เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 ละครสั้น (1)

บทที่ 101 ละครสั้น (1)

บทที่ 101 ละครสั้น (1)


[_แปลโดยแฟนเพจ ยักษา_แปร_มาติดตามในแฟนเพจ_เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ.]

[_Thai-novel _ลงไวกว่าที่อื่น.ทุกที่ 5 ตอนแต่_จะราคาแพงที่สุด_]

[_หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้น_อีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ_100คน. ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ_]

บทที่ 101 ละครสั้น (1)

‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ถูกยกระดับขึ้นเป็น S+

แบบนี้สูงกว่าA+ ถึง2 ระดับเลยนะ คำนวณง่ายๆ  แค่นี้

แค่ซอแชอึนหายไป แล้วเอาคนใหม่มาแทนก็ขึ้น 2 ระดับแล้ว

ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องดี ถึงขั้นเต้นรำดีใจได้เลยทีเดียว

แต่...

“······”

คังวูจินมองแผ่นสีขาวนั้นอย่างว่างเปล่า

“ระดับ S+?”

เป็นเพราะเขาเพิ่งเคยเจอระดับนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรก

ที่ผ่านมา สำนักงานนักสืบอยู่ระดับ A นิติจิตวิทยาอยู่ระดับ S และไม่มีระดับสูงกว่าS อีกแล้ว

แถมอย่าลืมนะว่าระดับ S ของนิติจิตวิทยา อิทธิพลของมันล้นเหลือเกินจนเกือบจะเกินความคาดหมาย เพราะรวมรายละเอียดเล็กๆ  น้อยๆ  แล้วมันก็ทำลายสถิติเรตติ้งไปถึง25% เลยนะ

ฉะนั้น วูจินคิดว่าระดับ S มันคือสูงสุดแล้ว

แต่ความคิดนั้นมันเร็วไปหน่อย มิติว่างเปล่า มันสร้างความพลิกผันให้วูจินอีกครั้ง เหมือนกับกำลังพูดว่า ‘นายจะมาตัดสินฉันเหรอ?’ อะไรประมาณนั้น วูจินที่ยังคงตาโตยิ้มออกมา

“ว้าว- ระดับ S+ อ่ะ งั้นระดับสูงกว่านี้มีอะไรอีกหรอ?”

แต่เอาจริงๆ  คิดไปก็ไม่มีความหมายหรอก เพราะมิติว่างเปล่า มันมักจะพลิกโผโลกของคังวูจินเสมอ เกินความเข้าใจไปหมด ตอนนี้แค่ดีใจก็พอ

“สุดยอดไปเลย มิติว่างเปล่า”

พร้อมๆ  กับนั้น คังวูจินก็รู้สึกภูมิใจในตัวเอง เหมือนว่าเขาเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนทำให้ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ คืนชีพประมาณนนั้นมั้ง? ไม่สิ มากกว่านั้นอีก เหมือน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ กลายเป็นเกาะที่แข็งแรงขึ้นไปอีกหลังจากเขาคืนชีพมัน

เอาล่ะ- ถ้างั้นลองมาจินตนาการถึงอนาคตดูสิ

เผลอแป๊บเดียว คังวูจินก็ยิ้มกว้างในขณะที่ลบช่องสี่เหลี่ยมขาวที่เรียงกันอยู่ตรงหน้า ซึ่งเขาใช้ในการจดรายชื่อผู้ต้องสงสัย คังวูจินก็พึมพำออกมาเบาๆ

“รอเดี๋ยวนะ ’นิติจิตวิทยา’ได้เรตติ้ง 25% ไปแล้ว ถ้าหนังระดับ ‘S+’ แสดงว่าจะได้คนดู10 ล้านคนไปแบบง่ายๆ เลยสินะ?”

10 ล้านคน มันมากขนาดนี้แล้วจะไปถึงตรงไหนได้อีก แม้จะคาดเดายาก แต่เขาก็พยายามวิเคราะห์ออกมาให้ได้ ความสนุกขนาดนี้มันก็ไม่เลว ต่อมา คังวูจินก็เริ่มนึกภาพในหัวไม่หยุด

แน่นอน ทุกอย่างมันเจ๋งไปหมด

แล้วเขาก็พลันนึกถึงฮายูรา นักแสดงหญิงระดับท็อปที่ไม่เคยเจอมาก่อน เธอไปถึงฮอลลีวูดแล้วด้วย ถึงสถานการณ์จะไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่เท่ากับเมื่อก่อน เธอปรับตัวเข้ากับวงการนี้ได้แล้วหรือเปล่า คังวูจินพยายามกดความตื่นเต้นลงแล้วหันกลับมามองความเป็นจริง

ยังคงเป็นชเวซองกุนที่ขับรถตู้วิ่งอยู่บนท้องถนน และวูจินผู้ไร้สีหน้าก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็พึมพำในใจ

‘ฮายูราเป็นคนยังไงนะ อืม คงจะรู้ก็ต่อเมื่อเจอหน้าล่ะมั้ง’

ในวันเดียวกัน บริษัทภาพยนตร์อีอูลลิม เวลาเที่ยง

ชเวซองกุน ผมหางม้าเดินเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ของบริษัทภาพยนตร์อีอูลลิม ห้องประชุมเงียบสงบที่กลางโต๊ะประชุมรูปตัวยู

“ยินดีต้อนรับครับ CEO ชเว”

ผู้กำกับควอนกีแท็กนั่งอยู่ ต้อนรับชเวซองกุนทันทีที่เห็น เขายิ้มแย้มออกมาด้วย แต่ลึกๆ ในนั้นมีความหนักอึ้งอยู่ ต่อจากนั้น ชเวซองกุนก็ทักทายผู้กำกับควอนกีแท็กอย่างสุภาพ

“หู- วุ่นวายจริงๆ”

ขณะนั่งลง พร้อมกับถอนหายใจ ผู้กำกับควอนกีแท็กก็เกาหัวที่เต็มไปด้วยเส้นผมหงอก

“สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤตนะคะ ทั้งตัวผม บริษัทภาพยนตร์ และบริษัทจัดจำหน่ายต่างก็...”

“แน่นอนว่าภายนอกอาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกันเลย...”

“แต่ภายในคงต้องจัดการให้เรียบร้อย”

“ก็ตามนั้นแหละ ภายในสัปดาห์หน้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”

ผู้กำกับควอนกีแท็กพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางลูบแก้มตัวเอง แล้วถาม

“งั้นลองเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังหน่อยสิ บอกตามตรง ผมไม่คาดคิดว่าคุณวูจินจะเข้ามาเกี่ยวข้องก็เลยรู้สึกสงสัยมาตลอด”

ชเวซองกุนทำท่าเหมือนกำลังคิดหนัก

“คุณควอนกีแท็ก คงจำเรื่องผู้กำกับวูฮยอนกูคงจำได้ใช่ไหมครับ?  แน่นอนว่าคงจำได้อยู่แล้ว”

ผู้กำกับควอนกีแท็กเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าราวกับว่าเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนัก

“อืม... จำได้”

“ครับ คือว่าคุณวูจินเคยปฏิเสธข้อเสนอของผู้กำกับวูฮยอนกูแบบไม่ใยดีเลยครับก่อนที่เขาจะล้มเหลว”

“รู้ครับ ผู้กำกับวูฮยอนกูเล่าเอง”

“อย่างนั้นเหรอครับ?”

“อืม... ผมจำได้ว่าเขาเล่าให้ฟัง มีเด็กใหม่หน้ามึนๆ  คนหนึ่งมันด่าเขา เค้าเลยโวยวายใหญ่เลยล่ะ หลังจากนั้นเรื่องก็เกิดขึ้น”

“อ๋อ งั้นเหรอ ผมไม่รู้เรื่องเลย”

ชเวซองกุนที่รูเรื่องทั้งหมดแล้ว ก็เปิดปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณรู้หรือเปล่าว่าวูจินด่าผู้กำกับวูฮยอนกูทำไม”

“อาจจะเพราะไปบุกเข้าไปในรอบออดิชั่นแบบไม่มีอะไรเลยก็ได้มั้ง”

“เปล่าครับ ที่จริงวูจินพูดแค่ประโยคเดียวตอนนั้น ‘รู้สึกไม่ค่อยดีเลย’ ซึ่งปกติเขาก็เป็นคนแปลก ๆ แบบนี้แหละครับ”

“..... อืม?”

