- หน้าแรก
- ออฟฟิศติดโปร: ผมมีระบบส่องความลับรายวัน!
- บทที่ 60: ยกเลิกความร่วมมือ (ฟรี)
บทที่ 60: ยกเลิกความร่วมมือ (ฟรี)
บทที่ 60: ยกเลิกความร่วมมือ (ฟรี)
บทที่ 60: ยกเลิกความร่วมมือ
เมนูอาหารเย็นวันนี้มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
ถานหย่าทำซุปไก่แก่ตุ๋นโสมซาเจียง
ส่วนกับข้าวคือผักกาดแก้วผัดเนื้อวัว กับต้นกระเทียมผัดปลาหมึกหลอด...
"กับข้าวที่ที่รักทำอร่อยขึ้นทุกวันเลยนะ!"
เฉินโป๋ช่วยยกกับข้าวออกมา พลางให้กำลังใจถานหย่าอย่างมีความสุข พลางใช้ตะเกียบคีบเนื้อวัวชิ้นเล็กๆ ...
แปะ!
ถานหย่าที่ตามออกมาตีหลังมือเฉินโป๋เบาๆ อย่างงอนๆ
"เข้าใจแล้ว คำแรกให้ที่รักกินก่อน ทำกับข้าวเหนื่อยแล้ว!"
เฉินโป๋ป้อนเนื้อวัวชิ้นที่ตัวเองเพิ่งจะคีบขึ้นมาเมื่อครู่ให้ถานหย่า
"อืม เหมือนจะแก่ไปหน่อยนะ"
เฉินโป๋ก็ลองชิมดูบ้าง: "หืม? อร่อยนี่!"
ถานหย่าเหลือบมองเฉินโป๋ทีหนึ่ง นึกว่านี่เป็นเฉินโป๋ที่จงใจปลอบใจเธออยู่
แต่นี่เป็นความรู้สึกที่เฉินโป๋แสดงออกมาจากใจจริง เพราะรสชาติของอาหารจานนี้ไม่ได้มีแค่เกลือ ซีอิ๊ว...
แต่ยังมีความรู้สึกของคนสองคนอยู่ด้วย
ความรู้สึกคือเครื่องปรุงรสที่ดีที่สุด
"ขอดูหน่อยสิว่าเหลยหยุนกลับมารึยัง" เฉินโป๋โทรหาเธอ
เมื่อครู่ตอนที่กลับมา เฉินโป๋บังเอิญได้ยินลุงเหลยสองสามีภรรยาว่าจะไปเล่นไพ่นกกระจอกที่บ้านเพื่อน
ข้าวปลาไม่กิน ร้านรวงไม่เฝ้า แต่ถ้าไพ่นกกระจอกขาดขาไปคนหนึ่งล่ะก็ทนไม่ได้เด็ดขาด
แล้วก็เลยให้เหลยหยุนจัดการเรื่องอาหารเย็นเอง
เพราะฉะนั้นเฉินโป๋ก็เลยเตรียมจะชวนเหลยหยุนมากินข้าวด้วยกันเสียเลย
"ใช้เครื่องดื่มแทนเหล้า ขอให้เธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าทีมเร็วๆนะ!"
บนโต๊ะอาหาร ถานหย่ารินน้ำมะพร้าวให้เฉินโป๋กับเหลยหยุนแก้วหนึ่ง เฉินโป๋ก็ถือโอกาสยกแก้วขึ้นแสดงความยินดี
เพราะเดี๋ยวเหลยหยุนต้องเข้าเวร ก็เลยดื่มเหล้าไม่ได้ แต่น้ำมะพร้าวก็แสดงความจริงใจได้เป็นอย่างดีแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้น รีบชนแก้วกับเฉินโป๋และถานหย่า
เหลยหยุนใบหน้าเปี่ยมสุข: "ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะ เรื่องนี้ต้องขอบคุณเฉินโป๋จริงๆ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการมากมายขนาดนี้ สะสมผลงานได้มากขนาดนี้ในเวลาอันสั้นหรอกค่ะ..."
เหลยหยุนพูดกับเฉินโป๋อย่างจริงใจ เธอส่ายหน้า ถอนหายใจ
"ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของคุณจริงๆ นะคะ บางทีฉันก็รู้สึกว่า ข้อมูลที่คุณได้รับและแจ้งเบาะแสมามันแม่นยำกว่าสายข่าวหลายคนในสถานีของพวกเราเสียอีก คอนเนคชั่นของคุณนี่มันกว้างขวางจริงๆ เลยนะคะ?"
"ว่าไงคะ คุณมีคอนเนคชั่นเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับพวกแก๊งอิทธิพลมืด การพนัน ยาเสพติดอะไรพวกนี้บ้างไหมคะ สนใจจะให้พวกเขามาเป็นสายข่าวร่วมมือกับสถานีตำรวจของพวกเราไหมคะ?"
สำหรับเรื่องที่ได้รับข่าวกรองมากมายก่อนหน้านี้ คำตอบที่เฉินโป๋ให้เหลยหยุนก็คือ ข้อมูลพวกนั้นเป็น "คอนเนคชั่น" ของเขาที่นำมาให้
ไม่อย่างนั้นก็คงจะอธิบายไม่ได้
แต่เหลยหยุนก็ยังจะมาพูดเรื่องนี้อีก แถมยังจะให้เฉินโป๋แนะนำคนพวกนั้นไปเป็นสายข่าวให้สถานีตำรวจอีก นี่ทำเอาเฉินโป๋รีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที...
"ก็บังเอิญรู้มาบ้างครับ ไม่ได้เจาะจงศึกษาด้านนี้โดยเฉพาะ พวกนั้นคงจะเป็นสายข่าวไม่ได้หรอกครับ ว่าแต่ ช่วงนี้มีแฟนรึยังครับ? ลุงเหลยนี่บ่นทุกวันเลยนะ... จะให้ผมแนะนำให้สักคนไหมครับ?"
พอได้ยินคำพูดนี้ เหลยหยุนก็หน้าแดงก่ำไปถึงใบหู ลามไปถึงคอทันที...
"พ่อก็จริงๆ เลยนะ เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องไปเที่ยวบอกคนอื่นให้ทั่วเลยเหรอ? ฉันเพิ่งจะยี่สิบสี่เองนะ!"
เฉินโป๋หัวเราะฮ่าๆ : "นี่เขาเรียกว่าอะไรนะ ระดมสมองไงล่ะ!"
ถานหย่าก็พูดเสริม: "เพื่อนของเฉินโป๋ฉันน่ะนิสัยดีทุกคนเลยนะ หน้าตาก็ดี แถมยังสูงอีกด้วย! ฉันว่าทำความรู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายนะ"
"อ๊ายาๆๆ ค่อยว่ากัน ค่อยว่ากัน..." เหลยหยุนส่ายหัว รีบก้มหน้าก้มตากินข้าว เปลี่ยนเรื่องคุย
หลังกินข้าวเสร็จ เฉินโป๋กำลังจะเตรียมตัวล้างจาน แต่ใครจะไปคิดว่าโทรศัพท์จะดังขึ้นมาเสียก่อน
มองดูให้ดี ก็คือหยางเหรินฮว่า เฉินโป๋ก็เลยนั่งลงเตรียมจะรับโทรศัพท์ พลางครุ่นคิดว่าจะบอกอีกฝ่ายอ้อมๆ ยังไงดีว่า...
ภรรยาของเขานอกใจไปกับชายผิวดำคนนั้นน่ะ?
ถานหย่าเห็นดังนั้นก็กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ทำหน้าโมโหเล็กน้อย: "ดีจริงๆ นะไอ้เฉินโป๋ตัวแสบ พอถึงเวลาล้างจานทีไรมีโทรศัพท์เข้ามาทุกทีเลย!"
หยิกหูเฉินโป๋ทีหนึ่ง เฉินโป๋แกล้งทำหน้าเหยเก ถานหย่าถึงได้เชิดหน้าอย่างพึงพอใจกลับเข้าไปล้างจานในครัว
เมื่อครู่ก็เป็นแค่การหยอกล้อกันเล่นๆ เท่านั้นเอง ถานหย่ารู้ดีว่าเรื่องงานสำคัญกว่า
รับโทรศัพท์
"คุณหยาง ทานข้าวรึยังครับ?"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงของหยางเหรินฮว่าค่อนข้างจะทุ้มต่ำ: "อืม เพิ่งจะกินเสร็จครับ ที่ผมโทรหาคุณก็เพราะอยากจะคุยเรื่องเครื่องกรองน้ำล็อตนี้หน่อยครับ"
เฉินโป๋พยักหน้า: "คุณหยางยังมีอะไรไม่เข้าใจอีกเหรอครับ?"
"อืม... คืออย่างนี้นะครับ"
อีกฝั่งดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่ ก็ดูเหมือนกำลังคิดอยู่ว่าจะอธิบายกับเฉินโป๋ยังไงดี
"คุณก็รู้ว่า พวกเราเป็นบริษัทเพิ่งจะเริ่มต้น... อืม เหอะๆ ใช่ครับ สภาพคล่องทางการเงินมันก็ยังไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เมื่อกี้ผมลองนั่งคิดดูแล้ว ราคาเครื่องละ 430 หยวน มันก็ยัง...
ทางผมยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุนอีกเยอะแยะเลยครับ แถมสถานการณ์ของบริษัทก็ค่อนข้างจะวิกฤตด้วย..."
พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีเงินไม่ใช่เหรอ? เฉินโป๋ครุ่นคิด เขาถาม:
"งั้นที่คุณหยางโทรหาผม ก็คืออยากจะเจรจาเรื่องวิธีการและระยะเวลาในการชำระเงินใช่ไหมครับ?"
เงินขาดมือ โดยทั่วไปแล้วก็จะเจรจากับซัพพลายเออร์ขอยืดระยะเวลาการชำระเงินออกไปหน่อย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ปลายสายเงียบไปสองวินาที จากนั้นก็หัวเราะแหะๆ สองที...
"ไม่ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องวิธีการชำระเงินครับ ผมคิดว่าคุณเฉินโป๋พอจะลดราคาลงได้อีกหน่อยไหมครับ..."
ลดราคาลงอีกหน่อยเหรอ?
ราคามันก็คุยกันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอเมื่อเช้านี้? ทำไมตอนนี้ถึงมาว่าแพงอีกแล้วล่ะ?
เฉินโป๋อธิบายคุณสมบัติและพารามิเตอร์ของผลิตภัณฑ์ชุดนี้ให้หยางเหรินฮว่าฟังอย่างจริงจัง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น:
"คุณหยางครับ ตามราคาที่ผมคุยกับคุณวันนี้ คุณก็ยอมรับแล้วนะครับ ราคานี้ก็เป็นราคาต่ำสุดของพวกเราแล้ว ลดลงกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ"
ทำธุรกิจ ราคาต้องไม่ต่อรองกันง่ายๆ ไม่อย่างนั้น อีกฝ่ายก็จะคิดว่าสินค้าราคาถูก แถมยังจะได้คืบจะเอาศอกอีก
บวกกับคนเราก็มีหัวใจ เดิมทีเฉินโป๋สามารถติดต่อกับอุซากิชายผิวดำคนนั้นโดยตรง แล้วก็ตัดออเดอร์นี้ของเขาไปในราคาที่ถูกกว่าได้เลย แต่เขาก็ไม่ได้ทำเพราะเห็นแก่คุณธรรม
เพราะฉะนั้นตอนนี้ เฉินโป๋ไม่คิดจะยอมลดราคาให้ แถมเขาก็ยังฟังออกถึงความหมายในคำพูดของหยางเหรินฮว่าด้วย
"คุณหยางครับ ตอนที่คุณเปรียบเทียบราคากับเจ้าอื่น ทางที่ดีก็ควรจะดูคุณภาพของสินค้าด้วยนะครับ ส่งออกไปแอฟริกา ความทนทานเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะครับ..."
หยางเหรินฮว่าขมวดคิ้ว: "เปรียบเทียบราคา? เปล่านี่ครับ ผมไม่ได้เปรียบเทียบราคากับเจ้าอื่นเลย ผมบอกแล้วไงครับว่าบริษัทค่อนข้างจะลำบาก หวังว่าคุณจะเข้าใจหน่อยนะครับ..."
หยางเหรินฮว่าโกหกไม่เป็นเลยจริงๆ ...
เฉินโป๋ส่ายหน้าถอนหายใจ เขฟังออกว่า หยางเหรินฮว่าเกรงว่าจะไปเจอเจ้าอื่นที่ให้ราคาถูกกว่าเขาแล้ว
ต่อมา หยางเหรินฮว่าก็ไม่อยากจะพูดมากอีกต่อไป: "เอาแบบนี้แล้วกันนะครับเฉินโป๋ คำเดียวเลย ราคา 400 หยวนนี่ คุณจะยอมรับไหมครับ"
เฉินโป๋ขมวดคิ้ว: "ต่ำเกินไปครับ ราคาต่ำสุดของผมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือ 430 หยวนครับ"
"งั้นก็ขอโทษด้วยนะครับ สินค้าของคุณมันแพงเกินไป ผมซื้อไม่ไหวจริงๆครับ!"
เฉินโป๋หน้าตาบึ้งตึง: "คุณหยางครับ คุณหมายความว่ายังไงครับ?"
หยางเหรินฮว่าส่งเสียงหึอย่างไม่เกรงใจ: "ยกเลิกความร่วมมือแล้วกันครับ"
"แต่พวกเราเซ็นสัญญากันแล้วนะครับ"
"แต่พวกเราไม่ได้เซ็นเงื่อนไขเรื่องค่าปรับในการผิดสัญญานี่ครับ เอาแบบนี้แล้วกันนะครับ ถ้าราคามันพอจะคุยกันได้ ผมก็ยังยินดีจะติดต่อคุณอยู่ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ขอโทษด้วยนะครับ"
ติ๊ดๆๆ ...
คนคนนี้เปลี่ยนหน้าเร็วจริงๆ เมื่อเช้ายังทำหน้าตาขอบคุณอยู่เลย ตอนนี้กลับใจดำขนาดนี้แล้ว
แต่มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพวกพ่อค้าแม่ค้าให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าความผูกพันอยู่แล้ว!