- หน้าแรก
- เทพทรูพลิกฟ้า: เติมเงินเปลี่ยนชีวิต ลิขิตเซียนสวรรค์!
- บทที่ 1 รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกัน.. นี่มันขยะไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 1 รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกัน.. นี่มันขยะไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 1 รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกัน.. นี่มันขยะไม่ใช่เหรอ?
บทที่ 1 รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกัน.. นี่มันขยะไม่ใช่เหรอ?
"จางเฮ่าหยาง รากวิญญาณธาตุไม้ระดับต่ำ สติปัญญา 18 คุณสมบัติ 14!"
"หลิงหมิง รากวิญญาณธาตุไฟระดับกลาง สติปัญญา 16 คุณสมบัติ 18!"
"เถาอวี่หาง รากวิญญาณธาตุทั้งสาม ดิน ทอง ไม้ สติปัญญา 23 คุณสมบัติ 12!"
"..."
เมื่อมองดูนักเรียนที่เดินขึ้นไปบนเวทีในลาน สวี่เชาก็ตกอยู่ในความสับสน
..ที่นี่ที่ไหน..?
ยังไม่ทันที่สวี่เชาจะได้ตั้งสติ กระแสความทรงจำอันมหาศาลก็ถาโถมเข้ามาในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลที่ไม่คุ้นเคยและซับซ้อนนับไม่ถ้วนไหลบ่าเข้ามาเหมือนกระแสน้ำ ความรู้สึกเจ็บปวดแทงเข้ามาทันที ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกุมศีรษะและร้องครวญครางออกมา
ปรากฏว่านี่คือโลกแห่งการฝึกเซียน และคนธรรมดาทุกคนเมื่ออายุ 18 ปี จะได้รับการทดสอบรากวิญญาณและสติปัญญา
รากวิญญาณกำหนดระดับความสนิทสนมของบุคคลกับปราณแห่งสวรรค์และปฐพี และเพื่อกำหนดทิศทางการฝึกฝนให้เหมาะสม
สติปัญญาเกี่ยวข้องกับความเร็วและความลึกซึ้งในการทำความเข้าใจวิชาฝึกเซียน ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
เมื่อความทรงจำค่อยๆ ชัดเจน สวี่เชาก็รู้สึกสับสน
ในชาติก่อน เขาเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดาที่วุ่นวายอยู่กับโลกที่แสงสีฉูดฉาด
เมื่อข้ามภพมา ไม่คิดว่าเขาจะได้มายังโลกแห่งการฝึกเซียนแห่งนี้
"ชาติก่อนไม่มีโอกาสอะไรในชีวิต ทำได้เพียงใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย แต่สวรรค์กลับให้โอกาสฉันได้เกิดใหม่งั้นหรอ ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปช่วงชิงหนทางสู่ความเป็นเซียนนั่นให้ได้!"
ดวงตาของสวี่เชาสุกสกาว ในใจลุกโชนด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยหมอกหนา หรือเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย เขาก็จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด
ในขณะนั้นเอง อาจารย์ใหญ่ผู้รับผิดชอบการทดสอบบนเวทีก็ตะโกนเสียงดัง "ต่อไป สวี่เชา!"
สวี่เชาสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินขึ้นไปบนเวทีอย่างช้าๆ
แม้ว่าภายในใจจะวุ่นวายราวกับมีพายุโหมกระหน่ำ แต่บนใบหน้าของเขายังคงพยายามแสดงออกอย่างสงบ
สวี่เชามาถึงด้านหน้าของสมบัติทดสอบ ตามขั้นตอนในความทรงจำ เขาวางมือทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบาบนเครื่องทดสอบรากวิญญาณที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนโยน
ในชั่วพริบตา แสงจากเครื่องทดสอบก็สว่างขึ้น แสงสีฟ้าที่สงบในตอนแรกก็ผันผวนอย่างรุนแรง
จากนั้น แสงสีสันสดใสก็เบ่งบานออกมาจากศูนย์กลางของเครื่องมือ ถักทอเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นภาพที่แปลกประหลาดและงดงาม
"นี่มัน..สวยเกินไปแล้ว นี่ฉันมีพรสวรรค์ในการฝึกเซียนจริงๆ ด้วย!"
เมื่อมองดูม่านแสงสีสันสดใสเหล่านั้น สวี่เชาก็รู้สึกดีใจอย่างมาก
แต่คำพูดของอาจารย์ใหญ่ในลำดับถัดมากลับขัดจังหวะจินตนาการของเขา
"สวี่เชา รากวิญญาณธาตุทั้งห้าปะปนกัน สติปัญญา 2 คุณสมบัติ 3!"
เสียงของอาจารย์ใหญ่ดังชัดเจนและเย็นชา ก้องกังวานในพื้นที่ทดสอบที่กว้างใหญ่นี้ ราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดใส่ ดับเปลวไฟแห่งความหวังที่เพิ่งลุกโชนขึ้นในใจของสวี่เชาอย่างสิ้นเชิง
สวี่เชาแข็งทื่ออยู่กับที่ สมองว่างเปล่า
"ฉันเพิ่งเคยเห็นคนที่ไร้ประโยชน์ขนาดนี้เป็นครั้งแรก สติปัญญา 2 แม้แต่หมูยังมีสติปัญญา 5 เลยมั้ง"
"เมื่อเทียบกับสติปัญญาของเขาแล้ว ฉันว่ารากวิญญาณของเขาน่าทึ่งกว่าอีกนะ รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกัน นี่มันขยะที่จะเกิดขึ้นหนึ่งคนในหลายหมื่นปีเลยไม่ใช่หรอ"
"ด้วยพรสวรรค์แบบนี้ ถ้าชาตินี้เขาทะลวงผ่านระดับก่อเกิดลมปราณได้ ฉันจะไลฟ์สดกินขี้เลย!"
เมื่อเผชิญหน้ากับการเยาะเย้ยและคำดูถูกที่บาดหูเหล่านั้น สวี่เชาก็ออกจากแท่นทดสอบโดยไร้สีหน้า
รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกันแล้วยังไง คุณสมบัติต่ำแล้วมันยังไง
เส้นทางแห่งการฝึกเซียนยาวไกล สิ่งที่ต้องพึ่งพาไม่ใช่แค่พรสวรรค์เริ่มต้นเท่านั้น
ถ้าไม่ไหวจริงๆ เขาก็ไปเป็นมารผู้ฝึกตน มารผู้ฝึกตนไม่สนใจเรื่องพรสวรรค์
เมื่อมายังโลกที่เต็มไปด้วยโอกาสแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่ยินยอมที่จะใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าไปวันๆ อีกแล้ว!
"เชาเกอ อย่าเสียใจไปเลย เดี๋ยวต่อไปพวกเราดูแลนายเอง!"
เด็กหนุ่มคิ้วดาบดวงตาดาว จมูกโด่ง ยิ้มแล้วตบไหล่ของสวี่เชา
เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อหวังซาน เป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมชั้นของสวี่เชา
ในการทดสอบครั้งนี้ เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับรากวิญญาณเดี่ยวระดับสูง ค่าสติปัญญาสูงถึง 62!
เขาเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง!
รากวิญญาณแบ่งออกเป็นรากวิญญาณระดับต่ำ รากวิญญาณระดับกลาง รากวิญญาณระดับสูง รากวิญญาณระดับสุดยอด ฯลฯ
ตราบใดที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรากวิญญาณเดี่ยว ไม่ว่าจะธาตุอะไร ถ้าสติปัญญาถึง 50 ขึ้นไปก็มีคุณสมบัติในการสร้างรากฐาน
ซึ่งนั้นเป็นเพียงข้อกำหนดของรากวิญญาณระดับต่ำที่ธรรมดาที่สุดเท่านั้น รากวิญญาณเดี่ยวระดับสูงอย่างหวังซาน สติปัญญาถึง 62 นับว่าเป็นคุณสมบัติระดับแก่นทองแล้ว!
ซึ่งระดับแก่นทองในบางตระกูลนับว่าเป็นบุคคลระดับผู้อาวุโสเลยทีเดียว
"ขอบคุณนะ" สวี่เชาพยักหน้าเล็กน้อย บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง
"สวี่เชา เราเลิกกันเถอะ!"
ในขณะนั้นเอง เสียงที่เย็นชาและเด็ดขาดก็ดังมาจากที่ที่ไม่ไกล
สวี่เชาและหวังซานต่างก็ชะงัก และมองตามเสียงไปอย่างเป็นธรรมชาติ
เห็นเพียงสาวน้อยที่มีรูปร่างสง่างามยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเธองดงาม คิ้วและดวงตาเหมือนภาพวาด เพียงแต่ตอนนี้บนใบหน้ากลับมีความเย็นชาและความเด็ดเดี่ยวเท่านั้น
หญิงสาวคนนี้ชื่อหลินเยว่ เป็นแฟนสาววัยเด็กของสวี่เชา
หลินเยว่เดินขึ้นมาอย่างช้าๆ น้ำเสียงเย็นชา "แกมันขยะที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกัน ตอนนี้แกไม่คู่ควรกับฉันแล้ว"
"ฉันไม่อยากเอาอนาคตของตัวเองไปทิ้งไว้กับคนที่ไม่มีความหวัง"
"หลินเยว่คนนี้ต้องการคนที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำดินในโลกแห่งการฝึกเซียน ไม่ใช่พวกขี้แพ้อย่างแก"
"จากนี้ไป พวกเราก็ทางใครทางมัน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สวี่เชาก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่เป็นหวังซานที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก
เขาโกรธจนกำหมัดแน่น ดวงตาเป็นประกายด้วยความโกรธ ตะโกนเสียงดัง "ผู้หญิงที่รังเกียจคนจนรักคนรวยแบบเธอนี่มันเห็นแก่ตัวสิ้นดี!"
"เธอก็แค่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรากวิญญาณน้ำแข็งระดับสูงไม่ใช่เหรอ"
"เธอลืมไปแล้วเหรอว่าสวี่เชาดีกับเธอขนาดไหน"
"เธออยากได้ไอโฟนรุ่นใหม่ เขาก็ประหยัดอดออมถึงสามเดือนเพื่อซื้อให้"
"เพื่อที่จะหาเงินซื้อไอโฟนให้เธอ เขาได้กินแต่อาหารที่เรียบง่ายที่สุดทุกวัน ตอนกลางคืนยังไปทำงานพาร์ทไทม์ให้ลำบากอีก"
"ตอนที่เธอป่วย เขาดูแลเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในช่วงเวลานั้น เขาต้องทุ่มเทให้เธอมากขนาดไหน เธอจำไม่ได้แล้วเหรอ"
"ตอนนี้เธอกลับทิ้งเขาอย่างเลือดเย็นเพียงเพราะรากวิญญาณของเขาไม่ดี เธอยังมีหัวใจอยู่บ้างไหม"
ที่มุมปากของหลินเยว่ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่แยแส เปิดปากอย่างเย็นชา "ฉันขอให้เขาทำเหรอ"
"เขาเต็มใจที่จะเสียสละเพื่อฉัน ฉันไม่เคยบังคับเขาเลย"
"ความรักก็คือสิ่งที่เธอเต็มใจ ฉันเต็มใจ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ตรงตามความคาดหวังของฉันอีกต่อไป การปล่อยเขาไปก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลแล้วนี่"
พูดจบ เธอก็มองไปยังสวี่เชา ในดวงตาไม่มีความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย "สวี่เชา นายก็อย่าคิดว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน"
"นี่คือกฎแห่งการอยู่รอดของโลกแห่งการฝึกเซียน"
เมื่อพูดจบ
หลินเยว่ก็เดินไปโดยไม่หันหลังกลับ
หวังซานเขย่าไหล่ของสวี่เชาอย่างแรง พยายามทำให้เขาฮึดขึ้นมา "เชาเกอ นายจะยอมเสียใจไปตลอดชีวิตเพราะคำพูดของเธอไม่ได้นะ!"
"มันก็แค่การทดสอบ มันไม่ได้ตัดสินอะไร! รากวิญญาณธาตุทั้งห้าที่ปะปนกันแล้วยังไง ใครบอกว่ารากวิญญาณปะปนจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ล่ะ"
"สายตาของเธอสั้นไป มองไม่เห็นศักยภาพของนาย มันเป็นเพราะเธอตาบอดเอง!"
เมื่อเห็นดังนั้น ในใจของสวี่เชาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น
สุภาษิตที่ว่ายามยากจึงเห็นเพื่อนแท้ คนรอบข้างต่างเปลี่ยนท่าทีต่อเขา ไม่ว่าจะตีตัวออกห่างหรือเหยียดหยาม
มีเพียงหวังซานเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างๆ เขาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
"วางใจเถอะซานจื่อ แค่ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นเอง" สวี่เชากล้าวพร้อมใบหน้าที่มีรอยยิ้มอันปล่อยวาง..