เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 249 ขัดขวาง ไล่ล่า

ตอนที่ 249 ขัดขวาง ไล่ล่า

ตอนที่ 249 ขัดขวาง ไล่ล่า


บึ้ม...

ขณะที่ทูตพยัคฆ์บินเตรียมกระแทกคลื่นระเบิดพยัคฆ์ใส่ตัวแทนของไป๋หวินเฟย ในทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นใกล้หูเขา

บนเวที มีร่างหนึ่งพุ่งลงมาเหมือนดาวตกจมลงไปในพื้น อัดกระแทกจนกระเบื้องผิวเวทีแตกเป็นชิ้น

ทูตพยัคฆ์บินถึงกับตกใจหนัก

ทั้งนี้เป็นเพราะร่างที่ถูกซัดลงมานั้นไม่ใช่เด็กมนุษย์ตัวน้อย แต่กลับเป็นอสูรหมีคนน้องที่สู้อยู่กับบุรุษคล้ายน้ำแข็งคนนั้น

ความจริงบุรุษน้ำแข็งคนนั้นมีความสามารถมากพอจะกระแทกอสูรหมีดำผู้น้องได้หรือ?

แต่เจ้าเด็กนั่นยังไม่ได้เป็นแม้แต่นักสู้ระดับ 7 (เหนือมนุษย์) ด้วยซ้ำ

ทูตพยัคฆ์บินจะไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้เด็ดขาด เมื่อเขามองไปรอบๆ เขาก็รู้ได้ว่าอสูรหมีดำคนพี่ถูกซัดกระเด็นไปก่อนแล้วเหมือนกับน้องชายของเขา...

จากนั้นเองทูตพยัคฆ์บินจึงได้พบว่าคนที่ซัดอสูรหมีดำทั้งคนพี่และคนน้องนั้น ไม่ใช่บุรุษน้ำแข็ง แต่เป็นบุรุษอีกคนสวมหน้ากากทองครึ่งหัวเราะครึ่งร้องไห้ เขาไม่เพียงแต่ซัดพี่น้องอสูรหมีดำจนกระเด็นเท่านั้น แต่ยังสร้างโล่เพลิงยักษ์ป้องกันกรงเล็บของเหมยฮัวคนพี่ เขาเพียงคนเดียวเล่นงานพี่น้องหมีดำและพี่น้องเหมยฮัวไปถึงสามคน ช่างเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ

คนผู้นี้ จะต้องจัดการกับร่างแยกของทูตพยัคฆ์บินอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เช่นนั้นเขาจะมีเวลาต้านทานคนอื่นได้อย่างไร?

เมื่อทูตพยัคฆ์บินหันไปดูเย่ว์หยาง เขาก็ต้องชะงักค้างอีกครั้ง

ในท้องฟ้า ร่างแยกอีกร่างหนึ่งของเขาถูกแช่แข็งไปแล้ว มือทั้งสองของเขายังชูอยู่ในท่ากลั่นคลื่นระเบิดพยัคฆ์ ทำให้ดูเหมือนกับท่ายกมือยอมจำนน

ร่างที่ถูกแช่แข็งของเขาร่วงลงพื้นอย่างรวดเร็ว และกระแทกกับพื้นเวทีเสียงดังสนั่นปานฟ้าผ่า ก้อนน้ำแข็งแตกกระจัดกระจายไปทั่ว

“เกิดอะไรขึ้น?”

ทูตพยัคฆ์บินสับสนไปหมด แม้ว่าพวกเด็กชาวมนุษย์จะสามารถเห็นว่าร่างแยกอีกร่างของเขาจะมีพลังเพียงหนึ่งในสิบของร่างหลัก แต่เขาก็ไม่น่าแช่แข็งร่างแยกของเขาจนเป็นน้ำแข็งได้มิใช่หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น พี่น้องอสูรหมีดำยังถูกนักรบที่ระดับต่ำกว่านักสู้ปราณก่อกำเนิดเล่นงานเอาได้หรือ? นอกจากนี้ คลื่นระเบิดพยัคฆ์ที่ร่างแยกของเขาปล่อยมาไปอยู่ไหนเสียแล้ว?

“.....”

แน่นอน เย่ว์หยางคงไม่บอกเขาหรอกว่าพี่น้องอสูรหมีดำปลิวกระเด็นลงมาด้วยคลื่นระเบิดพยัคฆ์ของทูตพยัคฆ์บินเอง

“อ๊าค!” พี่น้องอสูรหมีดำร้องดังโหยหวน พวกเขาสั่นสะท้านไปทั้งร่างขณะที่เวทีสั่นสะเทือนทั้งหมด

พวกเขาพุ่งออกมาทันทีจากภายในกองกระเบื้องแตกหัก

แม้ว่าพวกเขาจะถูกซัดกระเด็นด้วยกลยุทธที่แยบยลของเย่ว์หยางโดยใช้คลื่นระเบิดพยัคฆ์ แต่ร่างที่แข็งแกร่งของพวกก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

มีเพียงผิวหนังส่วนน้อยที่ไหม้ดำเกรียม

เผ่าปีศาจบูรพามีผิวหนาทนทานอย่างคาดไม่ถึง

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่นักสู้ปราณก่อกำเนิด แต่พวกเขาได้สร้างร่างกายจนถึงระดับสูงสุดด้วยการฝึกฝนของพวกเขา นอกจากการโจมตีของนักสู้ปราณก่อกำเนิด พวกเขาไม่สนใจต่อการโจมตีทุกชนิด

เปรียบเทียบแล้ว ต้องเป็นนักสู้ชาวมนุษย์ระดับ 9 (เซียน) เป็นอย่างน้อยถึงจะทำร้ายให้พวกเขาบาดเจ็บได้ เมื่อพวกเขารับพลังคลื่นระเบิดพยัคฆ์ แน่นอนว่า ถึงแม่ร่างมนุษย์คนหนึ่งจะเทียบไม่ได้กับร่างอสูรของเผ่าพันธุ์ปีศาจและอื่นๆ แต่ปัญญาของพวกเขาสูงกว่าเผ่าปีศาจอื่น

ตราบใดที่มนุษย์สามารถฝึกถึงระดับ 9 (เซียน) ได้ พวกเขาจะกลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดได้ในที่สุด

เรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้นกับเผ่าปีศาจบูรพา

เหมยฮัวคนน้องตะกุยกรงเล็บใส่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ต้านรับพลังของเขาโดยตรง นางกลับเรียกคัมภีร์และกางโล่ต้านรับพลังโจมตีนั้นไว้

นางเพียงรับหน้าที่พัวพันเหมยฮัวคนน้อง ส่วนเหมยฮัวคนพี่ปล่อยให้เย่ว์หยาง, อู่เสียและอู๋เหินจัดการสังหาร

“พี่น้องอสูรหมีดำ พาเด็กมนุษย์ 2-3 คนนี้หนีไปก่อน แล้วข้าจะตามไปทีหลัง”

ทูตพยัคฆ์บินมองดูเฟิงชิซา, เหยียนพั่วจวินและคนอื่นๆ นอนระเกะระกะอยู่พื้น เขาโบกมือออกคำสั่งให้พี่น้องหมีดำพาคนพวกนี้ไป มิฉะนั้น ในการต่อสู้ใหญ่ที่จะเกิดขึ้น พวกที่หมดสติป้องกันตัวไม่ได้นี้อาจถูกฆ่าโดยไม่ได้ตั้งใจ

พี่น้องหมีดำโกรธเกรี้ยวอย่างมาก แต่พวกเขายังคงทำตามคำสั่ง

คนหนึ่งแบกเฟิงชิซาและเหยียนพั่วจวินที่บาดเจ็บหนัก ขณะที่อีกคนหนึ่งแบกทูตมังกรชังหลันวี่และองค์ชายสือจินที่หมดสติอยู่ พวกเขาคำรามเสียงดังลั่นพลางพุ่งเข้าไปในลำแสงสีดำกลางวงเวทอักษรรูนและหายไปโดยไร้ร่องรอย

ทูตพยัคฆ์บินปล่อยหมัดใส่ร่างแยกของเขาที่ถูกแช่แข็งอยู่ในน้ำแข็ง เพื่อปลดปล่อยตัวเขาออกมาจากกับดักน้ำแข็ง

