- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้เทคโนโลยีระดับเทพ
- บทที่ 50 ไอ้หน้าหล่อเกาะหญิง
บทที่ 50 ไอ้หน้าหล่อเกาะหญิง
บทที่ 50 ไอ้หน้าหล่อเกาะหญิง
“เจียงซิงเสวียน บริษัทของเธอก็กำลังจะเจ๊งอยู่แล้ว เธอยังมีเวลามาเกาะผู้ชายหน้าหล่ออีกเหรอ?”
“แต่งตัวดูดีเชียวนะ แต่นายเลี้ยงเธอไหวหรือเปล่าล่ะ?”
“หรือว่านายโดนคุณนายแก่รวย ๆ รับเลี้ยง แล้วเอาเงินมาเลี้ยงเธออีกที?”
เวินอีถิงหัวเราะลั่นเหมือนตนเองพูดอะไรตลกมาก
“คุณผู้หญิงครับ ถ้าคุณลืมแปรงฟ้ามาก่อนออกจากบ้าน แนะนำให้ซื้อหมากฝรั่งมาเคี้ยวดับกลิ่นปากก่อนจะพูดนะครับ”
ซูเย่ชิงเห็นอีกฝ่ายกล้าดูถูกเจียงซิงเสวียนต่อหน้า ก็ไม่ทนแล้วเช่นกัน
“ไอ้หน้าหล่อนี่ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”
“ฉันคือคุณหนูของบริษัทประกันภัยอันไท่ พ่อฉันเป็นประธานบริษัทประกันภัยอันไท่!”
ความจริงบริษัทของเวินอีถิงก็มีขนาดพอ ๆ กับซิงอวี่สตีลในอดีต
แต่เมื่อบริษัทของเจียงซิงเสวียนเข้าสู่ช่วงวิกฤต เวินอีถิงก็คิดว่านี่คือโอกาสที่จะได้เอาคืน
“บริษัทอันไท่? ไม่รู้จัก”
ซูเย่ชิงตอบแบบไม่ใยดีแม้แต่น้อย
“ก็แน่อยู่แล้ว คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนายจะรู้จักอะไรได้! แค่ชื่อบริษัทอันไท่ก็ไม่รู้จัก”
เวินอีถิงจ้องซูเย่ชิงอย่างแค้นใจ
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงที่กำลังจะหมดตัวอย่างเจียงซิงเสวียนถึงได้แฟนที่ทั้งหล่อและดูดีแบบนี้
ถึงจะเลี้ยงผู้ชายก็เถอะ แค่พาออกงานก็น่าอิจฉาแล้ว!
“พอได้แล้ว เวินอีถิง แฟนฉันไม่ใช่ผู้ชายเกาะผู้หญิง!”
เจียงซิงเสวียนโกรธจนพูดเสียงเข้มขึ้น
เธอรู้มานานว่าเวินอีถิงไม่ชอบเธอ พูดจาแดกดันเธอมาตลอด แต่ปกติเธอไม่เคยใส่ใจ
ก็เหมือนหมาบ้าหอนอยู่คนเดียว ใครจะไปเห่ากลับล่ะ?
แต่พอเวินอีถิงมาด่าซูเย่ชิงตรง ๆ แบบนี้ เธอไม่ยอมแน่นอน
“อ้าว ทำเป็นกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับล่ะสิ?”
เวินอีถิงยิ่งได้ใจ เพราะที่ผ่านมาทำอะไรก็ไม่ค่อยเห็นเจียงซิงเสวียนตอบโต้แรงแบบนี้
วันนี้เหมือนได้ชัยชนะ
“เวินอีถิง ถ้าจำไม่ผิด บริษัทเธอก็เช่าพื้นที่อยู่ในตึกฮวาไท่เหมือนกันใช่ไหม?”
เจียงซิงเสวียนเหลือบมองซูเย่ชิง ก่อนถามกลับ
“ใช่! บริษัทอันไท่ของฉันก็อยู่ในฮวาไท่ แต่บริษัทซิงอวี่สตีลของเธออีกไม่นานก็คงโดนไล่ออกไปล่ะสิ!”
เวินอีถิงเชิดหน้าตอบอย่างภูมิใจ
บริษัทที่เช่าพื้นที่ในฮวาไท่ล้วนเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เพราะค่าเช่าที่นี่แพงมาก
เจียงซิงเสวียนยิ้มอ่อนโยนให้ซูเย่ชิง เมื่อเขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นกัน เธอก็เข้าใจทันที
“บริษัทซิงอวี่สตีลของเราใช่ค่ะ กำลังจะโดนไล่ออก...
แต่โชคดีที่เจ้าของใหม่ของฮวาไท่ใจดี ยกเว้นค่าเช่าให้พวกเรานานหนึ่งปีเลยล่ะ”
คราวนี้เจียงซิงเสวียนเป็นฝ่ายยืดอกเชิดหน้าอย่างมั่นใจ
ประกายแวววาวจากท่าทางของเธอ ทำให้ซูเย่ชิงที่มองอยู่ถึงกับหัวใจเต้นแรง
เขาไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอยอมให้ใครรังแกง่าย ๆ
กลับกัน เจียงซิงเสวียนในโมเมนต์นี้กลับดูน่ารักเป็นพิเศษสำหรับเขา
“หึ เจียงซิงเสวียน เธอเพ้อฝันอะไรเนี่ย?”
“ยกเว้นค่าเช่าเหรอ? เธอรู้จักเจ้าของใหม่ของฮวาไท่หรือไง? ฝันกลางวันชัด ๆ!”
เวินอีถิงคิดว่าเจียงซิงเสวียนแค่ปากแข็งเท่านั้น
เธอได้ยินมาว่าบริษัทซิงอวี่สตีลไม่มีธนาคารไหนยอมปล่อยกู้ให้เลย
พอคิดถึงตรงนี้ เวินอีถิงก็รู้สึกว่าได้เวลาสะสางความแค้นเก่าเสียที
“เจียงซิงเสวียน อย่าคิดว่าแค่เจ้าของใหม่ของฮวาไท่ยังไม่เปิดตัว แล้วเธอจะพูดมั่วได้ตามใจ คิดว่าตัวเองสนิทกับเจ้าของตึกยังไงก็พูดได้แบบนั้นเหรอ?”
ในสายตาเวินอีถิง ต่อให้เธอจอมปลอมขนาดไหน ก็ไม่กล้าแถแบบเจียงซิงเสวียนที่กล้าอ้างชื่อคนใหญ่คนโตทั้งที่ไม่รู้จักด้วยซ้ำ
“ทำยังไงดีล่ะ เย่ชิง เขาไม่เชื่อฉันเลยน้า~”
เจียงซิงเสวียนเกาะแขนซูเย่ชิงออดอ้อนแบบสาวน้อย แถมกระพริบตาใส่อย่างน่าเอ็นดู
ซูเย่ชิงมองหน้าเธอแล้วยิ้มกว้าง ผู้หญิงของเขาช่างน่ารักเหลือเกิน
“งั้นจะทำยังไงได้ล่ะ? คนระดับไม่ถึงแบบนี้ ไม่รู้จักเจ้าของฮวาไท่ ก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ นี่นา”
เขาแสร้งทำท่าเหมือนไม่มีทางช่วยได้ สีหน้าเหมือนจริงจนน่าหมั่นไส้
“พวกเธอสองคนหน้าด้านเกินไปแล้ว! บอกว่าฉันไม่ถึงระดับ? แล้วพวกเธอถึงระดับนักเหรอ?”
เวินอีถิงแทบระเบิดความโกรธออกมา
ปกติเธอคือคนที่เหนือกว่าในทุกทาง แต่ทำไมวันนี้กลับถูกกดซะอยู่หมัด!
“เอาเถอะ ถ้าไม่ให้คำตอบวันนี้ สงสัยคงนอนไม่หลับแน่”
“งั้นฉันจะทำบุญให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน”
ซูเย่ชิงแกล้งถอนหายใจหยิบมือถือออกมา
“ผู้จัดการจาง บริษัทประกันภัยอันไท่ยังเช่าอยู่ในฮวาไท่ใช่ไหม?”
“แจ้งท่านประธานของพวกเขาด้วยว่า ลูกสาวเขามาทำให้แฟนผมไม่พอใจ”
“ให้พวกเขาออกจากตึกในสามวันเลยก็แล้วกัน ค่าเสียหายฉันรับผิดชอบเอง”
เวินอีถิงมองซูเย่ชิงอย่างสมเพช
“แหม พวกนายนี่ตลกดีจริง ๆ หน้าด้านทั้งคู่ ฉันจะรอดูเลยว่าฮวาไท่จะกล้าไล่บริษัทอันไท่ออกไปได้ยังไง!”
เธอกำลังจะพูดต่อ แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาก่อน
“พ่อเหรอ? หนูอยู่นอกบ้าน มีอะไรเหรอ?”
“ยัยตัวแสบ! เธอไปทำให้แฟนของเจ้าของฮวาไท่ไม่พอใจใช่ไหม? ตอนนี้เขาสั่งให้เราย้ายออกจากตึกภายในสามวัน!”
เสียงโกรธจัดของพ่อเธอดังจนทุกคนรอบตัวได้ยินเต็มหู
“อะไรนะ!? หนูไปทำอะไรไว้เมื่อไหร่กัน! หนูไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ...”
เวินอีถิงพูดต่อไม่ออก เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มของซูเย่ชิงและนึกถึงสายโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งโทรออกเมื่อกี้
“พ่อคะ... พ่อรู้จักเจ้าของใหม่ของฮวาไท่ไหม?”
“ไม่รู้จักสิ! ถ้ารู้จักก็ดีไปแล้ว! แต่เขาชื่อซูเย่ชิง!”
เสียงจากปลายสายยังคงเดือดดาลไม่หยุด
“ซู... ซูเย่ชิง?”
มือเวินอีถิงสั่นจนทำมือถือร่วงหล่นพื้น
“ฮัลโหล? ยัยตัวแสบ? ตอบพ่อเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงก่นด่าจากปลายสายยังดังจากมือถือบนพื้น
แต่เวินอีถิงไม่มีอารมณ์จะสนใจแล้ว
เธอจำได้ว่าเมื่อกี้เจียงซิงเสวียนเรียกชายข้าง ๆ ว่า “เย่ชิง”!
“นาย... นายคือเจ้าของใหม่ของฮวาไท่? นายชื่อซูเย่ชิงจริง ๆ เหรอ?”
เวินอีถิงถามเสียงสั่น เท่ากับยอมรับความจริงในใจอยู่กลาย ๆ
ซูเย่ชิงพยักหน้าเบา ๆ ยืนยันข้อเท็จจริงนั้น
ความหวังสุดท้ายของเวินอีถิงพังทลายลงทันที
“ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจเลยจริง ๆ”
เวินอีถิงแทบจะร้องไห้ออกมา
ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น! เธอแค่จะมาเอาคืนเล็กน้อยกับเจียงซิงเสวียนเท่านั้น ทำไมถึงเผลอไปเหยียบหางเจ้าของตึกฮวาไท่เข้าให้ได้ล่ะ!?
เจียงซิงเสวียนไปเป็นแฟนกับเจ้าของตึกตั้งแต่เมื่อไรกันเนี่ย!?