- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้เทคโนโลยีระดับเทพ
- บทที่ 13 เจอสาวงามในบาร์
บทที่ 13 เจอสาวงามในบาร์
บทที่ 13 เจอสาวงามในบาร์
###
"ตกลง"
ซูเย่ชิงไม่อ้อมค้อม เปิดเงื่อนไขขึ้นตรงๆ
"ข้อแรก ให้หวังเฟิงจบการศึกษาโดยราบรื่น โดยไม่มีการประเมินเชิงลบในใบสรุปผลการเรียน"
"เรื่องนี้จัดการได้"
ผู้อำนวยการพยักหน้ารับ
"ข้อที่สอง โจวโย่วเหว่ยไม่เหมาะสมที่จะเป็นครูอีกต่อไป ผมขอให้โรงเรียนไล่เขาออก"
ซูเย่ชิงเสนอเงื่อนไขที่สอง
"เรื่องนี้..."
ผู้อำนวยการแสดงสีหน้าลำบากใจ
"หัวหน้าโจวมีความผิดในเรื่องนี้ก็จริง แต่ดูเหมือนยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องไล่ออกใช่ไหม?"
ท่าทางของผู้อำนวยการดูเหมือนจะไม่อยากขัดใครทั้งสองฝ่าย
"งั้นหรือ? ผมเรียนที่นี่มา 4 ปี โจวโย่วเหว่ยดูแลผมแบบพิเศษไม่น้อย"
ซูเย่ชิงไม่คิดจะปล่อยให้ผู้อำนวยการผลักเรื่องไปง่ายๆ
เอาเงินสามสิบล้านของเขาไป แล้วยังจะไม่อยากขัดใครเลย ผู้อำนวยการนี่ช่างใสซื่อเกินไปแล้ว
เขาจะต้องทำให้โจวโย่วเหว่ยออกไปจากมหาวิทยาลัยให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่ามีนักเรียนยากจนอีกกี่คนที่ต้องทนทุกข์เพราะเขา
"งั้นหรือ? ผมไม่เคยรู้ว่าโจวโย่วเหว่ยจะกล้าทำอะไรขนาดนี้"
ในใจผู้อำนวยการคิดทบทวนดูแล้วว่า ซูเย่ชิงเป็นถึงประธานบริษัทฟงอวิ๋น ซึ่งเป็นผู้นำในวงการก่อสร้างของเมืองฮว่าเจียง
พูดตรงๆ ต่อให้มีโจวโย่วเหว่ยอีกสิบคน ก็ไม่มีใครสามารถต้านทานซูเย่ชิงได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ผู้อำนวยการก็ตัดสินใจ
"ประธานซู ผมไม่เคยคิดว่าโจวโย่วเหว่ยจะเกินขอบเขตถึงเพียงนี้ ถ้าอย่างนั้น เขาก็ไม่คู่ควรจะเป็นครูอีกต่อไป ผมจะไล่เขาออกทันที"
"ดีแล้ว ท่านผู้อำนวยการก็เหมือนช่วยขจัดภัยให้กับคนทั่วไป"
เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว ซูเย่ชิงก็ลุกขึ้นกล่าวลา
"ท่านผู้อำนวยการ งั้นเราขอตัวก่อน"
"ประธานซูจะไม่อยู่ทานข้าวกันหน่อยหรือ?"
ผู้อำนวยการพยายามเชิญให้อยู่ต่อ
เพราะโอกาสที่จะได้ติดต่อกับประธานของฟงอวิ๋นนั้นไม่ได้มีบ่อยนัก
"ไม่ต้องหรอกครับท่านผู้อำนวยการ เรื่องโจวโย่วเหว่ยยังต้องให้ท่านจัดการ เราจะไม่รบกวนแล้ว"
ซูเย่ชิงเดินออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการไปพร้อมกับหวังต้าหยูและหวังเฟิง
ผู้อำนวยการส่งพวกเขาออกไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดทาง
...
"พี่ซู จริงๆ แล้วพี่คือประธานบริษัทฟงอวิ๋นเหรอ?"
หวังเฟิงยังตกอยู่ในความตกใจ
"จริงยิ่งกว่าทองคำ"
หวังต้าหยูตบหัวหวังเฟิงเบาๆ "เรื่องจบแล้ว ยิ้มหน่อยสิ"
"พี่ซู ขอบคุณพี่มากเลยครับ!"
หวังเฟิงกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ
"ไม่ต้องเกรงใจ นายเป็นน้องชายของต้าหยู ก็ถือว่าเป็นน้องชายของฉัน ใครรังแกนาย ก็บอกฉันได้ตลอด"
ซูเย่ชิงพูดอย่างใจกว้าง
"พอแล้ว เลิกขอบคุณกันได้แล้ว ไปเล่นบาสกันดีกว่า"
หวังต้าหยูไม่ได้คิดเปลี่ยนความคิดอะไรเพราะฐานะของซูเย่ชิง
ในสายตาเขา ซูเย่ชิงก็ยังเป็นซูเย่ชิงคนเดิมในช่วงมหาวิทยาลัย เป็นเพื่อนสนิทของเขา
"ไปกันเถอะ เสี่ยวเฟิง ไปเล่นบาสด้วยกัน ตอนมืดฉันกับพี่นายจะพาไปเปิดหูเปิดตาหน่อย" ซูเย่ชิงชวนหวังเฟิงพร้อมเดินไปห้องอุปกรณ์กีฬา
ทั้งสามยืมลูกบาสแล้วเล่นสักพัก ก่อนจะเตรียมไปอาบน้ำ ล้างเหงื่อให้สดชื่น ก่อนที่จะไปสนุกกันตอนกลางคืน
เมื่อขับรถKoenigseggออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งสามก็เห็นเงาของคนที่คุ้นเคย
ซูเย่ชิงจอดรถข้างๆ คนคนนั้น แล้วยื่นหัวออกจากหน้าต่าง
"อ้าว นี่หัวหน้าโจวเองหรือ? อุ้มของมากมายแบบนี้ กำลังย้ายบ้านหรือไง? ต้องการให้ช่วยไหม?"
ดูเหมือนว่าผู้อำนวยการจะจัดการเรื่องเร็วทีเดียว โจวโย่วเหว่ยถูกไล่ออกในเวลาไม่นาน
"ฉัน..."
โจวโย่วเหว่ยรู้ดีว่าเป็นฝีมือของซูเย่ชิง
เมื่อเห็นซูเย่ชิง โจวโย่วเหว่ยก็อยากจะตะโกนด่าทันที
แต่เมื่อเห็นรถKoenigseggที่ซูเย่ชิงขับ เขาก็หุบปากลง
โจวโย่วเหว่ยผู้คิดว่าตัวเองเป็นคนมีระดับนั้นได้ทำการศึกษาเรื่องสินค้าหรูหราไว้มาก
เพื่อที่เขาจะได้ใช้สิ่งเหล่านี้มาแบ่งแยกคน
เมื่อเห็นซูเย่ชิงขับรถKoenigsegg โจวโย่วเหว่ยคาดการณ์ว่ารถนี้ต้องมีมูลค่ากว่ายี่สิบล้านแน่ๆ
ครั้งนี้เขาคงมองผิดไปจริงๆ ที่ไปมีปัญหากับคนที่ไม่ควรมีปัญหา
เมื่อคิดได้เช่นนั้น โจวโย่วเหว่ยก็เดินหงอยๆ ผ่านรถซูเย่ชิงไป โดยไม่พูดอะไรออกมา
"เจ้าขี้ขลาดนี่ก็มีวันที่กลัวเหมือนกัน ช่างสะใจจริงๆ!"
หวังต้าหยูที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับหัวเราะเยาะ ในที่สุดก็ได้ระบายความอัดอั้น
"อย่าไปสนใจเลย ไปสนุกกันดีกว่า"
ซูเย่ชิงแตะคันเร่งเบาๆ รถก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามคนอาบน้ำเสร็จแล้วไปทานอาหารฝรั่งอย่างสบายใจ กว่าจะเสร็จก็เป็นเวลาประมาณห้าทุ่ม
( 4 ที่นั่ง คิดว่าน่าจะเป็น Koenigsegg Gemera V8 นะ ในต้นฉบับไม่ได้บอกไว้ )
...
