- หน้าแรก
- ปล้นชิงพลังในวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 72: เฟสสองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ก้าวล้ำหน้าหนึ่งก้าว
ตอนที่ 72: เฟสสองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ก้าวล้ำหน้าหนึ่งก้าว
ตอนที่ 72: เฟสสองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ก้าวล้ำหน้าหนึ่งก้าว
หวูซิน ยืนอยู่หน้าแถวด้วยสีหน้าหม่นหมอง
ไม่ว่าเขาจะพยายามคิดอย่างไร เขาก็ไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่ากลุ่มผจญภัยฉางเซิงจะกวาดล้างกลุ่มผจญภัยเขี้ยวหมาป่าได้ถึงขนาดนั้น
ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว ราวกับเป็นการจำลองจุดจบของกลุ่มผจญภัยอสรพิษอย่างสมบูรณ์แบบ
กลุ่มผจญภัยเขี้ยวหมาป่าแข็งแกร่งกว่ากลุ่มผจญภัยอสรพิษมาก ความแข็งแกร่งโดยรวมของทั้งสองกลุ่มนั้นแตกต่างกันหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
แต่จุดจบกลับเหมือนกัน พวกเขาทั้งหมดต่างถูกทำลายภายในวันเดียว
สิ่งนี้ทำให้หวูซินรู้สึกถึงวิกฤตอย่างรุนแรง
เขามีความรู้สึกคลุมเครือว่าบัลลังก์ประธานนั้นจะไม่มั่นคง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าซีอันเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งมาก สำหรับบัลลังก์ประธานอย่างแน่นอน
เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะผนวกกลุ่มผจญภัยฉางเซิง
เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ในเขตพื้นที่ซูนี้จะมีบอสได้แค่คนเดียวเท่านั้น!
แต่คนที่เขาส่งออกไปเมื่อวานเพื่อค้นหาฐานของกลุ่มผจญภัยฉางเซิงก็ยังไม่กลับมา ราวกับว่าพวกเขาหายไปจากโลกนี้
ส่วนข่าวลือที่ว่าฐานของกลุ่มผจญภัยฉางเซิงอยู่ในใจกลางเมืองนั้น
ในมุมมองของหวูซินนี่เป็นเรื่องเพ้อฝันอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่มีใครสามารถตั้งฐานในใจกลางเมืองได้อย่างแน่อน
นี่คือเรื่องจริงแท้แน่นอน
อย่างมากที่สุดก็คือบริเวณชานเมืองเท่านั้น
ดังนั้นหวูซินจึงรวบรวมกลุ่มผจญภัยขนาดใหญ่หลายสิบกลุ่มจากร้อยพันธมิตรในตอนเช้า และรวมตัวกันที่นี่เพื่อค้นหาฐานของกลุ่มผจญภัยฉางเซิง
“เวลาไม่รอใคร งั้นเรามาโต้กลับเมืองกันเถอะ!”
เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข่าวจากคนที่เขาส่งออกไปหวูซินจึงทำได้เพียงสั่งให้ทำการโต้กลับเมือง
ผู้ปลุกพลังหลายพันคนรวมตัวกันและค่อยๆ เคลื่อนพลเข้าสู่เมือง
ไม่เพียงแต่เป็นการโต้กลับในเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการค้นหาฐานทัพของกลุ่มผจญภัยฉางเซิงไปด้วย
แต่ถึงแม้จะเป็นพันธมิตร พวกเขาก็ยังมีแผนการเป็นของตัวเอง และไม่มีใครเต็มใจที่จะเป็นผู้นำ ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงค่อยๆ คลำทางไปตามขอบเมืองเท่านั้น
หวูซิน ไม่รีบร้อน เขาแค่ถือว่าเป็นการฝึกซ้อม เขาไม่ได้วางแผนที่จะเข้าไปยังใจกลางเมืองจริงๆ เรื่องการนำทัพและต้องแลกด้วยชีวิตนั้น ต้องปล่อยให้กลุ่มผจญภัยฉางเซิงจัดการเอง
แต่แม้จะอยู่แค่ขอบชานเมือง ทีมที่ใหญ่ขนาดนี้ก็ยังดึงดูดฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาล
หนึ่งในสามของพวกมันเป็นพวกกลายพันธุ์ และมีเจ้าแทงค์ปะปนอยู่หลายตัวอีกด้วย
ซอมบี้นั้นไม่ได้โง่ที่รู้จักแต่การปกป้องอาณาเขตของตัวเอง ถ้าเสียงดังเกินไป แม้แต่ซอมบี้ในเมืองก็จะออกมาด้วย
ดังนั้น แม้กองทัพพันธมิตรจะเคลื่อนทัพในพื้นที่ชายขอบ มันก็ดูเหมือนจะยากลำบาก
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง มีคนเสียชีวิตไปแล้วกว่าสิบคน
ทุกคนต่างหวงแหนชีวิตและกลัวความตาย ถ้าแกถอย ฉันก็ถอยด้วย ถ้าแกขี้ขลาด ฉันก็จะขี้ขลาดกว่าแกอีก
เมื่อเห็นผู้คนยอมแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ การเดินหน้าของงานก็หยุดชะงักลง
หวูซิน ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเพื่อรวมกำลังพล โกรธจนแทบจะกระโดดโลดเต้น เขาทำได้เพียงหยิบเครื่องขยายเสียงขึ้นมาแล้วตะโกนออกมาว่า:
“พี่น้องร่วมชาติ! อย่ากลัว! อย่ายอมแพ้! มารวมใจกันก้าวไปข้างหน้า! ข้างหน้าคือเขตเมืองที่มีเสบียงอุดมสมบูรณ์! ทุกย่างก้าวที่เดินไป จะพาเราเข้าใกล้เสบียงมากขึ้นอีกก้าว!”
“จะมีขนมปัง! และจะมีนม!”
“ไปข้างหน้า! ลุยเลย! อาหารอยู่ข้างหน้าแล้ว! ขนมปังหอมหวานอยู่ใต้เท้าเราแล้ว!”
“วันนี้เราจะร่วมเป็นพยานในประวัติศาสตร์ และได้อิ่มหนำสำราญหลังจากห่างหายไปนาน!”
ด้วยกำลังใจของหวูซินฝูงชนค่อยๆ ตื่นเต้นขึ้น เมื่อนึกถึงขนมปังหอมหวานและอาหาร พวกเขาก็เหมือนได้รับการฉีดยากระตุ้นในทันที
เฮ้! มันเริ่มน่าตื่นเต้นแล้ว!
“เพื่อขนมปัง! เพื่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป! เพื่อน้ำพริกของแม่! ฆ่าพวกมันเลย!”
“อ๊ากกก! ฆ่า!”
“วันนี้ฉันจะกินให้อิ่มหนำสำราญ ไม่มีใครหยุดฉันได้! ฉันบอกแล้ว! ฆ่า!”
คำพูดปลุกใจของหวูซินยังคงมีประสิทธิภาพมาก
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีผลต่อซอมบี้มากขึ้นด้วย
ฝูงชนที่ส่งเสียงกรีดร้องดึงดูดซอมบี้เข้ามามากขึ้น
แม้ว่าพวกเขานั้นจะอยู่แค่แถวเขตชานเมืองเท่านั้น แต่จำนวนซอมบี้ก็ไม่น้อยไปกว่าในใจกลางเมืองเลย
เมื่อเห็นคลื่นซอมบี้ที่หนาแน่นเข้ามา หวูซินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
นี่คือเขตในเมืองหรือ? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราไปถึงใจกลางเมืองกันนะ?
ไม่รู้ว่ากลุ่มผจญภัยฉางเซิงจัดการอย่างไรถึงสามารถอยู่ในพื้นที่ชานเมืองและเอาชีวิตรอดมาได้
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ใครจะใช้ชีวิตรอดในวันสิ้นโลกแบบนี้
อีกด้านหนึ่ง ฐานทัพใหม่ของกลุ่มผจญภัยฉางเซิงได้รับการสร้างขึ้นเบื้องต้นแล้ว
แม้ว่าจะยังคงเรียบง่ายมาก แต่ก็สามารถใช้เป็นที่ตั้งชั่วคราวได้
มื้ออาหารของวันนี้ คือกับข้าวเนื้อหนึ่งอย่าง กับข้าวผักสองอย่าง พร้อมข้าวสวย เนื้อและผักเพียงพอที่จะทำให้คุณอิ่มหนำสำราญกันเต็มที่ได้
ต้องกินให้อิ่มก่อนออกรบ
ซีอัน ยังเน้นย้ำอีกครั้งในระหว่างมื้ออาหาร
“ครั้งนี้ เราจะต้องปฏิบัติการในห้องทดลองอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของเรา หากเราไม่สามารถยึดห้องทดลองได้ เราก็จะปล่อยมันทิ้งไว้ก่อนและลองที่อื่น”
“พวกคุณแต่ละคนคือสมบัติของกลุ่มผจญภัยของเรา ชีวิตของพวกคุณเป็นของฉัน ชีวิตและความตายของพวกคุณควรถูกตัดสินโดยฉัน พวกคุณไม่สามารถตายง่ายๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน”
“เข้าใจไหม?”
การที่คนธรรมดาตายไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าผู้ปลุกพลังตายไปก็จะถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ นั่นคือพลังพิเศษที่เขาแย่งชิงมาอย่างยากลำบากและเสี่ยงชีวิต ถ้าตายไปคนหนึ่งก็จะเหลือคนน้อยลงไปอีกคน
เมื่อได้ยินคำพูดของซีอันที่ดูเหมือนจะเป็นการตำหนิ แต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยความห่วงใย บรรดาสาวๆ ก็รู้สึกซาบซึ้งใจทันที
คะแนนความชอบเพิ่มขึ้นอีกขั้นแล้ว
คำตอบเป็นเอกฉันท์อย่างที่ควรเป็น
ส่วนคำกล่าวอ้างของซีอันที่ว่าห้องทดลองจะปรากฏขึ้นมาเอง ไม่มีใครสงสัยในความจริงของคำพูดเขาเลย
ในกลุ่มผจญภัยฉางเซิงนั้น ซีอันคือแกนหลักและเสาหลักอย่างแท้จริง และยังเป็นความศรัทธาของคนจำนวนมากด้วย
ถ้าเขาบอกว่ามี ก็ต้องมี!
ครั้งนี้ซีอันไม่ได้นำผู้ปลุกพลังทั้งหมดออกมา แต่ทิ้งผู้ปลุกพลังระดับ A สองคนไว้เฝ้าฐานทัพขณะคัดกรองสมาชิกใหม่
เพื่อความปลอดภัย เขาได้ใช้ความสามารถจ้าวแห่งผืนทรายของเขาสร้างกำแพงสูงหลายสิบเมตรล้อมรอบฐาน และติดตั้งกับดักหลายจุดบนกำแพง
นอกจากนี้ ซอมบี้ระดับสูงรอบๆ ฐานก็ถูกกำจัดไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นความปลอดภัยจึงรับประกันได้ 100%
ส่วนภัยพิบัติจากฝีมือมนุษย์...
พวกเขายังจำเป็นต้องสามารถที่จะไปถึงใจกลางเมืองได้ หาฐานที่มั่นในใจกลางเมืองให้เจอ และฝ่ากำแพงเมืองหนาๆ โดยไม่มีซอมบี้มาโจมตีจากด้านหลังได้...
เมื่อเวลาผ่านไป ดวงอาทิตย์ก็ค่อยๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้า และเป็นเวลาเที่ยงวัน
‘ตูมมมมมมม ตูมมมมมมมมมมมมมม...’
พื้นดินสั่นสะเทือน
ป้อมปราการเหล็กผุดขึ้นมาทีละแห่ง
ป้อมปราการเหล่านี้มีขนาดแตกต่างกันไป โดยที่เล็กที่สุด สูงเพียงห้าหรือหกชั้น และที่ใหญ่ที่สุดเป็นป้อมปราการสูงหลายร้อยเมตรที่เชื่อมต่อกัน
ในพริบตา ป่าที่ว่างเปล่าก็กลายเป็นป่าป้อมปราการเหล็ก
สาวๆ จากกลุ่มผจญภัยฉางเซิงมองไปรอบๆ ที่อาคารขนาดมหึมาที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน และความตกใจของพวกเธอในตอนนี้นั้นมากเกินกว่าที่จะบรรยายได้
ป้อมปราการเหล่านี้เกือบทั้งหมดมีสีน้ำเงินเข้ม และปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และเชื้อราที่ไม่รู้จัก ดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่โผล่ออกมาจากพื้นดิน สง่างามและแปลกประหลาดมาก
“จำสิ่งที่ฉันพูดไว้ให้ดี อย่าพยายามเก็บพืชใดๆ ที่นี่ ดอกไม้ทั้งหมดที่นี่มีพิษร้ายแรง และเชื้อราก็มีไวรัสร้ายแรงอีกด้วย เมื่อได้รับพิษหรือติดเชื้อ คุณจะตาย”
“ข้างในมีสัตว์ประหลาดมากมาย ประเภทของมัน และจุดอ่อนของพวกมัน ฉันได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการฆ่าพวกมันไว้ให้พวกคุณแล้ว จำให้ได้ทั้งหมดซะ”
“นำเสบียงที่คุณได้จากข้างในกลับมา หัวหน้าทีมจะสอนวิธีใช้ให้กับคุณเอง”
“นี่คือการทดสอบครั้งสุดท้ายสำหรับพวกคุณ ผู้ที่สอบตกในการทดสอบครั้งก่อน จะมีโอกาสครั้งที่สอง ตราบใดที่พวกเธอกลับมาอย่างมีชีวิต”
“ฉันหวังว่าพวกคุณจะหวงแหนโอกาสสุดท้ายนี้ในการเข้าร่วมกลุ่ม”
ซีอัน พูดขณะที่เขากระโดดขึ้นบนหลังหวังไฉ
“เอาล่ะ ฉันพูดทุกอย่างที่ต้องพูดไปแล้ว”
“ออกเดินทางได้!”