เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ฝึกฝนวิชายุทธ์ธาตุไฟ

บทที่ 16 ฝึกฝนวิชายุทธ์ธาตุไฟ

บทที่ 16 ฝึกฝนวิชายุทธ์ธาตุไฟ


บทที่ 16 ฝึกฝนวิชายุทธ์ธาตุไฟ

เขาหยุดไปเล็กน้อย จากนั้นก็พูดอย่างเปิดเผยว่า "เอาล่ะน้องชาย ฉันไม่หลอกนายหรอก"

"ยาเสริมพลังปราณชั้นกลาง 25 เม็ดที่นายปรุงออกมา ฉันให้ราคา 110,000 หยวนเลย"

"ตอนที่นายปรุงยาพวกนี้ก็ใช้ค่าวัตถุดิบไป 5,000 หยวนเลยนี่ เอาเป็นว่าฉันจะยกเว้นเงินส่วนนั้นให้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ฉันชื่นชมนายก็แล้วกัน"

บนใบหน้าของสวี่เชาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจ "ขอบคุณเหล่าหลิวมากครับ ต่อไปถ้ามีของ ผมจะหาพี่เป็นคนแรกแน่นอน!"

หลังจากที่เหล่าหลิวตรวจสอบยาเม็ดในขวดหยกทั้งหมดแล้ว เขาก็โอนเงินให้สวี่เชาอย่างรวดเร็ว

ไม่นานสวี่เชาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินสำเร็จ

หลังจากได้รับเงินแล้ว สวี่เชาก็ยิ้มแล้วประสานมือคารวะเหล่าหลิว "เหล่าหลิว วันนี้ขอบคุณสำหรับการดูแลของพี่มากครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้าพี่มีข่าวอะไร เราติดต่อกันได้ตลอดเวลานะครับ"

เหล่าหลิวก็ลุกขึ้นยืนตอบอย่างกระตือรือร้นว่า "ได้ น้องสวี่ เดินทางดีๆ นะ!"

เมื่อกลับถึงบ้าน สวี่เชาก็เติมเงิน 10 คะแนนเติมเงินทันที

[โฮสต์ใช้เงิน 100,000 หยวน เติมเงิน 10 คะแนนเติมเงินสำเร็จ!]

สวี่เชาเตรียมที่จะเพิ่ม 10 คะแนนเติมเงินนี้ทั้งหมดให้กับค่าสติปัญญา

ถ้าอยากจะยกระดับขอบเขตพลัง ไม่ใช่แค่รากวิญญาณต้องแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีค่าสติปัญญาที่สูงด้วย

รากวิญญาณระดับสวรรค์ดูดซับพลังปราณได้รวดเร็วก็จริง แต่มันก็ต้องรู้วิธีดูดซับด้วย

สวี่เชาเตรียมที่จะเพิ่มค่าสติปัญญาไปประมาณ 20 คะแนน ค่าสติปัญญา 20 คะแนนถือเป็นระดับของคุณสมบัติการฝึกเซียนธรรมดา สามารถดูดซับพลังปราณจากสวรรค์และโลกได้อย่างราบรื่น

"ระบบ เพิ่มคะแนนทั้งหมดของฉันให้กับค่าสติปัญญา!"

สวี่เชาท่องในใจ

ในชั่วพริบตา พลังลึกลับและประหลาดก็ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของสวี่เชา

ราวกับว่ามีแสงพลังปราณเล็กๆ นับไม่ถ้วนรวมตัวกัน พุ่งไปยังทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา

เขารู้สึกเพียงว่าศีรษะเย็นสบาย ความคิดที่สับสนวุ่นวายเดิมทีกลับกระจ่างใสขึ้นอย่างมาก ราวกับว่าประตูบานใหม่ถูกเปิดออกในสมอง

[โฮสต์: สวี่เชา]

[ระดับเติมเงิน: 1]

[คะแนนเติมเงินปัจจุบัน: 0]

[รากวิญญาณ: รากวิญญาณไร้ระดับธาตุทอง รากวิญญาณไร้ระดับธาตุไม้ รากวิญญาณไร้ระดับธาตุน้ำ รากวิญญาณธาตุไฟระดับสวรรค์ (0/100) รากวิญญาณไร้ระดับธาตุดิน]

[รากวิญญาณธาตุทอง ไม้ น้ำ ดิน ที่กำลังอัพเกรดอยู่ต้องใช้ 1 คะแนนเติมเงิน]

[ความบริสุทธิ์ของรากวิญญาณธาตุไฟทุกๆ 1 คะแนนที่กำลังอัพเกรดอยู่ต้องใช้ 1 คะแนนเติมเงิน]

[ค่าสติปัญญา: 11]

[การอัพเกรดค่าสติปัญญาในปัจจุบันต้องใช้ 2 คะแนนเติมเงิน]

"2 คะแนนเติมเงินเพื่อเพิ่มค่าสติปัญญา 1 คะแนนงั้นหรอ ก็หน้าเลือดไม่น้อยเลยนะ"

สวี่เชาสบถในใจ

ถึงแม้ว่าเขาจะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวด

ยังดีที่ระดับการปรุงยาของเขาดีขึ้นแล้ว ไม่เช่นนั้นคงต้องรอไปไม่รู้อีกกี่เดือนถึงจะสามารถทะลวงผ่านค่าสติปัญญา 20 คะแนนไปได้

ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามเย็นย้อมเมืองเจียงทั้งเมืองให้กลายเป็นสีทองอร่าม

สวี่เชากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องหลับตาพักผ่อน จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเคาะอย่างกะทันหัน

"ใคร" สวี่เชาถามอย่างไม่ใส่ใจ

"เชาเกอ ฉันเอง หวังซาน!" เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากนอกประตู

สวี่เชาลุกขึ้นเปิดประตู เห็นเพียงหวังซานยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น

"เชาเกอนายยังมียาเสริมพลังปราณอีกไหม ฉันรู้สึกว่าอยู่ห่างจากการก่อตั้งระดับปราณแค่ก้าวเดียวแล้ว"

สวี่เชาชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เผยให้เห็นรอยยิ้ม เปิดทางให้หวังซานเข้ามาในห้อง "ตอนนี้ไม่มี แต่พรุ่งนี้ฉันปรุงให้ได้"

เมื่อหวังซานได้ยินดังนั้น ความตื่นเต้นบนใบหน้าก็ยิ่งมากขึ้น รีบเดินเข้ามาในห้อง นั่งลงบนเก้าอี้ พูดอย่างหนักแน่นว่า "เชาเกอ ขอบคุณนายมาก!"

"ตราบใดที่นายปรุงออกมาได้ จะเอาเงินเท่าไหร่ฉันก็จ่าย!"

สวี่เชายกมือขึ้น เดินไปนั่งที่โต๊ะ รินชาให้ตัวเองและหวังซานคนละแก้วแล้วพูดว่า "ระหว่างเราจะพูดเรื่องเงินทองทำไม มันดูห่างเหินเกินไปมั้ยเนี่ย"

"พรุ่งนี้ตอนเที่ยงนายมาหาฉันนะ ฉันจะเอาเงินที่ยืมนายคืนให้ด้วย"

เมื่อหวังซานได้ยินดังนั้น เขาก็รีบเดินไปข้างหน้าสองก้าว กดไหล่ของสวี่เชาพูดอย่างจริงใจว่า "เชาเกอ เงินน่ะไม่ต้องรีบคืนหรอก!"

"นายช่วยฉันมากกว่านั้นเยอะ ยาเสริมพลังปราณนี่ ถ้าไม่ใช่เพราะนายยอมช่วยปรุงให้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทะลวงเลื่อนระดับได้เมื่อไหร่"

"เรื่องเงินเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง!"

สวี่เชายิ้มแล้วส่ายหัว ดึงหวังซานให้นั่งลงอีกครั้ง "เรื่องยาก็ส่วนเรื่องยาสิ ยืมเงินต้องคืนเงินเป็นเรื่องที่ถูกต้อง"

"แถมตอนนี้ฉันก็สามารถจ่ายหนี้ได้แล้ว นายไม่ต้องปฏิเสธฉันหรอก"

เมื่อหวังซานเห็นว่าสวี่เชามีท่าทีที่แน่วแน่ รู้ว่าเกลี้ยกล่อมไปก็คงไม่มีประโยชน์ เขาจึงทำได้แค่พยักหน้า

……

สองวันต่อมา

สวี่เชาประสบความสำเร็จในการยกระดับค่าสติปัญญาไปถึง 20 คะแนนแล้ว

ต่อไปก็แค่ต้องเรียนรู้เคล็ดวิชาบ้างแล้ว!

เขารู้ดีว่า วิชาที่เหมาะสมสำหรับผู้ฝึกตนแล้วก็เหมือนกับปีกของนกที่บินได้ สามารถทำให้เขาบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างรวดเร็วบนเส้นทางแห่งการฝึกตน

ตัวเลือกแรกแน่นอนว่าเป็นวิชาธาตุไฟ ตอนนี้เขามีรากวิญญาณธาตุไฟเพียงอันเดียวเท่านั้นที่ถึงระดับสวรรค์

ในตอนเย็น

สวี่เชามองไปที่คนแก่ข้างกายด้วยสีหน้าที่คาดหวัง "ลุงจ้าว ลุงพอจะรู้ไหมว่าในห้องสมุดนี้มีวิชาอะไรที่เก่งๆ บ้างครับ"

เมื่อลุงจ้าวได้ยินดังนั้น ในดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจ "นายจะบ่มเพาะฝึกวิชาหรอ"

สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ครับ"

ลุงจ้าวมองสวี่เชาตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นว่าเขามีสีหน้าที่แน่วแน่ไม่เหมือนล้อเล่น ลุงจ้าวจึงค่อยๆ พูดว่า "ในเมื่อนายตัดสินใจแล้ว งั้นฉันจะบอกให้นายฟัง"

"ในห้องสมุดนี้ซ่อนวิชาที่เก่งกาจไว้หลายชุดเลยล่ะ"

"มี (วิชาลับลับร่างกายแห่งดวงดาว) (หนังสือเปลวเพลิง) (วิชากำราบปีศาจ) ……เคล็ดวิชาเหล่านี้เป็นวิชาขั้นสองที่มีไม่กี่ชุดในห้องสมุดที่สามารถฝึกฝนไปจนถึงจุดสูงสุดของการก่อตั้งรากฐานได้"

"แน่นอนว่าด้วยฐานะของนายในตอนนี้อาจจะเข้าถึงเคล็ดวิชาเหล่านี้ไม่ได้ เคล็ดวิชาเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในชั้นสาม"

สวี่เชากระตุกมุมปาก ชั้นสามเป็นพื้นที่ที่มีค่าที่สุดของห้องสมุดทั้งหมด

ซึ่งราคาค่าเข้าของมันก็แพงจนน่าตกใจ ต้องใช้เงิน 100,000 หยวนต่อชั่วโมงเพื่อเข้าไปที่นั่น

"ลุงจ้าว มีเคล็ดวิชาขั้นหนึ่งที่เก่งกาจอะไรบ้างไหม"

สวี่เชาคิดว่าตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนวิชาขั้นสอง ฝึกฝนขั้นหนึ่งก็พอ รอจนกระทั่งทะลวงผ่านสู่ระดับรวมลมปราณสมบูรณ์แล้วค่อยเปลี่ยนมาเรียนรู้พวกมันก็ยังไม่สาย

ลุงจ้าวพยักหน้าเบาๆ บนใบหน้าเผยให้เห็นสีหน้าที่ครุ่นคิด ครู่ต่อมาก็พูดว่า "ในวิชาขั้นหนึ่งก็มีวิชาที่ดีอยู่บ้าง"

"(วิชาวายุใส) (วิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์) (เวทธรณี) ……"

"เอาวิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์แล้วกัน!"

สวี่เชาท่องในใจ

เขามีรากวิญญาณสวรรค์ธาตุไฟ ถ้าอยากจะฝึกฝนวิชา เลือกวิชาธาตุไฟนี้ทุกอย่างก็คงจะราบรื่น

หลังจากตัดสินใจแล้ว สวี่เชากำลังเตรียมที่จะจ่ายเงินเข้าไปในห้องสมุด เสียงของลุงจ้าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"วิชาขั้นหนึ่งที่ฉันพูดถึงเมื่อกี้ทั้งหมดอยู่ในชั้นสอง"

*** อย่างพึ่งสับสน “ขั้น” กับ “ชั้น” นะครับ “ขั้น” ในที่นี้ใช้กับระดับวิชา ส่วน “ชั้น” จะพูดถึงระดับการเข้าถึงในห้องสมุดแห่งนี้ ซึ่งในหอสมุดแห่งนี้ เคล็ดวิชา“ขั้น”หนึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ “ชั้น” สองของหอสมุด ส่วนเคล็ดวิชาขั้นสองส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ชั้นสามของหอสมุด

และระดับขั้นนี้เองก็ค่อนข้างจะซ้อนกันอีกที เช่นอะไรสักอย่างขั้นต่ำก็จะแบบเป็นขั้นต่ำขั้นที่ 1 ขั้นต่ำขั้นที่ 2 3 4 .. ไปเรื่อย แล้วก็ไปถึงขั้นกลาง ในขั้นกลางก็จะแบ่งเป็นขั้นกลางขั้นที่ 1 ขั้นกลางขั้นที่ 2 ไปเรื่อยๆ เช่นกัน ***

สวี่เชา: "……"

หลังจากจ่ายเงินไปหนึ่งหมื่นหยวนด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด สวี่เชาก็มาที่ชั้นสองของห้องสมุด

ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เก่าแก่แต่ก็มีความลึกลับ ชั้นหนังสือโบราณเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ บนนั้นวางเต็มไปด้วยแผ่นหยกเคล็ดวิชาและหนังสือโบราณต่างๆ

แสงที่นุ่มนวลสาดส่องลงมาจากเพดาน เพิ่มความเงียบสงบและความสง่างามให้กับพื้นที่ทั้งหมด

สวี่เชาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับอารมณ์ที่รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยเนื่องจากการใช้เงินไปหมื่นหยวน จากนั้นก็เริ่มเดินไปตามชั้นหนังสือเพื่อค้นหา (วิชาอัคคีแยกพิสุทธิ์)

สายตาของเขากวาดไปที่แผ่นหยกแต่ละแผ่นอย่างกระตือรือร้น ไม่ละทิ้งแม้แต่มุมเดียว

"นายกำลังหาอะไรอยู่หรอ"

ในขณะนั้นเอง เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

สวี่เชาประหลาดใจเล็กน้อย ชั้นสองนี้มีคนด้วยเหรอ

เมื่อเขาหันศีรษะไป เห็นเพียงหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนกำลังยืนอยู่ไม่ไกล คิ้วของเธอดุจคันศร ดวงตากลมโตที่สดใสกำลังมองมาที่เขาด้วยความสงสัย

ผิวที่ขาวผ่องเปล่งประกายอ่อนโยนภายใต้แสงสลัว ผมยาวสีดำขลับปล่อยสยายลงบนบ่าตามธรรมชาติ ทั้งตัวของเธอเผยให้เห็นถึงบรรยากาศที่สดใสและงดงาม

จบบทที่ บทที่ 16 ฝึกฝนวิชายุทธ์ธาตุไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว