- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 746 - อันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืด
บทที่ 746 - อันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืด
บทที่ 746 - อันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืด
"เอาล่ะครับ
ตอนนี้เรากลับมาดูแลผิวของมิลเดร็ดกันต่อ" แฮนด์เกอร์กล่าว
เขาอธิบายต่อเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เขากำลังใช้และเหตุผลที่เลือกใช้มัน
และแน่นอนว่าจองโก้ก็ยังคงปล่อยมุกตลกของเขาออกมาเช่นกัน
"โอ๊ะ?
ตอนนี้ มิลเดร็ดผู้น่าสงสารของเรากำลังมีหน้ากากพอกหน้าที่ทำจากไข่แดง
คุณสุภาพสตรีทั้งหลาย พวกคุณอยากจะสวย ดังนั้นพวกคุณจึงต้องนั่งรอตรงนี้ให้ไข่แดงแห้ง
เฮะ... ป่านนี้พวกคุณคงยอมทำทุกอย่างเพื่อกลับออกไปข้างนอกพร้อมกับใบหน้าที่หมองคล้ำและผมเผ้ายุ่งเหยิงสินะ ใช่ไหมล่ะ?"
ทุกคนต่างกรอกตามองบนใส่จองโก้
พวกเธอเป็นผู้หญิงที่คุ้นเคยกับการนั่งรอทำผมหรือแม้กระทั่งการตัดแต่งเล็บ
แล้วเรื่องแค่นี้จะทรมานพวกเธอได้อย่างไรกัน?
พวกเธอเพียงแค่หัวเราะคิกคักและตั้งใจฟังแฮนด์เกอร์ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นผู้พูดหลัก
ต้องใช้เวลา 10 นาทีเพื่อให้มาสก์แห้ง ดังนั้นเขาจึงเริ่มช่วงถาม-ตอบที่ 2 ของการสัมมนา
ทุกครั้งที่มีช่วงเวลาที่ต้องรอแบบนี้ พวกเขาก็จะเข้าสู่ช่วงถาม-ตอบทันที
เหล่าสุภาพสตรีได้ถามคำถามที่คาใจพวกเธอมานาน
เช่น พวกเธอควรดื่มน้ำอมฤตเสริมความงามจากทวีปอื่นที่มีส่วนผสมของผงตะไบเหล็กหรือไม่ เป็นต้น
ช่วงเวลาถาม-ตอบเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์
การสัมมนายังคงดำเนินต่อไปตามปกติโดยมีเหล่าสุภาพสตรีคอยให้ความสนใจกับทุกคำพูดของแฮนด์เกอร์
และในไม่ช้า การแต่งหน้าของมิลเดร็ดก็เสร็จสิ้น
การแต่งหน้าโทนอ่อนที่ดูเปล่งประกายของเธอขับเน้นให้จุดเด่นที่สุดบนใบหน้าของเธอชัดเจนขึ้น ทำให้เธอดูโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม
เมื่อรวมกับทรงผมใหม่ที่ดูหรูหราของเธอแล้ว เธอก็ดูเหมือนซูเปอร์สตาร์เลยทีเดียว
แม้แต่จองโก้ก็ยังทึ่ง
"พระเจ้าช่วย!
นั่นมิลเดร็ดของเราเหรอ?
นี่เรากำลังเห็นฉากซินเดอเรลล่าโดยมีคุณแฮนด์เกอร์เป็นนางฟ้าแม่ทูนหัวอยู่หรือเปล่าเนี่ย?
ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเช่นนี้!
ขอบคุณสวรรค์ที่เราเกลี้ยกล่อมให้เธอเข้าไปในร้านเสริมสวย มิฉะนั้นแล้ว เราจะได้เห็นปาฏิหาริย์นี้ได้อย่างไร?"
มิลเดร็ดเกือบจะถลึงตาใส่จองโก้
นี่แกกำลังชมหรือด่าฉันกันแน่?
ทุกคนก็หัวเราะคิกคักอย่างช่วยไม่ได้กับความปากจัดของเขา
แต่โดยรวมแล้ว พวกเขาทุกคนต่างทึ่งกับการเปลี่ยนแปลงของมิลเดร็ด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอเป็นเด็กสาวที่น่ารักอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เธอดูเหมือนดาราภาพยนตร์ที่โดดเด่นสะดุดตาสุดๆ
แน่นอนที่สุด!
คุณแฮนด์เกอร์มีฝีมือดั่งมือทองคำ
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นหนึ่งในช่างเสริมสวยคนดังที่มีชื่อเสียงที่สุด
จะดีแค่ไหนถ้าชายคนนี้สามารถมาดูแลพวกเธอได้บ้าง?
มีช่วงถาม-ตอบอีกครั้งก่อนที่การสัมมนาจะสิ้นสุดลง
แน่นอนว่าแฮนด์เกอร์ยังคงอยู่แจกลายเซ็นก่อนจะเดินทางกลับ
เหล่าสุภาพสตรีมองดูถุงของขวัญเล็กๆ ของพวกเธออย่างมีความสุข
มีตัวอย่างแชมพูฟรีและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและร่างกายอื่นๆ รวมถึงปากกา สมุดบันทึกเล่มเล็ก และโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นของแฮนด์เกอร์
อ๊าาาาาาาาาา!!!!!!!
ทุกคนกรีดร้องอย่างตื่นเต้นเหมือนแฟนเกิร์ลตัวน้อย
แม้แต่ผู้หญิงวัย 45 ปีก็ยังตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
"โอ้พระเจ้า!
เขาให้โปสเตอร์ของตัวเองกับพวกเราด้วยเหรอ?
สุดยอด!"
"อืมหืม เพื่อนของฉันเข้าร่วมการสัมมนาครั้งที่แล้ว และเธอบอกว่าของขวัญพิเศษในตอนนั้นคือพวงกุญแจที่มีหน้าของแฮนด์เกอร์อยู่บนนั้น
ครั้งนี้ เราได้โปสเตอร์แฮนด์เกอร์สุดเจ๋งที่มีทั้งตัวและใบหน้าของเขาเลยนะ
เห็นไหมว่าพวกเราโชคดีแค่ไหน? รู้ไหมว่ามีคนมากมายที่ยอมตายเพื่อโปสเตอร์ใบนี้?
ให้ตายสิ!
สามีของฉันหล่อเกินไปแล้ว!"
(^_^)
ตอนนี้ทุกคนตื่นเต้นกันมากเกินไปแล้ว
พวกเธอออกจากอาณาจักรของตนเองเพียงเพื่อการนำเสนอนี้
และมันก็มีประโยชน์มาก เพราะครอบคลุมหัวข้อและคำถามมากมาย
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!
การมาที่นี่คุ้มค่าจริงๆ
และเช่นนั้นเอง อุตสาหกรรมความงามก็ยังคงพัฒนาไปทั่วทั้งทวีปไพโน่โดยมีเบย์มาร์ดเป็นผู้บุกเบิกยุคใหม่
สุภาพสตรีเหล่านี้มีความสุขและพึงพอใจอย่างยิ่งกับประสบการณ์ทั้งหมด
แต่ไม่ใช่แค่พวกเธอเท่านั้นที่มีความสุขจนตัวลอย
ที่ห่างไกลจากเบย์มาร์ด ก็มีคนอีกคนหนึ่งที่มีความสุขเช่นกัน
--จักรวรรดิคาโรน่า--
เสียงหัวเราะ เสียงคิกคัก และเสียงแห่งความสุขสารพัดชนิดดังก้องออกมาจากห้องนอนขนาดใหญ่
ตัวห้องนั้นดูเหมือนงานศิลปะที่ขุนนางคนใดก็ภูมิใจที่จะได้อาศัยอยู่
กำแพงหินและเพดานสูงทำให้ผู้ที่อยู่ภายในรู้สึกเหมือนเป็นกษัตริย์
และภายในห้องอันกว้างใหญ่นี้ ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังดื่มไวน์ในขณะที่มองดูผู้หญิงเปลือย 12 คนกำลังพลอดรักกันอยู่ตรงหน้าเขา
เขานั่งบนเก้าอี้ที่นุ่มสบายโดยสวมเพียงกางเกงชั้นใน ขณะจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่สามารถทำให้ชายคนใดร้อนรุ่มได้อย่างลึกซึ้ง
ในทางกลับกัน เหล่าหญิงสาวก็สัมผัสร่างกายของตัวเองอย่างต่อเนื่องและมองมาที่เขาอย่างเชื้อเชิญ
แต่ยิ่งชายหนุ่มเฝ้ามองมากเท่าไหร่ ความคิดของเขาก็ยิ่งล่องลอยไปที่อื่นแทน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขากำลังคิดถึงใครบางคนมากกว่าสิ่งใด
ชายหนุ่มหัวเราะอย่างเย็นชาขณะคิดถึงแผนการของเขา
ในไม่ช้า เขาจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นคลานอยู่ใต้ร่างของเขาเหมือนนางแพศยาผู้หิวโหย
ชายหนุ่มกระดกเครื่องดื่มของเขาจนหมดและขว้างแก้วลงบนพื้นอย่างแรง
‘เพล้ง!’
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาผู้หญิงทั้ง 12 คนและปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความสุขโดยไม่สนใจเศษแก้วที่แตกกระจายบนพื้น
และในขณะที่เขากำลังอยู่ในความสุขสมอย่างเต็มที่ เสียงเคาะประตูดังก็ดังขึ้น
‘ก๊อก! ก๊อก!’
"นายท่านครับ เรื่องด่วนครับ
พวกเขาส่งข่าวมาแล้ว"
ชายหนุ่มหยุดการเคลื่อนไหวของเขาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
เขาปลดปล่อยความใคร่ครั้งสุดท้ายและลุกขึ้นอย่างใจเย็น
"เข้ามา!"
สิ้นเสียงนั้น อัศวินหนุ่มคนหนึ่งก็รีบเข้ามาและรอให้เจ้านายของเขาสวมเสื้อคลุม
แน่นอนว่าเหล่าหญิงสาวยังคงมอบความสุขให้กันและกันต่อไปโดยไม่สนใจโลก
จากนั้นอัศวินหนุ่มก็กระซิบข้างหูเจ้านายของเขาก่อนจะยื่นจดหมายให้
2 นาทีผ่านไป ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมา
เขากำจดหมายไว้แน่นอย่างตื่นเต้นเมื่อได้อ่านเนื้อหาของมัน
และชายหนุ่มคนนั้นคือใครกัน?
ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณชายนักรัก เจ้าชายสกายแห่งราชวงศ์นั่นเอง
เพเนโลพีและเจ้าอ้วนน่าเกลียดนั่นจะแต่งงานกันในช่วงเดือนกันยายน
และเนื่องจากกองกำลังของเขาค่อนข้างอ่อนแอในทวีปต่างแดนนี้ เขาจึงได้ขอความช่วยเหลือจากบุคคลสำคัญบางคน
พวกเขาคือเจ้าพ่อในสังคมใต้ดินของทวีปไพโน่
มีคนไม่มากนักที่ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา
แต่สำหรับผู้ที่ล่วงรู้กลับรู้สึกได้เพียงความหวาดกลัว
พวกเขาคือสิ่งที่แม้แต่อาณาจักรใดก็ยากที่จะรับมือ
และด้วยความช่วยเหลือจากพวกเขา การสังหารเพเนโลพีและครอบครัวของนางทั้งหมดก็ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ก็ใครใช้ให้พวกมันไล่ข้าออกมาจากวังกันเล่า
ใช่แล้ว ราชวงศ์ทั้งหมดต้องตาย เพราะพวกมันได้แต่ยืนดูอยู่เฉย ๆ ในตอนที่เพเนโลพีหยามเกียรติข้า
แต่ทว่า เขายังไม่ต้องการฆ่านางในตอนนี้
เขาต้องการจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและทำให้นางกลายเป็นสุนัขเชื่อง ๆ ที่เชื่อฟังทุกคำสั่งของเขา
ความตายนั้นยังถือว่าปรานีต่อนางเกินไป
นางต้องเลียเท้าของเขาและมีชีวิตเยี่ยงของเล่นสำหรับคนของเขาไปตลอดทั้งชาติ
เขาต้องการให้นางอ้อนวอนร้องขอความตายแทนที่จะเป็นการมีชีวิตอยู่
นั่นคือสิ่งที่นางสมควรได้รับ
นางเป็นหนี้ข้าขนาดนี้!
เพียงแค่คิดถึงอนาคตของนาง ก็ทำให้สกายยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม
ในวันแต่งงานของเพเนโลพีกับเจ้าหมูตอนนั่น พวกเขาจะลงมือ
“เพเนโลพีเอ๋ย เพเนโลพี”
“อย่าหาว่าข้าอำมหิตก็แล้วกัน!”