เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

AST บทที่ 118 - กวางย่างก้าวจากเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร

AST บทที่ 118 - กวางย่างก้าวจากเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร

AST บทที่ 118 - กวางย่างก้าวจากเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร


ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique/

บทที่ 118 - กวางย่างก้าวจากเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร

"เคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร?"

เคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูรเป็นเคล็ดวิชาที่ใช้เลียนแบบการโคจรพลังปราณของสิ่งมีชีวิตโบราณ 9 ชนิด

"มังกร นกหงส์เพลิง รุค(นกยักษ์ตำนานอาหรับ) นกกระเรียน ช้าง หมี เสือ วานร กวาง!!"

"ดูเหมือนว่าสัตว์ทั้ง 5  ที่อยู่ในเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 5 ชนิดจะมีลักษณะเหมือนกับสัตว์เหล่านี้" ชิงสุ่ยมองดูสัตว์ 5 ตัวที่เขาเคยเห็นในเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 5 ชนิด

หรือว่าเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 5 ชนิดจะมาจากเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร  และสัตว์อสูรที่เหลืออีก 4 ตัวจะมีความยากเกินที่จะเลียนแบบได้"

แต่สำหรับช้างเหตุใดกลับไม่ได้อยู่ในเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 5 ชนิด ชิงสุ่ยค่อนข้างงง และตัดสินใจอ่านทุกตัวอักษรให้เสร็จสิ้น

ในอดีตกาล และพลังในตำนานผู้สรรค์สร้าง เฉกเช่นมังกรและนกหงส์เพลิงเงินส่งมีพลังชีวิตที่เป็นอมตะ ดังนั้นเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร ก็ควรจะเป็นเคล็ดวิชาที่ใช้สำหรับฟื้นฟูรักษาเช่นกัน

เคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9  อสูร เป็นที่รู้จักกันดีในนามเคล็ดวิชา เลียนแบบสัตว์ 9 อสูรชี่กง ซึ่งเลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ 9 ชนิดเพื่อใช้ในการป้องกัน จู่โจม และหลบหนี

เนื้อหาตั้งแต่มังกร ถึงกวาง ต่างมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากเช่น การเลียนแบบของช้าง และหมี เน้นไปในทางเสริมสร้างพละกำลังและความแข็งแกร่ง คนโบราณคิดว่าช้างนั้นแข็งแกร่งกว่าหมี แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยากที่จะเปรียบเทียบ หากคิดถึงปัจจัยอย่างอื่นจะพบว่าการเคลื่อนไหวในป่ายังไง หมีก็ย่อมเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุด

เสือน้นไปทางสร้างแรงกดดัน กลิ่นอายที่มันปล่อยออกมานั้นคล้ายคลึงกับภูผาที่กดทับ

วานรมุ่งเน้นไปในทางการเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่น ทั้งแขนและขาต่างสัมพันธ์กัน

กวางเน้นทางด้านความเร็วและความว่องไวและสร้างความตื่นตัว

สำหรับมังกร นกหงส์เพลิง รุค และนกกะเรียน สิ่งเหล่านี้มีความลึกซึ้งอย่างมากและต้องใช้การแยกแยะและความเข้าใจ ทักษะทั้งหมดเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเข้าใจและสำเร็จภายใน 1 ถึง 2 วัน  แต่สิ่งที่ทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกดีที่สุดนั่นก็คือการใช้เคล็ดวิชากายาบรรพกาลจะยิ่งช่วยให้สามารถควบคุมพลังปราณและเลียนแบบสัตว์ทั้ง 9 ได้ดียิ่งขึ้น

"ดูเหมือนว่า ทักษะทั้งหมดจะถูกบันทึกอยู่ในเคล็ดวิชากายาบรรพกาล แม้กระทั่งศิลปะการทำอาหาร"

"สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ?"ชิงสุ่ยยังคงครบสูตรอาหารมีมากมาย

สูตรสำหรับทำอาหารจากสมุนไพรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย

สูตรสำหรับทำอาหารจากสมุนไพรเพื่อช่วยเสริมสร้างความนุ่มนวลของผิว

สูตรสำหรับทำอาหารจากสมุนไพรเพื่อช่วยสมานแผล

สูตรสำหรับทำอาหารจากสมุนไพรเพื่อช่วยเสริมสร้างอารมณ์ทางเพศ

"นี่คงเป็นวิธีทางการดูแลรักษาสุขภาพอย่างแท้จริง"ชิงสุ่ยพยายามจดจำข้อมูลต่างๆ

หลังจากได้อ่านข้อมูลทั้งหมด ชิงสุ่ยก็รู้สึกเบื่อ และได้พยายามเลือกเคล็ดวิชาก่อนหน้านี้ขึ้นมา บางทีเขาควรจะพยายามฝึกเลียนแบบสัตว์สัก 1 ตัว ที่อยู่ในเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร

จากประสบการณ์ที่เขาได้ต่อสู้กับผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียน โดยเฉพาะเมื่อเขาจะต้องเผชิญหน้ากับหมู่ป่าอสูรโลหะทองคำ ชิงสุ่ยก็รู้ซึ้งถึงความสำคัญของความเร็ว เคล็ดวิชาการต่อสู้บนโลกทั้งหมดย่อมเกี่ยวข้องกับว่องไว ซึ่งนี่คือความจริง

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะลอกเลียนแบบสัตว์จำพวกกวาง เพื่อที่จะยกระดับความรวดเร็วในร่างกายของเรา

เพียงแค่ 20% ของความเร็วจากคลื่นพลังขั้นที่ 4  ก็มีความเร็วมากกว่าครึ่งหนึ่งก่อนที่เขาจะก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ และหากความเร็วของเขาสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก มันยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น

กวางนั้นมีการโคจรพลังปราณที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กวางเป็นสัตว์ที่กระฉับกระเฉงและสามารถเพิ่มความว่องไว  โดยที่ไม่ต้องใช้พลังปราณมากนัก ชิงสุ่ยพยายามทำตามวิถีโคจรพลังปราณที่ถูกบันทึกไว้ เขาเริ่มโคจรพลังพลังปราณจากเคล็ดวิชากายาบรรพกาล มาไว้ที่ขาทั้งสองข้าง ผ่านเส้นลมปราณจู้หยางหมิง จู้ไท่หยิง และจู้ไท่หยาง

ชิงสุ่ยปรับเปลี่ยนท่าทางและปิดตาเพื่อรับรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อพลังปราณผ่านเส้นลมปราณจู่เฉาหยิงมาถึงจุดชีพจรหย่งเฉวียน เขาก็รู้สึกได้ถึงขุมพลังที่เพิ่มขึ้น ทันใดนั้นร่างของเขาก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกมา

เขาพยายามหลายครั้งรวมถึงการเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมันดูเหมือนว่าร่างกายของเขานั้นไม่อาจควบคุมได้ ทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหว เขาจะรู้สึกซุ่มซ่ามและอึดอัด เขาจึงเริ่มหยุดและปิดตาของเขาลง และพยายามที่จะก้าวสลับซ้ายขวา

เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว แต่ชิงสุ่ยก็ยังหมั่นฝึกฝนจนกระทั่งเขาเริ่มหยุดลง รอยยิ้มที่พึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ถึงแม้ว่าการฝึกมันจะยาก แต่ในที่สุดข้าการเข้าถึงมัน"ชิงสุ่ยร้องตะโกน และพรุ่งตัวไปคว้าเต่าออกมาจากทะเลสาบคริสตัล เพื่อเตรียมทำซุป

ทุกครั้งที่เขาได้เห็นซุปเต่า มันทำให้เขาคิดถึงสือฉิงจวง เธอเคยกล่าวไว้ว่าถ้าหากเธอต้องการที่จะดื่มซุปเต่าเธอจะนึกถึงเขาเป็นคนแรก และนี่ก็นานมาแล้วที่เขาไม่ได้พบเจอเธอเลย

แต่หลังจากที่เขาเริ่มเข้าใจถึงกระบวนท่ากวางย่างก้าว แต่เพื่อให้เขาสามารถเพิ่มพูนความเร็วเขาจำเป็นที่ต้องฝึกฝนอีกมากมาย อย่างไรก็ตามชิงสุ่ยก็ไม่ได้รีบนอน เขานั้นมีทั้งเคล็ดวิชา มีทั้งเวลา และเขาจะต้องกลัวสิ่งใด?

และแล้วชิงสุ่ยก็ถูกบีบออกจากดินแดนห้วงมิติ ตอนนี้เป็นยามราตรี ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัดและอากาศที่หนาวเหน็บ ชิงสุ่ยที่ยังไม่ง่วง ก็ลุกขึ้นแล้วออกจากที่พัก

เมื่อมองไปยังจันทราที่ปรากฏอยู่บนฟากฟ้า ภาพในโลกไปก่อนพลันปรากฏขึ้น เขาเป็นลูกคนสุดท้องที่อยู่ในบ้าน และมีพี่ชาย 2 คน ครอบครองเขาเป็นครอบครัวที่อยู่ในชนบทและพอมีพอกิน พ่อและแม่ของเขาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้พี่พี่น้องๆทั้งหมดในครอบครัวสามารถตั้งตัวได้ พี่ชายคนโตนั้นประสบความสำเร็จอย่างมากในอาชีพ

แต่ตัวเขานั้นเป็นความผิดหวังเดียวในครอบครัว เขาถูกครอบงำด้วยเกมคอมพิวเตอร์ แม้ตัวเขานั้นจะมีคนรัก แต่ก็ต้องเลิกกันด้วยเวลาไม่ถึงเดือน เพราะเขาเลือกที่จะใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่หน้าจอมากกว่าอยู่กับเธอ

เขาไม่เคยคาดหวังในว่าเขาจะได้ปรากฏบนโลกใบนี้ "อย่างน้อยก็ขอขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ครอบครัวของข้านั้นเป็นครอบครัวใหญ่ แม้ว่าพ่อแม่ของข้าจะต้องเสียใจ แต่อย่างน้อยพวกเขายังมีพี่ชาย 2 คน ที่สามารถเติมเต็มครอบครัวของข้าได้"ชิงสุ่ยถอนหายใจ เขาทำได้เพียงภาวนาอย่าเงียบๆให้ครอบครัวของเขานั้นมีความสุข

ในชีวิตใหม่นี้ ชิงสุ่ยยังคงเหลือแม่ของเขาเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน หากใครมีบุญคุณต่อแม่ของเขา เขาจะชดใช้คืน 100 เท่า แต่หากใครกล้ากันทำร้ายแม่ของเขา มันผู้นั้นจะต้องชดใช้คืน 1000 เท่า

"ท่านแม่ รอข้าหน่อย ลูกชายของท่านใกล้จะเตรียมพร้อมแล้ว"ชิงสุ่ยสูดหายใจลึกๆ

วันต่อมา อาหารเช้าถูกปรุงแต่งขึ้นมาอย่างง่ายๆ แล้วพวกเขาก็ออกเดินทางอีกครั้ง บรรยากาศคึกคักก็กลับมาเหมือนเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งชิงเป๋ยที่ยังคงพูดเรื่องราวต่างๆอย่างไม่หยุดหย่อน

ชิงเป่ยในตอนนี้อยู่ในจุดสูงสุดของระดับปราณนักรบขั้นที่ 8  และถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะตัวน้อยในตระกูลชิง และยังได้รับผลไม้เสริมความแข็งแกร่งจากชิงหลัวอีก 2 ผล มันจึงทำให้เธอเป็นรุ่นเยาว์ที่หาตัวจับได้ยาก

"พี่ชายสุ่ย ระดับพลังของท่านนั้นอยู่ในระดับใดกันแน่ ข้าได้ยินมาว่าท่านสามารถสังหารผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนไป๋จง มันเป็นความจริงหรือไม่?"ความอยากรู้อยากเห็นของชิงเป๋ยเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

"เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ถ้าอยู่ในระดับเทวะเซียนเทียน?"ชิงสุ่ยหัวเราะเบา

"ข้าไม่เชื่อหรอก!!"ชิงเป่ยส่ายหน้า

"ฮ่าๆๆ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร"ชิงสุ่ยยิ้มกว้างออกมา

"พี่ชายสุ่ย ท่านนี้น่ารำคาญจริงๆ ข้าถามท่านว่าท่านเป็นคนฆ่าไป๋จงใช่หรือไม่?"ชิงเป๋ยกัดริมฝีปากขณะถาม

"เจ้าจะเชื่อจริงๆหรือ ถ้าหากข้าบอกว่า ข้าเป็นคนฆ่าเขา?"

"ข้าไม่รู้"

"และเจ้าเชื่อไหมล่ะ?"

"ข้าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อนะ!!"ชิงเป่ยทำหน้ามุ่ย

5 วันต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงเทือกเขาทางตอนใต้

อากาศของที่นี่สะอาดและสดชื่นกว่าที่อื่น มันให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ คงมีเพียงที่แห่งนี้เท่านั้นที่จะทำให้รู้สึกถึงพลังปราณจากสวรรค์และโลกอย่างชัดเจน ไม่น่าแปลกใจเลยที่พื้นที่แห่งนี้จะสามารถผลิตสมุนไพรได้มากมาย

ภูเขาที่สูงเสียดฟ้าและมีเมฆปกคลุม บนเส้นทางปรากฏเป็นทางเดินคดเคี้ยวและมีบ้านตั้งขนาบอยู่ทั้งสองข้างของเส้นทางบนภูเขาที่มีมากมาย

คนส่วนใหญ่บนพื้นที่แห่งนี้ ใช้ชีวิตด้วยการล่าสัตว์และรูปรวมสมุนไพร รถขนสัมภาระที่ถูกลากโดยกระทิงเหล็กกำลังเดินตรงไปตามเส้นทางที่คดเคียว และเดินภูเขาที่สูงชัน

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่พลุกพล่าน และเต็มไปด้วยสมุนไพรที่ชิงสุ่ยและไม่รู้จัก แต่มีสมุนไพรจำนวนมากที่เขาเคยเห็นในหนังสือมาก่อน

ถ้าพวกเขาเจอสมุนไพรที่ใช้ในครัวเรือนหรือสมุนไพรที่จำเป็น พวกเขาก็จะเริ่มต้นเจรจาซื้อขายมันและสามารถจัดเก็บพวกมันเข้าสู่รถได้โดยตรง

และขณะที่พวกเขาเดินทางขึ้นไปถึงครึ่งทางของภูเขาลูกนี้ พวกเขาเริ่มต้นที่จะเดินกลับเนื่องจากมันสูงเกินไป และไม่เหมาะที่จะขึ้นไปอีก ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะไปภูเขาลูกอื่นๆต่อ

เมื่อมาถึงภูเขาอีกลูก ชิงสุ่ยก็ไม่เห็นความแตกต่างจากภูเขาก่อนหน้านี้ และแล้วพวกเขามีหมู่บ้านเฉลี่ยประมาณ 2000 ครัวเรือน สำหรับครัวเรือนขนาดใหญ่จะมีสมาชิกเราราว 10 คน และสำหรับครัวเรือนขนาดเล็กจะมีสมาชิกอย่างน้อย 5-6 คน บริเวณต่างๆบนเทือกเขาถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับการสร้างถิ่นที่อยู่อาศัย และที่ทางเข้าปรากฏเป็นประตูหิน เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายและสัตว์ป่าบุกรุกล้ำเข้ามาในยามวิกาล

ไม่นานหลังจากที่ชิงสุ่ยและคนอื่นๆเดินทางเข้ามาสู่ภูเขาลูกนี้ พวกเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนถกเถียงกันด้านหน้าของพวกเขา เส้นทางถูกขวางกั้น

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของชิงสุ่ย เขาจึงลงจากรถและเดินผ่านกลุ่มรุ่นเยาว์ร่างกายอ้วนท่วมด้านหน้า พวกเขามารวมกลุ่มและเริ่มสนทนาบางอย่าง

"นี่มันเป็นบาปจริงๆ ช่างบากจริงๆ"

"สวรรค์หามีตา พ่างน้อย เจ้าช่างน่าสงสารจริงๆ"ชายชราไม่อาจทำอะไรได้ จึงได้แต่พูดออกมา

"ไม่มีอะไรที่เขาสมควรได้รับความสงสาร ทำไมคนที่เกิดมาเป็นตัวซวยคอยสร้างหายนะแก่บิดามารดาและพี่น้องของตัวเองถึงได้ไหมคนน่าสงสาร?เขาควรจะตายได้นานแล้ว!!!"หญิงสาวที่แต่งงานแล้วอายุประมาณ 30 ปี จ้องหน้าชายชราและกล่าวอย่างรุนแรง

"เฮ้อ"ชราทำได้เพียงถอนหายใจ

…………………………………………..

"มันยังมีโอกาสที่จะช่วยเขาได้" เสียงของชิงสุ่ยก็ดังขึ้น

จบบทที่ AST บทที่ 118 - กวางย่างก้าวจากเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว