- หน้าแรก
- เทพทรูพลิกฟ้า: เติมเงินเปลี่ยนชีวิต ลิขิตเซียนสวรรค์!
- บทที่ 21 ไปตลาดมืดอีกครั้ง ความสุขที่คาดไม่ถึง!
บทที่ 21 ไปตลาดมืดอีกครั้ง ความสุขที่คาดไม่ถึง!
บทที่ 21 ไปตลาดมืดอีกครั้ง ความสุขที่คาดไม่ถึง!
บทที่ 21 ไปตลาดมืดอีกครั้ง ความสุขที่คาดไม่ถึง!
ทันทีที่สวี่เชามาถึงชั้นสอง เขาก็เห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังจดจ่ออยู่กับการพลิกอ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่งอยู่หน้าชั้นหนังสือ
เมื่อได้ยินเสียงข้างหลัง การกระทำของร่างนั้นก็หยุดลงแล้วค่อยๆ หันกลับมา
ผมยาวสีดำขลับถูกปล่อยลงบนบ่าอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าที่สวยงามมีคิ้วเรียวโก่งขึ้นเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าเป็นสวี่เชา มุมปากของร่างนั้นก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่าดึงดูดใจ "สวี่เชาเคล็ดวิชาน้ำแข็งเหมันต์ของฉันใกล้จะทะลวงสู่ขั้นที่สองแล้วนะ"
"เคล็ดวิชาอัคคีของนายล่ะ ฝึกไปถึงขั้นไหนแล้ว"
คิ้วของสวี่เชาขมวดเล็กน้อย ในใจเต็มไปด้วยความจนปัญญาและความสับสน
จางจื่อเยว่เป็นอะไรมากหรือเปล่านะ
เขาและเธอเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตอนนั้นก็แค่พูดคุยกันง่ายๆ ไม่กี่คำ
ทำไมตอนนี้เธอถึงแสดงออกราวกับว่าพวกเขาทั้งสองคนสนิทกันแบบนี้ล่ะ
แต่การที่เคล็ดวิชาน้ำแข็งเหมันต์ของเธอใกล้จะทะลวงสู่ขั้นสองแล้ว.. แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะเนี่ย
หรือว่าคาดหวังให้ฉันแสดงความยินดีกับเธองั้นหรอ
สวี่เชาถอนหายใจเงียบๆ
"ฉันก็ใกล้จะถึงขั้นสองแล้ว"
สวี่เชาตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าบนใบหน้าของเขาจะพยายามรักษามารยาทไว้และมุมปากเองก็ถูกยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างรอยยิ้มที่ดูเหมือนเป็นมิตร แต่ในดวงตาก็ยังซ่อนความเบื่อหน่ายไว้เอาไว้อยู่
จางจื่อเยว่กอดอก ยกคางขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ใช่มั้ยล่ะดูเหมือนว่านายจะไม่ไหวเอาซะเลยนะ"
"ตั้งนานแล้วก็ยังไม่ถึงขั้นสอง"
"ตอนนั้นฉันก็หลงคิดว่านายฝึกเคล็ดวิชาไฟนั่นถึงขั้นหนึ่งได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ดูเหมือนว่านายจะแกล้งทำสินะ"
"บางทีนายอาจจะเคยฝึกมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้"
สวี่เชายิ้ม การเข้าใจผิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เขายังคิดอยู่ว่าจะอธิบายเรื่องที่เขาเข้าใจเคล็ดวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้ในหนึ่งชั่วโมงได้อย่างไร แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจินตนาการไปเองเรียบร้อยแล้วแบบนี้
เมื่อจางจื่อเยว่เต็มใจที่จะเชื่อว่าเขาเคยเรียนมาก่อน ก็ปล่อยให้เธอคิดแบบนั้นไป จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิดหาข้อแก้ตัวอะไรอีก
เมื่อเห็นว่าสวี่เชาไม่ได้โต้แย้ง จางจื่อเยว่ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เธอคิดว่าอีกฝ่ายเป็นอัจฉริยะจริงๆ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่คนที่ฉวยโอกาสเท่านั้น
คนแบบนี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเธอ เป้าหมายของเธอคือการเป็นที่หนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยฝึกฝนเซียนของเจียงเฉิงในปีนี้!
ด้านสวี่เชานั้นไม่รู้ว่าจางจื่อเยว่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถึงแม้ว่าจะรู้เขาก็คงไม่สนใจ
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะแสดงความสามารถออกมา การเปิดเผยความแข็งแกร่งเร็วเกินไปมีแต่จะทำให้ตัวเองต้องเจอกับปัญหาและศัตรูที่ไม่จำเป็น
ค่าสติปัญญาของสวี่เชามีเพียง 20 การจดจำเนื้อหาทั้งหมดของเคล็ดวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ฉบับกลางในหนึ่งชั่วโมงนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
ฉบับกลางซับซ้อนกว่าฉบับต้นมาก ก่อนหน้านี้เขาสามารถจดจำฉบับต้นได้ทั้งหมดในเวลาเพียงยี่สิบนาที
แต่สำหรับฉบับกลางนี้ สวี่เชาคาดว่าแม้ว่าจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง เขาก็จะสามารถจดจำเนื้อหาได้เพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น
"ดูเหมือนว่าจะต้องเพิ่มความเข้าใจอีกสักหน่อยแล้ว"
สวี่เชาคิดในใจ
รากวิญญาณไฟระดับสวรรค์มอบความสัมพันธ์กับเคล็ดวิชาธาตุไฟที่เหนือกว่าคนทั่วไป ทำให้เขาสามารถเข้าใจแก่นแท้ของเคล็ดวิชาธาตุไฟได้อย่างรวดเร็ว
การฝึกฝนเคล็ดวิชาที่เกี่ยวข้องจึงเป็นเหมือนการแล่นเรือตามน้ำ มันง่ายกว่าคนอื่นมาก
อย่างไรก็ตาม รากวิญญาณไฟนั้นดีก็จริง แต่ก็มีข้อจำกัดของมัน
แม้ว่ารากวิญญาณไฟระดับสวรรค์จะทำให้เขาสามารถเข้าใจเคล็ดวิชาธาตุไฟได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรในเรื่องความจำ ไม่สามารถทำให้เขาเพิ่มความจำได้มากกว่านี้
ท้ายที่สุด ไม่ว่าเคล็ดวิชาจะสูงส่งและลึกซึ้งเพียงใด หากต้องการฝึกฝน สิ่งที่ต้องมีอย่างน้อยที่สุดคือการจดจำเนื้อหาของมันให้ได้
หากไม่สามารถจดจำเนื้อหาของเคล็ดวิชาได้อย่างครบถ้วน แล้วจะพูดถึงการเข้าใจและการฝึกฝนได้อย่างไร..
..ซึ่งต่อมาทุกอย่างก็เป็นไปตามที่สวี่เชาคาดการณ์ไว้ ในหนึ่งชั่วโมงที่ยาวนานและตึงเครียดนี้ มันมีแต่กระบวนการที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
การจดจำแต่ละย่อหน้า การทำความเข้าใจแต่ละประเด็นสำคัญดูเหมือนจะใช้พลังงานทั้งหมดของเขาเลยทีเดียว
แต่ด้วยความเพียรพยายามและความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุดเขาก็จดจำเนื้อหาหนึ่งในสิบของฉบับกลางของเคล็ดวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้สำเร็จ
เมื่อเวลาสิ้นสุดลง สวี่เชาก็ถอนหายใจในใจ
แม้ว่าในบัญชีของเขายังมีเงินอยู่ แต่เงินเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถจดจำเนื้อหาทั้งหมดของฉบับกลางของเคล็ดวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้
สวี่เชาคาดการณ์ว่า หากต้องการจดจำเนื้อหาทั้งหมด เขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบชั่วโมงขึ้นไป
ทำให้สวี่เชาตัดสินใจรอจนกว่าจะมีเงินมากพอแล้วค่อยมาใหม่
จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ปิดกล่องที่เก็บหนังสือฉบับกลางของเคล็ดวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ลง
……
ในยามค่ำคืน
สวี่เชามาที่ตลาดมืดอีกครั้ง
ตลาดมืดยังคงคึกคักเหมือนเดิม แสงไฟสลัวส่องสว่างระหว่างแผงลอย ผู้คนหลากหลายเดินไปมา พูดคุยกันเบาๆ การซื้อขายดำเนินไปในบรรยากาศที่ลึกลับและตึงเครียด
สายตาของสวี่เชาจับจ้องไปที่แผงลอยต่างๆ อย่างเฉียบคม การมาตลาดมืดครั้งนี้ของเขามีเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือการตามหาเห็ด “หลินจือโลหิต”
สวี่เชาเดินผ่านฝูงชนที่จอแจ ไม่ปล่อยให้มุมใดที่อาจซ่อนหลินจือโลหิตลอดพ้นสายตาไปได้
เขาเดินผ่านแผงลอยที่เต็มไปด้วยขวดโหล เจ้าของแผงลอยทักทายเขาอย่างกระตือรือร้น แสดงสมุนไพรสีแปลกตาต่างๆ ในขวด
แต่สวี่เชาเพียงแค่เหลือบมองอย่างรวดเร็วก็รู้ว่าไม่มีหลินจือโลหิตที่เขากำลังตามหา
เขาเดินหน้าต่อไป จนในที่สุด แผงลอยที่บังด้วยม่านสีดำแห่งหนึ่งก็ได้ดึงดูดความสนใจของเขา
หน้าแผงลอยเงียบเหงา ตัดกับบรรยากาศที่คึกคักโดยรอบอย่างชัดเจน
ในใจของสวี่เชาขยับเล็กน้อย ค่อยๆ เดินเข้าไป
เห็นเพียงเจ้าของแผงลอยและบนแผงลอยมีสมุนไพรจำนวนมากวางอยู่
เขานั่งลง เริ่มพลิกดูสมุนไพรเหล่านั้นอย่างละเอียด นิ้วมือค่อยๆ แตะต้อง สายตาไม่ละทิ้งรายละเอียดใดๆ
ขณะพลิก บางส่วนของสมุนไพรที่แตกละเอียดก็ฟุ้งขึ้นเต้นระบำภายใต้แสงไฟสลัว
แต่สวี่เชาก็ไม่สนใจพวกมันแม้แต่น้อยง เขาใจจดจ่ออยู่กับการตามหาหลินจือโลหิตอันล้ำค่า
ทันใดนั้น นิ้วมือของเขาก็สัมผัสเข้ากับสมุนไพรที่มีรูปร่างแปลกประหลาด ใบไม้มีสีม่วงดำ ภายในเส้นใยดูเหมือนจะมีน้ำสีแดงจางๆ ไหลเวียนอยู่
สวี่เชาหยิบสมุนไพรนี้ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เข้าไปดูใกล้ๆ อย่างละเอียด
จากลักษณะภายนอก มันคล้ายกับหลินจือโลหิตอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด
คิ้วของสวี่เชาขมวดเล็กน้อย พยายามนึกถึงบันทึกเกี่ยวกับหลินจือโลหิตในหนังสือ
เขาจำได้ว่าในหนังสือโบราณบรรยายไว้ว่า หลินจือโลหิตมีสีแดงราวกับเลือด เนื้อละเอียดราวกับหยก บนหมวกเห็ดมีลวดลายละเอียดคล้ายเกล็ดมังกร และจะสะท้อนแสงสีประหลาดภายใต้แสงที่กำหนด
แม้ว่าสมุนไพรตรงหน้าจะมีสีใกล้เคียงกัน แต่รูปร่างและลวดลายของหมวกเห็ดกลับแตกต่างกันเล็กน้อย
สวี่เชาเงยหน้าขึ้น มองไปที่เจ้าของแผงลอย พยายามรักษาน้ำเสียงของตัวเองให้คงที่ "เถ้าแก่ สมุนไพรต้นนี้ราคาเท่าไหร่หรอ"
สายตาของเจ้าของแผงลอยวูบไหวเล็กน้อย มองสวี่เชาตั้งแต่หัวจรดเท้า ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เหมือนจะมีอะไรแฝงอยู่ จากนั้นก็ค่อยๆ ชูนิ้วขึ้นห้านิ้ว "ห้าหมื่นหยวน ไม่มีลดไปมากกว่านี้"
สวี่เชาอุทานในใจอย่างลับๆ ราคานี้สูงเกินไปอย่างชัดเจน นี่มันตั้งราคาเกินจริงเกินไปแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเจ้าของแผงลอยคิดว่าเขาเป็นพวกที่ถูกหลอกได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม บนใบหน้าของสวี่เชายังคงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขาส่ายหัวเบาๆ พูดอย่างเสียดายว่า "เถ้าแก่ ราคานี้แพงเกินไปจริงๆ"
"ผมแค่เห็นว่ามันรูปร่างแปลกก็เลยอยากจะซื้อ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าของแผงลอยก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับกอดอกอย่างใจเย็น "น้องชาย ราคาตามคุณภาพ"
"ที่มาของสมุนไพรต้นนี้ไม่ธรรมดา แน่นอนว่าสมุนไพรหายากก็ต้องราคาแบบนี้แหละ"
"ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าสมุนไพรนี้คืออะไร แต่ด้วยเงินห้าหมื่น รับรองว่าไม่ขาดทุนแน่นอน"