"บาร์โลกใหม่"
ตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงอยู่บนฟ้าในยามค่ำคืนสว่างจ้าเป็นพิเศษ
ไฟหลากสีที่ประดับล้อมรอบทำให้ดูคึกคักยิ่งนัก
Koenigseggจอดสนิทอยู่หน้าบาร์โลกใหม่
ซูเย่ชิงและพรรคพวกลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปในบาร์
แม้ว่าจะยังไม่ดึกมาก แต่ภายในบาร์ก็เกือบเต็มไปด้วยผู้คน
เห็นได้ชัดว่าบาร์โลกใหม่ทำธุรกิจได้ดีเสมอมา
"ฉันเคยได้ยินเพื่อนพูดว่า ที่นี่เป็นไนต์คลับที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดในเมืองฮว่าเจียง ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำเฉลี่ยต่อหัวก็พันหยวนแล้ว"
หวังต้าหยูเล่าข่าวลือ
"ถ้าสั่งเครื่องดื่มหรือจองโต๊ะ ค่าใช้จ่ายก็ไม่มีขีดจำกัด"
"งั้นเราไปที่อื่นกันเถอะ ที่นี่แพงเกินไป"
หวังเฟิงที่ประหยัดจนเคยชินรีบปฏิเสธทันที
เพราะเขารู้ดีว่าเดือนหนึ่งเขาทำงานพิเศษสอนพิเศษก็ได้แค่สองพันหยวนเท่านั้น
"ไม่ต้องห่วง เสี่ยวเฟิง วันนี้ฉันเลี้ยงเอง"
ซูเย่ชิงพูดอย่างใจกว้าง
เงินไม่กี่พันหยวน สำหรับเขาตอนนี้ก็เหมือนฝุ่นที่ไม่มีความหมาย แค่ใช้ก็ไม่กระพริบตา
อีกอย่าง ซูเย่ชิงตอนนี้มีทรัพย์สินกว่าพันล้านแล้ว ยังไม่เคยมาใช้เงินที่สถานที่แบบนี้เลย มันดูจะไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่
ทั้งสามคนเลือกโต๊ะวีไอพี สั่งเครื่องดื่มและนั่งผ่อนคลายดูสาวสวยเต้นบนเวทีดีเจ
นี่คือชีวิตของคนรวย
"แสงสี เสียงเพลง และสาวงาม"
ซูเย่ชิงนึกในใจ
ทั้งสามคนเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ยังไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศ จึงยังปล่อยตัวไม่เต็มที่
พวกเขาเพียงนั่งดื่ม กินผลไม้บ้างเล็กน้อย
มองดูผู้ชายผู้หญิงบนเวทีที่กำลังโยกตัวเต้น โดยไม่ได้ไปร่วมด้วย
"พวกนายปล่อยเดี๋ยวนี้!"
เสียงผู้หญิงดังขึ้นในบาร์ แต่เพราะเสียงเพลงดัง จึงไม่มีใครสนใจมากนัก
แต่ซูเย่ชิงพวกเขาได้ยินชัดเพราะอยู่ใกล้
เป็นเสียงของผู้หญิง
เมื่อหันไปมองตามเสียง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีขาว กางเกงยีนส์รัดรูป และผูกผมหางม้า
ต้องบอกว่าการแต่งตัวของเธอดูแปลกแยกกับผู้คนในบาร์
ในบาร์นี้ ผู้หญิงทุกคนแต่งหน้าจัด และใส่ชุดกระโปรงรัดรูป
ด้วยความอยากรู้ ซูเย่ชิงจึงมองเธอสองสามครั้ง
ผู้หญิงคนนั้นสวยมาก แม้จะไม่ได้แต่งหน้า แต่ขนตาที่เป็นธรรมชาติของเธอก็ขยับเบาๆ เมื่อเธอกระพริบตา ราวกับปีกนกที่กำลังโบยบิน
ดวงตาคู่ใหญ่ของเธอที่มีชั้นตาคู่ดูลึกลับและน่าดึงดูด ราวกับว่าดึงดูดคนให้จ้องมองเธอไม่วางตา
ไม่ต้องพูดถึงใบหน้ารูปไข่ที่ได้รูปและผิวขาวนวลของเธอ
เธอคือสาวงามที่สวยสมบูรณ์แบบ 100%!
ซูเย่ชิงประเมิน