- หน้าแรก
- เทพทรูพลิกฟ้า: เติมเงินเปลี่ยนชีวิต ลิขิตเซียนสวรรค์!
- บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ
บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ
บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ
บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ
"น้องสวี่ นายกลับมาทำไมอีกล่ะ"
เมื่อเห็นสวี่เชาที่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่นานนั้นวกกลับมา เหล่าหลิวก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
สวี่เชามีสีหน้าเคร่งขรึม เดินไปหาเหล่าหลิวอย่างรวดเร็ว แล้วพูดเสียงต่ำว่า "เหล่าหลิว ผมเจอปัญหาแล้ว"
เหล่าหลิวขมวดคิ้วแน่น "อะไรนะ เกิดอะไรขึ้นหรอ"
สวี่เชาจึงเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างง่ายๆ
หลังจากเหล่าหลิวฟังจบ สีหน้าก็ยิ่งมืดมนลง จากนั้นก็ถอนหายใจเย็นชาแล้วพูดว่า "ไอ้อาเปานี่มันยิ่งลำพองขึ้นทุกวันแล้ว"
"ไม่รักษากฎเกณฑ์อะไรเลย"
"น้องสวี่วางใจได้ เรื่องนี้ปล่อยให้พี่จัดการเอง"
สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "ถ้างั้นก็ขอบคุณเหล่าหลิวมาก"
หลังจากจ่ายคืนเงินกู้ทั้งหมดแล้ว สวี่เชาก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเพื่อเสพสุขความสบายนี้ แต่เขาเริ่มเตรียมที่จะยกระดับรากวิญญาณที่เหลืออีกสี่ชนิดของตัวเอง!
สามวันต่อมา สวี่เชาประสบความสำเร็จในการยกระดับรากวิญญาณที่เหลืออีกสามชนิดทั้งหมดขึ้นสู่ระดับสวรรค์
และขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะยกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ซึ่งเป็นรากวิญญาณสุดท้ายจากระดับสุดยอดขึ้นสู่ระดับสวรรค์ มันก็กลับเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น
[ระดับปัจจุบันได้รับคะแนนเติมเงินถึงขีดจำกัดแล้ว โปรดยกระดับระบบโดยเร็วที่สุด!]
เมื่อเห็นการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้น สวี่เชาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ขาดอีกแค่สองคะแนนเติมเงิน เขาก็จะสามารถยกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ขึ้นสู่ระดับสวรรค์ได้แล้ว
ซึ่งการยกระดับระบบต้องใช้เงิน 100,000 หยวน ตอนนี้เงินในตัวเขาไม่พอ ก็เลยทำได้แค่รอให้ถึงพรุ่งนี้เท่านั้น
..ในวันรุ่งขึ้น..
หลังจากที่สวี่เชาขายยาเสริมพลังปราณทั้งหมดในวันนี้เรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มทำการยกระดับระบบ
[โฮสต์ใช้เงิน 100,000 หยวน ระบบยกระดับสู่ระดับสองสำเร็จ!]
หลังจากทำการยกระดับเสร็จ สวี่เชาก็รีบตรวจสอบฟังก์ชันของระบบ
[โฮสต์: สวี่เชา]
[ระดับเติมเงิน: 2]
[การยกระดับครั้งต่อไป 1 ล้านหยวน]
[ปัจจุบันรับคะแนนเติมเงินได้ 200]
[คะแนนเติมเงินปัจจุบัน: 2]
[อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 100,000 หยวน/1 คะแนนเติมเงิน]
[รากวิญญาณ: รากวิญญาณธาตุทองระดับสวรรค์ รากวิญญาณธาตุไม้ระดับสุดยอด รากวิญญาณธาตุน้ำระดับสวรรค์ รากวิญญาณธาตุไฟระดับสวรรค์ รากวิญญาณธาตุดินระดับสวรรค์]
[การยกระดับความบริสุทธิ์ของรากวิญญาณธาตุเดี่ยวทอง ไฟ น้ำ ดิน ที่กำลังดำเนินการอยู่ต้องใช้ 1 คะแนนเติมเงิน]
[รากวิญญาณธาตุไม้ที่กำลังอัพเกรดต้องใช้ 5 คะแนนเติมเงิน]
[ค่าสติปัญญา: 20]
[การยกระดับค่าสติปัญญาในปัจจุบันต้องใช้ 1 คะแนนเติมเงิน]
หลังจากอ่านฟังก์ชันที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว สวี่เชาแทบอยากจะสบถออกมา
หลังจากอัปเกรดแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่มีความสามารถที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาของคะแนนเติมเงินก็กลับเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า!!
ก่อนหน้านี้ ถ้าเขาจะยกระดับรากวิญญาณหนึ่งรากไปเป็นรากวิญญาณระดับเซียนนั้นจะต้องใช้เงินเพียง 1 ล้านหยวน แต่ตอนนี้หลังจากยกระดับระบบ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เขาต้องใช้ถึง 10 ล้านแล้ว
แถมเขายังไม่สามารถยกระดับรากวิญญาณที่เหลืออีกสี่รากได้พร้อมกัน คาดว่าราคาการยกระดับรากวิญญาณในอนาคตจะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน
คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีรากวิญญาณระดับเซียนทั้งห้าภายในเวลาอันสั้น
"หาวิธียกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ให้เป็นระดับสวรรค์ก่อนดีกว่า"
สวี่เชาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา..
และในสองวันต่อมา สวี่เชาก็สามารถยกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ซึ่งเป็นรากวิญญาณสุดท้ายขึ้นสู่ระดับสวรรค์ได้ในที่สุด
เมื่อรากวิญญาณทั้งห้าชนิดถึงระดับสวรรค์ สวี่เชาก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่ยากจะบรรยาย
สวี่เชานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง พลังปราณรอบตัวไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าถูกดึงดูดด้วยพลังอันแข็งแกร่งบางอย่าง
พลังปราณห้าชนิดที่แตกต่างกัน ทอง - ความแหลมคม, ไม้ - ชีวิตชีวา, น้ำ - ความอ่อนโยน, ไฟ - ความร้อนแรง, ดิน - ความหนักแน่น พลังทั้งหมดทั้งมวลหมุนวนสลับกันไปมาอย่างสนุกสนาน สร้างวังวนพลังปราณที่มีสีสันสวยงามเกินจะบรรยาย
ตอนนี้ความเร็วในการฝึกฝนของเขาคือ 20 เท่าของรากวิญญาณระดับสวรรค์ทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงรากวิญญาณที่ต่ำกว่ารากวิญญาณระดับสวรรค์เลย
ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องฝึกฝนด้วยตัวเองแล้วตันเถียนของเขาดูดซับพลังปราณต่างๆ จากสวรรค์และโลกอยู่ตลอดเวลา
ภายในสามวัน เขาก็สามารถทะลวงผ่านสู่ระดับก่อเกิดลมปราณขั้นสองได้!
ถึงแม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนจะเร็วขึ้น แต่ความเร็วในการทำความเข้าใจในเคล็ดวิชาต่างๆ ก็ยังเหมือนกับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ธรรมดาทั่วไป
แต่แน่นอนว่าวิชาจากธาตุทั้งห้าอันได้แก่ ทอง, ไม้, น้ำ, ไฟและดินนั้นเป็นข้อยกเว้น
วิชาทั้งห้าชนิดนี้มีรากวิญญาณธาตุทั้งห้า การทำความเข้าใจพวกมันในสามขั้นแรกของเขาจะต้องรวดเร็วมากอย่างแน่นอน
"เมื่อฝึกฝนวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นฉันก็สามารถไปหาวิชาป้องกันธาตุดินมาฝึกได้"
สวี่เชาวางแผนเส้นทางการฝึกฝนในอนาคตในใจอย่างเงียบๆ
ที่จริงสวี่เชาอยากเรียนวิชาการเคลื่อนไหว เพียงแต่น่าเสียดายที่ค่าสติปัญญาของเขาไม่พอ ด้วยค่าสติปัญญาในปัจจุบันของเขา การจะฝึกฝนวิชานั้นไปถึงชั้นหนึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาราวๆ หนึ่งเดือน
เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น
บางครั้งเขาก็อิจฉาเหล่าอัจฉริยะที่มีค่าสติปัญญาสูง ไม่ว่าจะวิชาอะไรเพียงดูไม่กี่ครั้งก็เรียนรู้ได้แล้ว
ในช่วงหลายวันต่อมา สวี่เชาไม่ได้ปรุงยาต่อ แต่เริ่มตั้งใจที่จะพัฒนาวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ให้เต็มที่
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของเขา ยาเสริมพลังปราณไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้อีกต่อไป
เขาจะพยายามปรุงยาชนิดใหม่
ในช่วงเวลาที่สวี่เชาเก็บตัวฝึกฝน เขาก็ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจให้กับการฝึกฝนวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์
อุณหภูมิภายในห้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นของเขาเกี่ยวกับวิชานี้ พลังที่ร้อนแรงแผ่กระจายออกไป ที่ผนังก็ปรากฏร่องรอยของรอยไหม้จางๆ
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ห้าจุดรวมพลังชี้ขึ้นฟ้า หลับตาทั้งสองข้าง พลังปราณในร่างกายหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่งตามเส้นทางที่เป็นเอกลักษณ์ของวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์
ทุกครั้งที่หมุนเวียนพลังครบรอบ เขาสามารถสัมผัสได้ว่าการควบคุมพลังปราณธาตุไฟของตัวเองนั้นละเอียดขึ้นอีกเล็กน้อย
บางครั้งก็มีเปลวไฟเล็กๆ ระเบิดออกมาจากผิวของเขา ส่องแสงกระโดดโลดเต้นอยู่ในอากาศ ส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ
เมื่อวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้รับการยกระดับเป็นชั้นที่สอง ความรู้สึกและการใช้พลังปราณธาตุไฟของสวี่เชาก็มาถึงระดับใหม่
เขาสามารถควบคุมพลังปราณธาตุไฟได้อย่างแม่นยำ แม้กระทั่งสามารถบีบอัดพลังปราณธาตุไฟให้เป็นเชื้อเพลิงขนาดเล็กแต่มีพลังมหาศาลได้
"ถึงเวลาลองปรุงยาชนิดใหม่แล้ว" สวี่เชาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในดวงตาฉายแววแห่งความแน่วแน่
ช่วงนี้เขาไม่เพียงแต่พัฒนาวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์จนทะลวงผ่านไปถึงชั้นที่สองเท่านั้น แม้แต่ระดับการบ่มเพาะของเขาก็มาถึงระดับก่อเกิดลมปราณขั้นสองแล้ว
ยาที่สวี่เชาเตรียมที่จะปรุงต่อไปมีชื่อว่ายาประสานจิตปราณ
ผลของยาประสานจิตปราณดีกว่ายาเสริมพลังปราณมาก เป็นยาที่ลูกหลานของหลายๆ ตระกูลชั้นนำมักจะใช้กัน
วัตถุดิบของยาประสานจิตปราณเกือบจะเหมือนกับยาเสริมพลังปราณ เพียงแต่ต้องเพิ่มหลินจือโลหิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติม
ซึ่งหลินจือโลหิตที่เพิ่มเข้ามานี้เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการปรุงยาทั้งหมด
หลินจือโลหิตมีพลังปราณที่เป็นเอกลักษณ์และแข็งแกร่ง คุณสมบัติของมันมีชีวิตชีวาและยากที่จะควบคุม
หากไม่สามารถหลอมรวมเข้ากับยาได้อย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถปรุงยาประสานจิตปราณได้เท่านั้น แต่มันอาจจะทำให้วัตถุดิบทั้งชุดเสียหายได้เลย
สวี่เชาที่ไม่มีเตาปรุงยาก็ต้องพยายามปรับสัดส่วนใหม่ให้ได้ นี่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากพอสมควร
แต่การจะซื้อเตาปรุงยามันก็แพงเกินไป แม้แต่เตาปรุงยาระดับล่างสุดชั้นหนึ่งก็ยังมีราคาสูงถึงหลายล้าน
ด้วยความสามารถทางการเงินของสวี่เชาในปัจจุบัน เขาไม่สามารถซื้อมันได้เลยในตอนนี้..
เมื่อสวี่เชามาที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ของเหล่าหลิว เขาก็ถามอย่างไม่ลังว่า
"เหล่าหลิว ที่นี่มีหลินจือโลหิตขายไหม"
เหล่าหลิวที่กำลังนั่งอยู่ในร้านและจัดระเบียบสมุดบัญชี เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของสวี่เชามือที่กำลังทำอยู่ก็หยุดชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่สงสัย "น้องสวี่ นายจะปรุงยาประสานจิตปราณงั้นหรอ"
สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ครับเหล่าหลิว"
"ตอนนี้ถึงแม้ว่ายาเสริมพลังปราณจะพอเลี้ยงชีพได้ แต่เงินที่หาได้มันจำกัดจริงๆ ครับ"
"ผมว่าถ้าผมสามารถปรุงยาประสานจิตปราณได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่มันจะทำให้ผมก้าวหน้าไปอีกขั้นในเส้นทางการปรุงยา แต่ชีวิตในอนาคตก็จะสบายขึ้นอีกมากแน่ๆ ครับ"