เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ

บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ

บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ


บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ

"น้องสวี่ นายกลับมาทำไมอีกล่ะ"

เมื่อเห็นสวี่เชาที่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่นานนั้นวกกลับมา เหล่าหลิวก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ

สวี่เชามีสีหน้าเคร่งขรึม เดินไปหาเหล่าหลิวอย่างรวดเร็ว แล้วพูดเสียงต่ำว่า "เหล่าหลิว ผมเจอปัญหาแล้ว"

เหล่าหลิวขมวดคิ้วแน่น "อะไรนะ เกิดอะไรขึ้นหรอ"

สวี่เชาจึงเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างง่ายๆ

หลังจากเหล่าหลิวฟังจบ สีหน้าก็ยิ่งมืดมนลง จากนั้นก็ถอนหายใจเย็นชาแล้วพูดว่า "ไอ้อาเปานี่มันยิ่งลำพองขึ้นทุกวันแล้ว"

"ไม่รักษากฎเกณฑ์อะไรเลย"

"น้องสวี่วางใจได้ เรื่องนี้ปล่อยให้พี่จัดการเอง"

สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "ถ้างั้นก็ขอบคุณเหล่าหลิวมาก"

หลังจากจ่ายคืนเงินกู้ทั้งหมดแล้ว สวี่เชาก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเพื่อเสพสุขความสบายนี้ แต่เขาเริ่มเตรียมที่จะยกระดับรากวิญญาณที่เหลืออีกสี่ชนิดของตัวเอง!

สามวันต่อมา สวี่เชาประสบความสำเร็จในการยกระดับรากวิญญาณที่เหลืออีกสามชนิดทั้งหมดขึ้นสู่ระดับสวรรค์

และขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะยกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ซึ่งเป็นรากวิญญาณสุดท้ายจากระดับสุดยอดขึ้นสู่ระดับสวรรค์ มันก็กลับเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น

[ระดับปัจจุบันได้รับคะแนนเติมเงินถึงขีดจำกัดแล้ว โปรดยกระดับระบบโดยเร็วที่สุด!]

เมื่อเห็นการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้น สวี่เชาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

ขาดอีกแค่สองคะแนนเติมเงิน เขาก็จะสามารถยกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ขึ้นสู่ระดับสวรรค์ได้แล้ว

ซึ่งการยกระดับระบบต้องใช้เงิน 100,000 หยวน ตอนนี้เงินในตัวเขาไม่พอ ก็เลยทำได้แค่รอให้ถึงพรุ่งนี้เท่านั้น

..ในวันรุ่งขึ้น..

หลังจากที่สวี่เชาขายยาเสริมพลังปราณทั้งหมดในวันนี้เรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มทำการยกระดับระบบ

[โฮสต์ใช้เงิน 100,000 หยวน ระบบยกระดับสู่ระดับสองสำเร็จ!]

หลังจากทำการยกระดับเสร็จ สวี่เชาก็รีบตรวจสอบฟังก์ชันของระบบ

[โฮสต์: สวี่เชา]

[ระดับเติมเงิน: 2]

[การยกระดับครั้งต่อไป 1 ล้านหยวน]

[ปัจจุบันรับคะแนนเติมเงินได้ 200]

[คะแนนเติมเงินปัจจุบัน: 2]

[อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 100,000 หยวน/1 คะแนนเติมเงิน]

[รากวิญญาณ: รากวิญญาณธาตุทองระดับสวรรค์ รากวิญญาณธาตุไม้ระดับสุดยอด รากวิญญาณธาตุน้ำระดับสวรรค์ รากวิญญาณธาตุไฟระดับสวรรค์ รากวิญญาณธาตุดินระดับสวรรค์]

[การยกระดับความบริสุทธิ์ของรากวิญญาณธาตุเดี่ยวทอง ไฟ น้ำ ดิน ที่กำลังดำเนินการอยู่ต้องใช้ 1 คะแนนเติมเงิน]

[รากวิญญาณธาตุไม้ที่กำลังอัพเกรดต้องใช้ 5 คะแนนเติมเงิน]

[ค่าสติปัญญา: 20]

[การยกระดับค่าสติปัญญาในปัจจุบันต้องใช้ 1 คะแนนเติมเงิน]

หลังจากอ่านฟังก์ชันที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว สวี่เชาแทบอยากจะสบถออกมา

หลังจากอัปเกรดแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่มีความสามารถที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาของคะแนนเติมเงินก็กลับเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า!!

