เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

AST บทที่ 71 - เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง

AST บทที่ 71 - เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง

AST บทที่ 71 - เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง


บทที่ 71 - เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง

ตอนนี้ชิงสุ่ยจมอยู่ในคลื่นแห่งความสุข นอกจากสูตรการปรุงยาจะถูกปลดผนึกแล้ว ยังมีข้อมูลอีกมากมายที่ถูกปลดผนึกด้วย

<<เคล็ดวิชาโบราณการ : เพลิงแห่งหยิน-หยาง>>

สวรรค์และโลกถูกแบ่งแยกออกเป็นหยินและหยาง สวรรค์เปรียบดังหยินในขณะที่โลกเปรียบดังหยาง ไม่เพียงแค่นั้น ทุกสรรพสิ่งบนโลกสามารถจำแนกได้ออกเป็นทั้งหยินและหยาง เปลวเพลิงโบราณการหยิน-หยางสามารถเผาผลาญได้ทุกสรรพสิ่ง เป็นการผสานระหว่างความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน เป็นเปลวเพลิงชนิดแรกๆที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมโลก มันเหมาะแก่การปรุงยา สร้างอาวุธ หรือปรับแต่งสิ่งอื่นๆอีกมากมาย

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวรรค์ชั่งเป็นใจต่อข้าเสียจริงๆ ท่านช่างรู้ใจในสิ่งที่ข้าต้องการ”ชิงสุ่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่งภายในจิตสำนึกของเขา

เนื้อหาและวิธีการฝึกฝน เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง ต่างก็ถูกบันทึกไว้ ชิงสุ่ย รู้ว่า เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยางนั้นจำเป็นต้องใช้พลังปราณจากเคล็ดวิชากายาบรรพกาล เพื่อเปิดใช้งานมัน

ฮ่าาาา เคล็ดวิชากายาบรรพกาลของข้านั้น ช่างเป็นสิ่งที่ประเสริฐอย่างที่สุด

อย่างไรก็ตาม มันช่างน่าประหลาด มันรู้สึกราวกับว่าเขาสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการได้ในความเร็วที่น่ากลัว ชิงสุ่ยกำลังอ่าน วิธีการฝึกฝนเคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง ร่างกายของเขาก็เริ่มโคจรพลังปราณจากเคล็ดวิชากายาบรรพโดยไม่รู้ตัว และที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของเขานั้นราวกับม้าที่กำลังออกวิ่งโดยไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง

<<เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง>> ไม่สามารถวัดเป็นระดับขั้นได้ พลังปราณของมันนั้นสร้างจากเคล็ดวิชาโบราณ ดังนั้นความรุนแรงของเปลวเพลิงขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแกร่งของผู้ฝึกฝนเคล็ดวิชากายาบรรพกาล

"อ่า เคล็ดวิชานี้ช่างเรียนรู้ง่ายยิ่งนัก"ชิงสุ่ยรู้สึกว่ามือของเขานั้นค่อยค่อยปล่อยคลื่นพลังงานความร้อนออกมา

นี้เป็นข้อบ่งชี้ว่าเขานั้นเรียนรู้<<เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง>>ได้สำเร็จ

ถ้าชิงสุ่ยรู้ว่าเขานั้นอยู่ท่ามกลางการเรียนรู้ที่แท้จริง เขาจะสามารถเข้าใจว่ามันไม่น่าแปลกใจเลย

ชิงสุ่ยยังคงมุ่งมั่นในการทำความเข้าใจ <<เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง>> เช่น ในระหว่างการใช้งาน เขาค่อยค่อยปรับความเข้มข้นของพลังปราณ และเรียนรู้วิธีการควบคุมเปลวเพลิงที่ถูกปล่อยออกมา

เมื่อเวลาผ่านไป อุณหภูมิที่แผดเผาบนฝ่ามือของเขานั้นทำให้อุณหภูมิร่างกายของเขานั้นสูงขึ้นและสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ที่น่าแปลก เขากลับไม่รู้สึกอึดอัดใดใดเลย ถ้าหากไร้ซึ่งความแข็งแกร่งของร่างกายและอวัยวะภายในที่ฝึกฝนจากเคล็ดวิชากายาบรรพกาลมันเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะถูกเผาจนกลายเป็นขี้เถ้า

เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างช้าช้า การไหลเวียนพลังปราณของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างช้าช้าเพื่อเสริมแรงในการเผาผลาญอุณหภูมิ พลังปราณที่ไหลเวียนจากเคล็ดวิชาโบราณกำลังถูกบีบอัด

เวลาประมาณ 15 นาทีผ่านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝ่ามือของชิงสุ่ยสลับไปมาระหว่างสีแดงและสีฟ้า มือทั้งสองข้างและอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจนทำให้เขารู้สึกชา ในขณะที่เขาสลับไปมาระหว่างความร้อนที่แผดเผาและความเย็นที่หนาวยะเยือก สุดท้าย "เพล้งง" เปลวเพลิงประมาณ 1 นิ้ว ก็ประทุขึ้นราวกับพลุที่ระเบิดบนฝ่ามือ

"นี่สินะคือเปลวเพลิงหยิน-หยาง" ชิงสุ่ยจับจ้องไปที่เปลวเพลิงสีเทาบนฝ่ามือของเขา แต่ที่ผิดปกติคือ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความร้อนแต่กลับให้ความรู้สึกหนาวเย็นออกมาแทน

โลกและสรวงสวรรค์ตั้งถูกจัดเป็นหยินและหยาง กลางคืนคือสีดำ กลางวันคือสีขาว เยือกแข็งและเปลวเพลิงผสมรวมเป็นหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหยินและหยาง

เปลวเพลิงที่คุกรุ่นขนาดเพียง 1 นิ้ว แต่ชิงสุ่ยกลับรับรู้ได้ถึงความรุนแรงและแรงกดขี่ที่อยู่ภายในอย่างชัดเจน

นี่คือเปลวเพลิงหยินและหยาง ที่สามารถเผาผลาญได้ทุกสรรพสิ่ง

ในขณะที่ชิงสุ่ยกำลังวิเคราะห์เปลวเพลิงหยิน-หยาง เขายังคงศึกษาวิธีใช้งานมันอีกด้วย

"อะไรคือการแยกเปลวเพลิงหยิน-หยางออกจากกัน?" ชิงสุ่ยจับจองวิธีการที่ปรากฏนี้

มันคือการแยกส่วนประกอบระหว่างเปลวเพลิงแห่งหยินและเปลวเพลิงแห่งหยางก่อนที่จะนำมันมารวมกัน ซึ่ง<<เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง>>จะอยู่ในรูปแบบตรงข้าม คือการรวมหยินหยางเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะแยกออกเป็นงเปลวเพลิงแห่งหยินและเปลวเพลิงแห่งหยาง

หากสงสัยว่าทำไมจะต้องแยกเปลวเพลิงออกจากกัน มันเป็นเพราะว่า ส่วนวัตถุดิบหยินตามธรรมชาติ นั้นต้องการเปลวเพลิงหยินเพื่อปรับแต่ง ขณะที่เปลวเพลิงหยางถูกใช้เพื่อปรับแต่งวัตถุดิบหยาง และเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างภายในวัตถุนั้น

มีวัตถุดิบจำนวนมากหลากหลายชนิดที่จะใช้เปลวเพลิงหยางในตอนเริ่มต้น และตามด้วยเปลวเพลิงหยิน และกลับมาใช้เปลวเพลิงหยางอีกครั้งเพื่อเสร็จสิ้น ในบางครั้งเพื่อการผสม ส่วนผสมทางจิตวิญญาณที่หายาก จำเป็นต้องใช้เปลวเพลิงทั้งคู่

เมื่อเปลวเพลิงสีเทาก่อนหน้านี้จางหาย เขาได้เริ่มใช้พลังปราณจากเคล็ดวิชากายาบรรพเพื่อพยายามที่จะแยกระหว่างหยินและหยางออกจากกัน ในที่สุด มือซ้ายของชิงสุ่ยก็เริ่มเผยเห็นเปลวเพลิงแห่งหยาง ในขณะที่มือขวาของเขานั้นเริ่มเคยเห็นเปลวเพลิงแห่งหยิน

การฝึกฝนยิ่งทำบ่อยก็ยิ่งทำให้เก่งขึ้น

เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างคล้ายกับการเดินทางในเส้นทางสายเก่าที่คุ้นเคย ครึ่งซ้ายของชิงสุ่ยเริ่มร้อนขึ้น ในขณะที่ครึ่งขวาของเขานั้นหนาวเย็นจนสัมผัสได้ หยินหยาง หยางหยิน ดูเหมือนว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการฝึกฝน ตอนนี้ซีกซ้ายของเขานั้นเต็มไปด้วยปราณหยาง และซีกขวาที่เต็มไปด้วยพลังปราณหยิน

หากไร้ซึ่งการรับรู้ที่แท้จริง เขาก็ไม่อาจเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้ ทั้งหมดที่เขารู้นั้นเขารู้สึกว่าพระเจ้าทรงประทานพรให้กับเขา การถูกเคาะหัวเบาเบาโดยมือของเด็กหญิงสาวสวย ช่วยให้เขาปลดผนึกทักษะการปรุงยา และเคล็ดวิชาเปลวเพลิงโบราณนี้ได้

เหวินเหรินอูซวง ถือได้ว่าเป็นดวงดาวแห่งความโชคดีของเขา หากเขายังคบหาสมาคมกับเธอ ใครจะคาดคิด บางทีเขาอาจจะสามารถบรรลุขั้นเทวะเซียนเทียนก็เป็นได้

ชิงสุ่ยหยุดคิดฟุ้งซ่าน และมุ่งมั่นในการฝึกฝน<<เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง>>

ชิงสุ่ยเพราะว่าในขณะที่เขาใช้เคล็ดวิชากายาบรรพกาลร่างกายของเขานั้นไม่รู้สึกอึดอัดเลยระหว่างการสลับเปลี่ยนในด้านพลังงานความร้อนและความเย็น ครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับพลังนี้ เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง

การที่จะสามารถแยกเปลวเพลิงหยินและหยางออกเป็นสองส่วนได้นั้นจำเป็นต้อง มีความมุ่งมั่นในการแบ่งแยก และสามารถควบคุมความสงบภายในใจให้มั่นคง หากเกิดอาการสับสนมันอาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายได้

หากไร้ซึ่งโชคชะตา แม้เขาจะฝึกอีกนับ 20 ปี ก็คงไม่อาจเข้าใกล้สาระสำคัญของเคล็ดวิชานี้ได้เลย

เพล้ง เพล้ง เปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของชิงสุ่ยอีกครั้ง มันเปล่งรัศมีประมาณ 1 นิ้ว

เปลวเพลิงหยางสีขาวปรากฏขึ้นบนฝ่ามือข้างซ้าย สีของมันลักษณะราวกับสีของหิมะขาว เปลวเพลิงหยินสีดำปรากฏขึ้นบนฝ่ามือข้างขวา สีของมันลักษณะราวกับสีของหมึกสีดำ

มันทั้งน่าประหลาดใจและน่าตกใจ

ชิงสุ่ยมองไปยังสีเปลวเพลิงตรงข้ามกันตามธรรมชาติในมือของเขา

หนึ่งกำลังซึ่งแสงรุนแรงแผดเผา ในขณะที่อีกหนึ่งกำลังเปล่งแสงคลื่นแห่งความหนาวเย็น ตำนานกล่าวไว้ว่าเปลวเพลิงสีขาวสามารถปรุงแต่งจิตมนุษย์ได้ ในขณะที่เปลวเพลิงสีดำนั้นสามารถทำลายลึกไปยังกระดูก แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นสามารถทำลายล้างได้ถึงจิตและวิญญาณ อย่างไรก็ตามพลังเหล่านั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะปรับแต่งจิตวิญญาณในวัตถุดิบต่างๆใน เพียงเพราะเขานั้นบรรลุพลังปราณในเคล็ดวิชากายาบรรพเพียงขั้นที่ 3 เท่านั้น

หลังจากเริ่มคุ้นเคยกับเคล็ดวิชานี้ ชิงสุ่ยเริ่มตรวจสอบเคล็ดวิชาอื่นที่ถูกปลดผนึก

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังเหลือสิ่งที่ดีอยู่อีกด้วย

จบบทที่ AST บทที่ 71 - เคล็ดวิชาโบราณการ : เปลวเพลิงแห่งหยิน-หยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว