เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

AST บทที่ 186 – ตระกูลเยียน อาณาจักรเยียนเจี้ยง ผู้ปกครองอาณาจักร

AST บทที่ 186 – ตระกูลเยียน อาณาจักรเยียนเจี้ยง ผู้ปกครองอาณาจักร

AST บทที่ 186 – ตระกูลเยียน อาณาจักรเยียนเจี้ยง ผู้ปกครองอาณาจักร


ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique

บทที่ 186 – ตระกูลเยียน อาณาจักรเยียนเจี้ยง ผู้ปกครองอาณาจักร

"ท่านอาจารย์ การแข่งขันงานประลองแลกเปลี่ยนระหว่างนิกายที่จัดทุกๆ 3 ปีจะเริ่มขึ้นเมื่อใด?"

อีเย่เจี้ยนเก้อที่กำลังเดินเคียงข้างชิงสุ่ยอยู่บนบันไดเผยรอยยิ้มและมองไปที่เขา "มันจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในสิบวันข้างหน้า บางส่วนของนิกายที่มีชื่อเสียงและกลุ่มชนเผ่าในอาณาจักรชางหลางจะมาถึงที่นี่ภายในห้าวัน"

"ท่านอาจารย์ มหาทวีปเมฆามรกตสำหรับอาณาจักรชางหลางนั้นอยู่ในอันดับใด?" ชิงสุ่ยจำได้ว่ามีอยู่กว่าแปดสิบเอ็ดประเทศที่มีอยู่ในมหาทวีปเมฆามรกตแห่งเดียว มันจะดีกว่าหากเขามีความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับอาณาจักรชางหลางเพื่อที่เขาจะสามารถทำการวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆได้ในอนาคต

อีเย่เจี้ยนเก้อหัวเราะและกล่าวว่า "อาณาจักรชางหลางตั้งอยู่ที่บริเวณตะวันตกสุดของมหาทวีปเมฆามรกต สภาพอากาศนั้นอบอุ่นและไม่รุนแรงเท่าทางเหนืออย่างมหาทวีปเซิงหลู และไม่ได้อยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของเทพเจ้าอย่างมหาทวีปเซิงเสินทางทิศตะวันออก ดังนั้นในทวีปเก้าทวีป มหาทวีปเมฆามรกตจึงเป็นอันดับสุดท้าย อาณาจักรชางหลางเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกย่องน้อยที่สุด สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกำเนิดประชากรเช่นทางภาคเหนืออย่างมหาทวีปเซิงหลู  มันมีอากาศหนาวเย็นทำให้ทุกคนมีความยืดหยุ่น ทางทิศตะวันออกเองทวีปเซิงเสินก็เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนที่เป็นอัจฉริยะและมีจำนวนผู้คนที่เข้าถึงระดับขั้นเทพพระเจ้ามากที่สุด"

ชิงสุ่ยไม่ได้คาดหวังว่าอาณาจักรชางหลางจะถูกทิ้งห่างลงไปถึงก้นบึ้งเช่นนี้ เขาถามอย่างไร้ประโยชน์ "อาณาจักรชางหลางเปรียบเทียบกับอาณาจักรเยียนเจี้ยงแล้วเป็นเช่นไร?"

อีเย่เจี้ยนเก้อมองไปที่ชิงสุ่ยครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะพูดช้าๆว่า "อาณาจักรเยียนเจี้ยงห่างจากศูนย์กลางของมหาทวีปเมฆามรกตไปทางทิศใต้และอยู่ใกล้กับอาณาจักรชางหลางมาก ถือว่าจัดอยู่ในยี่สิบอันดับแรก"

ชิงสุ่ยเคยถามไป๋ลี่จิงเว่ยเกี่ยวกับความสามารถของอาณาจักรเยียนเจี้ยง แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่าความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาไม่เป็นที่รู้จัก ตอนนี้ชิงสุ่ยคาดเดาได้ว่าผู้อาวุโสไป๋ลี่อาจกลัวว่าความจริงอาจจะส่งผลกระทบต่อเขา ด้วยประสบการณ์ของเขา เขาจะเข้าใจได้อย่างไรว่าชิงสุ่ยคิดอย่างไร?

ชิงสุ่ยคิดที่จะไปที่นั่นภายในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า หลังจากที่เขาสามารถบรรลุถึงเซียนเทียนขั้นสูงสุดแล้ว อย่างไรก็ตามแม้ในอาณาจักรที่ไม่ได้รับการยกย่องอย่างอาณาจักรชางหลาง ทุกคนที่มาถึงจุดสุดยอดของขั้นเซียนเทียน จะไม่สามารถเดินทางออกไปได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีวานรยักษ์อยู่บนยอดหุบเขาที่อยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นสูงสุด

อาณาจักรเยียนเจี้ยงอยู่ในยี่สิบอันดับแรกและตระกูลเยียนเป็นตระกูลที่โดดเด่นที่สุดในอาณาจักร ชิงสุ่ยเล่าว่าท่านแม่เคยบอกกับเขามาก่อนว่าตระกูลเยียนเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองเยียน เธอไม่ได้บอกว่าเมืองเยียนคืออาณาจักรเยียนเจี้ยงหรือหรือบอกว่าตระกูลเยียนเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเยียนเจี้ยง เพราะเธอกังวลว่าชิงสุ่ยอาจจะกลัว เธอหวังว่าชิงสุ่ยจะสามารถฝ่าฟันจนไปถึงตระกูลเยียนได้ เธอพยายามที่จะหยุดเขาไม่ให้ฝืนเกินไปในบางครั้ง ซึ่งตอนนี้ชิงสุ่ยเข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความพยายามที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอแล้ว

ในที่สุดชิงสุ่ยก็เข้าใจแล้วว่าทำไมในตอนที่เขาได้สัญญากับมารดาว่าภายในห้าปีเขาจะไปที่ตระกูลเยียน มารดาของเขาจึงดูตื่นตระหนกหนัก เธอค่อนข้างกังวล ท่านแม่ของเขารู้สึกเป็นห่วงเขาตั้งแต่ที่เขาบอกว่าเขาจะทำให้ตระกูลเยียนต้องพบเจอกับความเจ็บปวดรวดร้าวที่มากกว่าทุกครั้งที่พวกนั้นเคยเจอ

"ห้าปี มากที่สุดห้าปี ข้าจะต้องไปที่ตระกูลเยียนให้ได้" ชิงสุ่ยมีความตั้งใจที่แน่วแน่

ชิงสุ่ยรู้ว่าถ้าเขาไปที่ตระกูลเยียน เขาต้องบรรลุเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลถึงขั้นที่ห้า และเขาก็พอจะมีความหวังเพราะเกือบจะแน่ใจได้ว่าตระกูลเยียนมีผู้ที่บรรลุอยู่ในระดับอาณาจักรพลังปราณเทวะกษัตริยเพียงน้อยนิด

"ชิงสุ่ย ข้าเข้าใจดีว่าเจ้าอาจจะเคยประสบกับเหตุการณ์ที่ยากลำบากในอดีต ตอนนี้เจ้ารู้แล้วว่าข้าต้องแบกรับภาระหนักของความบาดหมางระหว่างตระกูล ซึ่งข้าอยากจะบอกเจ้าด้วยเช่นกันว่าอย่าทำอะไรด้วยอารมณ์ชั่ววูบเพียงอย่างเดียว อย่าปล่อยให้ผู้ที่มีชีวิตอยู่ต้องเสียใจและอย่าปล่อยให้คนที่จากไปแล้วไม่สามารถหลับอย่างสงบได้ ถ้าเจ้ารู้ว่าเรื่องบางเรื่องมันเป็นไปไม่ได้เจ้าก็ควรจะลืมมันไปบ้าง" อีเย่เจี้ยนเก้อมองออกไปไกลสุดสายตาพร้อมกับกล่าวเบาๆ

"ท่านอาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะไม่ทำอะไรโง่ๆ อย่างไรก็ตามข้าจะไม่ลืมมันไปเด็ดขาด ตอนนี้ข้าจะฝังมันทิ้งไว้จนเมื่อวันนั้นมาถึงตอนที่ข้าค้นพบตัวเองและงัดมันออกมาทีละนิด" ชิงสุ่ยกล่าวอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงนั้นหนักแน่นไม่มีความหวาดระแวงใดๆ

"ข้าคิดว่าข้าลืมไปแล้ว จนถึงตอนนี้ข้ายังคงจำเสียงร้องแหบแห้งของท่านพ่อได้ เมื่อท่านจากไปแล้วก็ไม่สามารถกลับมาได้อีก ท่านยังได้กล่าวก่อนจากไปอีกว่า ‘โปรดจำไว้ว่าอย่ากลับมา และอย่าคิดเกี่ยวกับการแก้แค้น เจ้าต้องมีชีวิตที่ดี อยู่ต่อไป...’ นั้นคือสิ่งที่ข้าไม่เคยลืม" อีเย่เจี้ยนเก้อกล่าวด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา

"ตอนนี้ท่านเห็นความหวังในตัวหลวนหลวนหรือไม่?"

"แน่นอน แต่เพียงหวังเท่านั้น ข้าไม่ต้องการให้นางแบกรับภาระเหล่านี้ ข้าแค่หวังว่านางจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่สัตตะดวงใจลี้ลับของนาง... ถ้านางยินดีที่จะฝึกฝนและพยายาม นางจะสามารถเข้าถึงอาณาจักรพลังปราณเทวะกษัตริย์ เมื่ออายุได้สามสิบปี นางสามารถที่จะเชื่อมต่อกับสิบสัตว์อสูรที่มีความยอดเยี่ยมในระดับอาณาจักรพลังปราณเทวะกษัตริย์" อีเย่เจี้ยนเก้อกล่าวอย่างขมขื่นและมองไปทางหลวนหลวนที่กำลังมีความสุข

"ทำไมท่านถึงดูไม่ค่อยมีความสุขที่ได้รู้ว่าหลวนหลวนมีสัตตะดวงใจลี้ลับ?" ชิงสุ่ยถามด้วยความสงสัย

ทั้งสองเดินขึ้นบันไดตามหลังหลวนหลวนไป ขณะที่พวกเขามุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดของหุบเขา จากนั้นเธอก็กล่าวอย่างปวดร้าวว่า "โลกทั้งเก้าทวีปตระหนักดีว่าผู้ที่มีสัตตะดวงใจลี้ลับสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงได้ อย่างไรก็ตามใครจะรู้ว่าคนเหล่านี้จะมีอายุขัยอยู่ได้เพียงแค่สามสิบปี โดยประมาณหนึ่งในสี่ของอายุขัยของคนธรรมดา"

คำพูดของเธอทำให้ชิงสุ่ยตกตะลึง ตอนนี้เขารู้ดีว่าทำไมอีเย่เจี้ยนเก้อถึงต้องสงสัยว่าหลวนหลวนมีสัตตะดวงใจลี้ลับเมื่อเธอได้ยินเกี่ยวกับสัตว์อสูรอีกสองตัว หลังจากตระหนักว่าเธอรู้สึกทึ่งและเจ็บปวด

สวรรค์มีความระแวงสำหรับคนที่มีพรสวรรค์ มันจะถือว่าคนเป็นตาชั่ง เมื่อมีลักษณะพิเศษที่ปลายด้านหนึ่งปลายอีกข้างหนึ่งจะได้รับคุณภาพที่มีน้ำหนักเท่ากันเพื่อรักษาความสมดุล

เมื่อเห็นว่าชิงสุ่ยเข้าใจถึงจุดนี้ อีเย่เจี้ยนเก้อถอนหายใจ เธอรู้สึกอบอุ่นที่มีคนกังวลเกี่ยวกับเด็กสาวตัวน้อย

"มีทางใดที่จะช่วยกู้สถานการณ์หรือสิ่งที่สามารถเพิ่มอายุขัยของเธอได้" ชิงสุ่ยกลับมาสู่ความรู้สึกของเขา คิ้วของเขาขวมดเป็นปมอย่างแน่นหนาราวกับกำลังโกรธ

"ลูกท้อ อมตะซึ่งจะโตเต็มที่ทุกๆสองพันปีสามารถยืดอายุขัยของเด็กหญิงตัวน้อยได้ถึงห้าสิบปี แต่มันเป็นสิ่งที่เจ้าสามารถเจอได้ด้วยโชคเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีดอกไม้หกวิถีชีพหวนคืน สิบยาบำรุงชีพหวนคืน และยาเก้าชะตาต่ออายุ

"นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน มีสิ่งของมากมายที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้ จากชื่อเพียงอย่างเดียวก็เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสมบัติล้ำค่า" สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ชิงสุ่ยมียาบำรุงหยกทองที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้ห้าสิบปี เขาคิดว่าสิบยาเม็ดบำรุงชีพหวนคืนเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถลบล้างผลกระทบเชิงลบของสัตตะดวงใจลี้ลับ สำหรับยาเก้าชะตาต่ออายุ ชิงสุ่ยไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเป็นเพียงแค่ยาเกรดสองหรือไม่? ดูเหมือนว่าข้อมูลที่เขามีมาก่อนเป็นเพียงส่วนเล็กๆของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น

ความคิดของชิงสุ่ยวิ่งไปตามความสามารถปรุงยาของเขา เขาตัดสินใจที่จะอุทิศเวลาให้กับความชำนาญของเขาและชุดของสมุนไพรหายาก เพราะชิงสุ่ยรู้ว่าส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับการปรับแต่งยาบำรุงหยกทองและสิบยาเม็ดบำรุงชีพหวนคืนทั้งหมดนั้นจะหามาได้ยาก

"ท่านอาจารย์มีสิ่งอื่นๆที่จะสามารถเพิ่มอายุขัยได้อีกหรือไม่" ชิงสุ่ยปฏิเสธที่จะยอมแพ้และถามอีเย่เจี้ยนเก้อ"

“นอกเหนือจากผลชีพยืนยาวที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้โดยประมาณห้าปี นอกนั้นส่วนใหญ่ไร้ประโยชน์ นอกจากนี้สิ่งเหล่านี้โดยทั่วไปสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวและเพิ่มอายุขัยได้น้อยมาก” อีเย่เจี้ยนเก้อกล่าวอย่างหมดหนทาง

"ผลชีพยืนยาว? เป็นเรื่องง่ายที่จะหา?

"ผลชีพยืนยาวอยู่ในระดับเดียวกับผลอัคคีผลาญศตวรรษและผลวายุกระจ่าง ซึ่งเพิ่มอายุขัยเท่ากัน" อีเย่เจี้ยนเก้อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ชิงสุ่ยไม่ทราบเกี่ยวกับผลชีพยืนยาว

ตอนนี้ชิงสุ่ยรู้และคาดเดาว่าอาจเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับมันมากนัก ตอนนี้ชิงสุ่ยรู้สึกมีความสุขมากขึ้นที่รู้ว่าแต่ละอย่างอาจใช้เพิ่มอายุขัยได้เสองปีหรือสิบปีเลยทีเดียว ดูเหมือนว่าเขาจะต้องยกระดับของดินแดนหยกยุพราชอมตะขึ้นเป็นระดับสี่หรือห้า

เขานอนกับผู้หญิงสองคนเพื่อยกระดับขึ้นไปที่ระดับสาม แม้หลังจากที่เขาทำมันอีกสักสองสามครั้งกับหมิงเยวี่ยเก้อโหลวก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เป็นเพราะว่าเขาจะต้องทำกับผู้หญิงที่ไม่ซ้ำหน้ากัน?

ชิงสุ่ยยิ้มอย่างขมขื่น มันอาจเป็นไปได้ว่าดินแดนหยกยุพราชอมตะเป็นเรื่องลามกที่สุด? นอกจากนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่เขามั่นใจเกินไป สำหรับหลวนหลวนเขาอาจจะต้องพิจารณาตัวเลือกนี้ไว้

"ท่านพ่อ ท่านน้า! พวกท่านช้าจัง!" เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ก็ขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วพร้อมทั้งตะโกนเรียกชิงสุ่ยและอีเย่เจี้ยนเก้อ

ชิงสุ่ยรู้สึกอึดอัดใจเป็นพิเศษ เมื่อถูกเรียกว่าพ่อต่อหน้าอีเย่เจี้ยนเก้อ ทุกๆครั้งที่อีเย่เจี้ยนเก้อจะล้อเลียนชิงสุ่ย เธอก็จะเผยเสน่ห์ที่ทำให้มึนเมาบนใบหน้าสวยๆของเธอ

"ท่านอาจารย์นิกายทั่วๆไปจะมีส่วนร่วมในการแข่งขันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนิกายหรือไม่? การแข่งขันเป็นอย่างไร?" ชิงสุ่ยหลบการเย้าแหย่ของอีเย่เจี้ยนเก้อและกล่าวขณะที่เขาอุ้มหลวนหลวนที่กำลังโอบกอดเขาอยู่

จบบทที่ AST บทที่ 186 – ตระกูลเยียน อาณาจักรเยียนเจี้ยง ผู้ปกครองอาณาจักร

คัดลอกลิงก์แล้ว