เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 155 กระจายข่าว (FREE)

ตอนที่ 155 กระจายข่าว (FREE)

ตอนที่ 155 กระจายข่าว (FREE)


ฟาง เจิ้งจือ คิดยอมแพ้  อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดว่าตัวเขาเป็นความคาดหวังของหมู่บ้านและ ฉิน ซูเหลียน แม่ของเขานั้น การที่จะกลับไปยังหมู่บ้านทั้งๆที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่เขาไม่ได้คิดไว้เลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ใช่ว่าเขาจะหนีไปจากราชาต้วนได้ง่ายๆ

ฟาง เจิ้งจือ ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมแพ้ แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะเอาหัวไปชนกำแพงอิฐ

"ทำไมเจ้าคิดว่าราชาต้วนอยากให้ข้าพบกับความล้มเหลวกัน?"ฟาง เจิ้งจือ ไม่เข้าใจจริงๆ เขาไม่เคยมีปัญหากับราชาต้วน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อน

"ข้าคิดว่ามันคงจะเกี่ยวข้องกับ ฉือ กูเหยียน" เหยียน ซิว ตอบ

"หึงหวง?" ฟาง เจิ้งจือ คิดว่ามันเป็นเหตุผลเดียว

"ก็อาจเป็นได้ แต่ที่สำคัญมันคงจะบางอย่างเกี่ยวข้องกับคำทำนายศักดิ์สิทธิ์ เจ้าต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างล่ะ! "

"อืม..ผู้ชนะบนทำเนียบมังกรทั้งสองจะทำให้โลกต้องตกตะลึง และนำพาความสงบสุขมาสู่โลก ยังไงก็ตาม มันไม่ได้หมายถึง ฉือ กูเหยียน หรอกรึ? " ฟาง เจิ้งจือ สับสน

"ใช่ ราชาต้วนเองก็คิดว่ามันคือ ฉือ กูเหยียน และองค์ชายผู้สืบบัลลังก์ก็ต้องคิดเช่นเดียวกัน แม้แต่เซียน ก็บอกว่านั่นคือ ฉือ กูเหยียน แต่ถ้าเจ้าเอาชนะนางได้? "

"เอาชนะ ฉือ กูเหยียน? ฮ่าฮ่า ... ข้าสงสัยเสียจริง ว่ามันจะเป็นไปได้งั้นรึ? " แม้ว่า ฟาง เจิ้งจือ จะพูดอย่างมั่นใจในงานเฉลิมฉลองก็ตาม แต่มันก็เป็นเพียงการทำตามน้ำเท่านั้น เขาไม่คิดว่าจะเอาชนะนางได้จริงๆหรอก

"ใช่ ทุกคนต่างก็คิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เจ้าก็อยู่ในระดับสะท้อนสวรรค์แล้วนอกจาก ฉือ กูเหยียน เจ้าเป็นคนที่ 2 ที่เข้าถึงระดับนี้ได้ก่อนอายุ 15 ปี! คนอื่น ๆ จะคิดยังไงกัน? " เหยียน ซิว มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ

แม้ว่า เหยียน ซิว จะไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองมากนัก แต่ด้วยพื้นเพทางสังคมของเขาทำให้เขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

"..." ฟาง เจิ้งจือ "เจ้าคิดว่าข้าไม่ควรพยายามงั้นรึ?"

"ควรพยายามเป็นอย่างมาก ถ้าเจ้าสอบระดับจักรพรรดิผ่าน สายตามากมายก็จะจับจ้องมาที่เจ้า รวมถึงเจ้าอาจจะได้รับตำแหน่งสำคัญๆ " เหยียน ซิว อธิบาย

"เท่าที่เจ้าพูดมา ดูเหมือนราชาต้วนไม่ต้องการให้ข้าเป็นที่จับจ้องของผู้คน?" ฟาง เจิ้งจือ เข้าใจว่า เหยียน ซิว กำลังพูดถึงสิ่งใด หากเขาเป็นเพียงชาวนาในไร่ ความตายของเขาจะไม่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย แต่ถ้าเป็นผู้มีบทบาทในสังคมล่ะก็ จะต้องมีการสืบสวนถึงสาเหตุการตายอย่างแน่นอน

"ใช่ ข้าคิดว่าราชาต้วนไม่อยากให้เจ้าได้ทำงานรับราชการ!" เหยียน ซิว พยักหน้ารับ

"ข้าเข้าใจแล้ว ดังนั้น สิ่งที่เจ้าพูดถึงก็คือ หากข้าต้องการจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าต้องสอบระดับจักรพรรดิให้ผ่าน และได้เป็นเจ้าหน้าทางอย่างเป็นทางการ มันถึงจะทำให้พวกเขาเกิดความลังเล? "

"ใช่แล้ว!"

"เหมือนข้าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!" ในที่สุด ฟาง เจิ้งจือ ก็ตระหนักถึงความสำคัญของการกระทำและคำพูดของตัวเอง

ถ้าเขารอความพ่ายแพ้ในการท้าทาย 2 ปีทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเขาทำให้เขาเข้าถึงระดับสะท้อนสวรรค์ทำให้เป็นที่จับจ้องของคนหมู่มาก

ไม่ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงปัญหามากแค่ไหน ปัญหาก็เข้ามาหาเขาอยู่ดี ตั้งแต่นั้นมา เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น มีแต่ต้องสู้เท่านั้น!

"เจ้าพึ่งบอกว่า ราชาต้วนเกี่ยวข้องกับการทหารด้วย งั้นใครเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการเมืองกัน?" ฟาง เจิ้งจือ ต้องรู้ว่าเขากำลังต่อสู้อยู่กับใคร ถ้ายังไงแล้วเขาก็ต้องต่อสู้

"นอกจากพวกเซียนก็มีองค์ชายรัชทายาทที่เป็นผู้นำ" เหยียน ซิว ตอบ

"องค์ชาย? ราชาต้วน... " ฟาง เจิ้งจือ เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ไม่ก็ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกับตัวเอง

มันเป็นเรื่องปกติ ถ้าเขารู้ว่าใครจะได้เป็นใหญ่ในอนาคตคงเลือกได้ง่าย

แต่ตอนนี้เขาไม่รู้อะไร้ทั้งนั้น...

เขาไม่รู้จะเล่นเกมนี้ยังไงดี?

ฟาง เจิ้งจือ ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงถึงได้ผลลัพธ์ที่ดี การแย่งชิงอำนาจนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก ถ้าเขาเลือกข้างเร็วเกินไป อาจจะเกิดเรื่องแย่ๆตามมา

การวางตัวเป็นกลางตอนนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

"ถ้าเจ้าชายผู้สืบทอดบัลลังก์ได้เป็นผู้คุมการทดสอบในรอบนี้ จะเป็นผลดีต่อข้ามากกว่าใช่หรือไม่?" ฟาง เจิ้งจือ ถามออกมาหลังจากคิดได้สักพัก

"อย่างน้อยก็ดีกว่าราชาต้วน" เหยียน ซิว ตอบ

"แล้วข้าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เจ้าชายผู้สืบทอดได้เป็นผู้คุมการทดสอบ?" เหยียน ซิว ไม่เข้าใจเรื่องการจัดการภายในเท่าไรนัก

"ถ้าเขาได้ยินเรื่องที่เจ้าสามารถเข้าถึงระดับสะท้อนสวรรค์ได้ ข้าคิดว่าเขาน่าจะรู้ถึงเจตนาที่ราชาต้วนอยากเป็นผู้คุมการทดสอบ อย่างไรก็ตามราชาต้วนได้ออกจากเมืองเกล็ดทองไปแล้วอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วตอนนี้ข้าเกรงว่าพวกเราคงตามไม่ทัน ต่อให้ทันมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เราจะรายงานเรื่องนี้ได้เร็วพอ" เหยียน ซิว คาดการณ์

"ถ้าเป้าหมายของเราแค่ใหเจ้าชายผู้สืบทอดรู้ละก็ ข้าคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก!" ฟาง เจิ้งจือ คิดถึงใครบางคนขึ้นมาทันที

"เจ้ามีความคิดดีๆแล้วงั้นหรือ?"

"อืม!"

"ความคิดอะไร?"

"กระจ่ายข่าวไปทั่วทุกที่! ตราบเท่าที่ข้าสามารถตามหาใครคนหนึ่งได้ ข้าเชื่อว่าข่าวนี้ต้องแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว! "

"เจ้าต้องการให้ทั้งอณาจักรรู้เกี่ยวกับการเข้าถึงระดับสะท้อนสวรรค์ของเจ้างั้นหรือ?"

"ใช่ถ้าเราทำได้ก็จะเป็นข้อได้เปรียบของพวกเราเป็นอย่างมาก"

"เจ้าหมายความว่า...?"

"พวกเรารู้ความตั้งใจของราชาต้วนแล้ว แต่เรายังไม่แน่ใจถึงความตั้งใจของเจ้าชายผู้สืบทอดบัลลังก์และอีกคนหนึ่ง! "

"ใคร?"

"เซียน!"

"ความตั้งใจของเซียน?!"

"..."

ฟาง เจิ้งจือ และ เหยียน ซิว เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งใกล้ๆเมืองเกล็ดทองอย่างรวดเร็ว  เพราะพวกเขาขี่ม้าป่ามังกรหิมะมา ทหารยามที่ประตูให้ความเคารพพวกเขาเป็นอย่างมาก

เมื่อพวกเขาเข้าไปในเมืองพวกเขาเห็น ซูจิว ที่แต่งตัวเป็นเด็กรับใช้ตามปกติ ยืนรออยู่

"ยินดีที่ได้พบนายน้อยฟาง!" ซู จิว ยิ้มทันทีเมื่อได้เห็น ฟาง เจิ้งจือ เดินเข้ามา

"ยินดีที่ได้พบนายน้อยฟาง!" ซู จิว ยิ้มทันทีเมื่อได้เห็น ฟาง เจิ้งจือ เดินเข้ามา

"ซูจิว? เจ้าไม่ได้อยู่ที่เมืองแม่น้ำแห่งความสัตย์งั้นหรือ?ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" ฟาง เจิ้งจือ รีบมองหา วู่ จวี้เอ๋อ ในทันที การที่มาพบ ซูจิว ที่นี่ เป็นเรื่องน่าสงสัยมาก

"พวกเรารู้ว่าพลังของท่านได้เข้าสู่ระดับสะท้อนสวรรค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงรีบมาแสดงความยินดี" ซูจิว ตอบทันที ราวกับรู้อยู่แล้วว่า ฟาง เจิ้งจือ จะถามคำถามนี้ออกมา

"เจ้าอยู่ที่นี่ตลอดเลยงั้นหรือ?" ฟาง เจิ้งจือ ถามออกไป

เขาพึ่งเข้าถึงระดับสะท้อนสวรรค์เมื่อวาน ยิ่งไปกว่านั้น มันเกิดขึ้นตอนที่เขาอยู่ในกองตรวจการศักดิสิทธิ์ แต่ วู่ จวี้เอ๋อ ยังรู้เรื่องของเขาได้ รวมถึงยังส่ง ซูจิว มายืนรออยู่ที่นี่

นั่นอาจจะตีความได้ 2 อย่าง 1 นางอาจจะให้ ซูจิว มาด่อมๆมองๆอยู่แถวเมืองเกล็ดทองอยู่ก่อน 2 นางมีเส้นสายอยู่ในกองตรวจการศักดิ์สิทธิ์

"เมื่อวานนี้ข้าอยู่ที่เมืองเกล็ดทอง แต่เมื่อได้ข่าวว่าท่านเข้าสู่ระดับสะท้อนสวรรค์เจ้านายของข้าก็รีบเดินทางออกจากเมือง ส่วนข้าก็รอท่านอยู่ที่นี่!"  ซูจิว ส่ายหัว

"ข้ารู้แล้ว ข้ามีเรื่องบางอย่างจะบอก วู่ จวี้เอ๋อ นางอยู่ที่นี่หรือไม่่?" ฟาง เจิ้งจือ พยักหน้า

"นางกำลังรีบไปเมืองหลวง ถ้าท่านต้องการจะบอกอะไรสามารถฝากข้าไว้ได้" ซูจิวตอบอย่างสุภาพ

" วู่ จวี้เอ๋อ กำลังจะไปเมืองหลวง?" ฟาง เจิงจือ พยัก เขาไม่รู้ถึงเหตุผลของนาง แต่ ฟาง เจิ้งจือ ก็ไม่ได้ถามให้มากความ "ข้าต้องการให้เจ้ากระจายข่าวที่ข้าเข้าสู่ระดับสะท้อนสวรรค์!"

"นายน้อย ไกลแค่ไหนที่ท่านจะให้ข่าวนี้ไปถึง?"

"เมืองหลวง!"

"ใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน!"

"อืม...ไม่ใช่ปัญหา แต่ข้ามีเรื่องจะขอเพิ่ม"

"โปรดบอก"

"ข้าต้องการข่าวนี้ไปถึงหูของผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

"ข้าเข้าใจแล้ว" ซูจิว ทุบหน้าอกด้วยความมั่นใจ

"แล้วเงินที่ วู่ จวี้เอ๋อ จะมอบให้เพื่อแสดงความยินดีกับข้า?"

"นายท่านมอบมันให้ข้า?" ซูจิว มองไปที่ ฟาง เจิ้งจือ ด้วยความคาดหวัง

"แล้วเจ้าคิดว่ายังไงละ?"

"ฮ่า ๆ ... ข้าแค่ล้อเล่น นายท่านได้เตรียมหนึ่งพันเหรีญเงินไว้ให้ท่านแล้ว โปรดรับไป! " ซูจิว ยิ้ม

" งั้นข้าตอบแทนเจ้าร้อยหนึ่งละกัน! " ฟาง เจิ้งจือ ดึงเงินมาจากมือ ซูจิว อย่างหยาบคาย และเอามันใส่ในกระจกป้องกันใจ

จากนั้นเขาก็นับเงินหนึ่งร้อย และโยนให้ซูจิวไป

"ขอบคุณสำหรับรางวัล!"

"..."

ยามค่ำ 2 เดือนต่อมา แสงสีทองส่องออกมาจางๆจากตะเกียงไฟข้างๆกำแพงเมือง

แม้ว่าจะใก้ลมือด แต่ถนนที่มุ่งไปสู่เมืองยังเต็มไปด้วยผู้คน ในฐานะเมืองหลวงของอณาจักร มันเป็นเรื่องทั่วไป

แม่น้ำในเมืองไหลอย่างรวดเร็วและเชี่ยวกราด

ยามเฝ้ามองกำแพงแต่ละคนถือหอกไว้ในมือและสวมชุดเกราะอันเงางาม พวกเขายืนด้ยท่าทีอันเคร่งขรึม

ที่นี่เสมือนแกนกลางของอราจักร

มันงดงามและดูศักดิ์สิทธิ์

อย่างไรก็ตามไม่ว่าสถานที่แห่งนี้จะงดงามและศักดิ์สิทธิ์เพียงไหน แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้น อย่างเช่นชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงิน ที่กำลังจะเข้าเมือง

ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความขี้เกียจ เขานอนเล่นอยู่บนหลังม้าป่ามังกรหิมะ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาขี่มาพันธุ์นี้อยู่ คนที่เห็นต่างปรารถนาให้เขาตกลงมาให้รู้แล้วรู้รอด

ถัดไปเป็นเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าอย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ เขามีท่าทีที่เย็นชา

ราวกับก้อนน้ำแข็ง

ไม่มีใครคาดคิดว่าทั้งสองคนนั้นจะเป็นเพื่อนกัน แต่ความจริงทั้ง 2 คนนั้นขี่ม้ามาด้วยระดับความเร็วที่เท่ากัน

เพจหลัก : Double gate TH

จบบทที่ ตอนที่ 155 กระจายข่าว (FREE)

คัดลอกลิงก์แล้ว