เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 พอหรือยัง ถ้ายังไม่พอ ฉันยังมีอีก

บทที่ 2 พอหรือยัง ถ้ายังไม่พอ ฉันยังมีอีก

บทที่ 2 พอหรือยัง ถ้ายังไม่พอ ฉันยังมีอีก


###

เจียงตงได้รับข้อความตอบกลับเข้ามาเรื่อย ๆ

"เจียงน้อยเปลี่ยนอาชีพไปเป็นขอทานแล้วหรือไง?"

"ฉันมีเศษเหรียญสิบอยู่เหรียญหนึ่ง เอาไปใช้สิ ไม่ต้องขอบคุณฉันนะ"

"ทำไมไม่ไปขอยืมคุณชายเจียงถิง ลูกพี่ลูกน้องของนายล่ะ? เขาน่าจะช่วยนายด้วยความยินดีเลยแหละ!"

กลุ่มเพื่อนที่เคยสนิทกัน ไม่เพียงไม่ให้เขายืมเงิน แต่กลับพากันเย้ยหยันเขาเสียอีก ดูเหมือนทุกคนจะรู้ข่าวเรื่องเจียงตงถูกไล่ออกจากบ้านกันหมดแล้ว บางคนถึงขั้นบล็อกบัญชี WeChat ของเขาเลยด้วยซ้ำ...

ท่ามกลางข้อความนับไม่ถ้วน โจวไห่ที่สอบตกเข้ามหาวิทยาลัยกลับเป็นคนที่ทำให้เจียงตงรู้สึกอบอุ่นใจที่สุด "เพิ่งได้รับเงินเดือนมา 1,500 หยวน ฉันให้ยืมหมดเลยนะ"

บ้านของโจวไห่ไม่ได้มีฐานะดีอะไร เขาไปสมัครเป็นเด็กฝึกงานที่อู่ซ่อมรถหลังจากสอบตก เจียงตงเคยช่วยเขาไว้หลายครั้ง เงินไม่กี่ร้อยหยวนในตอนนั้นสำหรับเจียงตงเหมือนน้ำหยดหนึ่ง แต่สำหรับโจวไห่แล้วกลับจดจำไม่ลืม ต้องบอกว่าคนที่รู้จักบุญคุณสมัยนี้หายากจริง ๆ

"เพื่อนแท้!" เจียงตงกัดฟันแน่น ตอบกลับโจวไห่เพียงสามคำ

หลังจากรับเงินที่โจวไห่โอนมาให้ใน WeChat เจียงตงก็เรียกแท็กซี่ตรงไปยังสถานีตำรวจ

ระหว่างทาง เขาใช้เวลานั่งคิดถึงคุณสมบัติของระบบที่ตนเพิ่งได้รับมา

เงินที่จะใช้ซื้อของในระบบได้ ต้องเป็นเงินที่เขาหามาเองเท่านั้น จะเอารายได้ที่ได้มาจากการใช้ทรัพย์สินของระบบไปซื้อไม่ได้ เช่น เงินสิบหยวนที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ ก็มาจากการที่เจียงตงไปทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมที่ KFC หาได้ด้วยตัวเอง

เมื่อกี้นี้เขาเซ็นชื่อที่หมู่บ้านหลานเทียน แล้วระบบก็ให้เขาใช้สิบหยวนซื้อบ้านในเขตการศึกษา หากพรุ่งนี้ไปเซ็นชื่อในเขตการค้า ระบบจะให้เขาใช้เก้าจุดเก้าหยวนซื้อบริษัทสักแห่งหรือเปล่านะ?

หรือถ้ามะรืนนี้ไปงานแสดงรถหรือโชว์รูมรถ ระบบจะให้เขาใช้9.9หยวนซื้อรถซูเปอร์คาร์หรือไม่?

ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น

ไม่นาน แท็กซี่ก็มาจอดที่หน้าประตูใหญ่ของสถานีตำรวจ

หลังจากจ่ายค่าโดยสาร เจียงตงก็เดินเข้าไปทันที สายตากวาดไปเจอกับเฉินเวินเวินหญิงสาวผู้มีรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา และพ่อของเธอ เฉินมู่ ที่สีหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์ชัดเจน

วันนี้เฉินเวินเวินใส่เดรสสีขาวหมวกทรงโบฮีเมียน ดูทั้งแฟชั่นและใสซื่อบริสุทธิ์ไปพร้อมกัน บวกกับรูปร่างสะโอดสะองและหน้าตาสะสวย ทำให้เธอดึงดูดสายตาผู้คนได้มากทีเดียว

แต่นั่นไม่ได้ทำให้เจียงตงรู้สึกอะไร เพราะในสายตาเขา เธอก็แค่...งูพิษในคราบนางฟ้า

"มาแล้วเหรอ" เฉินเวินเวินส่งยิ้มให้เจียงตง ทันทีที่เขาเดินเข้าไปใกล้ เธอก็กระซิบเบา ๆ ว่า "ถ้าเรื่องหนี้เสียของนายจัดการได้ดีละก็ พ่อฉันจะได้เลื่อนตำแหน่งแน่นอน ขอบคุณของขวัญจากการเลิกกันนะจ๊ะ!"

เจ้าแม่ชาเขียว!

ไม่สิ...

ควรเรียกว่า "ศิลปินแห่งชาเขียว" จะเหมาะกว่า!

"เหรอ?" เจียงตงยิ้มเย็น ๆ ตอบกลับไปว่า "งั้นก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าแล้วกัน"

ท่าทีใจเย็นและมั่นใจของเจียงตง ทำให้เฉินเวินเวินรู้สึกหงุดหงิด จะเข้าคุกอยู่แล้วยังจะทำเก๊กอยู่ได้อีก!

"พ่อขา~" เฉินเวินเวินปรายตามองเจียงตงอย่างเคียดแค้น ก่อนจะเดินกลับไปที่ข้างกายเฉินมู่ "เจียงตงมาแล้วค่ะ"

เฉินมู่พยักหน้า แล้วหันไปพูดกับตำรวจที่อยู่ข้าง ๆ ว่า "ผมขอแจ้งความฟ้องเขาในข้อหาโกงเงินครับ เขาติดหนี้ธนาคารเราหนึ่งล้านหยวน บริษัทที่นำมาค้ำประกันก็ไม่มีทรัพย์สินเหลือพอจะใช้หนี้ เท่ากับไม่มีความสามารถชำระหนี้"

"เราจะทำการสอบสวนครับ" ตำรวจวัยกลางคนพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมาพูดกับเจียงตงว่า "เล่าเรื่องให้ฟังหน่อยเถอะ"

เจียงตงเหลือบมองป้ายชื่อบนหน้าอกของนายตำรวจคนนี้ ชื่อจางเจิ้ง

"สารวัตรจางครับ ผมอยากถามหน่อย ผมก็แค่ติดหนี้ธนาคาร ยังไม่ได้บอกว่าจะไม่จ่ายหนี้เลยนะ แบบนี้ถึงขั้นโดนข้อหาฉ้อโกงได้เลยเหรอครับ?"

เฉินเวินเวินแค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะยื่นซองเอกสารให้จางเจิ้ง

"สารวัตร นี่คือหลักฐานที่เราสืบมา บริษัทที่เอามาค้ำประกันนั้นขาดทุนต่อเนื่องหลายปี เป็นบริษัทล้มละลาย ที่เขาทำแบบนี้ มันไม่ใช่การฉ้อโกงเหรอคะ?"

จางเจิ้งเปิดซองเอกสารดูข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วพูดว่า

"หนุ่มน้อย หลักฐานที่ฝั่งธนาคารยื่นมาถือว่าค่อนข้างครบถ้วน ขาดความสามารถในการชำระหนี้ หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ แบบนี้เข้าข่ายฉ้อโกงแล้วนะ นายจะว่าไง?"

"เขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?" เฉินเวินเวินแค่นหัวเราะ "ขนาดข้าวยังไม่มีจะกิน จะมีปัญญาหาเงินมาคืนสักล้านเหรอ?"

"เจ้าเด็กนี่ กล้ามาด่าลูกสาวฉันเหรอ? ฉันจะส่งมันเข้าคุกด้วยมือของฉันเอง ให้มันนั่งกินข้าวในเรือนจำไปสิบกว่าปี!" เฉินมู่ตะคอกเสียงต่ำแต่เต็มไปด้วยความสะใจ เพราะถ้าจัดการหนี้เสียก้อนนี้ได้ เขาก็ถือว่าได้ผลงานแน่นอน ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอยู่แค่เอื้อม

เจียงตงหันไปมองพ่อลูกเฉินเวินเวินด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน แล้วหันไปพูดกับจางเจิ้งว่า "สารวัตรจาง ถ้าผมสามารถนำทรัพย์สินมาค้ำประกัน หรือชำระหนี้ทั้งหมดได้ล่ะครับ..."

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!" เฉินเวินเวินหัวเราะเสียงดังเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก

"เจียงตง นายยังไม่เข้าใจสถานะตัวเองเหรอ? ตอนนี้นายก็แค่หมาหัวเน่า ไม่มีปัญญากินข้าว ยังจะมีทรัพย์สินอะไรอีก? จะใช้เงินสิบหยวนของนายหาเงินล้านหรือไง? งั้นก็เก่งมากเลยนะ! ปรบมือให้หน่อย!"

พูดจบ เธอก็ปรบมือตามคำพูดของตัวเอง เสียงปรบมือนั้นช่างดูน่าหมั่นไส้และเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย

เสียงโต้เถียงกันตรงนี้ ดึงดูดสายตาผู้คนในห้องโถงราชการให้หันมามอง

"หาเงินล้านจากสิบหยวน?"

"ทำไมไม่ไปปล้นล่ะ!"

"เด็กสมัยนี้ชอบพูดโว แก้ไม่ได้แล้ว"

"ไม่รู้จักติดดินเลยจริง ๆ "

เสียงซุบซิบนินทาและถากถางพุ่งมาที่เจียงตง โดยเฉพาะป้าหน้าตาแสนจะเจ้ากี้เจ้าการสองคนที่พูดแรงที่สุด

แต่เจียงตงไม่ใส่ใจ เขาหยิบเอกสารเล่มหนึ่งสีแดงสดจากกระเป๋าเป้ขึ้นมาช้า ๆ ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามและเย้ยหยันของทุกคน

ทันใดนั้น ห้องโถงก็เงียบสนิท

พ่อลูกเฉินเวินเวินเบิกตากว้างมองเอกสารเล่มแดงในมือของเจียงตงด้วยความตกตะลึง

"เอกสารบ้านในเขตการศึกษา หานหลินเป่ยหยวน 50 ตารางเมตร ราคาตลาดปัจจุบันประมาณ 750,000 หยวน" จางเจิ้งเปิดเล่มแดงขึ้นดู แล้วหันไปมองเจียงตงด้วยความแปลกใจ

"ผมรู้กฎครับ ทรัพย์สินค้ำประกันต้องมีมูลค่าสูงกว่ายอดหนี้ ดังนั้น..." เจียงตงยิ้มพลางมองเฉินเวินเวิน แล้วหยิบเอกสารเล่มแดงอีกเล่มออกมา "บ้านในเขตการศึกษาอีกหนึ่งหลัง รวมเป็นสองหลัง มูลค่ารวม 1.5 ล้านหยวน แบบนี้ยังเรียกว่าทรัพย์ไม่พอใช้หนี้อีกหรือเปล่าครับ?"

"นายมีบ้านอีกหลังด้วยเหรอ?" เฉินเวินเวินถึงกับตกใจสุดขีด

เขายังมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ด้วย?

หรือว่าที่แล้วมาทั้งหมด เขาหลอกเธอ?

เป็นไปไม่ได้!

ตอนที่เธอได้รับข่าวก็รีบบอกพ่อทันที เฉินมู่เองก็ติดต่อเจียงฉีหยวนทันทีเหมือนกัน และเจียงฉีหยวนก็ยืนยันด้วยตัวเองว่าเขาไล่เจียงตงออกจากบ้านโดยไม่ให้สมบัติอะไรเลย แถมยังทำข้อตกลงกับเฉินมู่ว่า ถ้าเอาเจียงตงเข้าคุกได้จะให้เงินสินบน 200,000 หยวน แบบนี้จะเป็นการแสดงได้ยังไง?

"ทำไมผมจะมีทรัพย์สินไม่ได้? หรือคุณคิดว่าสองหลังนี้ยังไม่พอค้ำประกันหนี้ธนาคาร?" เจียงตงยิ้มเยาะพลางกล่าวกับเฉินเวินเวิน "ถ้ายังไม่พอ... ผมยังมีอีก!"

จบบทที่ บทที่ 2 พอหรือยัง ถ้ายังไม่พอ ฉันยังมีอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว