- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 579 แขกในงานเลี้ยงเพิ่มเติม
บทที่ 579 แขกในงานเลี้ยงเพิ่มเติม
บทที่ 579 แขกในงานเลี้ยงเพิ่มเติม
"อินกรอท!"
"พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!"
"จัดการต้อนรับเขาให้ดี!"
"ตามพระประสงค์พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"
"ดี!"
อย่างรวดเร็ว ชายร่างยักษ์สูงใหญ่กำยำที่ชื่ออินกรอท... ก็กระชากวิลเลียมอย่างแรงและฉีกเสื้อคลุมสีน้ำเงินของเขาออกอย่างรุนแรง
แคว่ก!
ปัง!
ชายอีกหลายคนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและจับวิลเลียมกดลงกับพื้นใกล้กองไฟ
เขานอนคว่ำหน้าอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังหันขึ้นฟ้าและหน้าท้องแนบอยู่กับพื้นดินที่เย็นเฉียบ
แล้วพวกเขาจะทำให้เขาปริปากพูดได้อย่างไร?
คือ... ตอนแรกอินกรอทวางแผนที่จะถลกหนัง (ลอกผิวหนังของเขาออกหลายๆ ชั้น) ก่อนจะเผาด้วยไฟ ตัดนิ้ว ควักลูกตา และอื่นๆ อีกมากมาย
"เดี๋ยวก่อน!" คอนเนอร์พูดขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาวิลเลียมและบีบกรามของเขาอีกครั้ง
"ลูกพี่ลูกน้อง!
นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว
พูดมาตอนนี้ หรือไม่ก็เจอ..."
ถุย!
--เงียบกริบ--
คอนเนอร์ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะตัวสั่นเทาด้วยความโกรธในที่สุด
ไอ้ลูกหมานี่กล้าถ่มน้ำลายใส่เขางั้นรึ?
ไอ้เวรนี่ไม่แม้แต่จะรอให้เขาพูดจบประโยคก็ถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาแล้ว
เขาเช็ดน้ำลายของวิลเลียมออกจากใบหน้าอย่างใจเย็นด้วยมือที่สั่นเทา และรู้สึกว่าลมหายใจของเขาหนักขึ้นทุกวินาที
บ้าเอ๊ย!
ไอ้สารเลวคนนี้เพิ่งจะถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าอันสูงส่งของเขาต่อหน้าคนของเขา รวมทั้งคนของอีไลด้วยงั้นรึ?
เจ้าชายจอมปลอมนี่กล้าดียังไงมาถ่มน้ำลายใส่เขา?
มันคิดว่ามันเป็นใคร?
คอนเนอร์มองไปรอบๆ และเห็นคนของอีไลทุกคนพยายามกลั้นหัวเราะ
และเมื่อเขาหันไปมองอีไลในที่สุด เขาก็เห็นว่าพี่ชายที่ดีของเขาคนนี้ก้มหน้าลงราวกับว่ากำลังโค้งคำนับ
แต่ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าไหล่ของอีไลก็สั่นเล็กน้อยเช่นกัน
บัดซบ!
เขากำลังหัวเราะเยาะข้างั้นรึ?
ใบหน้าของคอนเนอร์เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอับอายและความโกรธ และเขาก็กำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาลขณะจ้องมองไปที่ตัวการที่ก่อเรื่องทั้งหมด
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาถูกทำให้อับอายต่อหน้าธารกำนัลอย่างเปิดเผย
ใช่แล้ว!
ครั้งแรกเกิดขึ้นที่เบย์มาร์ด และแน่นอนว่าเป็นฝีมือของแลนดอน
และตอนนี้ เจ้าชายตัวปลอมคนนี้ก็ทำให้เขาต้องอับอายอย่างมากเช่นกัน
อีไลมองไปที่คอนเนอร์และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
ใครใช้ให้เขาพูดมากเองล่ะ?
ถ้าเขาอยากจะทรมานวิลเลียม เขาก็น่าจะลงมือทำไปตั้งนานแล้ว
ดูสิ! แม้แต่นักโทษก็ยังเบื่อที่จะฟังเสียงน่ารำคาญของเขาเลย
คอนเนอร์มองทุกคนและรู้สึกเหมือนอยากจะขุดหลุมแล้วฝังตัวเองลงไปตรงนั้น
ดังนั้น เพื่อกลบเกลื่อนความอับอายของตน เขาก็เตะวิลเลียมหลายครั้งอย่างรวดเร็ว
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
"แกกล้าดียังไง?!!!!"
คอนเนอร์เตะวิลเลียมอย่างสุดแรงและกระทืบนิ้วของเขาด้วย
แต่ไม่ว่าลูกเตะของเขาจะรุนแรงเพียงใด วิลเลียมก็ไม่เคยร้องไห้หรือส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมาเลย
และเมื่อคอนเนอร์รู้สึกว่าเขาได้ระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว เขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างใจเย็นเพื่อพยายามสงบหัวใจที่ร้อนรุ่มของเขา
"อินกรอท!"
"พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!"
"มอบความเจ็บปวดให้เขาสองเท่า"
"ตามพระประสงค์พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"
อินกรอทหยิบมีดที่ดูเหมือนมีดแล่เนื้อ 2 เล่มออกมาแล้วลับมันเข้าด้วยกันอย่างใจเย็น
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงใบมีดดังก้องไปทั่วทุ่งที่เงียบสงบ
ในทางกลับกัน วิลเลียมทำใจให้สงบนิ่งดั่งสระน้ำที่ไร้คลื่น
ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ เขาก็ไม่สามารถหนีจากการถูกทรมานได้
แล้วทำไมไม่เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมแทนล่ะ?
ในไม่ช้า เสียงมีดที่เสียดสีกันก็เงียบลง
ถึงเวลาที่การทรมานจะเริ่มต้นขึ้น
และในขณะที่ใบมีดกำลังจะฟันลงบนแผ่นหลังของวิลเลียม ทุกคนก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ประหลาดๆ ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
เอ๊ะ?
เสียงอะไรน่ะ?
ทุกคนสับสนอย่างสิ้นเชิงและมองไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังมาพร้อมกับดาบและธนูในมืออย่างมั่นคง
อีไลและคอนเนอร์รู้สึกเหมือนเคยได้ยินเสียงประหลาดนี้จากที่ไหนมาก่อน... แต่พวกเขาก็นึกไม่ออกว่าที่ไหน
วรื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!
แลนดอนและพรรคพวกของเขามาถึงแล้ว!
ยานพาหนะของกองทัพหลายคันขับพุ่งเข้ามาในที่เกิดเหตุอย่างบ้าคลั่ง
และขณะที่พวกเขาขับเข้ามา ชายหลายคนก็หลีกทางให้โดยไม่รู้ตัวพลางมองดูยานพาหนะเหล่านั้นด้วยความทึ่ง
พวกเขามีความคิดคร่าวๆ ว่าราชรถสวรรค์เหล่านี้คืออะไร แต่พวกเขาไม่แน่ใจว่าความคิดของพวกเขาถูกต้องหรือไม่
ท้ายที่สุด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยไปเบย์มาร์ดกับคอนเนอร์และอีไลมาก่อน
ดังนั้นหลายคนจึงเคยได้ยินเรื่องนี้ แต่ไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง
วรื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!
แลนดอนและคนของเขาขับผ่านส่วนที่ 1 และ 2 อย่างรวดเร็ว... ก่อนจะมาถึงส่วนที่ 3 ในที่สุด
สถานที่นั้นกลายเป็นโกลาหลอย่างรวดเร็ว ชายหลายคนกระโดดหลบไปด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยานพาหนะชนเมื่อมันขับผ่าน
"พวกมันมาทางนี้แล้ว!
กระโดดหลบ!!!!"
"ปัง!"
"บ้าเอ๊ย!
ข้าว่าขาข้าเพิ่งเจ็บเมื่อกี้นี้เอง"
"ฮ่าๆๆๆๆ!
เพื่อนเอ๊ย... แกน่าจะเห็นท่ากระโดดของตัวเองนะ
อย่างกับตั๊กแตนตำข้าวบินเลย"
"เออ...แต่ว่ากันตามตรงนะ แกคิดว่าพวกเขาเป็นชาวเบย์มาร์ดรึเปล่า?"
"ข้า...ข้าคิดว่าน่าจะใช่ที่สุดแล้ว"
"แต่ถ้าใช่ แล้วพวกเขามาที่นี่ทำไม?
อ๋า! หรือว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อต่อสู้กับเจ้าชายภูตินั่นด้วย?"
"เดี๋ยวนะ!
ทำไมเจ้าหมอนี่ถึงได้เป็นที่นิยมขนาดนี้?
ทำไมทุกคนถึงอยากได้ตัวเขานัก?
แน่ใจนะว่าบรรพบุรุษของเขาไม่ได้สาปแช่งเขาก่อนที่เขาจะเกิดมา?
ทำไมศัตรู 3 กลุ่มที่แตกต่างกันถึงเลือกโจมตีคนคนเดียวกันในวันเดียวกัน?
เขามีโชคร้ายบัดซบอะไรขนาดนี้?
เฮ้อ... ข้าชักจะสงสารเขาขึ้นมาแล้วสิ"
"จะสงสารโง่ๆ ไปทำไม?
จะบอกอะไรให้...เรื่องแบบนี้ ไม่มีมูลหมาไม่ขี้หรอก"
ถ้าอย่างนั้น ถ้าหมอนี่เป็นคนดี แล้วทำไมทุกคนถึงแห่กันมาโจมตีเขาล่ะ?
แม้แต่คนจากเบย์มาร์ดก็ยังต้องการหัวของเขาเหมือนกัน
แล้วจะไปสงสารอะไรบ้าๆ บอๆ?
"ใช่!
ข้ามั่นใจว่าชาวเบย์มาร์ดพวกนี้ไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่"
"เจ้าพูดถูก!
พวกเขามาที่นี่เพื่อจัดการเขาให้สิ้นซากเหมือนกันแน่นอน"
"_"
วรื้นนนนนนนนนน!
เอี๊ยดดดดดดดดด!
รถสามคันแรกที่อยู่ด้านหน้า ‘ดริฟต์’ และในที่สุดก็จอดในแนวทแยงคั่นอยู่ระหว่างวิลเลียมและเจ้าชายอีกสองคนพอดี
และก่อนที่ใครจะทันได้พูดหรือทำอะไร ประตูรถก็เปิดผางออก..... และทหารในเครื่องแบบหลายนายก็กรูออกมา
ปัง!
"พบเป้าหมายแล้ว!
ล้อมเป้าหมายไว้เดี๋ยวนี้
เคลื่อนพล! เคลื่อนพล! เคลื่อนพล! เคลื่อนพล!!!!"