เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 196 พายุและไฟ (FREE)

ตอนที่ 196 พายุและไฟ (FREE)

ตอนที่ 196 พายุและไฟ (FREE)


ฮัน ฉางเฟิง ไม่ใช่คนเดียวที่เสียความเยือกเย็นไป

ทั่วทั้งโรงเรียนหลวงต่างพูดถึงเรื่องที่ ฟาง เจิ้งจือ และ เหยียน ซิว ปรากฎขึ้นที่หน้าจอ

ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าทำไม ฟาง เจิ้งจือ เหยียน ซิว และอีก 3 คนนั้น ผ่านศิลาแฝดมาได้ยังไง

พวกเขาจำคำทั้ง 3000 คำบนแผ่นศิลาแล้วคัดลอกลงบนแผ่นศิลาอีกอันได้อย่างสมบูรณ์แบบได้ยังไง?

ในขณะนี้ทุกคนสามารถคิดถึงความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

"พวกเขาโกงหรือเปล่า?"

...

มันอาจจะเป็นไปได้มากกว่าถ้าหากพวกเขาโกง เพราะในการจำคำ 3000 คำนั้นต้องมีความจำที่เหนือกว่ามนุษย์มาก

ไม่มีใครคิดออก ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆยังคงตะลึงงัน

ฟาง เจิ้งจือ กำลังยืนนิ่งอยู่ในรอบที่ 3

นี่เป็นที่ราบ  มีก้อนหินซ้อนทับกันอยู่อย่างประณีต และบ้านทรงหินตั้งอยู่ทางตะวันออกของที่ราบ มันรอบล้อมไปด้วยป่าไม้

ในที่แห่งนี้ เหล่าผู้เข้าร่วมแต่ละคนต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส

อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งหมดก็หยุดชะงักการต่อสู้ของพวกเขาลง เพราะคน 5 คนที่จู่ๆก็ปรากฎตัวขึ้น

"ฟาง ... ฟาง เจิ้งจือ ! "

" 5 คน?"

"ทำไมถึงเป็น 5 คน ...พวกมันผ่านรอบที่ 3 มาได้ยังไง?"

เหล่าผู้เข้าร่วมทั้งหมดต่างนึกถึงพวกตัวประกันทั้ง 3 ที่ ปิง หยาง จับเอาไว้ พวกเขาคิดว่านั้นเป็นโชคร้ายอย่างมาก  แต่ในตอนนี้กลับมี 2 คนยืนอยู่ในรอบที่ 3

"อึก!" 1 ในเหล่าผู้เข้าร่วมนั้นกลืนน้ำลายตัวเองด้วยความลำบาก

"น่าจะ ... ข้ามสะพานหักมา?"

"ถ้ามากันทั้ง 5 คน คงไม่ได้หมายความว่าพวกเขาแก้ไขศิลาแฝดมาได้หรอกใช่ไหม?" มีคนกล่าวเพิ่มเติม

"เป็นไปได้ยังไง? ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะผ่านศิลาแฝดกันมาได้ทั้ง 5 คน"

ความตกใจของพวกเขานั้นยิ่งกว่า ฮัน ฉางเฟิง และคนอื่นๆในโรงเรียนหลวงซะอีก หลังจากที่พวกเขาต้องเสียเลือดมากมายเพื่อเข้าสู่รอบที่ 3 อย่างยากลำบาก

แต่ ฟาง เจิ้งจือ และกลุ่มของเขากลับไม่เสียเลือดเลยสักหยด

พวกเขาไม่มีแม้แต่รอยแผล

"พวกเจ้ายังอยู่ในรอบที่ 3 กันอีกหรือ?" ฟาง เจิ้งจือ มองไปที่ผู้เข้าร่วมรอบๆ  เขาประหลาดใจเล็กน้อย แต่มันเทียบไม่ได้กับความตกใจของผู้เข้าร่วมคนอื่นๆเลย

"เจ้าหมายความว่ายังไง?"

แต่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆถูกเมินในทันที

"เอาล่ะ พวกเจ้าต่อกันได้เลย!" ฟาง เจิ้งจือ ไม่สนใจที่จะอธิบาย

เขาหยิบตัวแม่พิมพ์มาจากตัวประกันคนหนึ่งและเก็บมันลงไปในกระจกป้องกันจิตใจของเขา

แม่พิมพ์นี้มีคำจารึกกว่า 3000 คำที่อยู่บนศิลาแฝด มันมีมูลค่าสูงมากอย่างเห็นได้ชัด

เขาต้องการเก็บไว้เป็นของที่ระลึก

นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญมาก

อย่างที่บอกไป มันไม่ง่ายเลยที่จะทำแม่พิมพ์สำหรับคำ 3000 ในเวลาเพียงแค่ 15 นาที

ถ้าไม่ใช่เพราะความารถที่มีในโลกนี้ ที่ทำให้เข้าสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาได้อย่างง่ายดายละก็ มันคงจะไม่มีทางสำเร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ

ถ้าเป็นในโลกก่อนหน้านี้ เขาอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง ในการทำ

ฟาง เจิ้งจือ ไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ให้กับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆได้รู้ และไม่ได้เคลื่อนไหวเข้าสู่การต่อสู้ ผู้เข้าสอบที่เหลือในรอบนี้เหลือไม่มากนัก

นั่นหมายความว่ามีผู้คนเข้าสู่รอบที่ 4 แล้ว

มีเพียงแค่ 4 ด้่านเท่านั้นในโลกแห่งเซียน การเข้าสู่รอบที่ 4 นั้นหมายความว่ามีผู้ที่เข้าสู่รอบสุดท้ายของการทดสอบแล้ว

"นั่นคืออุปสรรคสุดท้าย?" ฟาง เจิ้งจือ มองไปที่บ้านทรงหินที่อยู่ห่างออกไป

เขาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ทุกคนที่เข้าไปไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ออกมาจากบ้านทรงหินนั่น ...

...

ฝนที่ตกลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย ในความเป็นจริงมันเป็นฝนกระหน่ำที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย

แทบจะไม่มีผู้คนที่ออกมาเดินเล่นตามท้องถนนแม้แต่คนเดียว

แม้แต่ยามที่ประตูเมืองเองก็ต้องอดทนอย่างมากในการยืนเฝ้าประตูของเมือง

ตอนนั้นเองมีกลุ่มคนหนึ่งเดินฝ่าฝนเข้าไปในตัวเมือง  พวกเขาเป็นเหล่าทหารที่หุ้มเกราะ อย่างไรก็ตามในขณะที่พวกเขากำลังเดินนั้น ราวกับว่าห่าฝนได้แหวกทางออก เกราะที่พวกเขาสวมอยู่ไม่โดนฝนแม้แต่หยดเดียว

ฉากนี้ก็เพียงพอจะให้คนอื่นๆต่างเชื่อได้ว่า พวกเขานั้นอยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์

ทหารทุกคนขี่ม้าที่ยิ่งใหญ่ ม้าแต่ละตัวเต็มไปด้วยเกล็ดที่มีสีดำสนิท พวกมันเตะฝุ่นกระจายไปทั่วทุกที่ที่วิ่งผ่าน

ความหงุดหงิดของทหารยามหน้าประตูหายไปทันที แทนที่ด้วยความเคารพอย่างรวดเร็ว

พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าประตู

แต่มุ่งหน้าเข้าไปในพระราชวังทันที

เมื่อทหารกลุ่มนี้ผ่านไป ทหารยามต่างถอนหายใจทันที อย่างไรก็ตามสายตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ความสงบเข้ามาแทนที่เมื่อทหารเหล่านั้นได้จากไป

แต่ทุกอย่างนั้นดูไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

15 นาทีหลังจากกลุ่มทหารเดินผ่านประตูไป ชายสวมชุดสีดำพร้อมกับหมวกที่อยู่บนหัวปรากฎตัวขึ้นมา

ทหารยามตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

ยุคคลนี้ไม่ได้เปิดเผยระดับพลังของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ทหารยามที่หน้าประตูสามารถบอกได้ว่าคนคนนี้นั้นไม่ธรรมดา

อันที่จริงใครก็ตามที่เดินไปมาท่ามกลางฝนที่ตกนั้นเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจทั้งนั้น นอกจากนี้เขายังดึงหมวกลงมาต่ำปิดบังใบหน้าเอาไว้

"หยุดเดี๋ยวนี้ ถอดหมวกออกซะ!" ทหารยามทั้ง 2 คนพูดออกไปโดยสัญชาติญาน

ร่างนั้นยังยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน

อย่างไรก็ตามเขาไม่ถอดหมวกออก เขายืนอยู่ที่นั่นเงียบๆ ราวกับเป็นรูปปั้น

"เจ้าไม่ได้ยินข้างั้นรึ ข้าบอกให้เจ้าถอดหมวกออก?" ทหารยามทั้ง 2 ตะโกน ก่อนจะยกหอกขึ้นมา

นักธนูที่อยู่บนกำแพงก็เตรียมง้างธนู พวกเขาจะยิงทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง

การรักษาความปลอดภัยที่เมืองหลวงนั้นแน่นหนาอย่างไม่น่าเชื่อ

มีทหารยาม 2 คนนอกประตู มากกว่า 8 คนอยู่ข้างใน เหนือกำแพงเต็มไปด้วยนักธนู มีทหารอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 คน

ไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีหยาบคายกับทหารยามหน้าประตูเมือง