ผู้กำกับควอนกีแท็กขมวดคิ้ว เพราะไม่เข้าใจสักนิด ชเวซองกุนจึงเริ่มอธิบายแบบสั้นๆ  แม้จะไม่ละเอียด แต่ก็ได้ใจความสำคัญ ทั้งเรื่องของผู้กำกับวูฮยอนกู และเรื่องของซอแชอึน เพียงแค่พูดแค่สองเรื่องนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้กำกับควอนกีแท็กตกใจแล้ว

เรื่องทั้งหมดพอมาประสานเข้าด้วยกัน ก็ทำให้ผู้กำกับควอนกีแท็กรู้สึกช็อกจริงๆ

“หมายความว่าไม่ว่าจะเป็นตอนที่ผู้กำกับวูฮยอนกูหรือครั้งนี้ ก็เป็นฝีมือคุณวูจินอีกแล้วสินะครับ”

“ใช่ครับ เหมือนกับหัตถ์ทองของไมดัสเลยครับ คงมีมาตั้งแต่เกิดแล้ว แล้วค่อยๆ  เผยออกมาทีละน้อย”

“แบบสัญชาตญาณงั้นเหรอครับ?”

“น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ แน่นอนว่าไม่ใช่พลังวิเศษอะไรหรอกครับ ครั้งนี้ก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างขนาดนั้นหรอก แต่แน่นอนว่า…”

“ฟังดูเหลือเชื่อจริงๆ  นะครับ ฝีมือการแสดงระดับนั้น แล้วก็ยังมีสายตาในการเลือกคนและผลงานอีก”

“ครับ”

“จะว่าไป ผมรู้สึกว่าแววตาคุณวูจินจะต่างออกไปนิดๆ  นะครับ เหมือนกับไม่ใช่คนในวงการนี้เลย”

ตรงนี้เอง ผู้กำกับควอนกีแท็กก็นึกถึงPDซงมันวูขึ้นมา คนผู้ที่ซึ่งแพร่เชื้อความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคังวูจินกระจายออกไปทั่ว ผู้กำกับควอนกีแท็กพลันนึกถึงคำพูดหนึ่งของPDซงมันวู

“นั่นน่ะสิ เขาคนนั้นมีสัมผัสที่เฉียบคมที่อธิบายด้วยคำพูดไม่ได้เลย รู้สึกว่าราวกับมีพลังวิเศษจริงๆ”

ตอนนั้นผู้กำกับควอนกีแท็กงงๆ  นิดหน่อยไม่รู้ว่าหมายความว่ายังไง ก็เลยพยักหน้าผ่านๆ  ไป แต่พอตอนนี้มานึกดูคำพูดตอนนั้นกับสถานการณ์ตอนนี้ มันก็เชื่อมโยงกันได้พอดิบพอดี

“อ๋อ หมายถึงแบบนี้เองสินะ...”

“ครับ?”

“เปล่า ผมแค่พูดกับตัวเอง”

“อ๋อ”

ผู้กำกับควอนกีแท็กยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

‘ยิ่งแกะ ยิ่งแงะดู ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเด็กคนนี้เป็นยังไงกันแน่ เพิ่งเคยเจอแบบนี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย’

พอตรวจสอบทุกอย่างครบแล้ว ผู้กำกับควอนกีแท็กก็พึมพำออกมาเบาๆ

“อืม-”

แล้วจึงสบตาชเวซองกุนที่อยู่ตรงข้าม ซึ่งตอนนี้ดูผ่อนคลายขึ้นเยอะ

“ดูเหมือนผมคงจะติดหนี้จากวูจิน และCEOชเวมากพอสมควรแล้วสิ ผมขอบใจจริงๆ  จากใจจริงเลย”

เหมือนรอคำพูดนี้มานาน ชเวซองกุนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

“คุณผู้กำกับครับ เรียกว่าการช่วยเหลือน่าจะดีกว่าหนี้อยู่นะครับ”

“ฮึๆ ถูกต้องแล้วครับ ช่วยเหลือมากกว่าหนี้สินะครับ ผมก็ไม่อยากจะปล่อยผ่านไปเฉยๆ  เหมือนกัน หากก่อหนี้ก็ต้องชดใช้สินะ เราก็ต้องทำงานด้วยกันไปนานๆ  อย่างนี้แหละครับ งั้นลองบอกมาสิว่าคุณต้องการอะไร?”

บรรยากาศในตอนนี้เหมือนกับการเจรจาต่อรอง เริ่มต้นด้วยชเวซองกุน

“ผมขอปรับเรื่องค่าตัวของวูจินนิดหน่อยครับ”

“ขอขึ้นค่าตัวเหรอ?”

“ครับ เรื่องตัวเลขคุณผู้กำกับเป็นคนตัดสินใจก็ได้ครับ”

“จะชดใช้หนี้ ก็ต้องให้สมกับที่ได้รับ-”

ผู้กำกับควอนกีแท็กเริ่มนึกอะไรออกในทันที

“คิดว่าค่าตัวในการฉาย เป็นไงล่ะครับ”

ค่าตัวในการฉายในสัญญาของวูจินมีแค่ค่าตัวเท่านั้น ไม่ได้ระบุค่าตัวในการฉาย

“เพิ่มค่าตัวในการฉาย ไปอีก 100 วอน”

แป๊บหนึ่งนะ ลองนึกดูสิ ค่าตัวฉาย 100 วอนดูน้อยไปหน่อย แต่จริงๆ ไม่ใช่เลยนะ ต้องมีเรื่องของจุดคุ้มทุน และค่าใช้จ่ายแบ่งกับบริษัท บวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ  อีกเพียบ แต่คิดแบบง่ายๆ  คนดู 1 คน ค่าตัวฉาย 100 วอน คนดู 1 ล้าน ก็ 100 ล้าน คนดู 10 ล้าน ก็ 1000 ล้าน

ยังไม่รวมค่าตัวจากในสัญญาอีกนะ

เงื่อนไขแบบนี้เป็นเงื่อนไขของนักแสดง ระดับ A ไปจนถึงระดับ S เท่านั้น

ช่วงนี้ในวงการหนัง นักแสดงระดับท็อปมักจะมีเงื่อนไขอยู่ 2 แบบ ค่าตัวฉาย และ ค่าเฉลี่ยรายได้ ค่าเฉลี่ยรายได้นั้น เขาจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 6 - 7% ของกำไร นั่นก็คือ เหมือนกับเอาเงื่อนไขที่เป็นของนักแสดงระดับท็อปติดให้กับคังวูจินนั่นเอง

เรียกได้ว่าเป็นกรณีพิเศษ และเป็นการดูแลเป็นพิเศษจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ค่าตัวฉายมันเหมือนดาบสองคม ถ้าหนังไม่ประสบความสำเร็จ วูจินก็ไม่ได้เงินสักวอนนอกเหนือจากค่าตัว ถึงอย่างนั้นชเวซองกุนก็คิดว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจอยู่

" ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ที่วูจินเลือกเองนี่นาไม่น่าจะธรรมดาหรอก แถมยังมีผู้กำกับควอนกีแท็ก กับนักแสดงชื่อดังอีกเพียบ คงไม่ใช่แค่ค่าตัวที่เพิ่มขึ้นหรอก แต่รายได้น่าจะดีแน่เลย"

แต่ชเวซองกุนไม่จบแค่นี้

“ดีครับ แต่คุณผู้กำกับ ผมว่าลองเพิ่มออปชั่นให้ผมอีกอย่างสิ เพราะผมชอบมองไปที่อนาคตมากกว่า”

“ออปชั่น?”

