- หน้าแรก
- ระบบหีบสมบัติไร้เทียมทานจากต่างโลก
- บทที่ 45 ยอดฝีมือมักจะมาสายเสมอ
บทที่ 45 ยอดฝีมือมักจะมาสายเสมอ
บทที่ 45 ยอดฝีมือมักจะมาสายเสมอ
สามวันต่อมา...
ณ ลานประลองเมืองเชียนหยาง ผู้คนนับหมื่นรวมตัวกัน เสียงอึกทึกกึกก้องสะท้านฟ้า
การประลองคัดเลือกยอดฝีมือคือเทศกาลอันยิ่งใหญ่ของผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์แห่งพันธมิตรสิบทะเล ซึ่งจัดขึ้นสามปีต่อหนึ่งครา ทุกครั้งที่จัดขึ้นก็จะดึงดูดความสนใจอย่างมหาศาล
นี่เป็นเพียงแค่การคัดเลือกในรอบแรกเท่านั้น แต่จำนวนผู้ที่มาชมการประลองก็มีเกินกว่าแสนคน นอกสนามยิ่งมีผู้ชมรวมตัวกันหนาแน่น โรงพนันใหญ่ๆ โดยรอบถูกฝูงชนเบียดเสียดจนแทบแตก ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนล้วนมีอัตราต่อรองสูงลิ่ว เพื่อดึงดูดเหล่านักพนัน
“เจ้าหนูหลี่เสวียนเย่นี่เหตุใดจึงยังไม่มาอีก ใกล้จะถึงคราวเมืองไห่โหลวของพวกเราขึ้นลานประลองแล้ว”
สงเจี้ยนร้อนใจอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าการประลองคัดเลือกกำลังจะเริ่มขึ้น เมืองไห่โหลวกลับโชคไม่ดี ถูกจับสลากให้ขึ้นลานประลองเป็นคู่แรก อีกทั้งคู่ต่อสู้ยังเป็น ‘เมืองเหยาหวง’ ที่อยู่ในอันดับสามของพันธมิตรสิบทะเล มียอดฝีมือระดับฝึกกายาขั้นสิบถึงเจ็ดคน และยอดฝีมือระดับฝึกวิญญาณอีกสามคน
สงเจี้ยนได้ละทิ้งความหวังกับการประลองคัดเลือกระดับฝึกวิญญาณโดยสิ้นเชิงแล้ว แม้ว่าเมื่อคืนข่งหลิงเซวียนจะทะลวงถึงระดับฝึกวิญญาณได้สำเร็จ แต่การที่จะต้องสู้หนึ่งต่อสาม ท้ายที่สุดแล้วก็หาได้มีโอกาสชนะไม่แม้แต่น้อย บัดนี้เขาทำได้เพียงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่หลี่เสวียนเย่ ขอเพียงแค่เขาสามารถผ่านเข้ารอบในกลุ่มระดับฝึกกายาได้ เมืองไห่โหลวก็จะไม่ถึงกับต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอัปยศอดสู
กฎของการประลองคัดเลือกคือการต่อสู้ระหว่างเมือง พันธมิตรสิบทะเล สิบเมืองใหญ่ ในช่วงแรกจะใช้วิธีจับสลากเพื่อตัดสินคู่ต่อสู้ หลังจากผ่านการคัดเลือกหลายรอบ จึงจะมีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ผู้ที่สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้มีเพียงหยิบมือ ก่อนหน้านั้น ส่วนใหญ่จะต้องกลายเป็นตัวประกอบ แต่ขอเพียงแค่ทนผ่านไปได้สองสามรอบ ก็ยังพอจะมีอันดับอยู่บ้าง ทว่าหากถูกกวาดล้างทั้งหมดในรอบแรก ก็จะหมดหวังโดยสิ้นเชิง
ในการประลองคัดเลือกครั้งที่แล้ว เมืองไห่โหลวยังไม่เคยประสบกับการโจมตีของเผ่าพันธุ์ใต้สมุทร หอฝึกยุทธ์เต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ แม้ว่าผลงานจะไม่ดีนัก แต่ก็ยังได้อันดับที่เจ็ด หากในครานี้ได้อันดับสุดท้าย ก็คงจะน่าหัวเราะเยาะเกินไป
“ไม่ทันแล้ว พวกเราขึ้นลานประลองก่อนเถิด”
เว่ยหยวนถอนหายใจกล่าว ทั่วร่างของเขาแดงก่ำ กลิ่นอายหยาบกระด้าง ในรูจมูกมีหมอกสีขาวลอยออกมา ราวกับกระทิงเปลี่ยวที่กำลังคลุ้มคลั่ง นี่คือผลของการเปิดใช้ <เคล็ดวิชาโลหิตระเบิดพลัง> อย่างสมบูรณ์
สายตาของสวีอิ๋งอิ๋งแน่วแน่แล้วกล่าวว่า:
“พี่หยวน ท่านกับข้าแม้ไม่ได้เกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่ขอตายวันเดือนปีเดียวกัน จบการประลองนี้ ข้าจะตกลงแต่งงานกับท่าน”
สงเจี้ยนและถังถังอดที่จะเหลือบตามองบนไม่ได้ นี่ไม่ได้ว่าจะไปออกรบเสียหน่อย จำเป็นต้องกล่าววาจาจริงจังถึงเพียงนี้เชียวรึ?
“ข้าก็ไม่รอแล้วเช่นกัน”
ถังถังมีสีหน้าแน่วแน่ เดินขึ้นสู่ลานประลองพร้อมกับเว่ยหยวนและสวีอิ๋งอิ๋ง
ผู้ชมรอมาครึ่งค่อนวัน เมื่อเห็นว่าการประลองคัดเลือกในที่สุดก็เริ่มขึ้น ก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น สำหรับผู้ชมส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาไม่ได้สนใจว่าผู้ที่ขึ้นลานประลองคือใคร บางทีอาจจะจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ขอเพียงแค่ได้เห็นผู้คนประลองยุทธ์ ก็ต้องโห่ร้องดีใจ
มันก็เหมือนกับการดูมหกรรมกีฬา ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกฎกติกา ถึงกับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัดสินแพ้ชนะเช่นไร แต่ก็ไม่อาจขัดขวางจิตใจที่รักการชมความสนุกสนานของผู้คนได้
บัณฑิตหน้าขาวผู้หนึ่งยิ้มอย่างดูแคลน:
“ไม่มีแม้แต่ขั้นสิบสักคน ก็คู่ควรที่จะมาสู้กับเมืองเหยาหวงของพวกเรารึ? ศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่จำเป็นต้องลงมือ ให้ข้าคนเดียวขึ้นลานประลองจัดการพวกมันในทันทีก็พอ”
พลังฝีมือของเมืองเหยาหวงสามารถติดอันดับสามในพันธมิตรสิบทะเลได้ ผู้ฝึกตนที่สามารถขึ้นลานประลองได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา บัณฑิตหน้าขาวผู้นี้แม้ว่าจะมีท่าทีที่หยิ่งผยองน่าหมั่นไส้ แต่กลิ่นอายทั่วร่างกลับไม่ธรรมดา ถึงกับไม่ด้อยไปกว่าเซียวฉงเต้า ในร่างกายราวกับซ่อนอสูรโบราณไว้ตัวหนึ่ง ส่งเสียงคำรามของมังกรและพยัคฆ์ออกมาเป็นระยะ
“โอหัง!”
เว่ยหยวนคำรามขึ้นมา <เคล็ดวิชาโลหิตระเบิดพลัง> ถูกใช้ออกมาจนถึงขีดสุด ทั้งร่างมีควันสีขาวลอยขึ้นมา พุ่งทะยานออกไป ทว่ายังไม่ทันได้สัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย ก็ถูกบัณฑิตหน้าขาวฟาดฝ่ามืออย่างสบายๆ โจมตีออกจากลานประลองโดยตรง
“พี่หยวน!”
สวีอิ๋งอิ๋งกรีดร้องพลางพุ่งเข้าไป ร่างของนางเบาราวกับนกนางแอ่น ความเร็วรวดเร็วอย่างยิ่ง ชายกระโปรงราวกับคมดาบพัดผ่านไปตามลม แต่ก็ไม่สามารถทนทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ถูกฟาดฝ่ามือเดียวปลิวไป ถอยกลับมาอย่างน่าสังเวช
ศิษย์สองคนพึ่งจะขึ้นลานประลอง ก็พ่ายแพ้ติดต่อกัน ถึงกับไม่สามารถทนทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวของอีกฝ่าย บนใบหน้าของสงเจี้ยนช่างเศร้าจนน้ำตาแทบจะไหลเป็นสายเลือด เขาประคองเว่ยหยวนและสวีอิ๋งอิ๋งขึ้นมา ฝืนยิ้มอย่างยากลำบากแล้วกล่าวว่า:
“ไม่ต้องท้อแท้ พยายามเต็มที่แล้วก็พอ”
ถังถังส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา สีหน้าพลันเคร่งขรึมขึ้นมา นางหายใจออกราวกับดอกบัว ไอเย็นแผ่ซ่าน ฟาดฝ่ามือออกไป พร้อมกับเกล็ดน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่บัณฑิตหน้าขาว
บัณฑิตหน้าขาวถึงได้ให้ความสำคัญขึ้นมา เขากระทืบเท้าทะยานขึ้น ลอยขึ้นไปกลางอากาศ ฝ่ามือที่แข็งแกร่งหาที่เปรียบไม่ได้ฟาดลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเข้าใส่ถังถัง
“เดิมทีไม่อยากจะเปิดเผยพลังฝีมือมากนัก แต่อย่างน้อยก็ต้องจัดการคู่ต่อสู้สักสองคน จะได้ไม่แพ้อย่างน่าเกลียดเกินไปนัก”
ถังถังนึกในใจ กระบวนท่าฝ่ามือพลันยกระดับขึ้น ในชั่วพริบตาลมพัดหิมะโปรย บนลานประลองถึงกับมีหิมะปุยนุ่นตกลงมา ท่ามกลางพายุหิมะ คล้ายมีเทพธิดาแห่งน้ำแข็งองค์หนึ่งปรากฏขึ้นปกคลุมร่างของถังถังไว้ นางตบฝ่ามือออกไปราวกับตบแมลงวัน บดขยี้บัณฑิตหน้าขาวลงกับพื้น กระเด็นออกจากลานประลองไป
“น้องชายน้อยผู้นี้ร้ายกาจนัก!”
“ช่างเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม ข้าเริ่มจะรักเขาเข้าแล้ว”
“เร็วเข้ามาให้พี่สาวคนนี้ดูแลสักหน่อยเถิด”
ในสนามประลองมีเสียงโห่ร้องดังขึ้น ล้วนเป็นสตรีที่อายุมากกว่า
“ศิษย์พี่!”
ศิษย์หญิงคนหนึ่งของเมืองเหยาหวงพุ่งเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว นางฟันกระบี่ลงมากลางอากาศ ปลดปล่อยอณุภาพกระบี่ที่ส่องประกายเจิดจ้าออกมา
“ตูม!”
เทพธิดาแห่งน้ำแข็งภายใต้การโจมตีของอณุภาพกระบี่ที่มองไม่เห็น ทนทานได้เพียงหนึ่งอึดใจก็แตกสลายไป ถังถังราวกับได้รับบาดเจ็บสาหัส มุมปากมีเลือดซึมออกมา นางส่งเสียงครางในลำคอ หมัดขาวสะอาดทะลวงอากาศออกไป พลังหมัดราวกับพายุฝน โจมตีศิษย์หญิงผู้นั้นออกจากลานประลองไป
เมื่อสิ้นเปลืองพละกำลังกายไปมากขนาดนี้ในคราวเดียว ร่างของถังถังก็โซเซ แม้แต่จะยืนให้มั่นคงก็ยังยาก
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าหลี่เสวียนเย่คนสารเลวเหตุใดจึงยังไม่มาอีก ข้าช่วยเขาถ่วงเวลามานานขนาดนี้แล้ว”
ในใจของถังถังตะโกนไม่หยุด เมื่อเห็นการโจมตีของคู่ต่อสู้คนที่สามได้พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรงแล้ว นางถอยหลังไปหลายก้าว ตั้งใจที่จะใช้การป้องกันเป็นหลักเพื่อถ่วงเวลา
“ฮ่าๆ ขออภัยที่มาช้าไปหน่อย”
ในขณะนั้น หลี่เสวียนเย่ก็ปรากฏตัวขึ้นบนลานประลองอย่างเหนื่อยหอบ
ถังถังพลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ปากกลับด่าว่า:
“เจ้าคนสารเลว จำเป็นต้องรอให้ถึงช่วงเวลาสำคัญถึงจะขึ้นลานประลองรึ เช่นนี้ถึงจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเจ้าใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่เช่นนั้น ข้ามาช้าจริงๆ”
หลี่เสวียนเย่ยิ้มขื่น เขาดูถูกความรุนแรงของผลึกลายมังกรสามสีไป พลังปราณที่เปี่ยมล้นอยู่ในนั้นราวกับใช้ได้ไม่มีวันหมด หลี่เสวียนเย่ได้ทุ่มสุดกำลังเพื่อดูดซับและหลอมรวม แต่ก็ยากที่จะดูดซับจนหมดสิ้นได้ภายในสามวัน
แต่พลังฝีมือของหลี่เสวียนเย่ในตอนนี้ ก็บรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับขั้นสิบแล้ว หากคำนวณตามแถบประสบการณ์ ก็คือร้อยละ 99.99 เพียงแค่โจมตีอสูรป่าสักตัวก็สามารถเลื่อนระดับได้แล้ว
“อย่าได้ส่งเสียงดัง!”
ศิษย์ชั้นยอดคนหนึ่งของเมืองเหยาหวงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหาร พลังกดดันถึงกับแข็งแกร่งกว่าบัณฑิตหน้าขาวคนก่อนหน้าหนึ่งส่วน ความเร็วถึงกับใกล้เคียงกับผู้แข็งแกร่งระดับฝึกวิญญาณ ในชั่วพริบตาก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าถังถัง แล้วโจมตีหมัดออกไป
ไม่ว่าเคล็ดวิชายุทธ์
หรือเคล็ดวิชาระดับจิตวิญญาณจะยอดเยี่ยมเพียงใด ก็ไม่สามารถเทียบได้กับหมัดที่ตรงไปตรงมาและดุร้ายได้