พอผสานเข้ากับร่างแยกของเขาแล้ว ทูตพยัคฆ์บินก็ฟื้นความแข็งแรงได้เต็มที่แล้วพุ่งเข้าโจมตีเย่ว์หยาง

เย่ว์หยางเรียกคัมภีร์ออกมาแล้วกางโล่ป้องกันทันที

ขณะที่แรงกระแทกจากพลังหมัดของทูตพยัคฆ์บิน ทำให้เกิดระลอกสั่นสะเทือนอยู่ทั่วโล่ป้องกันและกระจายหายไปโดยไม่ส่งผลอะไรในที่สุด เย่ว์หยางปล่อยโซ่ล่องหนมัดเขาไว้ในจุดนั้นเอง

นางพญากระหายเลือดหงบินโฉบลงมาจากฟ้าและปล่อยคลื่นเสียงใส่หูของทูตพยัคฆ์บินขณะที่นางใช้มีดทองฆ่ามังกรและมีดเงินทำลายดวงตาแทงใส่ตาทั้งคู่ของทูตพยัคฆ์บิน

จากนั้นเย่ว์หยางโจมตีซ้ำอย่างไม่ยั้งมือ เขาใช้ท่าดาบที่หนึ่ง ดาบผ่าภูผาอย่างเต็มกำลัง ดาบที่มีไฟลุกโชนฟันขวางใส่ท่อนล่างของทูตพยัคฆ์บิน เขาตั้งใจจะตอนทูตพยัคฆ์บินให้กลายเป็นขันที เนื่องจากเผ่าก็อบลินตะวันออกมีพลังที่แข็งแกร่ง ร่างกายที่แข็งแกร่งทำให้การโจมตีธรรมดาใช้กับเขาไม่ได้ ดังนั้นเย่ว์หยางถูกบังคับให้โจมตีอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้แทน

อีกด้านหนึ่ง เสวี่ยทันหลางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแต่ละคนต่างก็เรียกคัมภีร์ออกมากางโล่ป้องกัน แม้ขณะที่เหมยฮัวคนน้อยยังตะกุยกรงเล็บใส่โล่ป้องกัน พวกเขาก็ยังปลอดภัย

สำหรับเหมยฮัวคนพี่ เขาพบว่าความเร็วของเขาไม่ได้เร็วกว่าเด็กผู้หญิงสองคนข้างหน้า

การโจมตีของเขาพลาดเป้าหมาย เหมยฮัวคนพี่ผิดหวังจึงรีบวิ่งไปข้างเวทีอย่างดุร้ายและโจมตีใส่เจ้าเมืองโล่วฮัวผู้ยืนอยู่ข้างล่างเวที

เจ้าเมืองโล่วฮัวเรียกคัมภีร์ทันทีและกางโล่ป้องกันการโจมตีมุ่งหมายชีวิตไว้ได้โดยง่าย ขณะเดียวกัน จิ้งจอกสามหางที่อยู่ตรงเท้านางก็ขยายขนาดอย่างรวดเร็ว หางของมันสะบัดปล่อยกลิ่นหอมไปทั่วอย่างสง่างาม เจ้าเมืองโล่วฮัวสะสมพลังแสงอุษาของนางเตรียมพร้อมโจมตีแล้ว

และพลังใกล้จะถึงระดับสูงสุดในทักษะที่นางมีแล้ว พลังแสงอุษาที่น่ากลัวถูกยิงออกมาใส่เหมยฮัวคนพี่ ในอีกทางด้านหนึ่ง ทูตพยัคฆ์บินที่เย่ว์หยางกำลังฟันดาบใส่อยู่ กำลังยืนอยู่ในวิถีแสงอุษายิงผ่านพอดี

นี่คือการต่อสู้เป็นทีมระหว่างเจ้าเมืองโล่วฮัวและเย่ว์หยางที่คาดไม่ถึง

พวกเขาไม่จำเป็นต้องพูดก็ยังเป็นทีมงานที่ยอดเยี่ยมในการต่อสู้

เห็นได้ชัดว่าเหมยฮัวคนพี่ไม่ต้องการต้านรับแสงอุษาที่น่ากลัวนี้ เขากระโดดหลบการโจมตีไปอีกด้านหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาหลบพลังโจมตีได้ ทูตพยัคฆ์บินที่ถูกโซ่ล่องหนพันธนาการไว้กลับกลายเป็นผู้โชคร้าย แสงอุษายิงใส่ตัวเขาระเบิดใส่ตัวเขาเต็มที่

ร่างของทูตพยัคฆ์บินกระเด็นไปยังจุดนั่งชมอีกด้านหนึ่งหลายร้อยเมตรจนยุบเข้าไป พลังปะทะของแสงอุษาทำให้เกิดหลุมใหญ่บนพื้น แรงอัดกระแทกหินและกระเบื้องจนแตกกระจายและฝังร่างของทูตพยัคฆ์บินไว้ข้างใน อีกด้านหนึ่ง เหมยฮัวผู้พี่เพิ่งจะหลบแสงอุษาได้ มองดูอย่างตื่นตัวและโล่งใจในคราวเดียวกัน แต่ขณะที่เขาทำอย่างนี้ หมัดๆ หนึ่งที่ไม่อ่อนด้อยกว่าเขาเลยซัดใส่จมูกเขาเต็มที่

นี่คือหมัดลอบทำร้ายของวีรสตรีทวนมังกร นางแสดงความแข็งแกร่งสง่างามของนางทันทีที่รุกโจมตี

ศีรษะของเหมยฮัวผู้พี่กระแทกกับพื้นเวทีทันทีที่ถูกหมัดของนาง..

เมื่อเขาพยายามคลานขึ้นมาจากหลุมขึ้นมาบนพื้น เขาได้แต่ถ่มเลือดออกจากปากอย่างช่วยไม่ได้

นี่เป็นครั้งแรกในการต่อสู้ครั้งนี้ ที่สมาชิกเผ่าปีศาจบูรพากระอักเลือด... เมื่อเหมยฮัวผู้พี่มองเห็นเลือดในมือเขา ดูเหมือนเขาไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น นางไม่ใช่นักสู้ปราณก่อกำเนิด แต่นางก็ยังทุบตีเขาจนกระอักเลือดได้หรือ?

ในท้องฟ้า ลำแสงดำและวงเวทอักษรรูนเริ่มสั่นกระเพื่อมช้าๆ ราวกับว่ามันจะหายไปได้ทุกเมื่อ

พี่น้องเหมยฮัวรู้สึกได้จึงมองขึ้นไป สีหน้าของเขากลับกลายเป็นห่วงกังวล

พวกเขาต้องไปเดี๋ยวนี้

แต่ทูตพยัคฆ์บินยังไม่ออกคำสั่งให้พวกเขาไป

ในท่ามกลางเศษหินในหลุมตรงจุดนั่งชมอีกด้านหนึ่ง ทูตพยัคฆ์บินระเบิดเศษหินที่ทับตัวเขากระเด็นออกไปด้วยพลังปราณของเขา หินทั้งขนาดใหญ่และเล็กกระเด็นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ตาของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขาหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวด ขณะเดียวกันร่างท่อนล่างของเขาไหม้เกรียม

ดูเหมือนว่าแม้เขาจะไม่กลายเป็นขันที แต่เขาก็ยังบาดเจ็บหนัก ขณะที่แสงอุษาของเจ้าเมืองโล่วฮัว ก็ทำได้เพียงทำให้หนังศีรษะของกลายเป็นสีดำ แต่ดูเหมือนไม่ได้ทำให้บาดเจ็บอย่างอื่น

ทูตพยัคฆ์บินโกรธอย่างไม่มีอะไรมาเทียบได้ ขณะที่เขาคำรามเสียงลั่นใส่เย่ว์หยาง “ถ้าข้ามีเวลาพอ ข้าจะฉีกเจ้าให้เป็นชิ้นๆ”

เขารีบบินเข้าไปกลางเวทีต่อสู้แล้วแบกร่างตัวแทนไป๋หวินเฟยจากนั้นบินหายเข้าไปในลำแสงดำ ก่อนที่จะส่งสัญญาณให้คนอื่นกลับ

ก่อนที่เขาจะจากไป เขาหันมาตะโกนใส่เย่ว์หยางอย่างเกรี้ยวกราด

“ถ้าเจ้ามีความกล้าก็ตามมาที่นี่และไล่ตามเรามา ข้าจะรอเจ้าอยู่ในเส้นทางผ่านโบราณ เราจะสู้กันตัวต่อตัว ถ้าเจ้าชนะ เจ้าเอาตัวคนที่เราลักพาไปทั้งหมดกลับไปได้! เจ้ามีความกล้าตามเรามาไหมเล่า?”

เย่ว์หยาง, อู๋เสีย, อู๋เหินมองหน้ากันและกันก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปในอากาศพร้อมกัน

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจงใจกระโดดช้าลง เพราะรอเจ้าเมืองโล่วฮัว

เสวี่ยทันหลางกลับตรงกันข้าม เขาไม่ไล่ตามพวกนั้นเหมือนเย่ว์หยางและคนอื่น แต่เขากลับปล่อยพายุหมุนน้ำแข็งเข้าโจมตีเหมยฮัวคนน้องที่ยังบินอยู่กลางท้องฟ้า เขาเตรียมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อจัดการเผ่าปีศาจบูรพาให้ได้ที่นี่สักคน อีกด้านหนึ่งวีรสตรีทวนมังกรโจมตีใส่เหมยฮัวคนพี่กลางอากาศ

ตราบใดที่สมาชิกเผ่าปีศาจบูรพาสองคนนี้ไม่สามารถกลับไปถึงลำแสงดำได้ก่อนที่มันจะหายไป พวกมันจะต้องตายอยู่ในทวีปมังกรทะยานแน่นอน... องครักษ์พิทักษ์ฟ้ามาถึงช้าเกินไป และนักรบที่แข็งแกร่งจากประเทศต่างๆ จะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาไปแน่

เหมยฮัวคนน้องต้านทานพายุหมุนของเสวี่ยทันหลางและพยายามบินขึ้นไปด้วยพลังทั้งหมดของเขา

เย่ว์หยางฟันดาบใส่หัวของเหมยฮัวคนน้อง เหมยฮัวคนน้องร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด แต่ยังคงฝืนใจบินเข้าไปในลำแสงดำได้ในที่สุด

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตวัดดาบยักษ์ของนาง เหมยฮัวคนพี่ถูกวีรสตรีทวนมังกรดักโจมตีและยังถูกดาบขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนฟันใส่ .... เขาต้องการฝืนใจกลับเข้าไปในลำแสงดำ แต่อู๋เสียที่ปลอมตัวเป็นเย่ว์ปิงได้กลั่นใช้น้ำแข็งและสายในมือแล้วปล่อยพลังทั้งสองโจมตีหน้าของเขาขนาบซ้ายขวาพร้อมกัน

มีวีรสตรีทวนมังกรและเสวี่ยทันหลางอยู่ข้างล่างและแสงอุษาคู่ที่เพิ่มระดับพลังแล้ว หลังจากที่เจ้าเมืองโล่วฮัวผ่านการฝึกผสานกายกับเย่ว์หยาง นางยิงแสงมาจากด้านบน

หมัดของวีรสตรีทวนมังกรเหมือนดาวตกกระแทกใส่เหมยฮัวคนพี่ทางด้านขวาอย่างแรง ขณะที่มือของอู๋เสียโจมตีใส่ด้านซ้ายของเขา พายุหมุนของเสวี่ยทันหลางครอบคลุมเต็มฟ้าสามารถฉีกร่างของเหมยฮัวคนพี่เป็นชิ้นๆ ได้

ในท้องฟ้า แสงอุษาคู่ที่น่ากลัวกว่าแสงอุษาปกติถึงสิบเท่ายิงออกมาจากมือของเย่ว์หยางและเจ้าเมืองโล่วฮัว...

แสงอุษาคู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นลำแสงขนาดใหญ่ยิงใส่เหมยฮัวผู้พี่ที่กำลังตะลึง ระเบิดจนเขากระเด็นออกไป

พลังแสงอุษาคู่ระเบิดจนเหมยฮัวคนพี่กระเด็นออกไปไกลหลายร้อยเมตร

เศษหินร่างกราวลงตรงจุดนั่งชมซึ่งกลายเป็นเถ้าถ่านจากแรงระเบิดของแสงอุษา

พอแสงสว่างส่องผ่านภายใต้โพรงที่เกิดขึ้นเพราะแสงอุษา เย่ว์หยางตระหนักว่าเหมยฮัวคนพี่ยังไม่ตายจริงๆ เขากลับคืนสู่ร่างเดิมกลายร่างเป็นเสือดาวขนาดยักษ์ที่ดูสภาพน่าอนาถทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยบาดแผลที่น่ากลัว มันมีขนาดตัวยี่สิบเมตรวัดจากหัวถึงหาง และร่างของมันใหญ่พอๆ กับเนินเขา เทียบไม่ได้กับเสือดาวสายฟ้าหรือสัตว์ประเภทเดียวกับมันในทวีปมังกรทะยาน แม้แต่แมมม็อธยักษ์และและโคโดรบก็ยังดูเด็กไปเลยเมื่อเทียบกับเสือดาวนี้

มิน่าเล่ามันถึงไม่ตายไม่ว่าจะทุบตีอย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็นว่าพวกเผ่าปีศาจบูรพามีร่างกายใหญ่โตนั่นเอง

ความจริงวีรสตรีทวนมังกรต้องการจะตามเย่ว์หยางและคนอื่นไปสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งด้วย แต่เมื่อนางเห็นเช่นนี้ นางรีบโบกมือให้เย่ว์หยางและพูดว่า

“พวกเจ้าไปเถอะ ปล่อยเจ้านี่ให้เราจัดการเอง เสวี่ยทันหลางรีบไปตามอาจารย์จิ้งจอกเฒ่ามาที่นี่ เจ้าผู้นี้ยังไม่ถูกฆ่าได้ง่ายๆ แน่”

ทันใดนั้นแพนด้าน้อยน่ารักปรากฏออกมาจากในร่างของวีรสตรีทวนมังกร มันตะโกนบอกเย่ว์หยางด้วยท่าทางที่น่ากลัวว่า

“หนิวหนิวจะช่วยแม่เอาชนะคนไม่ดีให้ได้ พี่ชาย เมื่อพี่กลับมาต้องให้รางวัลเป็นลูกอมหวานกับหนิวหนิวเยอะๆ นะ”

เย่ว์หยางต้องเตรียมรับมือเด็กหญิงแพนด้าอีกนาน เธอจะมากจะน้อยก็ยังดูคล้ายกับเย่ว์ซวง ลูกอมหวานคืออาวุธยิ่งใหญ่ที่ใช้กับพวกเธอได้ผลที่สุด

ฝีมือในการรับมือเด็กๆ ของเย่ว์หยางนับว่าอยู่ในระดับปรมาจารย์ เขามักจะเตรียมลูกอมติดตัวไว้มากมาย และเขาเอาลูกอมออกมาโชว์ให้แพนด้าน้อยดู

เมื่อเด็กหญิงแพนด้าเห็นลูกอม จิตวิญญาณต่อสู้ของเธอเพิ่มขึ้นระดับเต็มร้อยทันที พลังต่อสู้ของเธอเพิ่มขึ้นระดับทะลุปรอท ... ตรงกันข้าม, เจ้าเมืองโล่วฮัวและสาวๆ ทุกคนตะลึงมองกันดูกันทุกคน ทำไมเจ้าหมอนี่ถึงพกลูกอมหวานมากมายไว้กับตัวตลอดเวลา? เป็นไปได้ไหมว่าเขาเตรียมไว้ล่อลวงลักพาตัวเด็กผู้หญิงเมื่อใดก็ได้กระมัง?

“ไปห่างๆ เลย, เด็กเล็กๆ จะฟันผุได้ถ้ากินลูกอมหวานมากเกินไป!”

พี่สาวขี้เมาที่ปลอมตัวเป็นวีรสตรีทวนมังกรไม่พอใจเย่ว์หยางที่ดูเหมือนพยายามจะล่อลวงหนิวหนิวที่มีค่าของนาง

“เอ้านี่, เหล้าสำหรับท่าน!”

เย่ว์หยางยังคงเตรียมการลักพาตัวพี่สาวขี้เมาพร้อมกับเด็กหญิงแพนด้าด้วย พลางโยนขวดเหล้าให้นาง

“ใครจะบ้าดื่มเหล้าระหว่างต่อสู้กัน!”

พี่สาวขี้เมาถูกยั่วจนโกรธไปแล้ว

“รีบตามพวกเขาไปเร็วๆ ลำแสงเกือบหายไปแล้ว”

อู๋เสียกระโจนเข้าไปในลำแสงดำ ถัดมาเป็นอู๋เหิน, องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเย่ว์หยางจับมือเจ้าเมืองโล่วฮัวตามเข้ามา เมื่อเสือดาวยักษ์กระโจนไล่ตามพวกเขา เย่ว์หยางปล่อยพลังดาบใส่มันอีกครั้ง เย่ว์หยางและโล่วฮัวกระโจนเข้าไปในลำแสงดำขณะที่เสือดาวยักษ์ร่วงลงมาจากอากาศ เมื่อมันพยายามกระโดดขึ้นไปอีกครั้ง ลำแสงดำและวงเวทอักษรรูนก็หายไปไม่เหลือร่องรอย

เสือดาวยักษ์ร้องโหยหวน เสียงของมันดังมากขนาดพื้นดินสั่นสะเทือนและสะท้อนผ่านชั้นเมฆ

เสวี่ยทันหลางและพี่สาวขี้เมามองหน้ากันและกัน ในที่สุดทวีปมังกรทะยานก็สามารถจับกุมสมาชิกเผ่าปีศาจบูรพาที่บุกรุกเข้ามาได้ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเสือดาวยักษ์องครักษ์ของวัง แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไร พวกเขาจะได้รีดข้อมูลจากเสือดาวยักษ์ผู้นี้

เย่ว์หยาง, องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นๆ เข้าไปในลำแสงดำ ก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาถูกเทเลพอร์ตเข้ามาในทางเดินมืดมิดขนาดยักษ์

หญิงงามลึกลับอู๋เสียขมวดคิ้วของนาง

“นี่ไม่ใช่หอทงเทียน ที่นี่ยังอยู่ในทวีปมังกรทะยาน... ถ้าข้าจำไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็นหุบเขามรณะ ดูเหมือนเราจะอยู่ในทางผ่านโบราณที่อยู่รอบๆ แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่นักรบที่อาศัยอยู่นอกเขตหอทงเทียนจะเข้ามาทวีปมังกรทะยาน พวกเขาต้องเข้าไปในทางผ่านโบราณเสียก่อน จากนั้นจึงเทเลพอร์ตไปหอทงเทียน ทางผ่านโบราณนี้เป็นทางที่เชื่อมดินแดนด้านนอกเข้าไปยังหอทงเทียน แน่นอน ก็ยังเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะเข้าไปในทางผ่านโบราณ พวกเขาจำต้องทำการบูชายัญเป็นจำนวนมากเพื่อเปิดประตูเทเลพอร์ตในทางผ่านโบราณ...”

“เป็นวิธีเดียวกับใช้เลือดบูชายัญจ้าวปีศาจเพื่อเปิดประตูเทเลพอร์ตเชื่อมแดนปีศาจกับทวีปมังกรทะยานหรือนี่?”

เย่ว์หยางยังจำการต่อสู้ที่เมืองไป๋ฉือได้เมื่อเสียหั่วใช้เลือดจำนวนมากบูชายัญเพื่อเรียกจ้าวปีศาจฮาซิน

“ไม่ใช่หรอก”

หญิงงามอมโรคโบกมือและพูดว่า

“ยังคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับชาวปีศาจที่จะมายังทวีปมังกรทะยาน พวกเขาสามารถไปหอทงเทียนระดับใดก็ได้อย่างง่ายดาย แต่พวกเขาจะไม่สามารถออกไปได้ตามอำเภอใจ ก็คล้ายกับเมื่อเราเข้าไปในแดนปีศาจ เราก็ไม่สามารถไปจากนั่นตามอำเภอใจเหมือนกัน ถ้าจ้าวปีศาจต้องเข้ามายังทวีปมังกรทะยาน ต้องเป็นเพราะเขามาทวีปมังกรทะยานก่อนเพื่อฝึกฝนและทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ที่นี่ มีแต่ด้วยการช่วยเหลือของสาวกผู้มีศรัทธา จะบูชายัญด้วยเลือดในฐานะผู้นำทาง เขาจึงจะสามารถมายังทวีปมังกรทะยานได้ ผู้ท่องมิติที่แข็งแกร่งยากที่จะสร้างทางผ่านในมิติภายในได้ ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอย่างจ้าวปีศาจที่ไม่เคยมาทวีปมังกรทะยานมาก่อน ข้าคิดว่าเขาคงต้องเสียสละปีศาจนับหมื่นหรือแสนเป็นอย่างน้อยถ้าเขาต้องการมาทวีปมังกรทะยาน หลังจากนั้นเขาจะสามารถเปิดพื้นที่เทเลพอร์ตระหว่างแดนปีศาจและทวีปมังกรทะยานได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องการคนในทวีปมังกรทะยานนำเขา ถ้าไม่มีคนหักหลังหรือเป็นสายลับในทวีปมังกรทะยาน ศัตรูแข็งแกร่งอย่างจ้าวปีศาจและพวกเผ่าปีศาจบูรพาจะไม่มีทางมายังทวีปมังกรทะยานได้แน่นอน”

“ข้าพบรอยเลือดบางส่วน!”

ทักษะหกรับรู้ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเฉียบคมมาก นางพบรอยเลือดทันทีอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา

“ดูเหมือนเราไม่ได้ถูกเบี่ยงเบนไปมากนักระหว่างเทเลพอร์ตเข้ามายังทางผ่านนี้”

หญิงงามลึกลับอู๋เสียมองดูเย่ว์หยาง

“เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการยกระดับพลังปราณก่อกำเนิดจากการถูกจำกัดไว้? เจ้ายังไม่ฟื้นคืนพลังทั้งหมดเลยนี่...”

“ข้าไม่เป็นไร”

เย่ว์หยางรู้ว่าผลของการใช้พลังปราณก่อเนิดของเขาเกินพิกัดเป็นเรื่องน่ากลัว เขาสามารถใช้พลังมากเกินไปและตายเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เขาเชื่อมั่นว่าเขาสามารถควบคุมพลังตนเองได้

ตราบใดที่เขาไม่สูญเสียการควบคุมจิตใจตนเอง อย่างนั้นร่างของเขาก็คงไม่แตกสลาย

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังคงมีสาวๆ ผู้แข็งแกร่งและมีความสามารถไม่กี่คนเหล่านี้คอยช่วยเขา เย่ว์หยางมีความมั่นใจในการปลดผนึกขีดจำกัดพลังปราณก่อกำเนิดของเขา เขารู้ว่าแม้ว่าเขาจะถึงขีดจำกัดระหว่างต่อสู้

เขาก็ยังสามารถพาตัวเองหนีไปจากที่นี้และรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้ เนื่องจากเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับผลกระทบ แล้วทำไมเขาไม่ใช้พลังทั้งหมดเล่า? เย่ว์หยางไม่ปลดผนึกพลังปราณก่อกำเนิดระหว่างแข่งขัน เพราะเขาจำเป็นต้องใช้เวลามากถึงจะทำได้ เขาคิดว่าเผ่าปีศาจบูรพา บางทีหนีไปกันหมดแล้ว ก่อนที่เขาจะปลดผนึกปล่อยพลังปราณก่อกำเนิดของเขาได้สำเร็จ

ตอนนี้เขาไล่ตามพวกมันมาถึงทางผ่านโบราณนี้ ตราบใดที่เขาตามทูตพยัคฆ์บินและคนอื่นๆได้ทันและยังสามารถปลดผนึกพลังปราณก่อกำเนิดของเขา พวกเขาจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงบาดเจ็บได้

ขณะที่เย่ว์หยางกำลังวางกลยุทธกับสี่สาว เสียงลมหวีดหวิวได้ยินมาจากระยะไกล

ศัตรูหรือเปล่า?

หรือว่าเป็นเสียงสะท้อนของสัตว์ประหลาดในตำนานที่น่ากลัวที่อาศัยอยู่ในทางผ่านโบราณและไม่เคยเห็นแสงอาทิตย์มาก่อน

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=269

จบบทที่ ตอนที่ 249 ขัดขวาง ไล่ล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว