เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 สองสถานที่เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริง

บทที่ 28 สองสถานที่เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริง

บทที่ 28 สองสถานที่เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริง


บทที่ 28 สองสถานที่เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริง

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ริมฝีปากของเขาก็สั่นระริกพูดออกมาสองสามคำว่า "คุณ...คุณพูดอะไร เป็นไปไม่ได้!"

เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างจับไหล่ของฉินชวนอย่างแรง นิ้วมือซีดขาวเนื่องจากออกแรงหนัก ดวงตาแดงก่ำพลางตะโกนว่า "คุณต้องเข้าใจผิดแน่ๆ!"

"พ่อกับแม่ของผม.. เป็นไปได้ยังไง...ถูกฆ่าหรอครับ!"

น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงเกือบจะยืนไม่อยู่และล้มลงบนเก้าอี้อีกครั้ง

"นี่ไม่จริง ไม่จริง..."

ฉินชวนสีหน้าเศร้าสลด ตบมือเบาๆ บนมือของอู๋จวิ้นเฟิงที่จับอยู่บนไหล่ของเขา แล้วกล่าวออกมาอย่างช้าๆ ว่า "เสียใจด้วยครับ"

ครู่ต่อมาอู๋จวิ้นเฟิงดวงตาแดงก่ำ จ้องมองฉินชวนอย่างไม่ลดละ เสียงแหบแห้งและมีความแค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด "ใครทำ ใครกันที่โหดเหี้ยมขนาดนี้!"

"ตอนนี้ตำรวจสายตรวจของคุณมีเบาะแสแล้วใช่ไหม บอกผมมาเร็วเข้า!"

มือทั้งสองข้างของเขาขยุ้มเป็นกำปั้นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อยด้วยความโกรธและความเศร้า ราวกับสัตว์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บกำลังจะระเบิดออกมา

ฉินชวนส่ายหัว "ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแส แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พ่อแม่ของคุณถูกแทงที่คอด้วยของคล้ายอาวุธมีดที่มีลักษณะเดียวกันทั้งคู่ ทำให้เรารู้ได้ชัดเจนว่านี่มาจากฝีมือของคนคนเดียวกัน"

"คุณลองนึกดูดีๆ ว่าพ่อแม่ของคุณหรือตัวคุณเองเคยไปทำให้ใครไม่พอใจหรือเปล่า"

อู๋จวิ้นเฟิงขมวดคิ้วแน่น พยายามคิดอย่างหนัก ริมฝีปากถูกกัดจนซีดขาว ครู่ใหญ่ถึงค่อยพูดว่า "ผม...ผมนึกไม่ออกจริงๆ!"

"พ่อแม่ของผมเป็นคนใจดี ไม่เคยหาเรื่องใครก่อน"

"ตัวผมเองที่โรงเรียนก็ทำตัวดีมาตลอด เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นได้ดี ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไร"

ฉินชวนถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงมีความเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่ก็พยายามรักษาน้ำเสียงที่อ่อนโยนและมั่นคง "งั้นวันนี้ก็เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน"

"ตอนนี้สภาพของคุณดูไม่ดีแล้ว กลับไปพักผ่อนให้เพียงพอ เก็บแรงไว้ ภายหลังพวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการสืบสวน เมื่อมีความคืบหน้าก็จะแจ้งให้คุณทราบเป็นคนแรกอย่างแน่นอน"

อู๋จวิ้นเฟิงเดินออกจากสถานีตำรวจด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

หลังจากที่อู๋จวิ้นเฟิงเดินออกไป สีหน้าของฉินชวนก็เย็นชาลงในทันที

เขาหันไปพูดกับตำรวจสายตรวจคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า "เสี่ยวโจว ช่วยจับตาดูเขาให้ดี ไอ้หนูนี่โกหก!"

เสี่ยวโจวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาแสดงออกถึงความสงสัยแวบหนึ่ง แต่ความเคยชินในการเชื่อฟังที่สั่งสมมาหลายปี ทำให้เขาตอบรับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย "ครับหัวหน้าฉิน!"

"ว่าแต่ คุณแน่ใจหรอว่าเขาโกหก ดูจากอะไรถึงรู้หรอครับ"

ฉินชวนกอดอก จ้องมองไปยังทิศทางที่อู๋จวิ้นเฟิงจากไปด้วยสายตาคมลึก วิเคราะห์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า "คุณสังเกตเห็นไหม เวลาที่เขาตอบคำถาม สายตาของเขาหลุกหลิก หลายครั้งจงใจหลีกเลี่ยงสายตาของผม"

"แล้วตอนที่เราพูดถึงคำถามสำคัญๆ เช่น เรื่องที่อาจจะทำให้ใครไม่พอใจ ก็เห็นได้ชัดว่าเขาตอบมาแบบขอไปที"

"เขากับพ่อแม่ของเขาก็คงไม่ใช่คนดีอะไรหรอก"

...

หลังจากที่อู๋จวิ้นเฟิงกลับไปที่โรงเรียน เขาก็ตรงไปหาหลิวเสี่ยวชวน

เมื่อเห็นสภาพของลูกน้อง หลิวเสี่ยวชวนก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่า "เป็นอะไรไปจวิ้นเฟิง"

อู๋จวิ้นเฟิงเสียงแหบแห้งกล่าวว่า "พี่ชวน พ่อแม่ของผม.. ถูกฆ่าตายแล้ว"

เมื่อหลิวเสี่ยวชวนได้ยินดังนั้นดวงตาก็เบิกกว้างในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าที่ไม่น่าเชื่อ "ไอ้เวร ใครมันกล้าขนาดนี้กันห้ะ"

"ไม่รู้หรือไงว่าแกเป็นคนของฉัน!?"

อู๋จวิ้นเฟิงดวงตาแดงก่ำ เขากล่าวว่า "พี่ชวน ผมอยากแก้แค้นให้พ่อแม่ของผม ขอให้พี่ช่วยผมด้วย!"

หลิวเสี่ยวชวนตบไหล่อู๋จวิ้นเฟิงอย่างแรง "ไม่ต้องห่วง ความแค้นของแกก็คือความแค้นของฉัน"

..ในร้านเฟอร์นิเจอร์ของเหล่าหลิว..

"มีคนออกหมายจับนายด้วย ให้รางวัล 100,000 สำหรับผู้ที่ให้เบาะแส ให้รางวัล 1 ล้านสำหรับผู้ที่ให้เบาะแสสำคัญ"

เหล่าหลิวมองสวี่เชาด้วยความสนใจ

สวี่เชายังคงทำหน้าตาเฉยและกล่าวว่า "ผมทำทุกอย่างสะอาดมาก เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะจับได้"

"หมายจับนี้ตำรวจเป็นคนทำหรืออู๋จวิ้นเฟิงทำหรอครับ"

เหล่าหลิวส่ายหัว "ไม่ใช่ทั้งคู่ เป็นฝีมือของหลิวเสี่ยวชวนน่ะ"

สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "อืม ก็ไม่แปลกอะไร เพราะท้ายที่สุดแล้วอู๋จวิ้นเฟิงก็เป็นลูกน้องของเขา การที่ผมฆ่าพ่อแม่ของอู๋จวิ้นเฟิงก็เหมือนกับการตบหน้าเขา"

เหล่าหลิวถามว่า "แล้วต่อไปนายมีแผนอะไร"

สวี่เชาคิดแล้วตอบว่า "ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป พัฒนาระดับพลังให้สูงขึ้นก่อนค่อยว่ากันครับ"

...

ในครึ่งเดือนต่อมา สวี่เชาก็ไม่ได้ขายยาประสานจิตปราณ แต่กลับนำยาประสานจิตปราณที่ปรุงเสร็จแล้วทั้งหมดมาใช้เอง

ต้นทุนของยาประสานจิตปราณหนึ่งส่วนคือ 5,000 หยวน สวี่เชาปรุงยาวันละสิบส่วน

เท่ากับว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสูงถึง 50,000 หยวน

แล้วในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาสวี่เชาก็ใช้จ่ายไปแล้วถึง 750,000 หยวน

แน่นอนว่าผลลัพธ์ก็เห็นได้ชัดเช่นกัน ระดับพลังของเขาจากระดับก่อเกิดลมปราณขั้นที่ 3 ทะลวงไปถึงขั้นที่ 5 แล้ว

นี่ต้องขอบคุณรากวิญญาณระดับสวรรค์ทั้งห้าธาตุของเขา หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ถึงแม้จะมียาจำนวนมากขนาดนี้ก็ไม่สามารถทะลวงสองระดับพลังได้อย่างต่อเนื่องภายในครึ่งเดือนแบบนี้

สวี่เชาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงเจิดจ้าในดวงตาหายวับไป เขาพึมพำเบาๆ ว่า "ระดับพลังของฉันได้มาถึงระดับเดียวกับพวกอัจฉริยะของเจียงเฉิงแล้วสินะ"

เมื่อกล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจ สัมผัสถึงพลังที่พลุ่งพล่านในร่างกาย แล้วกล่าวต่อว่า "ตอนนี้สิ่งที่ฉันขาดคือประสบการณ์การต่อสู้จริง"

"เหล่าหลิวมีวิธีแน่นอน!"

ตอนนี้สิ่งที่สวี่เชากังวลมากที่สุดคือการเปิดเผยตัวเองหลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ด้วยความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ผู้คนเชื่อมโยงไปถึงบางสิ่งบางอย่างได้ง่าย

แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้ฝึกตนนั้น เขาต้องเข้าร่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

เพราะนั่นเป็นโอกาสของเขาในการเปลี่ยนแปลงโชคชะตา

ถึงเรื่องจะเปิดเผยออกไป ฉันก็อาจจะไม่ได้เป็นอะไร แล้วยิ่งถ้าโชคดีถูกที่ไหนถูกใจขึ้นมา วิกฤตทั้งหมดก็จะคลี่คลายไปเองด้วยซ้ำ

สวี่เชาคิดในใจ

นี่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เดิมพันชนะก็รุ่งโรจน์ เดิมพันแพ้สวี่เชาก็ต้องพาครอบครัวหนีหัวซุกหัวซุน

แต่จริงๆ แล้วโอกาสชนะนั้นมีอยู่มากทีเดียว ท้ายที่สุดแล้วความแข็งแกร่งของเขาก็เป็นของจริง

ตราบใดที่ไม่ตาบอด ก็จะมีคนมองเห็นพรสวรรค์ของสวี่เชาได้อย่างแน่นอน

หลังจากคิดทุกอย่างออกแล้ว สวี่เชาก็มาที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ของเหล่าหลิว

"เหล่าหลิว ในเจียงเฉิงมีสถานที่ที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้จริงได้บ้างไหมครับ"

เหล่าหลิวลูบปลายคาง ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ถ้าพูดถึงสถานที่ที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้จริงได้ล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยคงต้องบอกว่า ‘สนามประลอง’ แน่นอน"

"สนามประลองนี้เป็นสถานที่ที่ปะปนไปด้วยผู้คนมากมาย มีทั้งคนจากลัทธิ สำนักต่างๆ แล้วก็สถาบันต่างๆ เรียกได้ว่าขุมกำลังต่างๆ ของเจียงเฉิงมารวมกันอยู่ที่นี่เลยล่ะ"

"ตราบใดที่นายจ่ายค่าเข้าสนามได้ นายก็สามารถขึ้นไปประลองกับคนอื่นได้ จะเป็นหรือตายก็แล้วแต่"

"แต่ข้างในนั้นมีแต่ของจริงล้วนๆ สามารถฝึกฝนความสามารถในการต่อสู้จริงได้อย่างดีเลย"

"ถ้าเป็นที่อื่นนอกจากสนามประลองก็ยังมี ‘ป่าสัตว์อสูร’ อยู่ที่ขอบเมืองเจียงเฉิง ข้างในมีสัตว์อสูรหลากหลายชนิดอาศัยอยู่"

"กลุ่มล่าสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยจะไปที่นั่นเพื่อลองเสี่ยงโชค ล่าสัตว์อสูรเพื่อรับวัตถุดิบล้ำค่า"

"ที่นั่นถึงแม้จะอันตราย แต่ก็เป็นสถานที่ที่ดีในการเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้จริงเหมือนกัน"

"แต่ถ้านายต้องการจะไป ทางที่ดีควรเข้าร่วมกลุ่มล่าสัตว์อสูรสักกลุ่มก่อน"

"การเข้าไปคนเดียวอันตรายเกินไป ถ้ามีเพื่อนร่วมทีมคอยช่วยเหลือกัน โอกาสรอดชีวิตก็จะมากขึ้น"

จบบทที่ บทที่ 28 สองสถานที่เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว