- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 532 ศัตรูรอบทิศ ( 1 )
บทที่ 532 ศัตรูรอบทิศ ( 1 )
บทที่ 532 ศัตรูรอบทิศ ( 1 )
‘ติ๊ง!’
‘โฮสต์ได้รับภารกิจช่วยเหลือใหม่!’
แลนดอนกะพริบตาด้วยความประหลาดใจและสับสนเล็กน้อย
ใครกัน?
ดวงตาของเขายิ่งตื่นตัวมากขึ้น ขณะที่เขารีบเหลือบมองภารกิจ
ระบบไม่ได้บอกเขาว่าเขากำลังจะไปช่วยใคร
มันระบุไว้เพียงว่าเขาควรจะมุ่งหน้าไปทางตอนเหนือของอาร์คาดิน่าอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์
กล่าวโดยย่อ สิ่งที่มันทำทั้งหมด... คือให้แผนที่แก่แลนดอนว่าเขาควรจะไปอยู่ที่ไหนสำหรับภารกิจช่วยเหลือ
นอกจากนั้น ภารกิจยังต้องการให้เขาขับยานพาหนะขนส่งของกองทัพแบบปิดที่ไว้ใจได้ออกจากเบย์มาร์ดสำหรับภารกิจนี้
อืม... ดูจากทรงแล้ว ถ้าเขาใช้รถ... เขาน่าจะไปถึงจุดหมายได้ภายในหนึ่งสัปดาห์กับอีก 3 วัน
นั่นคือในกรณีที่เขาเผื่อเวลาสำหรับถนนที่ไม่ดีและเรื่องที่ไม่คาดฝันอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับเขาและทีมในภารกิจช่วยเหลือนี้
โชคดีที่ความง่วงไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล เพราะคนขับสามารถสลับกันขับและนอนหลับในขณะที่เดินทางต่อไปได้
ถ้าเป็นฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วง เขาจะใช้บอลลูนลมร้อนแทนอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว และการที่เขาจะใช้บอลลูนลมร้อนในการเดินทางนั้นเสี่ยงและท้าทายเกินไป
ประการแรก อากาศบนท้องฟ้าจะหนาวเย็นยะเยือกและเกินกว่าจะทนหายใจเข้าไปเฉยๆ ได้
มันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
ประการที่สอง ที่ระดับความสูงเช่นนั้น... เนื่องจากบอลลูนทั้งลูกต้องสัมผัสกับอากาศ ถังแก๊สจะแข็งตัวอย่างแน่นอน
สิ่งนี้จะนำไปสู่หายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาและคนของเขา
และถ้าหิมะเกิดตกลงมาในตะกร้าขณะบิน มันจะทำให้ตะกร้าหนักลง
ควรต้องรู้ไว้ว่าในการออกแบบบอลลูนลมร้อน น้ำหนักสูงสุดที่จำเป็นเพื่อให้บอลลูนลอยอยู่ได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุก็ถูกนำมาพิจารณาในการสร้างด้วย
ดังนั้นถ้าหิมะเต็มตะกร้าและเพิ่มน้ำหนักให้กับกลไกทั้งหมด... มันคงจะเลวร้ายมากจริงๆ
กล่าวโดยย่อ ระบบพูดถูกที่ต้องการให้เขาใช้ยานพาหนะขนส่งทางทหารที่พัฒนาขึ้นใหม่บางส่วนสำหรับภารกิจนี้
วิธีการขนส่งอื่นใดล้วนเสี่ยงเกินไปหรือใช้เวลานานเกินไป
แลนดอนมองไปที่กระดานภารกิจและขมวดคิ้ว
‘ระบบ... ข้ากำลังจะไปช่วยคนแค่คนเดียวเหรอ?’
‘อาจจะ... หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้โฮสต์ จำนวนคนที่ได้รับการช่วยเหลือจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของโฮสต์แต่เพียงผู้เดียว’
แลนดอนลูบศีรษะของตนเองอย่างสับสนยิ่งกว่าเดิม
เขาแค่ต้องไปให้ถึงตำแหน่งนั้นบนแผนที่แล้วช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ?
และจริงๆ แล้ว เขาจะไปช่วยใครกันแน่?
‘แน่นอนว่ามีบุคคลหนึ่งที่โฮสต์ต้องช่วยให้ได้ แต่โฮสต์ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าภารกิจนี้เกี่ยวกับใครในตอนนี้ เพราะเมื่อโฮสต์ไปถึงที่นั่น... เขาก็จะเข้าใจเองว่าอะไรหรือใครที่เขาต้องช่วยจริงๆ สำหรับตอนนี้ โฮสต์เพียงแค่ต้องนำคนไปให้เพียงพอสำหรับภารกิจ เพราะในตอนนี้ มีศัตรูหลายกลุ่มกำลังพุ่งเป้าไปที่บุคคลที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นรายๆ ไป ดังนั้นโฮสต์ควรทำให้ดีที่สุด!’
เมื่อฟังระบบแล้ว แลนดอนก็ตัดสินใจที่จะไม่คิดมาก... เพราะภารกิจจะต้องสำเร็จไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เนื่องจากความล้มเหลวจะส่งผลให้เขาต้องตาย ซึ่งเป็นการลงโทษจากระบบ
เขารีบดูปฏิทินและเริ่มวางแผนสำหรับวันออกเดินทางในวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็คืออีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า
แน่นอนว่าแม้เขาจะออกเดินทางในวันที่ 27 แต่เมื่อดูจากทุกอย่างแล้ว... เขาควรจะไปถึงในอีกหนึ่งสัปดาห์กับอีกสองสามวันให้หลัง
ดังนั้นเขาควรจะไปถึงที่นั่นในช่วงต้นเดือนมีนาคม
แต่ที่แน่ๆ ในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่กับเรื่องนั้น... ก็อย่างที่ระบบได้กล่าวไว้ ในขณะนี้... คนอื่นๆ ก็กำลังวางแผนที่จะกำจัดเป้าหมายที่แลนดอนต้องไปช่วยเช่นกัน
--ฐานทัพลับแห่งหนึ่งระหว่างตอนเหนือและตอนกลางของอาร์คาดิน่า--
ในห้องที่สว่างไสว ชายหนุ่มที่สวมเพียงเสื้อคลุมนอน... นั่งลงอย่างใจเย็นบนขอบเตียงของเขา
แม้ว่าเขาจะเปลือยกายอยู่ใต้เสื้อคลุม เขาก็ยังไม่คิดที่จะผูกเสื้อคลุมหรือปิดบังความเปลือยเปล่าของตนเอง
เขาปล่อยเสื้อคลุมให้เป็นอิสระโดยไม่สนใจในขณะที่นั่งอยู่บนเตียงพลางครุ่นคิด
และชายคลุมหน้าในชุดดำคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเขา เขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากความจริงที่ว่าของสงวนของเจ้านายอยู่ใกล้ใบหน้าของเขามากเกินไป
“ฝ่าบาท... นั่นคือข้อมูลทั้งหมดที่กระหม่อมรวบรวมมาได้โดยไม่ถูกจับได้พ่ะย่ะค่ะ” ชายคลุมหน้ากล่าวขณะที่พยายามอย่างยิ่งที่จะตั้งสมาธิในการรายงานสิ่งที่ค้นพบต่อหน้าของสงวนของเจ้านาย
“ฝ่าบาท ได้โปรดแต่งกายให้มิดชิดด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
(-°εï¸ ¹ε-°)
ส่วนเจ้านายของเขาเป็นใครน่ะหรือ... ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก อีไล บาร์น
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ! ต้องขอบคุณเจ้าโง่นั่น ตอนนี้เราถึงได้รู้ตำแหน่งของน้องชายข้า... หรือควรจะเรียกว่า ลูกพี่ลูกน้องดี”
อีไลยิ้มอย่างโหดเหี้ยมขณะที่คิดว่าโชคของเขาดีเพียงใด
เพราะแม้ว่าสลิธีรินจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ แต่เจ้าโง่นั่นก็ยังช่วยเขาได้อย่างมากด้วยการไปเป็นนักโทษให้วิลเลียม
ใช่!
ก็เพราะเหตุนี้เองที่คนของอีไลได้พบที่ซ่อนหลักของวิลเลียมในที่สุด
นี่เป็นโอกาสที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองสำหรับอีไลอย่างแท้จริง
เพราะแม้ว่าสลิธีรินจะหมกมุ่นกับการตามหาเจ้าชายภูติมากกว่าเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กังวลกับเรื่องนี้เลย
ตรงกันข้าม เขายังส่งคนจำนวนมากไปตามหาวิลเลียมทั้งวันทั้งคืน... เพราะเขากลัวว่าวิลเลียมจะมาชิงบัลลังก์ไปจากเขาในพริบตา
แต่ตอนนี้เมื่อเขารู้แล้วว่าวิลเลียมอยู่ที่ไหน เขาก็รู้สึกมั่นใจมากกว่าที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!”
เสียงหัวเราะอันดังและเกรี้ยวกราดของเขาดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ราวกับระลอกคลื่นในสระน้ำนิ่งหลังจากมีก้อนหินถูกโยนลงไป
ใบหน้าของเขาฉาบไปด้วยความพึงพอใจขณะที่เขากำลังชื่นชมตัวเองอย่างลึกซึ้งในใจ
ใครกันที่เจอที่ซ่อนของวิลเลียม?
ก็ข้าคนนี้น่ะสิ!!
แล้วใครคือชายที่ฉลาดที่สุดในอาร์คาดิน่า?
แน่นอนว่าต้องเป็นข้า!
เจ้าชายภูติอะไรกัน?
ให้ตายเถอะ!
ถ้าเขาเก่งกาจขนาดนั้น แล้วคนของข้าจะหาที่ซ่อนหลักของเขาเจอแบบนี้ได้อย่างไร?
ฮ่าๆๆๆๆๆ!
อีไลรู้สึกยอดเยี่ยมจริงๆ!!
ครั้งนี้ เขาจะโค่นวิลเลียมลงได้อย่างแน่นอน
ครั้งนี้ เขาจะเป็นผู้ชนะ!