เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ความตกตะลึงของลุงจ้าว! เด็กคนนี้เป็นตัวประหลาดหรือไง?

บทที่ 13 ความตกตะลึงของลุงจ้าว! เด็กคนนี้เป็นตัวประหลาดหรือไง?

บทที่ 13 ความตกตะลึงของลุงจ้าว! เด็กคนนี้เป็นตัวประหลาดหรือไง?


บทที่ 13 ความตกตะลึงของลุงจ้าว! เด็กคนนี้เป็นตัวประหลาดหรือไง?

ในช่วงบ่าย

สวี่เชาใช้เวลาสามชั่วโมงปรุงยาเสริมพลังปราณขั้นต่ำได้อีกสามเม็ด

เมื่อรวมกับสามเม็ดที่ปรุงเมื่อเช้า ตอนนี้เขามียาเสริมพลังปราณอยู่ในมือทั้งหมดหกเม็ด

เนื่องจากหวังซานยังไม่เลิกเรียน ดังนั้นสวี่เชาจึงมาที่ร้านของเหล่าหลิวตามลำพัง

ทันทีที่เข้าไปในร้าน สวี่เชาก็เห็นเหล่าหลิวกำลังนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ จดจ่ออยู่กับการเปิดดูนิตยสารเล่มหนึ่ง

และเมื่อได้ยินเสียงเขาก็เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นสวี่เชา สีหน้าของเขาก็เผยให้เห็นรอยยิ้มทันที "น้องสวี่ วันนี้ทำไมมาเร็วจังล่ะ"

สวี่เชาเดินเข้าไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม หยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุยาเสริมพลังปราณออกมาจากอกวางไว้บนเคาน์เตอร์ "วันนี้ผมลาพักการเรียนแล้ว ตั้งใจเตรียมตัวปรุงยาให้ดีแล้วเตรียมสอบด้วยตัวเองน่ะครับ"

"อ้อ เหล่าหลิว ผมปรุงยาเสริมพลังปราณมาหลายเม็ดเลย ช่วยดูหน่อยให้หน่อยได้มั้ยครับว่าคุณภาพของมันเป็นยังไงบ้าง"

ในดวงตาของเหล่าหลิวฉายแววดีใจทันที เขารีบวางนิตยสารในมือลง หยิบขวดแก้วขึ้นมา ค่อยๆ เทเม็ดยาเสริมพลังปราณออกมาหนึ่งเม็ดไว้ในฝ่ามือ

เขาหรี่ตาลง พินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด ใช้นิ้วลูบเบาๆ บนผิวยาเพื่อสัมผัสถึงเนื้อสัมผัสของมัน

ครู่ต่อมา เหล่าหลิวก็เงยหน้าขึ้นมองสวี่เชา ในดวงตาฉายแววประหลาดใจ "น้องสวี่ นี่นายปรุงเองทั้งหมดเลยเหรอ"

สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ครับ"

เหล่าหลิวเต็มไปด้วยความชื่นชม "น้องสวี่ นายนี่ทำให้ฉันประหลาดใจจริงๆ!"

"เมื่อวานยังทำได้แค่ปรุงยาเสริมพลังปราณกึ่งสำเร็จรูป แต่วันนี้กลับปรุงยาขั้นต่ำได้แล้ว"

สวี่เชายิ้มอย่างถ่อมตัว "เหล่าหลิวชมเกินไปแล้วครับ ที่จริงเมื่อวานผมก็อยู่ในระดับนักปรุงยาขั้นนหนึ่งแล้ว เกือบจะทำได้แล้ว"

"วันนี้ก็แค่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้นเองครับ"

เหล่าหลิวพยักหน้าเล็กน้อย ในดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม "ถึงอย่างนั้น ความเร็วก็เร็วจนน่าตกใจเลยล่ะ"

"คนที่สามารถเป็นนักปรุงยาขั้นหนึ่งได้ในวัยนายน่ะ มีน้อยคนมากเลยนะ"

"เอาล่ะ เข้าเรื่องกัน ยาเสริมพลังปราณหกขวดนี้ฉันให้ราคาขวดละ 2,100"

สวี่เชาไม่ลังเลเลย เขาตอบอย่างเด็ดขาดว่า "ได้เลยครับ"

ราคานี้เป็นธรรมมาก ยาเสริมพลังปราณขั้นต่ำในตลาดก็ราคาแค่ขวดละ 2,000 เท่านั้น

หลังจากทำธุรกรรมเสร็จ สวี่เชาก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป

ตลาดมืดยังไม่เปิดทำการ เขาต้องการซื้อของในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด เขาจึงทำได้แค่รอให้ตลาดมืดเปิดทำการตอนกลางคืนเท่านั้น

และตอนนี้เขายังมีกำลังเหลืออยู่อีกมาก เขาไม่อยากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้

ดังนั้นเขาจึงเริ่มสอบถามเหล่าหลิวเกี่ยวกับราคาของบุปผาจันทร์เงิน หญ้าดาวตก หญ้าดาวฤกษ์

เหล่าหลิวกำลังยุ่งกับการจัดระเบียบยาเม็ดที่กระจัดกระจายอยู่บนเคาน์เตอร์ เมื่อได้ยินคำถามของสวี่เชา มือที่กำลังทำอยู่ก็ชะงักไป

เขาเงยหน้าขึ้น หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า "วัตถุดิบของยาเสริมพลังปราณงั้นหรอ ฉันมีเยอะแยะ ถ้านายอยากซื้อ ฉันขายให้ในราคาชุดละ 1,000 ก็ได้"

เมื่อสวี่เชาได้ยินดังนั้น ในใจก็ดีใจเป็นอย่างมาก รีบพูดว่า "ถ้างั้นรบกวนเหล่าหลิวเอาให้ผมก่อนสามชุดเลยครับ!"

ไม่ใช่ว่าสวี่เชาไม่อยากซื้อเยอะ แต่กำลังของเขาไม่พอ วันนี้เขาปรุงยามาทั้งวัน การปรุงยาอีกเพียงสามชุดก็น่าจะเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว

อีกอย่าง วัตถุดิบทั้งสามชนิดนี้ ถ้าไม่มีสภาพแวดล้อมพิเศษมันก็จะเหี่ยวเฉาได้ง่าย ไม่เหมาะกับการซื้อไปเก็บไว้นาน

บนใบหน้าของเหล่าหลิวเผยให้เห็นรอยยิ้ม เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า "ได้ รอสักครู่"

จากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปหยิบหีบหยกออกมาสามหีบจากที่เก็บของลับในห้องโถงด้านหลังของร้าน

เหล่าหลิวผลักหีบหยกไปข้างหน้าสวี่เชาพลางพูดว่า "น้องชาย วัตถุดิบทั้งสามชุดนี้เป็นของสิบปี รับประกันว่านายจะต้องพอใจ"

สวี่เชารีบนับเงินสามพันหยวนจากถุงพลาสติกสีดำแล้ววางไว้บนโต๊ะ "เหล่าหลิว ขอบคุณมากครับ"

เมื่อหยิบหีบหยกขึ้นมา สวี่เชาก็รอไม่ไหวที่จะเรียกรถกลับบ้าน

หลังจากกลับถึงบ้าน เขาก็รีบจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการปรุงยาให้พร้อม แล้วทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจให้กับการปรุงยา

หลังจากทำงานอย่างตั้งใจก็เป็นเวลาหลายชั่วโมงผ่าน ภายใต้การควบคุมที่แม่นยำของเขา ยาเสริมพลังปราณสามเม็ดที่กลมกล่อมก็เปล่งแสงเรืองรองออกมาเป็นสัญญาณว่าเขาปรุงมันได้สำเร็จอีกครั้ง

ประมาณหกโมงเย็น สวี่เชาก็มาที่ร้านของเหล่าหลิวอีกครั้ง ขายยาเสริมพลังปราณสามเม็ดที่เพิ่งปรุงเสร็จไป

ตอนนี้เงินในมือของเขามากถึง 15,000 หยวนแล้ว

ต่อไปเขาเตรียมที่จะปรุงยาเสริมพลังปราณสิบเม็ดทุกวัน จากนั้นก็จะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของโรงเรียนหนึ่งชั่วโมง

เมื่อมีเหล่าหลิวอยู่ เขาจึงยังไม่คิดที่จะไปตลาดมืดในช่วงนี้

……

วันถัดมาในช่วงเย็น แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มแดง

สวี่เชาขายยาเสริมพลังปราณสิบเม็ดที่ปรุงในวันนี้ที่ร้านของเหล่าหลิวได้อย่างราบรื่น

เมื่อได้รับเงินมามากมาย เขาก็เดินไปยังห้องสมุดของโรงเรียนด้วยความสุข

เมื่อมาถึงห้องสมุด ลุงจ้าวที่ดูแลห้องสมุดก็กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะเก่าๆ สวมแว่นสายตายาวกำลังเปิดอ่านหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง

เมื่อเห็นสวี่เชาเดินเข้ามา เขาก็ถอดแว่นออกแล้วถามด้วยความอยากรู้ "ช่วงนี้หายไปไหนมาล่ะเจ้าหนู"

สวี่เชาเดินเข้าไปข้างหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ลุงจ้าว ช่วงนี้ผมยุ่งกับการศึกษาการปรุงยาอยู่น่ะครับ"

ลุงจ้าวเบิกตากว้างเล็กน้อยแล้วถามด้วยความสนใจว่า "ไม่ใช่ว่าแกคิดจะจริงจังเรื่องการปรุงยาหรอกใช่ไหม"

"..แล้วลองปรุงยาเป็นไงบ้างล่ะ สำเร็จบ้างมั้ย"

สวี่เชาหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน "ตอนนี้อัตราการปรุงยาของผมคือ 100% ครับ แต่ผมปรุงได้แค่ยาเสริมพลังปราณขั้นต่ำเท่านั้น แถมยังไม่สามารถทำแบบใช้ส่วนผสมหลายชุดเพื่อให้ได้ยาหลายเม็ดด้วย"

เมื่อลุงจ้าวได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนคางแทบหลุด ดวงตาของเขาเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ "100% หรอ แก… แกแน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อเล่นกับลุง"

ถ้าเขาจำไม่ผิด สวี่เชาเรียนปรุงยามาทั้งหมดเจ็ดวัน

แถมยังอ่านหนังสือแค่หนึ่งชั่วโมงต่อวันเท่านั้นเอง

แค่เจ็ดชั่วโมงก็สามารถเป็นนักปรุงยาชั้นหนึ่งได้แล้วหรอ นี่ต้องมีพรสวรรค์และความเข้าใจแบบไหนถึงจะทำได้ถึงขนาดนี้กัน!

ลุงจ้าวลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมาที่หน้าสวี่เชาเพื่อมองดูเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือสมบัติล้ำค่า

หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ลุงจ้าวถึงได้สติกลับคืนมา แล้วค่อยๆ พูดว่า "นายใช้เตาปรุงยาระดับไหนปรุงยา"

สวี่เชาเกาหัว เขาพูดอย่างเขินๆ ว่า "ลุงจ้าว ผมไม่ได้ใช้เตาปรุงยาโดยเฉพาะ ใช้แค่หม้อดินที่บ้านน่ะครับ"

ให้ตายสิ!

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของสวี่เชา ลุงจ้าวก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา

เขาเบิกตากว้าง จ้องมองสวี่เชาเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง จากนั้นก็พูดตะกุกตะกักอยู่ครู่หนึ่งว่า "แก… แกพูดอีกทีสิ"

"ใช้ ใช้หม้อดิน มะ… มันเป็นไปได้ยังไงกัน!"

ลุงจ้าวทำงานมาหลายปี พบเห็นอัจฉริยะในการปรุงยามานับไม่ถ้วน แต่เรื่องที่แปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์เช่นนี้นั้นเป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้ยิน

"เจ้าหนู แกมีรากวิญญาณธาตุไฟระดับสุดยอดหรือเปล่า"

สวี่เชาส่ายหัวด้วยสีหน้างุนงง "ลุงจ้าว ผมมีรากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกันครับ"

"....."

ลุงจ้าวขมวดคิ้ว เดินไปมาในห้อง พึมพำกับตัวเอง "ไม่มีเหตุผล ไม่มีคุณสมบัติพิเศษหรือรากวิญญาณธาตุไฟระดับสุดยอด เป็นไปได้ยังไงที่จะใช้หม้อดินปรุงยาได้ แถมอัตราการปรุงยายังสูงขนาดนี้…"

หรือว่าเกี่ยวข้องกับรากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกันกันนะ

ลุงจ้าวสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามทำให้ตัวเองสงบลง แต่ความตกตะลึงและความสงสัยในดวงตาก็ยังคงยากที่จะปิดบัง

"ถึงแม้ว่ารากวิญญาณธาตุทั้งห้าจะถูกมองว่าเป็นรากวิญญาณขยะที่หายาก"

"แต่จากสถานการณ์การปรุงยาของแก ดูเหมือนว่ารากวิญญาณขยะที่ว่านี้จะมีปริศนาที่แตกต่างออกไปสินะ"

เขาคลำคาง มองด้วยสายตาที่ครุ่นคิด "บางทีอาจเป็นเพราะมันปะปนกันทั้งหมด ทำให้เข้าใจและควบคุมสรรพคุณของยาต่างๆ ได้เหนือกว่าคนทั่วไป สามารถหลอมรวมวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ.."

ขณะที่พูด ลุงจ้าวก็มองสวี่เชาตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง

เมื่อเห็นสายตาแบบนี้ของลุงจ้าว สวี่เชาก็รู้สึกขนลุกซู่

ตาแก่คนนี้ไม่ใช่ว่ามองทะลุจนเห็นอะไรไปแล้วใช่ไหมเนี่ย

ลุงจ้าวหัวเราะร่าตบไหล่ของสวี่เชา แรงตบนั้นแรงจนทำให้สวี่เชาเกือบจะเซ

"อย่ากลัว อย่ากลัว ลุงแค่สงสัยเรื่องรากวิญญาณธาตุทั้งห้าของแกมากเกินไปเท่านั้นเอง"

"วางใจได้ ลุงไม่ได้จะทำร้ายแกแน่นอน"

จบบทที่ บทที่ 13 ความตกตะลึงของลุงจ้าว! เด็กคนนี้เป็นตัวประหลาดหรือไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว