- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 656 - จุดจบของผู้ที่จับตัวซินเดอเรลล่าไป
บทที่ 656 - จุดจบของผู้ที่จับตัวซินเดอเรลล่าไป
บทที่ 656 - จุดจบของผู้ที่จับตัวซินเดอเรลล่าไป
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ผัวะ!
ฉึบ!
"อ๊ากกกกกก!!!"
เสียงกรีดร้องและโหยหวนของผู้ล้มตายดังขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่ง ขณะที่แลนดอนเคลื่อนที่ผ่านกองทหารยามราวกับสายลมที่เกรี้ยวกราด
"ไอ้บ้านี่มันตัวอะไรกันวะ?!
ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้?"
"บ้าเอ๊ย!
เขาเป็นแฟรี่จริงๆ เหรอ?"
"อ๊ากกกก!!!"
ทหารยามที่กำลังจะตายอย่างรวดเร็วล้วนรู้สึกราวกับว่ามีใครบางคนส่งความเจ็บปวดทั้งหมดในโลกมาที่พวกเขา
ทุกการเคลื่อนไหวของแลนดอนนั้นแม่นยำและเที่ยงตรง เพราะมันเล็งไปที่อวัยวะสำคัญของพวกเขาในดาบเดียว
ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หัวใจ หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะ ทั้งหมดทำให้พวกเขาตายอย่างปราศจากความปรานี
ไอ้ลูกหมาเอ๊ย!
พวกเขารู้สึกเหมือนสัมผัสได้ถึงทุกส่วนของอวัยวะภายในที่บาดเจ็บ ซึ่งฉีกออกจากกันอย่างรวดเร็วในพริบตา
และเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ให้ตายสิ แม้แต่การหายใจก็ยังทำให้พวกเขาเจ็บปวด
บรรดาผู้ที่ยังยืนอยู่ มองดูสหายที่กำลังจะตายด้วยความหวาดกลัวและเริ่มถอยหลังไปหลายก้าวแทน
ความเย่อหยิ่งทั้งหมดของพวกเขาบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวังและความวิตกกังวล ขณะที่พวกเขาสับสนว่าควรทำอย่างไรในตอนนี้
มันจะดีกว่าไหมถ้าพวกเขาจะถอยหนี และเสี่ยงให้ครอบครัวต้องตายโทษฐานที่เป็นทหารหนีทัพ... หรือพวกเขาควรจะยอมตายด้วยน้ำมือของสัตว์ประหลาดแฟรี่ตนนี้
พวกเขาเริ่มขยับไปมาด้วยความสับสน ราวกับว่ากำลังเต้นรำอยู่
แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงานและสูญเสียครอบครัวไปแล้วด้วยโรคภัยไข้เจ็บและอื่นๆ พวกเขามองดูสถานการณ์และตัดสินใจที่จะเสี่ยงดู
ช่างแม่งสิ!
พวกเขาจะหนีให้ได้
หนีไปอาศัยอยู่อาณาจักรอื่นไปตลอดชีวิตไม่ดีกว่าหรือ?
พวกเขาได้แต่ภาวนาว่าเส้นทางที่พวกเขาเลือกที่จะหลบหนีในคืนนี้ จะไม่ใช่เส้นทางเดียวกับที่ผู้นำของพวกเขาจะใช้เพื่อมาที่ฐาน
มิฉะนั้นพวกเขาจะถูกจับและถูกฆ่า
ขณะที่พวกเขามองดูสัตว์ประหลาดแฟรี่สังหารสหายของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็รีบหาทางฝ่าออกไปและวิ่งไปยังทางออก
"ท่านผู้บัญชาการ พวกเราขออภัย
แต่ไม่มีทางที่เราจะฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้"
"ใช่แล้ว ท่านผู้บัญชาการ
เขาแข็งแกร่งเกินไป!
การขอให้เราสู้กับเขาก็เหมือนกับขอให้เราสู้กับกองทัพทั้งกองทัพ
ดังนั้น ท่านผู้บัญชาการ ท่านก็สู้คนเดียวเถอะ!"
เช่นเดียวกับแมลงวัน พวกที่ไร้ความรับผิดชอบวิ่งหนีไปเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง
และทั้งหมดนี้ก็ยิ่งทำให้ผู้บัญชาการโกรธมากขึ้นไปอีก
"ไอ้พวกเวร!
กลับมาเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง!
ข้าบอกให้กลับมาเดี๋ยวนี้!
ไอ้พวกบัดซบ!
ถ้าหากพวกไร้ค่าอย่างพวกแกคนไหนถูกจับได้ ข้าจะถลกหนังพวกแกทั้งเป็นแล้วเอาไปจุ่มในน้ำซุปสำหรับมื้อค่ำเป็นการส่วนตัว!!" ผู้บัญชาการกล่าวขณะมองไปยังชายที่ตอนนี้เปิดทางออกได้สำเร็จและกำลังจะหนีไป
ฟิ้ววววว!!!!
ลมหนาวในยามค่ำคืนพัดเข้ามา ทำให้ทุกคนตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าพวกเขามีโอกาสที่จะหลบหนี
แม้แต่บางคนที่มีครอบครัวก็ตัดสินใจที่จะทิ้งทุกอย่างและรักษาชีวิตของตัวเองไว้สำหรับคืนนี้
อย่างที่เขาว่ากัน แม้จะมีปัญหามากมายอยู่ตรงหน้า... แต่ก็ต้องรอให้ถึงเวลาก่อนจึงจะแก้ได้
ท้ายที่สุดแล้ว โอกาสก็มาเพียงครั้งเดียว
และใครจะรู้ บางทีนี่อาจเป็นวิธีที่สวรรค์พยายามจะช่วยพวกเขา
แล้วทำไมไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ล่ะ?
"หนี!
มันคือปีศาจ!
หนีเร็ว!"
1 ใน 3 ของคนทั้งหมดตัดสินใจที่จะหนี ในขณะที่คนส่วนใหญ่กัดฟันและเลือกที่จะฆ่าแฟรี่สัตว์ประหลาดตัวนี้ให้สิ้นซาก
อ๊ากกกก!!!!
ผู้บัญชาการขยุ้มผมตัวเองด้วยความโกรธก่อนจะตบหน้านายธนูคนหนึ่งที่อยู่รอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว
เพี๊ยะ!!
"พวกแกทั้งหมดรออะไรกันอยู่?
ยิงไอ้เวรนั่นเดี๋ยวนี้!"
"แต่ท่านผู้บัญชาการ คนของเรากำลังต่อสู้และล้อมเขาอยู่
ดังนั้นถ้าเรายิง เราอาจจะฆ่าพวกเขาไปด้วย!"
"แล้วนั่นมันใช่ปัญหาของพวกแกหรือไง?
ทุกคนยิงเดี๋ยวนี้!!!"
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
พลธนูทุกคนยิงออกไป และดวงตาของผู้บัญชาการก็เบิกกว้างด้วยความหวังขณะที่เขาบีบไหล่ของนักรบที่ยืนอยู่ทางซ้ายของเขา
แต่ผู้บัญชาการจะรู้สึกสบายใจกับการยิงเพียงรอบเดียวได้อย่างไร?
"ยิงต่อไปจนกว่าลูกธนูของพวกแกจะหมด
ฮ่าห์ๆๆๆๆๆๆๆๆ!
ยิง! ยิง! ยิง!"
ตอนนี้ผู้บัญชาการดูเหมือนคนบ้า ขณะที่เขารู้สึกว่าชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว
"โอ๊ยยย!"
"อ๊ากกกก!"
สายลมที่รุนแรงประกอบกับเสียงอันน่าสยดสยองของเหยื่อ ทำให้พลธนูทุกคนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปถึงแก่นกลางของพวกเขา ทำให้พวกเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
และ ณ จุดนี้ พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังสั่นเทาเพราะลมหนาวหรือเพราะเสียงอันน่าสยดสยองของสหายกันแน่
สำหรับผู้บัญชาการแล้ว เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
ฮ่าห์ๆๆๆๆๆๆๆ!
เขามีความสุขมากจนรู้สึกเหมือนได้รับรางวัลเป็นที่ดินศักดินา เหมืองทอง หรือแม้แต่อัญมณี
เขายิ้มอย่างมีชัย ขณะมองดูลูกธนูที่ปักลงบนผิวหนังของคนของเขา
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่มีทางที่ใครจะรอดไปได้
พลธนูยิงธนูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกระทั่งหมดในที่สุด
ตรงกลางนั้นคือกองศพที่มีลูกธนูปักอยู่จำนวนนับไม่ถ้วน
กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว และชายทุกคนรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาได้ผ่านบททดสอบจากสวรรค์มาแล้ว
พวกเขายิ้มและโห่ร้องด้วยชัยชนะเมื่อเห็นผลจากความพยายามของพวกเขา
"เยสสสสส!!"
"ทุกคน ในที่สุดมันก็จบลงแล้ว
พวกเจ้าที่อยู่ต่อจะได้รับรางวัลอย่างงาม
แต่สำหรับพวกที่หนีไป ไม่ต้องกังวล... พวกมันหนีไปได้ไม่ไกลหรอก
เพราะข้าจะจัดการตามล่าพวกมันและตัดหัวพวกมันในคืนนี้เป็นการส่วนตัว!!
นั่นคือสิ่งที่พวกมันจะได้รับจากการขัดคำสั่งของข้า!" ผู้บัญชาการพูดอย่างเย่อหยิ่งขณะหันหลังให้กับกองศพ
แต่ขณะที่เขาพูด ความสนใจของทุกคนก็ละไปจากใบหน้าของเขาและไปจดจ่ออยู่ที่กองศพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นแทน
มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ?
ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้
และก็จริงอย่างที่คิด พวกเขามีเหตุผลที่จะต้องตื่นตระหนก
"อา... ดูนี่สิ?
ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนทำชุดกลางคืนของข้าพังหมดแล้ว" แลนดอนกล่าวขณะหยิบชายเสื้อของเขาขึ้นมา
เขากระโดดออกมาจากกองศพราวกับตัวการ์ตูนและชี้ไปที่เสื้อผ้าของเขาอย่างขี้เล่น
ผู้บัญชาการหันกลับมาทันทีและมองเขาด้วยความตกใจ
"ไม่! ไม่! ไม่! ไม่!
แกยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไง?"
"ลองเดาดูสิ!"
"เจ้า...เจ้าไม่ใช่มนุษย์!"
"เฮ้อ... ข้าก็พยายามบอกพวกเจ้าอยู่แล้วนี่ ว่าข้าคือแม่ทูนหัวนางฟ้า
เข้าใจไหม?
เอาล่ะ กลับมาเข้าเรื่องของเรากันต่อดีไหม?"
"ไม่! ไม่! ไม่!!!"
‘ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!’
‘อ๊ากกกกกกกกกก!!!’
แลนดอนรีบจัดการกับพลธนูที่ไร้ทางสู้เพราะไม่มีลูกธนู ก่อนที่จะไปจัดการกับพวกหัวหน้าและบอสตัวสุดท้าย
และในท้ายที่สุด ใบหน้าครึ่งซีกของเขาก็ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน
เขาใช้ระบบปลดผนึกห้องขังนักโทษอย่างรวดเร็ว และเหล่านักโทษก็กรูกันเข้ามา ทุกคนวิ่งมาพร้อมกับดาบในมือ เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับทำให้พวกเขาถึงกับพูดไม่ออก
"ย๊ากกกกกก!!..."
เอ๊ะ?
อะไรวะ?
การต่อสู้อยู่ไหน?
(-_-`)