ก่อนหน้านี้ ถ้าเขาจะยกระดับรากวิญญาณหนึ่งรากไปเป็นรากวิญญาณระดับเซียนนั้นจะต้องใช้เงินเพียง 1 ล้านหยวน แต่ตอนนี้หลังจากยกระดับระบบ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เขาต้องใช้ถึง 10 ล้านแล้ว

แถมเขายังไม่สามารถยกระดับรากวิญญาณที่เหลืออีกสี่รากได้พร้อมกัน คาดว่าราคาการยกระดับรากวิญญาณในอนาคตจะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีรากวิญญาณระดับเซียนทั้งห้าภายในเวลาอันสั้น

"หาวิธียกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ให้เป็นระดับสวรรค์ก่อนดีกว่า"

สวี่เชาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา..

และในสองวันต่อมา สวี่เชาก็สามารถยกระดับรากวิญญาณธาตุไม้ซึ่งเป็นรากวิญญาณสุดท้ายขึ้นสู่ระดับสวรรค์ได้ในที่สุด

เมื่อรากวิญญาณทั้งห้าชนิดถึงระดับสวรรค์ สวี่เชาก็รู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่ยากจะบรรยาย

สวี่เชานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง พลังปราณรอบตัวไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าถูกดึงดูดด้วยพลังอันแข็งแกร่งบางอย่าง

พลังปราณห้าชนิดที่แตกต่างกัน ทอง - ความแหลมคม, ไม้ - ชีวิตชีวา, น้ำ - ความอ่อนโยน, ไฟ - ความร้อนแรง, ดิน - ความหนักแน่น พลังทั้งหมดทั้งมวลหมุนวนสลับกันไปมาอย่างสนุกสนาน สร้างวังวนพลังปราณที่มีสีสันสวยงามเกินจะบรรยาย

ตอนนี้ความเร็วในการฝึกฝนของเขาคือ 20 เท่าของรากวิญญาณระดับสวรรค์ทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงรากวิญญาณที่ต่ำกว่ารากวิญญาณระดับสวรรค์เลย

ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องฝึกฝนด้วยตัวเองแล้วตันเถียนของเขาดูดซับพลังปราณต่างๆ จากสวรรค์และโลกอยู่ตลอดเวลา

ภายในสามวัน เขาก็สามารถทะลวงผ่านสู่ระดับก่อเกิดลมปราณขั้นสองได้!

ถึงแม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนจะเร็วขึ้น แต่ความเร็วในการทำความเข้าใจในเคล็ดวิชาต่างๆ ก็ยังเหมือนกับนักเรียนที่มีพรสวรรค์ธรรมดาทั่วไป

แต่แน่นอนว่าวิชาจากธาตุทั้งห้าอันได้แก่ ทอง, ไม้, น้ำ, ไฟและดินนั้นเป็นข้อยกเว้น

วิชาทั้งห้าชนิดนี้มีรากวิญญาณธาตุทั้งห้า การทำความเข้าใจพวกมันในสามขั้นแรกของเขาจะต้องรวดเร็วมากอย่างแน่นอน

"เมื่อฝึกฝนวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นฉันก็สามารถไปหาวิชาป้องกันธาตุดินมาฝึกได้"

สวี่เชาวางแผนเส้นทางการฝึกฝนในอนาคตในใจอย่างเงียบๆ

ที่จริงสวี่เชาอยากเรียนวิชาการเคลื่อนไหว เพียงแต่น่าเสียดายที่ค่าสติปัญญาของเขาไม่พอ ด้วยค่าสติปัญญาในปัจจุบันของเขา การจะฝึกฝนวิชานั้นไปถึงชั้นหนึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาราวๆ หนึ่งเดือน

เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น

บางครั้งเขาก็อิจฉาเหล่าอัจฉริยะที่มีค่าสติปัญญาสูง ไม่ว่าจะวิชาอะไรเพียงดูไม่กี่ครั้งก็เรียนรู้ได้แล้ว

ในช่วงหลายวันต่อมา สวี่เชาไม่ได้ปรุงยาต่อ แต่เริ่มตั้งใจที่จะพัฒนาวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ให้เต็มที่

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของเขา ยาเสริมพลังปราณไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้อีกต่อไป

เขาจะพยายามปรุงยาชนิดใหม่

ในช่วงเวลาที่สวี่เชาเก็บตัวฝึกฝน เขาก็ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจให้กับการฝึกฝนวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์

อุณหภูมิภายในห้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นของเขาเกี่ยวกับวิชานี้ พลังที่ร้อนแรงแผ่กระจายออกไป ที่ผนังก็ปรากฏร่องรอยของรอยไหม้จางๆ

เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ห้าจุดรวมพลังชี้ขึ้นฟ้า หลับตาทั้งสองข้าง พลังปราณในร่างกายหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่งตามเส้นทางที่เป็นเอกลักษณ์ของวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์

ทุกครั้งที่หมุนเวียนพลังครบรอบ เขาสามารถสัมผัสได้ว่าการควบคุมพลังปราณธาตุไฟของตัวเองนั้นละเอียดขึ้นอีกเล็กน้อย

บางครั้งก็มีเปลวไฟเล็กๆ ระเบิดออกมาจากผิวของเขา ส่องแสงกระโดดโลดเต้นอยู่ในอากาศ ส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ

เมื่อวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์ได้รับการยกระดับเป็นชั้นที่สอง ความรู้สึกและการใช้พลังปราณธาตุไฟของสวี่เชาก็มาถึงระดับใหม่

เขาสามารถควบคุมพลังปราณธาตุไฟได้อย่างแม่นยำ แม้กระทั่งสามารถบีบอัดพลังปราณธาตุไฟให้เป็นเชื้อเพลิงขนาดเล็กแต่มีพลังมหาศาลได้

"ถึงเวลาลองปรุงยาชนิดใหม่แล้ว" สวี่เชาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในดวงตาฉายแววแห่งความแน่วแน่

ช่วงนี้เขาไม่เพียงแต่พัฒนาวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์จนทะลวงผ่านไปถึงชั้นที่สองเท่านั้น แม้แต่ระดับการบ่มเพาะของเขาก็มาถึงระดับก่อเกิดลมปราณขั้นสองแล้ว

ยาที่สวี่เชาเตรียมที่จะปรุงต่อไปมีชื่อว่ายาประสานจิตปราณ

ผลของยาประสานจิตปราณดีกว่ายาเสริมพลังปราณมาก เป็นยาที่ลูกหลานของหลายๆ ตระกูลชั้นนำมักจะใช้กัน

วัตถุดิบของยาประสานจิตปราณเกือบจะเหมือนกับยาเสริมพลังปราณ เพียงแต่ต้องเพิ่มหลินจือโลหิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติม

ซึ่งหลินจือโลหิตที่เพิ่มเข้ามานี้เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการปรุงยาทั้งหมด

หลินจือโลหิตมีพลังปราณที่เป็นเอกลักษณ์และแข็งแกร่ง คุณสมบัติของมันมีชีวิตชีวาและยากที่จะควบคุม

หากไม่สามารถหลอมรวมเข้ากับยาได้อย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถปรุงยาประสานจิตปราณได้เท่านั้น แต่มันอาจจะทำให้วัตถุดิบทั้งชุดเสียหายได้เลย

สวี่เชาที่ไม่มีเตาปรุงยาก็ต้องพยายามปรับสัดส่วนใหม่ให้ได้ นี่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากพอสมควร

แต่การจะซื้อเตาปรุงยามันก็แพงเกินไป แม้แต่เตาปรุงยาระดับล่างสุดชั้นหนึ่งก็ยังมีราคาสูงถึงหลายล้าน

ด้วยความสามารถทางการเงินของสวี่เชาในปัจจุบัน เขาไม่สามารถซื้อมันได้เลยในตอนนี้..

เมื่อสวี่เชามาที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ของเหล่าหลิว เขาก็ถามอย่างไม่ลังว่า

"เหล่าหลิว ที่นี่มีหลินจือโลหิตขายไหม"

เหล่าหลิวที่กำลังนั่งอยู่ในร้านและจัดระเบียบสมุดบัญชี เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของสวี่เชามือที่กำลังทำอยู่ก็หยุดชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่สงสัย "น้องสวี่ นายจะปรุงยาประสานจิตปราณงั้นหรอ"

สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ครับเหล่าหลิว"

"ตอนนี้ถึงแม้ว่ายาเสริมพลังปราณจะพอเลี้ยงชีพได้ แต่เงินที่หาได้มันจำกัดจริงๆ ครับ"

"ผมว่าถ้าผมสามารถปรุงยาประสานจิตปราณได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่มันจะทำให้ผมก้าวหน้าไปอีกขั้นในเส้นทางการปรุงยา แต่ชีวิตในอนาคตก็จะสบายขึ้นอีกมากแน่ๆ ครับ"

จบบทที่ บทที่ 19 พยายามปรุงยาประสานพลังปราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว