- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 1337 - ความหวาดผวาของอเล็กซานเดอร์
บทที่ 1337 - ความหวาดผวาของอเล็กซานเดอร์
บทที่ 1337 - ความหวาดผวาของอเล็กซานเดอร์
ในที่สุดทิลด้าและทีมโอเมก้าก็ออกมาได้ แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ พวกเขายังคงต้องออกจากพระราชวังไปอย่างปลอดภัย
จอชวางทิลด้าลง ตอนนี้ในที่สุดพวกเขาก็พ้นจากอันตรายแล้ว
ในขณะเดียวกัน ณ มุมหนึ่งของเขตชั้นใน แลนดอนและทีมของเขาได้แอบแทรกซึมเข้าไปในอาคารของอเล็กซานเดอร์เรียบร้อยแล้ว โดยเคลื่อนที่ไปมาในชุดของศัตรูเต็มยศ
แม้ว่าเขาจะสามารถระเบิดทำลายอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ที่นี่คือพระราชวังของทิลด้า
ดังนั้น~... ไม่เอาดีกว่า
พวกเขาต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ ด้วยความเคารพ
นอกจากนี้ พวกเขายังไม่มีเวลาที่จะเริ่มค้นหาพอลล่าตามห้องและทางออกทั้งหมด
พวกเขาต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว และในช่วงเวลาแห่งความโกลาหลเช่นนี้ที่มียามวิ่งวุ่นไปมาไม่หยุดหย่อน คำพูดและคำสั่งบางอย่างก็เป็นเบาะแสว่าพวกเขาควรไปที่ไหน
"ควัน! ควัน! ข้างล่างมีไฟ ไปเอาน้ำมา"
"เร็วเข้า ไปกราบบังคมทูลฝ่าบาทเรื่องปัญหาที่ด้านหลัง"
"ไม่! ไปทูลฝ่าบาทเรื่องประตูทางเข้าด้านหน้าที่ถูกทำลาย!"
ความโกลาหลแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
นอกพระราชวัง หน่วยย่อยหน่วยหนึ่งของแลนดอนได้สร้างปัญหาให้กับศัตรูจากระยะที่ปลอดภัยซึ่งจะไม่ทำให้ใครสงสัยพวกเขา
อย่างแรก ระเบิดมือถูกยิงไปยังประตูหน้าห้องโถงขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนประตูสำหรับยักษ์
พวกมันทำลายประตูจนแหลกละเอียดด้วยพลังที่ทำให้คนข้างในหวาดกลัวว่าไฟที่ตกลงมาจากฟากฟ้ากำลังพยายามจะเข้ามาในอาคาร
เมื่อประตูและหน้าต่างทั่วทั้งชั้นล่างของอาคารถูกทำลาย พวกเขาก็เริ่มส่งวัตถุระเบิดที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิตเข้าไปในอาคาร ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายไปทั่วทุกแห่ง
แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น บางหน่วยที่แอบเข้ามาได้สำเร็จก็แอบสร้างความไม่สงบมากขึ้นในบางพื้นที่ทั่วทั้งชั้น 2
พวกเขาไม่ได้โจมตีทุกพื้นที่ แต่โจมตีเพียงบางจุดเท่านั้น พวกเขาทำให้ดูเหมือนว่าการโจมตีนั้นลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่พวกเขาเป็นคนพังเข้ามาอย่างจงใจ
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ตอนนี้ศัตรูกำลังสงสัยว่าพวกเขาจะป้องกันตัวเองได้อย่างไรกันแน่
บ้าเอ๊ย!
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่บางคนรู้สึกถึงการโจมตีที่ร้ายแรงราวกับพริกนับพันเม็ดเข้าตา
อย่างแรก มีควันสีขาวที่ไม่ทราบที่มาพวยพุ่งออกมาปกคลุมพื้นที่ ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสบร้อนในดวงตาที่น่าสงสารของพวกเขา
มันช่างโหดร้ายเกินไป
ดวงตาของพวกเขาแทบจะมีเลือดออกและรูจมูกก็สำลักควัน ทำให้หายใจลำบากขึ้น
พวกเขาที่ไม่เคยร้องไห้ บัดนี้กลับร้องไห้เป็นเผาเต่า มันไม่สามารถควบคุมได้ และไม่ว่าพวกเขาจะพยายามทำให้ดวงตาสงบลงแค่ไหน ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
ให้ตายสิ!
หากตอนนี้มีศัตรูเข้ามาโจมตี พวกเขาก็คงไม่มีสมาธิไปสนใจคนผู้นั้น
ความรู้สึกที่พวกเขามีในตอนนี้คือการทิ้งอาวุธแล้วขยี้ตาแรง ๆ
แม่จ๋า... สวรรค์กำลังเล่นตลกกับใครกันวะเนี่ย?
(:ï¿¥^ï¿¥:)
ทุกคนเชื่อว่านี่คือสวรรค์ที่กำลังปล่อยความพิโรธใส่พวกเขาซึ่งเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา เนื่องจากพวกเขาเห็นจุดนั้นปรากฏขึ้นโดยไม่มีไฟแต่กลับสร้างความรู้สึกแสบร้อนอย่างน่าอัศจรรย์ในดวงตา
ด้วยเหตุนี้ หน่วยที่แฝงตัวอยู่จึงปล่อยวัตถุระเบิดที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิตเข้าไปในอาคารอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาไม่ต้องการทำลายอาคาร ดังนั้นวัตถุระเบิดอานุภาพต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ตอนนี้อเล็กซานเดอร์น่าจะจนปัญญาแล้ว ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหรือจะเริ่มจากตรงไหน
เมื่อประกอบกับภาพอันน่าสยดสยองของการสังหารหมู่ที่โปรยปรายลงมาและทำให้พื้นดินลอยขึ้นไปในอากาศหลายฟุต อเล็กซานเดอร์จะมีเวลาไปสนใจพอลล่าได้อย่างไร?
ล้อเล่นหรือเปล่า!
อเล็กซานเดอร์ออกจากห้องในปีกอาคารรับรองไปนานแล้ว และมุ่งตรงไปยังห้องพักส่วนตัวของเขาทันที
พูดเป็นเล่นไปได้? ไฟจากฟ้ากำลังตกลงมา แล้วจะให้เขาอยู่โดยไม่มีชุดเกราะได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่คิดว่าจะมีใครแตะต้องหรือปล่อยตัวพอลล่าได้ เพราะมันไม่ใช่ว่าพวกเขาถูกศัตรูโจมตี ปัญหาของพวกเขามาจากฟากฟ้า!
คิลมองก้ามีสีหน้าเคร่งขรึม คอยคุ้มกันอเล็กซานเดอร์เหมือนนายพล
"ฝ่าบาท สถานการณ์ทั้งภายนอกและภายในอันตรายอย่างยิ่ง ฝ่าบาท เราต้องหนีไปทางลับ อย่างน้อยก็จนกว่าเรื่องราวจะสงบลง!"
อเล็กซานเดอร์พยักหน้า รู้สึกว่านั่นคงเป็นทางที่ดีที่สุด สถานการณ์มันไม่คาดคิดจริง ๆ
ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือ เขาเกือบจะได้ลิ้มลองและกินจนอิ่มหนำแล้ว ตอนที่เรื่องทั้งหมดนี้เริ่มขึ้น
เมื่อนึกถึงร่างของพอลล่า อเล็กซานเดอร์ก็หยุดชะงัก
เขาควรจะพาเธอไปด้วยหรือไม่?
"ฝ่าบาท ตอนนี้เราอยู่ในโถงทางเดินของปีกอาคารของเราแล้ว ได้โปรดเถิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ให้ฝ่าบาททรงสวมชุดเกราะก่อนแล้วค่อยจัดการเรื่องอื่น" คิลมองก้ากล่าว เขาเข้าใจความลังเลของอเล็กซานเดอร์
อันที่จริง คิลมองก้าเองก็รีบร้อนที่จะสวมชุดเกราะเหมือนกัน!
สิ่งที่เขาเห็นข้างนอกนั้นน่ากลัวเกินไปและทำให้เขาสติตื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นทหารจำนวนมากล้มตายอยู่ตามถนนนอกพระราชวัง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาต้องรอด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีเวลามาใส่ใจผู้หญิงคนหนึ่ง
"อืม... ในเมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว ก็ทำตามที่เจ้าว่าแล้วกัน" อเล็กซานเดอร์ตอบ พลางขบกรามพูด
เขาแค่คิดว่ามันน่าเสียดายที่พอลล่าจะต้องตายไปโดยที่เขายังไม่ทันได้แก้แค้น
เขาหันไปหายามอีกคนที่อยู่ข้างหลังคิลมองก้า "ไปพาตัวนางมา"
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" ยามตอบรับ แล้วออกจากปีกอาคารของอเล็กซานเดอร์ โดยตั้งใจจะกลับไปยังปีกอาคารรับรองที่มุมไกลของชั้น 3
อเล็กซานเดอร์สั่งคนไปเพียงคนเดียว เพราะเขาไม่คิดว่าการพาตัวพอลล่ามาจะเป็นเรื่องยุ่งยาก
แต่เขาหารู้ไม่ว่า ในขณะนี้เอง ผู้บุกรุกหลายคนได้เข้ามาอยู่ในปีกอาคารรับรองแล้ว
เมื่อยืนอยู่ในโถงทางเข้าใหญ่ของปีกอาคาร แลนดอนก็มองเห็นประตู 5 บานที่ปลายโถงอย่างรวดเร็ว: 2 บานอยู่ชั้นบน และ 3 บานอยู่ในระดับชั้นเดียวกับที่เขายืนอยู่
ปีกอาคารค่อนข้างเงียบเหงาเนื่องจากคนส่วนใหญ่ได้วิ่งวุ่นไปให้ความช่วยเหลือในทางใดทางหนึ่ง
และเพื่อจัดการกับคนที่อยู่ในโถงทางเดินที่นำมายังที่นี่ พวกเขายังขว้างระเบิดอานุภาพต่ำเพื่อทำให้คนอื่น ๆ อ่อนแอลง... การฆ่าศัตรูเหล่านี้จะทำให้เกิดสัญญาณเตือนภัยเมื่อถูกพบเข้า
อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ฆ่า
นอกจากนี้ พวกเขายังปล่อยพลุควันสีเขียวธรรมดา ๆ และบุกเข้าไปในโถงของปีกอาคาร แสร้งทำเป็นว่าได้รับผลกระทบจากการโจมตี
ควันสีเขียวทำให้ยาม 5 คนที่นี่เชื่อ
อะไรนะ?!!
ไฟมาถึงที่นี่แล้วเหรอ?
"ไฟไหม้!"