- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 1787 ของขวัญแปลกๆ
บทที่ 1787 ของขวัญแปลกๆ
บทที่ 1787 ของขวัญแปลกๆ
สุดยอด! สุดยอด!
ผู้รักษาหลายคนคุกเข่าลงด้วยความเคารพบูชา ประสานมือสวดภาวนาและดวงตาเป็นประกายเมื่อจ้องมองภาพตรงหน้า
โอ้ ท่านเทพแห่งสายลมผู้ยิ่งใหญ่
ท่านได้ประทานกำเนิดเข็มสวรรค์แล้วหรือ?
(!0!)
หากพวกเขามีสิ่งประดิษฐ์ดุจเทพเจ้าเช่นนี้ พวกเขาคงจะสามารถดูดเลือดเสียออกมาเป็นถังๆ ได้อย่างไม่ต้องกังวลด้วยวิธีที่สะอาดและถูกสุขอนามัย
เลือดเป็นถังๆ?
ถ้าแลนดอนได้ยินพวกเขา เขาคงกลัวจนไม่ยอมให้เข็มฉีดยาออกไปนอกเบย์มาร์ดเป็นแน่
พวกเจ้าต้องการดูดเลือดเป็นถังๆ จากคนไข้ของเจ้ารึ?
พวกเจ้าต้องการฆ่าคนไข้แทนหรือไง?
การเอาเลือดออกกับผีสิ!
รู้ไหมว่าสิ่งที่พวกเจ้ากำลังทำมันผิดกฎหมาย?
(—_—)
แลนดอนค่อยๆ ถอดถุงมือออก แล้วสั่งให้พวกเขานำเจ้าชายที่อ่อนแอไปยังห้องบรรทมของพระองค์
หลายคนอยากจะเบียดเสียดเข้าไป แต่ก็ถูกไล่ออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
“ได้โปรดอย่ารบกวนการพักผ่อนของคนไข้ อีกไม่นานอาการของพระองค์น่าจะดีขึ้น” นายแพทย์เกอร์สันแนะนำหลังจากเก็บตัวอย่างผิวหนังที่เขาต้องการแล้ว
ชาเนลล์และลอร่าก็ได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะและอุจจาระเช่นกัน แม้ว่ามันจะค่อนข้างยากเมื่อเห็นว่าผู้คนมากมายรู้สึกอับอายแทนเจ้าชาย
อะไรนะ? พวกเจ้าต้องการอุจจาระของเจ้าชายรึ? จะเอาไปทำอะไร? เอาไปกินเหรอ?
เอาไปใช้โรยหน้าขนมปังรึไง?
เฮ้อ… หลายคนยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับราชวงศ์ แล้วนี่เป็นเรื่องวิตถารที่คนนอกพวกนี้ทำกันบ่อยๆ หรือ?
การเก็บอุจจาระเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนสำหรับเหล่าผู้รักษา
มันแปลกประหลาดและรู้สึกผิดอย่างมากในหลายๆ ทาง
ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเฝ้าดูพยาบาลชายชาวเบย์มาร์ดช่วยอุ้มองค์ชายและเก็บตัวอย่างปัสสาวะและอุจจาระ
พวกเขาคัดค้านไม่ให้ลอร่าและชาเนลล์เป็นคนเก็บ ดังนั้นบุรุษจึงต้องเข้ามาทำหน้าที่แทน
แต่หลังจากเก็บตัวอย่างไปแล้ว ลอร่าและชาเนลล์ก็รีบส่งพวกมันไปยังเฮลิคอปเตอร์การแพทย์เพื่อทำการทดสอบ ในขณะที่พวกเธออยู่ดูแลองค์ชายต่อ โดยวางเครื่องมือทุกชนิดไว้รอบๆ พื้นที่
พวกเธอติดแผ่นดูดสุญญากาศบนตัวคนไข้ เพื่อตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและสัญญาณชีพอื่นๆ
ตลอดเวลาที่พวกเขากำลังดูแลองค์ชายที่โถงก่อนหน้านี้ ห้องของเจ้าชายก็ได้รับการทำความสะอาดอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
และเพื่อเป็นการปิดท้าย พวกเขาก็ฆ่าเชื้อในอากาศด้วยสเปรย์ปรับอากาศทางการแพทย์ชนิดพิเศษ
ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ
ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมจนกว่าอาการของเจ้าชายจะดีขึ้น
เงื่อนไขมากมายของแลนดอนทำให้เหล่าราชวงศ์และคนอื่นๆ มึนงงไปหมด แต่หลังจากฟังเหตุผลของแลนดอนแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าควรจะอยู่ห่างๆ ไปก่อนในตอนนี้
เมื่อทุกคนตัดสินใจแยกย้ายไปพักผ่อนก็เป็นเวลาเย็นย่ำแล้ว
สำหรับแลนดอน แน่นอนว่าเขาต้องพักอยู่ที่ห้องรับรองของพระราชวังและจะถูกจับตามองตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพราะกลัวว่าเขาจะหาทางหนีไป
แม้ว่าพวกเขาจะมีความประทับใจที่ดีต่อเขา แต่ก็ไม่มีใครสามารถแน่ใจได้เกินไปเกี่ยวกับผู้มาเยือนที่แปลกประหลาดจากโลกภายนอก
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหลังจากเห็นว่าชาวเบย์มาร์ดเคารพและรักแลนดอนมากเพียงใด พวกเขาจึงเลือกที่จะจับตาดูเขาอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถควบคุมที่อยู่และการเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างรัดกุมเสมอ
แลนดอนรู้เรื่องทั้งหมดนี้และยักไหล่ เขามาที่นี่เพื่อสันติภาพและไม่ได้วางแผนจะทำอะไรผิดกฎหมาย แล้วจะมีอะไรให้ต้องกังวลล่ะ?
Zzzzzzzzz~
ก่อนที่เขาจะรู้ตัว เขาก็หลับสนิทไปโดยไม่มีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น
(~_~)
เช่นนั้น ค่ำคืนก็ผ่านไปอย่างสงบสุข แม้จะมีความกังวลและความห่วงใยของใครหลายคน
ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะพวกเขากังวลมากเสียจนกระทั่งเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ผู้รักษากว่า 100 คนก็แห่กันกลับมาที่พระราชวังราวกับคนบ้า
เหล่านายพล เสนาบดี และขุนนางผู้มีอำนาจสูงก็บุกมาพร้อมกับทหารองครักษ์ข้างกาย
และก่อนที่ทาโคลล่าจะทันได้กะพริบตา ก็มีคนเกือบ 3,000 คนอยู่ในห้องโถงใหญ่แล้ว
“ฝ่าบาท ฝ่าบาท องค์รัชทายาทเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”
“ฝ่าบาท เมื่อคืนกระหม่อมคิดว่าฝันไปพ่ะย่ะค่ะ แต่พอได้เห็นราชรถบินได้ขนาดยักษ์ในบริเวณพระราชวัง ถึงได้รู้ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง”
“ฝ่าบาท กระหม่อมได้ยินมาว่ามีคนหน้าซีดอยู่ที่นี่ ฝ่าบาท เป็นเช่นนั้นจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ฝ่า... บลา บลา บลา”
สงบลง! สงบลง!
เขาจะขอความสงบเรียบร้อยในนี้บ้างไม่ได้หรือไงวะ?
ทาโคลล่าแทบจะกลอกตาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าเหล่าข้าราชบริพารชายชาตรีผิวเขียวของเขาช่างไร้มารยาทเพียงใด
เขายังไม่ได้เสวยพระกระยาหารเช้าเลยด้วยซ้ำ และพวกนั้นก็กระทืบเท้ายักษ์ลงบนพื้นอย่างกระวนกระวายใจ รอคอยการปรากฏตัวของเขาอยู่แล้ว
องครักษ์ของเขารายงานว่าหากพระองค์ไม่ปรากฏตัวในเร็วๆ นี้ ความวิตกกังวลของกลุ่มคนอาจทำให้พวกเขามุ่งตรงไปยังห้องบรรทมของเจ้าชายโดยไม่บอกกล่าว
ไอ้พวกบัดซบ… ทุกคนเลย
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่รักและเคารพเขา แต่เมื่อพวกเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ พวกเขาก็กังวลเกี่ยวกับการแสวงหาความจริงด้วยตนเองเช่นกัน
ดังนั้นหลายคนที่ไม่ได่อยู่ที่นี่เมื่อคืนนี้ก็อยากจะเห็นด้วยตาสองข้างของตัวเองว่าสิ่งที่พวกเขาได้ยินมานั้นเป็นเรื่องจริง
อย่างที่เขาว่ากัน สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
…
เมื่อยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ ของขวัญจากเมื่อคืนยังไม่ได้ถูกย้ายออกไปไหน แม้ว่าตัวโถงจะถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาตลอดทั้งคืนก็ตาม
ผู้คนต่างชะเง้อชะแง้คอมองซ้ายมองขวาเพื่อจะได้เห็นอย่างชัดเจน
โอ้ว~... นั่นอะไรน่ะ? แล้วนี่ล่ะ? อ๋า… แล้วอันนั้นล่ะ?
พวกเขาเกาหัว พยายามจะรู้ว่าทุกอย่างคืออะไร แต่ก็ยังมีความยับยั้งชั่งใจพอที่จะรอจนกว่าองค์กษัตริย์จะบัญชา
ทาโคลล่ามีเส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผากเมื่อเห็นแววตาของพวกเขา
จริงๆ เลย พวกเขาไม่มีหน้าโป๊กเกอร์เลยสักนิด ทุกอารมณ์ที่พวกเขารู้สึกล้วนแสดงออกมาบนใบหน้าสีเขียวอันหล่อเหลาของพวกเขา
“ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย พวกเจ้าอย่างน้อยช่วยมีมารยาทกันหน่อยก่อนที่ข้าจะเชิญแขกเข้ามาได้ไหม?”
“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท! พระองค์ไม่ไว้ใจพวกกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ไม่เลย ทาโคลล่าสวนกลับในใจ
“พระองค์ไม่รู้หรือว่าพวกเราเป็นใคร?”
ก็เพราะรู้ว่าพวกมันเป็นใครนั่นแหละ ถึงได้หงุดหงิดอยู่เนี่ย เข้าใจไหม?
“องค์เหนือหัว พวกกระหม่อมจะกล้าทำให้เมอร์วันนาผู้ยิ่งใหญ่ของเราต้องอับอายได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
พวกมันลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อคืนทำให้เขาอับอายแค่ไหน?
เมื่อมองไปที่ท่าทางคาดหวังของพวกเขา ทาโคลล่าก็ถอนหายใจ โบกมือแล้วส่งองครักษ์ไปตามแลนดอนมา
ในระหว่างนั้น เขาตัดสินใจที่จะเปิดเผยข่าวที่สำคัญมากแก่พวกเขา
“ทุกคน เมื่อครู่ที่ผ่านมา ข้าได้รับข่าวจากผู้รักษาจากภายนอกว่าอาการของเจ้าชายดีขึ้นแล้ว”
ทาโคลล่าไม่ได้โกหก เมื่อเวลา 4:30 น. นายแพทย์เกอร์สันได้ส่งคนมาตามเขา
ดูเหมือนว่ายาปฏิชีวนะที่พวกเขาให้ได้ลดไข้ของเขาลงหลังจากที่เขาเหงื่อออกเป็นถังๆ
เขาเห็นลูกชายของเขามีกำลังวังชาขึ้นและดูดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
แน่นอน นี่เป็นสัญญาณที่ดี!
ลูกชายของเขาสามารถพูดได้มากกว่าปกติและตื่นขึ้นมาในสภาพที่หิวโหยอย่างมาก
ครั้งสุดท้ายที่ลูกชายของเขารู้สึกอยากอาหารคือเมื่อไหร่กัน?
ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาต้องบังคับให้เด็กชายกิน แต่ตอนนี้อาการเบื่ออาหารของเขากำลังลดลง
ดี ดีมาก เยี่ยมไปเลย!
แม้ว่าบิลโธซาร์จะกินได้ไม่มาก แต่มันก็ยังถือเป็นความก้าวหน้าที่ได้เห็นเขากระตือรือร้นที่จะหาอาหาร
อาหารก็ถูกเตรียมโดยชาวเบย์มาร์ดอีกครั้ง ซึ่งพวกเขารู้ว่าอาหารประเภทไหนดีที่สุดสำหรับเขา
หลังจากเห็นเด็กชาย เขาก็รีบออกจากพื้นที่นั้นไป เพื่อให้ชาวเบย์มาร์ดได้ทำงานของพวกเขาต่อไป
ตอนนี้ เขามีความเชื่อมั่นในวิธีการของพวกเขามากขึ้นแล้ว
(^_^)
ด้วยใจที่ผ่อนคลายลง ตอนนี้เขาอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับของขวัญที่พวกเขานำมา
รายการของขวัญอยู่กับเขา แต่เขาจะพูดได้ไหมว่าเขาไม่เข้าใจของส่วนใหญ่ในนั้นเลยโดยไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร?
ตัวอย่างเช่น ทีวี? นั่นคืออะไร? นาฬิกา? นั่นคืออะไร?
ต้องขออภัยในความบ้านนอกของเขา แต่ของเหล่านี้มีหน้าตาเป็นอย่างไร?
ขณะที่รอการมาถึงของแลนดอน เหล่าราชวงศ์คนอื่นๆ ก็รีบเข้ามาในโถง
ราชินีอบิเกล มารดาของบิลโธซาร์ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับควงแขนพระสนมเอวา ซึ่งเป็นชายาองค์ที่ 2 ของทาโคลล่า
พระสนมอมินาก็ตามมาด้วย โดยควงแขนพระสนมเกว็น
สตรีทุกคนเดินใกล้ชิดกันและเป็นมิตรต่อกันอย่างแท้จริง
พระโอรสและพระธิดาของพวกนางที่ยังอยู่ในเมืองหลวงหรือยังไม่ได้อภิเษกสมรสก็เดินตามหลังมาด้วย: เจ้าหญิงเซลม่าองค์ที่ 6 ประสูติจากพระสนมเอวา... เจ้าชายจูเลียนองค์ที่ 5 ประสูติจากพระสนมอมินา... และเจ้าหญิงบิตเนียองค์ที่ 7 ประสูติจากพระสนมเกว็น
ฝ่าบาทมีพระโอรส 5 พระองค์ และพระธิดา 7 พระองค์
ผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ออกไปช่วยปกครองในส่วนอื่นๆ ของอาณาเขต
“พี่หญิงเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าอาการขององค์รัชทายาทดีขึ้นแล้ว ยินดีด้วยนะเพคะพี่หญิง”
“ใช่แล้ว เมื่อเขาหายดีแล้ว ข้าจะทำสตูว์สูตรเด็ดของข้าให้เขาทานเพื่อบำรุงกำลัง”
“พี่หญิงเพคะ วันดีๆ ของพี่หญิงมาถึงแล้ว! หม่อมฉันรู้ว่าผู้ที่ได้รับพรจากทวยเทพจะต้องมีชีวิตที่ยืนยาว ยินดีด้วยนะเพคะพี่หญิง”
อบิเกลยิ้มอย่างอบอุ่น “ขอบใจนะ”
หัวใจของนางตื้นตันไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกจากใจจริงเมื่อนึกถึงการสนับสนุนที่สตรีผู้งดงามเหล่านี้มอบให้เธอในช่วงเวลานี้
ริมฝีปากของนางสั่นระริกและดวงตาก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติยินดีอย่างแท้จริงเมื่อนึกถึงข่าวที่ได้รับเมื่อเช้ามืด
ลูกชายของนาง… บิลโธซาร์ของนางกำลังจะหายดีแล้ว และทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณชาวต่างชาติลึกลับเหล่านี้
ด้วยรอยยิ้ม เหล่าราชวงศ์ก้าวเข้ามาในที่เกิดเหตุไม่กี่นาทีก่อนที่แลนดอนและกลุ่มของเขาจะเข้ามา
เมื่อมองไปที่บานประตูสองด้านสีทองขนาดมหึมาที่เปิดอยู่ แลนดอนก็ยิ้มออกมา
‘ในที่สุดก็ได้เวลาเริ่มการแสดงเสียที… เมอร์วันนา... อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ’