เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 17: จับตามอง

Chapter 17: จับตามอง

Chapter 17: จับตามอง


 

“ฝ่ามือทรายดำ!”

ที่ในหุบเขาเร้นลับ ชายผู้หนึ่งส่งฝ่ามือขวาออกไปอย่างรวดเร็วและทิ้งรอยฝ่ามือชัดเจนไว้บนกระดานไม้

“พลังของข้าเพิ่มขึ้นอีกแล้ว? ไม่เลวเลย!”

ฟางหยวนเก็บฝ่ามือและรู้สึกตื่นเต้นเมื่อแถบระดับการฝึกฝนของเขาขยับมาเกินครึ่งหนึ่งแล้ว

เขาคุ้นเคยกับการฝึกฝนมากขึ้น เขาลุ่มหลงไปกับความรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นหลังการฝึกฝนทุกครั้ง

“ถ้าค่าสถานะของผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้เพิ่มขึ้นยากเหมือนค่าสถานะของการดูแลพืช ข้าน่าจะสำเร็จ [ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 5)] ได้โดยง่าย!”

“แน่นอนว่า อาหารการกินนั้นก็สำคัญมาก...”

นี่เป็นตอนบ่ายแล้ว ฟางหยวนกินข้าวหยกมุกเป็นอาหารกลางวัน และถอนหายใจไปขณะกิน

ถ้าเป็นครอบครัวธรรมดา ๆ คงไม่สามารถหาข้าวหยกมุกปริมาณมากมายแบบเขาได้

แล้วคนผู้หนึ่งจะสามารถทนการฝึกฝนฝ่ามือทรายดำที่ยากลำบากซ้ำไปซ้ำมาได้อย่างไร? นอกเสียจากว่าผู้นั้นจะมีความสามารถมากพอที่จะเข้าสำนักและเริ่มฝึกฝน มิเช่นนั้นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เก่งกาจ

“นอกจากนี้... การฝึกยุทธ์ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย...”

สภาพร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์นั้นจะแข็งแกร่งราวกับหิน ถ้าพื้นฐานวิชาของคนผู้หนึ่งแข็งแกร่งขึ้น เขาก็จะสามารถไขว่คว้าสิ่งดี ๆ ได้ในอนาคต

ฟางหยวนเดาเหตุผลที่เขาสามารถบรรลุวิชาฝ่ามือทรายดำได้อย่างรวดเร็วว่าอาจจะไม่ได้เป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของพลังเวทย์ของเขา

“อีกไม่นาน ต้นชาของอาจารย์เวิ่นซินก็จะผลิใบเต็มที่ และข้าวหยกแดงก็พร้อมให้เก็บเกี่ยว... ต่อให้อู่จงอยากได้ข้าววิญญาณพวกนี้ ก็ยังมีเหลือเฟือ!”

ฟางหยวนรู้สึกมีความหวัง

วิทยายุทธ์พัฒนาได้เร็วกว่าเมื่อมีพืชวิญญาณพวกนี้

เหตุผลที่ฟางหยวนอยากจะสำเร็จวิชาเร็ว ๆ ก็เพื่อให้ปกป้องตัวเองจากอันตรายในอนาคตได้

“กัมประโดจากสำนักกุยหลิง ซ่งจื๋อเกา?!”

ถ้าเป็นหลินเปิ่นชูหรือพี่น้องตระกูลโจวก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้ากัมประโดของสำนักกุยหลิงผู้นี้คิดเป็นศัตรูกับฟางหยวน ฟางหยวนนั่นต้องระวังให้มากขึ้นแล้ว

แม้ว่าเขาจะดูไม่อิหนังขังขอบกับใครเขา แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ เขาจะไม่ยอมให้ผู้อื่นมาคอยจับตามองเขาได้ง่าย ๆ

“ยังต้องใช้ความพยายามอีกมากเพื่อทำเรื่องนี้และเรื่องอื่น ๆ ให้สำเร็จ!”

อนาคตของเขา วิทยายุทธ์ของเขา ล้วนขึ้นอยู่กับพืชวิญญาณพวกนี้

...

กลางดึก

มีเงาร่างหลายเงาปรากฏตัวขึ้นที่รอบนอกหุบเขา

“กัมประโดซ่งบอกว่าเป็นที่นี่?”

ผู้ชายในชุดสีดำคนหนึ่งมองไปรอบ ๆ แล้วสบถเบา ๆ “สภาพแวดล้อมที่นี่ช่างน่าลำบาก มีแต่คนเถื่อนเท่านั้นนั่นแหละที่จะอยู่ที่นี่ได้!”

“เป็นที่นี่แน่นอน ไม่ผิดไปได้หรอก!”

นายพรานที่แบกง่ามเหล็กอันใหญ่ไว้เดินมาข้าง ๆ เขาและพูด “ข้าเคยมาที่นี่มาก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนหนังสัตว์กับสมุนไพรกับศิษย์ของอาจารย์เวิ่นซิน...”

เขาถอนหายใจไปด้วยขณะพูด

“ทำไม? เรื่องเก่าในอดีตทำให้เจ้าลังเลที่จะทำงั้นรึ?”

หัวหน้า ผู้ชายในชุดดำคนนั้น หัวเราะ

“จะเป็นไปได้เยี่ยงไร? สิบเหรียญทองเพียงพอให้ซื้อชีวิตของพวกชาวบ้านบนเขาสิบคน จัดการกับเด็กผู้หนึ่งนั้นง่ายราวกับปอกกล้วย”

นายพรานหัวเราะท่าทางชั่วร้าย “ความเห็นของข้าคือ ทำไมจะแค่แอบจับตามองมัน พวกเราควรจะบุกเข้าไปฆ่ามันตรง ๆ จากนั้นพวกเราก็ทิ้งซากเอาไว้ในป่าให้ถูกกัดกินจนเหลือแต่กระดูก!”

“ข้าก็เห็นด้วยนะ แต่กัมประโดซ่งอาจจะไม่ชอบใจนัก เราถูกสั่งมาว่าให้ปล่อยให้มันถูกทำลายเอง ให้ชาวเมืองเหยียดหยามประณามมัน เมื่อนั้นพวกเราจึงจะลงมือ”

ชายในชุดดำพูดเสียงต่ำ “ใครให้เจ้าเด็กน่าสงสารนั่นเข้ามาขวางทางรักของกัมประโดซ่งกันเล่า?”

“ทางรัก?”

คนอื่นรอบ ๆ ประกอบด้วยชาวบ้านหลายคน นายพรานและพวกหัวขโมยที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้ ๆ นี่ จ้องมองไปที่หัวหน้ากลุ่มที่ปิดบังอะไรเอาไว้แต่ไม่มีใครกล้าถามต่อ

“ก็อย่างที่บอก ภารกิจของพวกเราวันนี้คือสังเกตสถานการณ์ภายในหุบเขา และดูว่าเจ้าเด็กนั่นปิดบังหรือซ่อนอะไรเอาไว้หรือเปล่า!”

หัวหน้ากลุ่มพูด “ที่สำคัญที่สุด แน่นอนว่าอย่าเหลือร่องรอยของพวกเราเอาไว้เล่า!”

“เข้าใจแล้ว!”

พวกมันบางคนหัวเราะเสียงชั่วร้ายก่อนจะเข้าหุบเขาไปด้วยกัน

รอบด้านมืดสนิท แม้จะมีแสงจันทร์ส่อง แต่การมองเห็นก็ยังไม่ชัดเจนนัก แต่คนพวกนี้ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองเพื่อป้องกันการถูกจู่โจม

รั้วของหุบเขานี่ไม่ได้แข็งแรงนัก แล้วพวกมันก็แค่ต้องรับมือกับคนผู้เดียว ดังนั้นพวกมันจึงค่อนข้างผ่อนคลาย

“อืม... นี่เหรอ หุบเขาสันโดษ? ก็ดูเป็นที่ที่เหมาะแก่การใช้ชีวิตนะ...”

“มีทั้งสวนดอกไม้และน้ำพุ ก็ปกติทั่วไปนะ ไปดูที่ด้านหลังซิ...”

พวกมันแยกกันไป แล้วก็พบเทือกสวนที่ด้านหลังหุบเขา

“ดูเหมือนจะมีอะไรสักอย่างที่ด้านหลังพุ่มไม้นั่น!”

ผู้ที่สังเกตออกนั้นเป็นทั้งนายพรานและหัวขโมยผู้มีประสบการณ์

“โอ๊ะ?”

หัวหน้ากลุ่มเดินไปข้างหน้าและพบทางเดินเล็ก ๆ ที่ด้านหลังพุ่มไม้ เขารู้สึกยินดีมากเมื่อพบทางเล็กนี่และพูด “ไปดูเร็วเข้า! ระวังตัวด้วย เจ้าเด็กนี่เจ้าเล่ห์นัก ขนาดผู้คุ้มกันของตระกูลโจวที่มาที่นี่คราวก่อนยังแพ้ให้กับมัน...”

เขาพูดได้แค่ครึ่งเดียวตอนที่ได้ยินเสียงกัดดังกร้วมและเสียงร้องดังขึ้นกะทันหัน

“เกิดอะไรขึ้น?”

พวกมันมองไปที่พื้นโดยทันทีและพบสัตว์ประหลาดสีดำตัวหนึ่ง สัตว์ประหลาดสีดำที่พุ่งเข้ามากัดขาของหัวหน้ากลุ่ม

“กับดัก!”

“บ้าเอ๊ย!”

สถานการณ์กลายเป็นวุ่นวายขึ้นทันที

ก่อนหน้านี้คนพวกนี้แอบเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ไม่ใช่ว่าตอนนี้พวกมันจะถูกค้นพบหรือถ้ากรีดร้องขึ้นมากลางดึกเช่นนี้ในเมื่อเสียงกรีดร้องของพวกมันคงจะก้องไปทั่วทั้งหุบเขา

“ไม่จริงน่า...”

พวกมันมองหน้ากัน ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ

แม้ว่าจุดประสงค์ของภารกิจคือเข้ามาสังเกตการณ์ พวกมันก็ต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อถูกจู่โจม

พวกมันไม่เชื่อข่าวลือ

จะเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กคนหนึ่งจะสามารถจัดการกับพวกมันทั้งกลุ่มได้?

เด็กนี่โหดเหี้ยมพอที่จะวางกับดัก พวกมันต้องระวังมากขึ้น

“ฟ่อ!”

“ฟ่อ!”

แต่พวกมันก็ไม่ได้คิดว่าหนูเตียวขาวตัวหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นแทนที่จะเป็นเจ้าเด็กนั่น!

เป็นผู้พิทักษ์หุบเขา ฮวาหูเตียว ที่ออกหมัดใส่พวกมันเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

ในตอนนั้น ขนของฮวาหูเตียวตั้งชันและดูไม่เป็นมิตร

ก็สิ่งที่อยู่ในไร่นั่นคือชีวิตของฮวาหูเตียว มันจะทนให้ไร่สวนถูกจับตามองโดยผู้อื่นอยู่ได้อย่างไร?

“นั่นอะไรน่ะ?”

“หนูเตียว?”

“มันตัวใหญ่มาก!”

นายพรานเตือน “ทุกคนระวังนะ หนูเตียวกลายพันธุ์ตัวนี้น่าจะเป็นของไอ้เด็กนั่น...”

“เฮอะ.. ก็ไม่นับว่ากระไรอยู่ดี ก็แค่สัตว์ป่า ไม่ได้แตกต่างไปจากสุนัขป่าหรอก”

หนึ่งในพวกมันหัวเราะก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปทันที

ประกายแสงสีขาวบาดตาแวบขึ้นที่ตรงหน้ามัน

“เกิดอะไรขึ้น ต้าเฉิง?”

เมื่อเห็นต้าเฉิงนิ่งไป หนึ่งในพวกมันก็ผลักตัวเขาเบา ๆ ร่างของต้าเฉิงแยกออกเป็นสองส่วน

ไม่มีใครรู้ว่าเขาถูกตัดผ่าครึ่งตัวโดยฮวาหูเตียวตั้งแต่เมื่อไหร่!

“ปิศาจ.. ที่นี่มีปิศาจ!”

ฉากนองเลือดนี้ทำให้ทุกคนกลัวแทบตาย

“หนูเตียวนี่ไม่ใช่หนูเตียวธรรมดา มันเป็นสัตว์วิญญาณ เป็นตัวประหลาด!”

หนังศีรษะของนายพรานชาหนึบ เขาคิดถึงตำนานของสัตว์วิญญาณขึ้นมาในทันที

จากสิ่งที่เกิดขึ้น หนูเตียวนั่นสามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์! ด้วยรูปร่างและความสามารถ หนูเตียวตัวนี้ย่อมเป็นสัตว์วิญญาณเป็นแน่

“หนีเร็ว!”

พวกมันที่เหลือมองหน้ากัน จากนั้นก็รีบหนี ทิ้งหัวหน้าของพวกมันเอาไว้เบื้องหลัง

พวกมันไม่มีทางเลือก นายจ้างของพวกมัน ซ่งจื๋อเกา เป็นแค่กัมประโด จะมีอำนาจแค่ไหนกันเชียว? หัวหน้ากลุ่ม ผู้ชายในชุดดำเป็นคนเดียวที่เป็นลูกน้องโดยตรงของซ่งจื๋อเกาที่นี่ ที่เหลือล้วนถูกจ้างมา

กลุ่มแบบนี้จะทำงานสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อไม่มีปัญหาให้พบเท่านั้น

“กี๊กี๊!”

ฮวาหูเตียวเคลื่อนที่ช้าลงอย่างจงใจ และไล่ตามนายพรานราวกับพบของเล่นให้เล่น

“บ้าชะมัด!”

นายพรานมองฮวาหูเตียวแล้วพยายามฟาดมันด้วยง่ามเหล็กอันใหญ่ของตน

นายพรานพลาด และรู้สึกถึงความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจากมือขวาของตน ฟันคมเรียงเป็นแถวปรากฏขึ้นตรงหน้า

ในตอนนั้นเอง เลือดก็สาดกระจายไปทั่วบริเวณ...

...

“เสียงนั่นจะฆ่าข้าตายแล้ว นี่มันกลางดึก ทำไมพวกมันไม่ปล่อยให้ข้านอนหลับดี ๆ กัน?”

ฟางหยวนหลับไม่ลงเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาเป็นระยะ

เขาคว้าเสื้อคลุม อ้าปากหาวขณะออกมาจากบ้าน “ขโมยรึ? ออกมาขโมยของข้าที่ในที่แบบนี้ไม่ลำบากเกินไปหน่อยหรือ...”

แม้จะพูดเช่นนั้น ทรัพย์สินชิ้นใหญ่ของเขาก็คือไร่ของเขาและเขาก็เป็นกังวล เขาก้าวเท้าเร็วขึ้นไปทางด้านหลังหุบเขา

“นี่...”

เป็นภาพที่ทำให้เขาตกตะลึง เลือดสาดกระจายไปทั่ว ฟางหยวนทั้งพูดไม่ออกทั้งโมโหในเวลาเดียวกัน “นี่เจ้าทำอะไรลงไป ฮวาหูเตียว?! นี่ข้าจะจัดการทำความสะอาดทั้งหมดที่เจ้าทำเละเทะไว้เสร็จเมื่อไหร่กัน!!”

“กีกี๊!”

กรงเล็บของฮวาหูเตียวยังเต็มไปด้วยเลือด มันวิ่งวนอยู่รอบ ๆ ตัวหัวหน้ากลุ่ม และทำท่าไม่รู้เรื่อง

“ไม่ต้องทำเป็นใสซื่อต่อหน้าข้า เจ้าจะต้องช่วยข้าจัดการเรื่องเละเทะนี่พรุ่งนี้!”

ฟางหยวนเดินวนดูซากศพก่อนจะมาที่ตัวหัวหน้าที่ยังคงหอบหายใจอยู่

ชายโชคร้ายผู้นี้ถูกหักขาแต่ฮวาหูเตียวก็ไว้ชีวิตเขา ช่างโชคดีนัก

“อย่า... อย่ากินข้า!”

แต่ชายคนนี้ก็หวาดกลัวเกินไปแล้ว เขาหลั่งน้ำตาเมื่อฟางหยวนเดินมาถึงตรงหน้าราวกับพบผู้ช่วยชีวิต “ได้โปรด ไว้ชีวิตข้าเถอะนะท่าน! ข้าได้รับคำสั่งจากซ่งจื๋อเกา ข้าจะสารภาพทุกอย่าง!”

น่าสงสารนัก!

ถูกสัตว์ร้ายกัดกินและตายโดยไร้ที่กลบฝัง เป็นการตายที่ทรมานจิตใจเกินไปสำหรับคนผู้หนึ่ง

 

 

จบบทที่ Chapter 17: จับตามอง

คัดลอกลิงก์แล้ว