เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดี

บทที่ 3 ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดี

บทที่ 3 ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดี


มีผู้คน 10 กลุ่มนั่งอยู่บนพื้น แต่ละกลุ่มมีคนอย่างน้อย 30 คนรวมตัวกันอยู่รอบกองอาหาร ขณะที่เขาเดินผ่านไป พวกเขาก็คุกเข่าข้างหนึ่งลงเพื่อทำความเคารพอย่างถูกแบบแผน

"ถวายความเคารพ ฝ่าบาท"

"พวกท่านนั่งลงตามสบายเถิด ไม่ต้องมากพิธี" เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ชายเหล่านั้นรู้สึกโล่งใจและกลับไปนั่งลง เขาเดินตามลูซี่ต่อไปพลางส่ายศีรษะ เมื่อเห็นมารดาของตนเขาก็เดินตรงเข้าไปนั่งลงข้างๆ นางมองเขาอย่างจริงจังกว่าเดิม จับเขาหันซ้ายทีขวาทีจากนั้นก็กอดเขาแล้ววางมือลงบนศีรษะราวกับจะวัดไข้ ในขณะเดียวกันลูซี่ก็จับข้อมือของเขาราวกับพยายามจะจับชีพจร จากนั้นเธอก็จับใบหน้าของเขาหันซ้ายทีขวาทีราวกับจะทำให้ตัวเองมั่นใจว่าเขาสบายดีจริงๆ

‘ให้ตายสิข้าเป็นถึงกษัตริย์นะ พวกท่านยังมาทำกับข้าเหมือนเป็นเด็กอีก...แล้วคนของข้าจะคิดอย่างไรเมื่อเห็นข้าเป็นแบบนี้.....นี่ไม่รู้หรือไงว่าการเขย่าตัวข้าแบบนี้จะทำให้ข้าเวียนหัวน่ะ’ เขาคิดในใจ

"แลนดอนน้อย เจ้าดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ ถึงแม้เจ้าจะดูดีขึ้นแล้วแต่เมื่อเราไปถึงเบย์มาร์ดเราจะไปหาหมอหลวงนะ เอ้านี่ กินเยอะๆ..." ขณะที่มารดาของเขาพูดนางก็หยิบจานใหญ่ออกมาและตักอาหารใส่จานไม่หยุด

ดวงตาของแลนดอนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เขามองไปรอบๆและสังเกตเห็นว่าจานของเขานั้นใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ไม่ใช่แค่ในกลุ่ม แต่มันเป็นจานที่ใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต ‘ใครมันจะใช้จานแบบนี้กินข้าวกัน บอกความจริงข้ามาเถอะนี่ท่านพยายามจะฆ่าข้าให้ท้องแตกตายใช่หรือไม่’

"พี่แลนดอน นี่ค่ะ เอาอาหารของข้าไปบ้างนะคะ..."

ขณะที่ลูซี่พูดเธอก็ตักอาหารใส่จานของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มารดาของเขาก็ตักอาหารใส่จานของเขามากมายเช่นกันในที่สุดเมื่อนางหยุด นางก็ถือช้อนของเขาแล้วตักอาหารป้อนไปที่ปากของเขา ‘โอ้ พระเจ้า นี่ท่านจะมาป้อนข้าด้วยหรือออออ’ เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจ

เมื่อคิมเห็นว่าเขาไม่ยอมกินอาหารบนช้อน นางคิดว่าอาจเป็นเพราะมันร้อนเกินไป ดังนั้นนางจึงทำในสิ่งที่มารดาทุกคนจะทำ นั่นคือเป่าอาหารบนช้อน

"ฟู่...ฟู่... เอ้านี่... แลนดอนน้อย มันเย็นแล้ว รีบกินเถอะ"

แลนดอนถึงกับพูดไม่ออก เขารีบมองไปที่กลุ่มชายในกลุ่มของเขา เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังพยายามกลั้นหัวเราะ ที่จริงแล้ว ดวงตาของชายคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำปนม่วงอย่างน่าขัน เขามองไปที่พวกเขาราวกับจะพูดว่า ‘ช่วยข้าด้วย’ แต่พวกเขากลับยักไหล่แล้วกินอาหารต่อไปพลางกลั้นหัวเราะ

‘นี่สินะความรู้สึกของการมีแม่...มันรู้สึกดีมาก...ก็ได้ ข้ายอมให้ท่านป้อนก็ได้...แต่แค่นครั้งนี้นะ...ยังไงซะ ข้าก็ถือว่าเป็นคนป่วยอยู่ มันก็คงไม่แปลกเท่าไหร่...ใช่ไหม’ เขาอดคิดไม่ได้

ในชาติก่อนเขาเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ แต่ในชาตินี้ แม้ว่าเขาจะมีบิดาที่เลวทราม แต่มารดาของเขาก็เป็นดั่งนางฟ้า เขายังถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนที่ห่วงใยเขาอย่างแท้จริง

เมื่อมองไปที่ลูซี่ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ประกอบกับความจริงที่ว่าเธอใช้เวลาดูแลแลนดอนคนเก่าคอยปกป้องเขาเสมอเมื่อเขาถูกรังแก เธอซื่อสัตย์ ห่วงใย และค่อนข้างเข้มแข็ง...เขาสาบานในใจว่าจากนี้ไปเขาจะดูแลและปกป้องเธอ

แม้ว่าเขาจะซาบซึ้งใจในตัวมารดาและลูซี่ แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘นี่พวกท่านเห็นข้าเป็นลูกหมูหรืออย่างไร อาหารในจานของข้านี่ผู้ชายตัวโตๆ สามคนกินก็ยังเหลือเลยนะ นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ’ แม้จะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อมองใบหน้าที่ให้กำลังใจของลูซี่และมารดาเขาก็ตัดสินใจที่จะกินให้หมด

‘สงสัยวันนี้คงเป็นวันที่ข้าต้องตายเพราะกินมากเกินไป’

เมื่อแลนดอนและมารดาของเขาออกจากเมืองหลวงพวกเขาได้รับอัศวินมาเพียงสามร้อยสามสิบนายเท่านั้น บารอนและดยุคส่วนใหญ่มีอัศวินภายใต้การดูแลอย่างน้อยสามพันนาย เมื่อพี่ชายของเขาทุกคนอายุสิบห้าปีพวกเขาได้รับเมืองที่เจริญรุ่งเรืองให้ปกครองพร้อมกับอัศวินไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นนาย แม้แต่พี่สาวของเขาก็ยังได้รับอัศวินมากกว่าเขา แม้ว่าพี่สาวของเขาจะได้รับคฤหาสน์ในเมืองหลวงแทนที่จะเป็นเมืองให้ปกครอง แต่พวกนางก็ได้รับอัศวินสามพันนายอยู่ภายใต้การปกครองและบัญชาการ

อัศวินที่ติดตามเขามานั้นล้วนเป็นพวกที่จักรวรรดิถือว่ามีพรสวรรค์ด้านการเป็นอัศวินที่เลวร้ายที่สุด ขาดการฝึกฝนที่เหมาะสมหรือถูกมองว่าเป็นตัวสร้างความรำคาญให้กับกษัตริย์ สรุปแล้ว อัศวินเหล่านี้จริงๆ แล้วเป็นคนดีที่ถูกคนในจักรวรรดิรังแกเท่านั้น

แต่ในบรรดาชายเหล่านี้มีอัศวินที่โดดเด่นอยู่ห้านาย ลูเซียสเป็น ‘ผู้บัญชาการอัศวิน’ ซึ่งมีเกียรติยศสูงสุดตำแหน่งหนึ่งในจักรวรรดิ เป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับหลายๆคนเมื่อเขาลาออก โดยระบุว่าจะติดตามแลนดอนไปยังเบย์มาร์ดแน่นอนว่าไม่ใช่สำหรับเขา เขารู้ดีกว่าใครจากความทรงจำของเขา

ลูเซียสดูแลเขาเหมือนพ่อมาตั้งแต่จำความได้ เป็นที่ชัดเจนว่าลูเซียสมีความรู้สึกต่อมารดาของเขา แต่นางกลับซื่อจนมองไม่เห็น เขาอดคิดไม่ได้ว่า ‘ข้าต้องจับคู่ให้พวกเขาสองคนไหมนะ...ยังไงซะท่านแม่ก็สมควรได้รับความสุขเช่นกัน’ ขณะที่คิด เขาก็กินต่อไปและมองไปรอบๆ

เขามองไปที่ชายสามคนที่นั่งอยู่ข้างลูเซียส พวกเขาคือจอช มาร์ค และแกรี่ พวกเขาทั้งหมดเป็นศิษย์ผู้ภักดีของลูเซียสที่ติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง แน่นอนว่าพวกเขาก็ปฏิบัติต่อแลนดอนเหมือนน้องชาย พวกเขาทั้งหมดทำงานหนักจนได้รับตำแหน่ง ‘ผู้กองอัศวิน’

สุดท้ายเขามองไปที่เทรย์ พาร์ซี ซึ่งเป็นอัศวินส่วนตัวและองครักษ์ของเขา เทรย์ภักดีต่อแลนดอนอย่างยิ่งยวดจนคุณอาจคิดว่ามันคือการเสพติด เขาอยู่ใกล้แลนดอนเสมอเพื่อปกป้องเขาตลอดเวลา

พวกเขามักจะเล่นด้วยกันและพูดจาตลกโปกฮา ในใจของเทรย์ แลนดอนคือน้องชายของเขา แม้ว่าเทรย์จะอายุเพียง 19 ปี แต่เขาก็แข็งแกร่งอย่างยิ่งและได้รับตำแหน่ง ‘ผู้หมวดอัศวิน’

ในจักรวรรดิ อัศวินจะได้รับการจัดอันดับหลังจากประเมินความสำเร็จและความแข็งแกร่งของพวกเขา อันดับของอัศวินเริ่มต้นจากตำแหน่งที่ได้รับรางวัลน้อยที่สุดคือ

ผู้ติดตามอัศวิน ไปจนถึง มหาดเล็ก จากนั้นเป็น ผู้หมวด ผู้กอง ผู้พัน ผู้บัญชาการ จอมทัพอัศวิน และสุดท้ายคือ จอมพลอัศวิน

หลังจากที่ทุกคนอิ่มหนำสำราญแล้ว พวกเขาก็เดินทางต่อไปยังบ้านใหม่ของตน...เบย์มาร์ด

จบบทที่ บทที่ 3 ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดี

คัดลอกลิงก์แล้ว