แต่ชายเสื้อดำเคลื่อนไหว

หลังจากเห็นนักธนูเตรียมยิงธนูออกมา เขาก็เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เขายกมือขึ้นราวกับเป็นสัญญานว่ายอมแพ้

ทหารยามเริ่มตึงเครียด

จากการฝึกฝนของพวกเขาบอกว่าคนแบบนี้นั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาจะไม่ลดการป้องกันลงเด็ดขาดจนกว่าจะแน่ใจ คนคนนี้ ต้องถอดหมวกออกและประกาศชื่อออกมาเสียก่อน

ถ้ามีความน่าสงสัยพวกเขาจะส่งสัญญานเตือนทันที

"ถอดหมวกออกช้าๆ อย่าพยายามที่จะต่อต้าน มีคันธนูมากกว่า 10 คันกำลังเล็งไปที่เจ้าอยู่! " ทหารยามเตือน พร้อมกับทดสอบไปในคราเดียวกัน

ชายเสื้อดำไม่ได้พูด เขายกมือขึ้นอย่างช้าๆและชี้ไปที่นายทหารทั้งสองคน

"ไฟ!"

ท่าทีของทหารยามเปลี่ยนไปทันที พวกเขาเห็นชายชุดดำดึงบางอย่างออกจากแขนเสื้อ ภายในแขนเสื้อของเขานั้นมืดมิด แต่มีบางอย่างส่องแสงออกมาจางๆ

นั่นเป็นภาพที่น่ากลัว

"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ... "

เสียงของลูกธนูถูกปล่อยออกมา

ลูกศรทั้ง 10 พุ่งไปโดยไม่พลาดแม้แต่น้อย

"ฮึ่ม!"

รังสีความร้อนเป็นประกายออกมาจากแขนเสื้อของชายชุดดำ ด้วยการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว เขาหักทำลายลูกศรทั้ง 10 ลง และพุ่งไปท่ามกลางสายฝน ร่างของเขาหยุดลงเลยทหารยามทั้ง 2 ไปเล็กน้อย ที่กำแพงมีรอยอันคมกริบที่ถูกทิ้งไว้

มันเป็นการโจมตีด้วยมีดอย่างรวดเร็ว

ทหารยามทั้ง 2 คน มองไปที่ชายในชุดดำด้วยความไม่เชื่อ

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะที่คอของพวกเขาได้ถูกกรีด เป็นรอยเส้นตรงที่เรียบสะอาดหมดจด เหมือนกับบนกำแพงเมือง

ฝนที่ตกหนักดูเหมือนไม่มีท่าทีที่จะหยุดเลยแม้แต่น้อย

ลูกธนูระลอกที่ 2 ถูกยิงออกมาอีกครั้ง แต่ชายชุดดำได้จากไปแล้ว

ราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวที่ประตูเมือง

เขาฆ่าทหารสองคน

แล้วจากไป?

มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก สำหรับคนที่มีฝีมือเช่นเขา แต่นั่นคือสิ่งที่เขาทำไปและไม่ได้พูดอะไรออกมา

...

ที่ริมฝั่งทะเลสาบ มีหินสีแดงยืนตั้งตระหง่านอยูท่ามกลางสายฝน ราวกับไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ท่ามกลางสายฝน

หญิงสาวในชุดขาวนางหนึ่งยืนอยู่บนยอดหิน เธอถือร่มสีเขียวไว้ในมือ บนร่มเต็มไปด้วยภาพวาดหมึก

อย่างไรก็ตามภาพวาดนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ภาพวาดธรรมดา

จากจังหวะของแปรงไปจนถึงรอยประทับแดงที่ด้านหลังของภาพวาด ทุกอย่างที่ปรากฎออกมาบ่งบอกว่าภาพวาดนี้มีมูลค่ามากกว่าอัญมณีหรือหยกงงาม

อย่างไรก็ตามภาพวาดนี้ถูกวาดอยู่บนร่ม ที่หญิงสาวนางนี้กำลังถือมันอยู่ท่ามกลางสายฝน

นางยกหัวขึ้นเล็กน้อยขณะมองไปที่ทิศทางของเมืองเหยียน ผมสีดำอ่อนนุ่มของปลิวไปตามสายลม ขณะที่ผ้าผิดหน้าของนางถูกพัดขึ้นมาเล็กน้อยเผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามข้างใต้

"ทิวทัศน์ที่ยอดเยี่ยม... " หญิงสาวดูเหมือนโศกเศร้าเล็กน้อย ดูเหมือนนางพึมพัมกับตัวเอง และก็เหมือนนางกำลังพูดอยู่กับร่างสีดำที่กำลังเดินตรงเข้ามาหานาง

เพจหลัก : Double gate TH

จบบทที่ ตอนที่ 196 พายุและไฟ (FREE)

คัดลอกลิงก์แล้ว