เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

AST บทที่ 142 - มุ่งหน้าสู่ตระกูลสือ ยื่นข้อเสนอการแต่งงาน

AST บทที่ 142 - มุ่งหน้าสู่ตระกูลสือ ยื่นข้อเสนอการแต่งงาน

AST บทที่ 142 - มุ่งหน้าสู่ตระกูลสือ ยื่นข้อเสนอการแต่งงาน


ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique

บทที่ 142 - มุ่งหน้าสู่ตระกูลสือ เพื่อยื่นข้อเสนอการแต่งงาน

ทั้งสองคนกินซุปจนหมดอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังคงไม่อาจเติมเต็มความหิวกระหายที่ไร้ขอบเขตลงได้ พวกเขาทั้งสองยังคงสั่งให้พ่อครัวทำมันมาเพิ่ม แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังคงรู้สึกว่ามันไม่เพียงพอ

อวี้เหอสัมภาษณ์กับท้องที่กำลังโป่งพองเล็กน้อย เธอเหยียดตัวเพื่อผ่อนคลาย "ข้าไม่คิดเลยว่าข้าาจะรู้สึกมีความสุขในการกินได้ขนาดนี้ มันจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากทุกคนจะชอบอาหารจานนี้!!!"

"วิสุทธิ์ชนกล่าวไว้ว่า อาหารและความสัมพันธ์คือธรรมชาติของมนุษย์ นี่แสดงเห็นว่าการได้กินและสานสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ผ่อนคลายและสนุกที่สุดในโลกใบนี้!"ชิงสุ่ย พูดด้วยความพึงพอใจ

"ไอ้คนหน้าด้าน เจ้าไม่เคยหยุดคิดเรื่องนี้เลยสินะ"อวี้เหอโต้แย้งอย่างเขินอาย

"ดูเหมือนว่า จริงๆแล้วซุปถ้วยนี้จะมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับทุกสรรพสิ่งบำรุงกำลังใช่หรือไม่?" อวี้ถามด้วยความลังเล แต่ความอร่อยในซุปถ้วยนี้ต้องสามารถดึงดูดผู้คนให้มาลิ้มลองรสชาติมันได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

"ประสิทธิภาพในด้านอะไร?"ชิงสุ่ยถามด้วยความงุนงง

"ไอ้คนงี่เง่า เจ้าคงพอใจที่ข้าจะต้องพูดออกมาสินะ ข้าถามว่ามันมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศขึ้นด้วยอีกหรือไม่"อวี้เหอพูดอย่างเขินอาย มันยิ่งแสดงให้เห็นถึงความน่ารักของเธอ

"ฮ่าๆ แรกเริ่มเดิมทีเต่าพวกนี้ก็มีผลในการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศอยู่แล้ว แต่หากเป็นพวกเตาธรรมดาก็คงไม่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับซุปสรรพสิ่งบำรุงกำลัง และข้อเสียของการดื่มซุปบำรุงหนีเข้าไปทุกวัน มันอาจทำให้เวลาในการทำกิจกรรมร่วมเตียงยาวนานมากเกินไปจนพวกเขาเบื่อหน่ายลงได้……"

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำบ่อยสินะถึงได้รู้ดี"อวี้เหอ มองดูเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่โง่เขลา ก่อนที่เธอจะกระพริบดวงตาที่สวยงามของเธอ

"อึ้ก อึ้ก !!! ข้าอะ อะ ……...อ่านจากหนังสือต่างหากละ!"ชิงสุ่ยถูจมูกด้วยความอึดอัดใจ

เมื่อเห็นท่าทางที่เขินอายของชิงสุ่ย อวี้เหอผู้หญิงอยากมีความสุข เสน่ห์ใบแบบผู้ใหญ่ของเธอนั้นเปรียบได้ว่าความงามดั่งยาพิษ มันเป็นความสวยงามที่ทำให้คนคนหนึ่งอยากจะบ้าตายและเกิดความรู้สึกต้องการอย่างรุนแรง

"ให้ตายเถอะ ข้าพลาด เหมือนข้าจะสับสนอะไรไปสักอย่าง!"ชิงสุ่ยบ่นพึมพำ

"ชิงสุ่ย ผลไม้นี้มีชื่อว่าอะไรแล้วนะ? ข้าลืมแล้ว"อวี้เหอมองชิงสุ่ยด้วยสายตาที่ปรารถนา

"ผลสุคนธ์มอมเมา!!!"ชิงสุ่ยกล่าวขณะที่เขามองไปทางอวี้เหอ

"เจ้ายังมีมันอีกไหม? ปล่อยให้พี่สาวคนนี้ดูแลขอของเจ้าเพื่อเติมเต็มความต้องการ"อวี้เหอคาดเดาได้ว่าของดีๆเหล่านี้จะต้องมีไม่มาก

"ข้ายังมีอีก แต่มันเหลือไม่มากแล้ว!"ชิงสุ่ยคิดว่าผลทั้ง 100 ผลมันคงไม่เพียงพอ อาจจะใช้ได้ไม่เกิน 2 วัน หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือนทุกมันจะสุขอีกครั้ง ซึ่งอัตรานี้ก็คงไม่อาจเก็บเอาไว้สำหรับปีหน้าได้ มันจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว

"มันคงเพียงพอสำหรับให้พวกเรากินเท่านั้น เพราะถ้าหากวันนึงเจ้าต้องจากไป โรงเตี๊ยมอวี้เหอคงจะต้องปิดตัวลงอย่างแน่นอน"อวี้ยิ้มและพูดออกมา

"ปิดตัว?ทำไม?หรือว่าเจ้าไม่สนใจโรงเตี๊ยมอวี้เหอแห่งนี้แล้ว"ชิงสุ่ยกล่าวด้วยความประหลาดใจ เขาคงจะรู้สึกผิดมากถ้าหากเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้โรงเตี๊ยมอวี้เหอต้องปิดกิจการลง

"เวลานั้นข้าคงจะหมั่นฝึกฝนเพื่อเข้าสู่ระดับเทวะเซียนเทียน และข้าก็จะไปหาเจ้า!!"อวี้เหอพูดล้อเล่น ในขณะที่เธอพูด ชิงสุ่ยกลับรู้สึกถึงความมุ่งมั่นในสายตาเธอ

ชิงสุ่ยไม่พูดอะไรต่อ เขาได้ทิ้งผลเสริมปราการทั้งสองผลเอาไว้ก่อนที่เขาจะขอตัวลาจากเธอและเดินออกจากโรงเตี๊ยมอวี้เหอ และตรงไปยังรถม้า!

"ไปส่งข้าที่ตระกูลสือ"ชิงสุ่ยบอกชายวัยกลางคนที่มีผมสีเทาที่นั่งอยู่ข้างหน้า

"รับทราบขอรับ!!"

อีกประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น รถม้าก็หยุดลงตรงหน้าคฤหาสน์ที่แสนยิ่งใหญ่ ชิงสุ่ยก้าวเท้าลงจากรถแล้วจ่ายเงินให้กับคนขับก่อนที่จะยืนมองคฤหาสน์แสนหรูหราที่สุดในเมืองร้อยไมล์แห่งนี้

ไม่ว่าจะเป็นขนาดของที่ดินและที่ตั้งมันต่างบ่งบอกได้ถึงความหรูหรายิ่งใหญ่อลังการ ตระกูลสือเป็นตระกูลที่อยู่คู่กับเมืองร้อยไมล์มาเป็นเวลาแสนนาน พวกเขาเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองร้อยไมล์แม้แต่ตะกูลซือถูก็ไม่อาจเทียบได้ แต่ผู้ที่บรรลุระดับโฮ่วเทียนกลับมีน้อยกว่าตระกูลซือถู

ประตูสีดำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 10 เมตร ตั้งอยู่เบื้องหน้าของตัวอาคารที่มีสีม่วง มันยิ่งทำให้รู้สึกว่าประตูแห่งนี้ยิ่งใหญ่เหลือขณา ที่ด้านหน้าของประตูมียามสวมชุดเกราะสีเทายืนเฝ้าอยู่

"เจ้าจะไปไหน? นี่คือที่พักของเจ้าเมือง"ชายร่างผอมฤดูแข็งแรงอายุ 30 ปีหยุดอยู่ตรงหน้าชิงสุ่ยและกล่าวออกมา

ชิงสุ่ยตกตะลึงเค้าคิดเพียงแค่ว่าจะมาตระกูลสือ แต่ลืมคิดไปเลยว่าภายในตระกูลสือก็ยังเป็นที่พักของเจ้าเมืองแห่งนี้ด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมียามจำนวนมากอยู่ในที่แห่งนี้และเตรียมพร้อมตลอดเวลา

"พี่ชาย โปรดช่วยส่งข้อความนี้ให้แก่ข้าด้วย ข้าชิงสุ่ยจากตระกูลชิงขออนุญาตเข้าไปแสดงความนับถือตระกูลสือ!!"ชิงสุ่ยยิ้มและกล่าวออกมา

"เจ้าคือชิงสุ่ยแห่งตระกูลชิงรึ?โปรดรอสักครู่"ชายหนุ่มคนนั้นยืนอึ้งขณะที่เขารีบเดินเข้าไปภายในตระกูลสือ

เพียงแค่ได้ยินชื่อที่โด่งดังของชิงสุ่ย แม้ว่าจะเป็นเมืองร้อยไมล์ แต่การที่มีชื่อเสียงย่อมได้รับการช่วยเหลือต่างๆ

ภายในเวลาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มคนนั้นก็กลับมา "เชิญทางนี้ขอรับ ท่านเจ้าเมืองกำลังรออยู่!"

ภายใต้การเดินนำของชายหนุ่ม ชิงสุ่ยก็เข้าสู่ตระกูลสือ ภายในนั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก และเต็มไปด้วยภูเขา บ่อน้ำ ที่พัก รูปปั้น แล้วอย่างอื่นอีกมากมายภายใน!!

ยามแต่ละแถวที่เขาได้เดินผ่าน ทุกคนต่างล้วนพกกระบี่ประจำตัว หลังจากที่พวกเขาได้ทำงานภายใต้ตำหนักของเจ้าเมือง แต่ละคนต่างมีกลิ่นอายความน่าเกรงขามออกมาเป็นของตัวเอง

"เชิญทางนี้ขอรับ ตำหนักท่านเจ้าเมืองอยู่ด้านหน้า!"

เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ชิงสุ่ยก็เงยหน้าขึ้นและตระหนักได้ว่าเขาได้มาถึงทางเข้าของตำหนักท่านเจ้าเมือง

"พี่ชาย โปรดกลับไปทำงานของท่านเถิด"ชิงสุ่ยยิ้มละกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

เครื่องประดับภายในอยู่ในรูปแบบง่ายๆ ในเรือนรับรองแห่งนี้มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้เพียงจำนวนเล็กน้อย ตรงกลางเป็นโต๊ะยาว ในขณะที่มีชายชรานั่งอยู่ด้านหลังและกำลังอ่านคัมภีร์บางอย่างอยู่

เมื่อได้ยินเสียง ชายชราก็เงยหน้าขึ้นและใช้ดวงตาที่สดใสและชาญฉลาดจ้องมองชิงสุ่ย!!

เมื่อชิงสุ่ยมองเห็นชายชราคนนั้น เขาจำได้ทันทีว่าผู้อาวุโสจากตระกูลสือคนนี้เป็นคนเดียวกับคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับท่านปู่ของเขาในงานแต่งงานของชิงจือ ดังนั้นเมื่อชิงสุ่ยเห็นผู้อาวุโสคนนี้ เขาก็ทำได้ทันทีเลยว่าเขาคือ ผู้นำอาวุโสตระกูลสือ สือติงเทียน!

"ดูเหมือนว่าข้าจะมีแขกที่พิเศษ ชิงสุ่ย ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาที่นี่!!"สือ ติงเทียน กล่าวขึ้นอย่างมีความสุขเมื่อได้เห็นชิงสุ่ย

" ท่านผู้นำอาวุโส ข้ามาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตัวของข้ากับความน่านับถือของท่าน"ชิงสุ่ยแสดงการคำนับสือติงเทียนในฐานะผู้น้อย

" ไม่ต้องคำนับข้า ตอนนี้เจ้าเป็นถึงผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนแล้ว เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องทำตามพิธีรีตองอะไรทั้งสิ้น!!"สือติงเทียนรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว

ในโลก 9 ทวีปมีคำพูดที่กล่าวไว้ว่า จะมีเฉพาะผู้อาวุโสที่สูงกว่ามีอยู่ในระดับเทวะเซียนเทียนเท่านั้นที่จะยอมรับความเคารพจากผู้บรรลุเทวะเซียนเทียนผู้อื่น แต่สำหรับคนที่อาวุโสกว่าแต่ยังไม่อาจเข้าถึงระดับเทวะเซียนเทียนได้ ภูเขาจะไม่อาจรับการคำนับได้ มิเช่นนั้นอายุของพวกเขาก็จะสั้นลง!

ชิงสุ่ยรู้เรื่องเหล่านี้ดีแต่สำหรับบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าของเขานั้นเป็นถึงผู้อาวุโส เขาจึงรู้สึกว่าไม่อาจยอมรับกฎเหล่านี้ได้

" ไม่ทราบว่าชิงสุ่ยมีธุระแต่คุยอะไรกับชายชราคนนี้?" สือติงเทียนยิ้มและกล่าวออกมา ในขณะที่ชิงสุ่ยไม่ได้สังเกตเห็นระหว่างความสุขบนสายตาของผู้อาวุโส

"ข้ามาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอการแต่งงาน!!"ชิงสุ่ยเงยหน้าขึ้นมองสือติงเทียนและกล่าวอย่างช้าๆ

สือติงเทียนถึงกับตะลึง "ลูกสาวของข้านั้นต่างก็แต่งงานไปหมดแล้ว และเด็กๆของพวกเขานั้นมีประมาณ 8 คน และหลานของข้ารถแต่งงานออกเรือนไปแล้ว 2 คน และหนึ่งในคนเหล่านั้นก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย ส่วนหลานๆที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงแค่เด็กวัยหัดเดิน ไม่ทราบว่าเจ้าเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า?"

ถ้าชิงสุ่ยรู้ว่าสือติงเทียนตั้งใจจะพูดแบบนั้น เขาคงจะคิดได้ทันทีว่าชายอาวุโส คนนี้ เปรียบดั่งสุนัขจิ้งจอกจอเจ้าเล่ห์!!!

"ข้าต้องการให้ท่าน ยกสือฉิงจวงให้แต่งงานกับข้า!!"

 

จบบทที่ AST บทที่ 142 - มุ่งหน้าสู่ตระกูลสือ ยื่นข้อเสนอการแต่งงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว