- หน้าแรก
- เทพทรูพลิกฟ้า: เติมเงินเปลี่ยนชีวิต ลิขิตเซียนสวรรค์!
- บทที่ 3 ที่แท้ฉันก็มีระบบ เท่านี้ก็สบายใจได้!
บทที่ 3 ที่แท้ฉันก็มีระบบ เท่านี้ก็สบายใจได้!
บทที่ 3 ที่แท้ฉันก็มีระบบ เท่านี้ก็สบายใจได้!
บทที่ 3 ที่แท้ฉันก็มีระบบ เท่านี้ก็สบายใจได้!
ครูประจำชั้นถอนหายใจเบาๆ "ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอสวี่เชา แต่ในโลกที่ให้ความสำคัญกับการฝึกตน ตราบฟ้าดินสลาย พรสวรรค์คือมาตรฐานการตัดสินที่สำคัญที่สุดจริงๆ"
"แต่ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ ถึงแม้พรสวรรค์จะไม่สูง แต่ด้วยความพยายามของเธอ ฉันเชื่อว่าเธอจะสามารถเดินไปในเส้นทางของตัวเองได้แน่นอน"
"ถึงแม้เรื่องเงินช่วยเหลือจะกลายเป็นเรื่องที่แน่นอนไปแล้ว แต่เธออย่าได้ท้อแท้เพราะเรื่องนี้เลยนะ"
เมื่อพูดจบ ครูประจำชั้นก็หยิบซองเล็กๆ ซองหนึ่งออกมาจากลิ้นชักแล้วยื่นให้สวี่เชา
"นี่คือเงิน 2,000 ที่ครูตั้งใจจะเธอให้เป็นการส่วนตัว"
สวี่เชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วปฏิเสธว่า "ไม่ได้ครับครูหลี่!
"เงินเยอะขนาดนี้ ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ ปกติครูก็ลำบากอยู่แล้ว..."
ครูประจำชั้นหลี่เดินเข้ามาแล้วยัดซองจดหมายใส่มือของเขา "อย่าปฏิเสธเลย ครูรู้ว่าตอนนี้เธอต้องการเงินจำนวนนี้"
"ถ้ามีเงินเหล่านี้ เธอจะสามารถปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นได้บ้าง..."
"นี่เป็นสิ่งเดียวที่ครูช่วยเธอได้"
สวี่เชาโค้งคำนับครูประจำชั้นหลี่อย่างหนัก "ครูหลี่ พระคุณของครู ผมจะจดจำไว้ หากวันหน้าผมได้ดี ผมจะไม่ลืมความช่วยเหลือของคุณครูในวันนี้อย่างแน่นอน"
เมื่อสวี่เชาได้รับซองจดหมายมา ในขณะนั้นเอง.. ก็มีอินเทอร์เฟซปรากฏขึ้นตรงหน้าสวี่เชา
[ระบบเติมเงินสุดแกร่งได้ทำการผูกมัดแล้ว]
[สถานะปัจจุบัน: ยังไม่เปิดใช้งาน]
[เงื่อนไขการเปิดใช้งาน: เติมเงิน 1 คะแนนเติมเงิน]
[อัตราส่วนคะแนนเติมเงินปัจจุบัน 1:10,000 (เงินหยวน)]
เมื่อสวี่เชาเห็นข้อมูลเหล่านี้ ในตอนแรกเขาก็ดีใจ แต่แล้วก็กลับขมวดคิ้วด้วยความกังวล
เงินหนึ่งหมื่นหยวน สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว.. มันก็คือจำนวนเงินที่เหมือนฝันอย่างไม่ต้องสงสัย
งานพาร์ทไทม์แถวโรงเรียนเหล่านั้นมีค่าจ้างน้อยนิดและเสียเวลาเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรวบรวมเงินจำนวนนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น
เป็นไปได้ไหมว่าเพราะเงินหนึ่งหมื่นนี้เอง จะทำให้เขาทำได้เพียงมองดูระบบที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของเขาโดยไม่สามารถเปิดใช้งานมันได้อย่างน่าเสียดาย
แต่สวี่เชาไม่ยอมแพ้ สายตาของเขาค่อยๆ แน่วแน่ขึ้น ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องหาวิธีลองดู
"เชาเกอ ครูประจำชั้นบอกอะไรกับนายบ้าง"
เมื่อกลับมาถึงโรงอาหาร หวังซานก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ไม่มีอะไร"
สวี่เชาส่ายหน้าเบาๆ บนใบหน้าพยายามเค้นรอยยิ้มที่ดูสบายๆ ออกมา พยายามซ่อนความอัดอั้นและความขัดแย้งในใจ
"ซานจื่อ นายมีเงินบ้างไหม"
สวี่เชาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดก็ตัดสินใจถาม
"เชาเกอ นายจะขอยืมเท่าไหร่ บอกมาเลย" หวังซานตอบกลับมาโดยไม่ลังเลเลย
สวี่เชาสูดหายใจเข้าลึกๆ ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
"100 เหรอ"
"ฉันโอนให้นายเดี๋ยวนี้เลย"
หวังซานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างคล่องแคล่ว นิ้วมือแตะหน้าจออย่างรวดเร็ว
สวี่เชารีบโบกมือ ใบหน้าแสดงสีหน้าสับสน มีความลำบากใจและซาบซึ้งใจ เขาพูดอย่างรีบร้อนว่า "ซานจื่อ ไม่ใช่ 100 แต่เป็น 10,000"
"ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้นายเข้าใจผิด เป็นความผิดของฉันเองที่พูดไม่ชัดเจน"
หวังซานชะงักไป จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์มือถือ สีหน้าไม่ได้แสดงความไม่พอใจหรือใจร้อนออกมา เพียงแค่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองสวี่เชาอย่างจริงจังแล้วพูดว่า "เดี๋ยวตอนเย็นหลังเลิกเรียนฉันจัดการให้"
...
ตั้งแต่การตื่นขึ้นของพลัง ชั้นเรียนเดิมก็จะถูกแบ่งใหม่ หวังซานถูกแบ่งเข้าไปอยู่ในชั้นเรียนอัจฉริยะโดยตรง ส่วนสวี่เชายังคงอยู่ในชั้นเรียนธรรมดา
ชั้นเรียนอัจฉริยะสอนความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนบ่มเพาะ ส่วนชั้นเรียนธรรมดายังคงเน้นที่หลักสูตรวัฒนธรรมทั่วไป ไม่มีการกล่าวถึงการฝึกฝนแม้แต่คำเดียว
แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามเย็นย้อมทั้งโรงเรียนให้เป็นสีทองอร่าม เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนต่างก็เก็บกระเป๋าหนังสือแล้วเดินออกจากห้องเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ
หวังซานเก็บของเสร็จตั้งแต่เนิ่นๆ
หลังจากเดินออกจากประตูโรงเรียน หวังซานก็มาที่มุมเงียบสงบริมถนน หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรศัพท์ไปที่บ้าน
เขาโทรติดอย่างรวดเร็ว
"ฮัลโหล! แม่ พลังที่ตื่นขึ้นของผมเป็นรากวิญญาณชั้นสูง แถมคุณสมบัติยังสูงถึง 60 ขึ้นไปเลยด้วย"
เสียงที่ตื่นเต้นของแม่หวังดังมาจากปลายสาย: "ดีมาก เจ้าลูกชาย แกทำให้แม่ภูมิใจจริงๆ!"
หวังซานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า "แม่ครับ ผมอยากให้แม่ให้ผมยืมเงินสักหนึ่งหมื่น ผมจะเอาไปซื้อยาเสริมพลังปราณสองสามขวด"
"คุณครูบอกว่ายาเสริมพลังปราณมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาพร้อมกับรากวิญญาณ มันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน ถ้าผมได้ใช้ ผมจะต้องสามารถทะลวงผ่านขั้นก่อเกิดลมปราณขั้นที่หนึ่งได้แน่นอน"
ปลายสาย แม่หวังได้ยินคำว่า "ยาเสริมพลังปราณ" ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
แน่นอนว่าเธอรู้จักยาเสริมพลังปราณ ในยุคที่ทุกคนสามารถฝึกฝนบ่มเพาะได้นี้ ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของช่วยเหลือในการฝึกฝน แม้แต่คนทั่วไปก็ยังพอรู้บ้าง
ถึงแม้สภาพครอบครัวของหวังซานจะดีกว่าสวี่เชาอยู่มาก
แต่ก็เป็นแค่ครอบครัวธรรมดาๆ
เงินหนึ่งหมื่นหยวนนั้นถือเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากสำหรับทั้งครอบครัวหวัง
แต่เพื่ออนาคตของลูกชาย แม่หวังจึงกัดฟัน พยายามทำให้เสียงของตัวเองฟังดูราบเรียบที่สุด "ลูก แม่รู้ว่านี่เป็นโอกาสที่หาได้ยาก"
"แม่จะไม่ขวางทางอนาคตของลูก แม่จะโอนเงินให้ลูกเดี๋ยวนี้แหละ"
หวังซานที่ได้ยินดังนั้นก็น้ำตาคลอเบ้าทันที เขาเสียงสั่นเครือพูดว่า "แม่ครับ ขอบคุณครับ หลังจากนี้ไปผมจะตอบแทนคุณกับพ่ออย่างแน่นอน"
แม่หวังกลั้นน้ำตาไว้ เธอยิ้มแล้วพูดว่า "เจ้าลูกโง่ จะมาตอบแทนอะไรกัน แค่ลูกมีความก้าวหน้า แม่ทำทั้งหมดนี้ก็คุ้มแล้ว"
"ลูกใช้ยาเสริมพลังปราณนี้ให้ดีเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของลูกเถอะ อย่าห่วงเรื่องที่บ้านเลย"
เมื่อวางสายไป หวังซานที่ยืนอยู่กับที่ก็กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น ความรู้สึกในใจของเขาไม่สงบลงง่ายๆ
เขารู้ดีว่าเงินหนึ่งหมื่นหยวนนี้แบกรับความยากลำบากและความคาดหวังของแม่ไว้มากมาย
แต่สวี่เชาคือพี่น้องของเขา อีกฝ่ายต้องจนตรอกจริงๆ ถึงกล้าเปิดปากขอความช่วยเหลือจากเขาแบบนั้นทั้งๆ ที่เขาไม่เคยขออะไรแบบนี้เลย
ไม่นานสวี่เชาก็รีบมาจากโรงเรียน เห็นหวังซานยืนอยู่ริมถนนแต่ไกล
เขาวิ่งเหยาะๆ มา แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "เป็นยังไงบ้าง ซานจื่อ"
หวังซานมองสวี่เชาที่ทำท่าทางระมัดระวังและเต็มไปด้วยความคาดหวัง ในใจก็ถอนหายใจ แต่ก็ยังยิ้มแล้วตบไหล่เขา "เพิ่งคุยโทรศัพท์กับแม่ไป เรื่องเงินเรียบร้อยแล้ว"
"เดี๋ยวฉันโอนให้นายเลย!"
หวังซานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทำอะไรสักอย่างแล้วกล่าวว่า "โอนไปแล้ว นายลองดูว่าได้รับหรือยัง"
สวี่เชารีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู เมื่อเห็นข้อมูลการรับเงิน น้ำตาเขาก็คลอเบ้าทันที
เขาเงยหน้าขึ้นมองหวังซาน ริมฝีปากสั่นเทา "ซานจื่อ นายดีกับฉัน...ฉันไม่รู้จะขอบคุณนายยังไงดี"
"ขอบคุณอะไรกัน พวกเราไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรแบบนั้นหรอก"
หวังซานพูดอย่างสบายๆ..
..ในตอนเย็น..
หลังจากเลี้ยงอาหารเย็นหวังซานไปหนึ่งมื้อ สวี่เชาก็กลับบ้าน
สวี่เชาก้าวเข้าไปในบ้าน
"เสี่ยวเชากินข้าวมาหรือยัง" เสียงที่เป็นห่วงของแม่จางซิ่วเจวียนดังมาจากห้องข้างใน
สวี่เชายิ้มแล้วพยักหน้า "กินแล้วครับ"
ในเวลานั้นพ่อสวี่กั๋วตงก็เดินออกมาจากห้องครัวเช่นกัน ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและความคาดหวัง "วันเรื่องนี้ตื่นขึ้นของรากวิญญาณเป็นยังไงบ้าง"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ของพ่อ รอยยิ้มของสวี่เชาก็ชะงักไปเล็กน้อย
เมื่อเห็นสีหน้าของสวี่เชา สวี่กั๋วตงก็รู้ว่ารากวิญญาณที่ตื่นขึ้นของลูกชายคงจะไม่น่าพอใจนัก
สวี่กั๋วตงตบไหล่สวี่เชาแล้วปลอบใจว่า "ไม่เป็นไร ถึงแม้จะไม่มีเส้นทางเซียน"
"แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชีวิตของลูกจะไม่มีความเป็นไปได้ที่ยอดเยี่ยมอื่นๆ"
"ลูกเอ๋ย สามร้อยหกสิบอาชีพ อาชีพไหนก็มีคนเก่ง"
"เราฝึกเซียนไม่ได้ ก็ใช้ชีวิตดีๆ ในโลกมนุษย์ธรรมดาได้ ลูกหัวดีอยู่แล้ว เรียนรู้อะไรก็เร็ว ไม่ว่าจะทำมาหากินอะไร พ่อเชื่อว่าลูกจะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้แน่นอน"