้าใจได้ว่าเหล่าโจวอยากจะเจรจาบางอย่างกับฟางหยวนเป็นการส่วนตัว ดังนั้นจึงออกปาก “ข้ายังมีอย่างอื่นต้องทำ ต้องขอตัวก่อนแล้ว!”

เขาพาพี่น้องสองคนตระกูลโจวออกจากหุบเขาไปด้วย

“เหล่าโจว ท่านมีอะไรก็เชิญพูด!”

ฟางหยวนชงชากาหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงเงียบ ๆ

“ชานี่...”

เหล่าโจวยกถ้วยชาขึ้น จิบคำหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าไป “ไม่เลว!”

เพราะว่าเหล่าโจวเป็นคนนอก ฟางหยวนจึงไม่ได้ชงชาชำระจิต แต่ใบชาเหล่านี้เขาก็ปลูกและเก็บด้วยตัวเอง และเมื่อผ่านพิธีชงชา มันก็สามารถทำให้โจวตงรู้สึกประหลาดใจในรสชาติได้

‘เขาช่างเป็นผู้มีความสามารถ มีความสามารถชงชาได้ถึงระดับนี้ ข้าคงต้องพูดกับเขาตรง ๆ ...’

หลังจากหนึ่งถ้วยชา เหล่าโจวก็พูดออกมา “เฮ่ย! ช่างเป็นโชคร้ายของบ้านข้า!”

ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเอง

 

 

 

จบบทที่ Chapter 24: พลังภายใน

คัดลอกลิงก์แล้ว