“ใช่ครับ เอาเป็นซื้อรถให้วูจินสักคันแบบดีๆ  สิครับ”

ผู้กำกับควอนกีแท็กหัวเราะเสียงดังทันทีที่ได้ยินคำว่าออปชั่น

“ฮ่าๆ ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเพิ่ม ‘รถดีๆ  สักคัน’ เป็นออปชั่นในสัญญาด้วย”

สิ่งที่เขาทำไปก็เหมือนช่วยชีวิตหนังที่กำลังจะตาย แค่นี้จิ๊บๆ  เลย เขาทำหน้าเหมือนกำลังคิดอยู่ แล้วจู่ๆ  ก็หัวเราะเบาลงพร้อมกับเปลี่ยนเรื่อง

"อ่า ลืมบอกเรื่องหนึ่ง"

"ครับพูดมาเลยครับ ผู้กำกับ"

“คราวนี้ คุณฮายูราจะเปลี่ยนมารับบทบาทแทน ผมไม่เคยคิดเลยนะ คือ...จริงๆ  แล้วผมให้คุณฮายูราเล่นเป็นดารารับเชิญ แล้วทีนี้ ตอนนี้ตำแหน่งนั้นก็ดันว่างแล้วน่ะ คือ ผมเลยอยากจะถามว่าคุณฮเยยอนถ่ายนิติจิตวิทยาเสร็จแล้วใช่ไหม?”

ชเวซองกุนรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

‘อืม นี่แหละ…’

ชเวซองกุนพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะไปเช็คตารางกับฮเยยอนให้ครับ”

โดยรวมแล้ว เรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับบริษัทบันเทิง bw

ต่อมา

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เพราะมีเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น รวดเร็วและน่าตกใจ แต่หากจะให้เล่าให้ฟัง คงต้องเริ่มต้นจากซอแชอึนที่ปิดปากเงียบมาตลอดทั้งวันนี้

『[ข่าวร้าย] “ซอแชอึน” ที่เงียบมาตลอด ปล่อยแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของค่าย』

ตอนดึกทางต้นสังกัดออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่ความสนุกมันไม่มีเลย เหมือนเดิม มีข้ออ้างมากมายที่คลุมเครือแบบน้ำกับน้ำ

แต่ ‘PowerPatch’ ไม่ยอมง่าย ๆ

สาดข่าวต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นข่าวที่รวมทั้งหลักฐานและพยาน ดังนั้น วันที่ 30 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายน

『[ข่าวทางการ] ‘คดีใช้โปรโพฟอลเป็นประจำ’ ซอแชอึนจะถูกเรียกสอบปากคำโดยตำรวจในอีกไม่กี่วัน』

สุดท้าย ตำรวจและอัยการก็ลงมือแล้ว พวกเขาน่าจะเข้าค้นบ้านซอแชอึน และจะเรียกเธอไปสอบปากคำ ผลออกมาอย่างไรก็ต้องรอลุ้นกันอีกสักพัก แต่ถึงแค่นี้ก็

『 ‘ซอแชอึน’ ทุกอย่างหยุดชะงัก ตั้งแต่โฆษณาไปจนถึงภาพยนตร์ ค่าเสียหายมีเท่าไหร่กันนะ? 』

เรียกว่าชีวิตนักแสดงของซอแชอึนจบลงแล้วก็ไม่แปลก

ช่วงนี้ คังวูจินได้รับเพลงประกอบละครเรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ไปแล้ว เพลงที่ได้คือแบบเดโม โดยผู้แต่งทำทำนองและเนื้อร้องเสร็จเรียบร้อย ผู้ที่ส่งเพลงมาคือ ผู้กำกับชินดงชุน

“วูจินครับ งานยุ่งอยู่แน่ๆ  แต่พยายามฟังและทำความคุ้นเคยให้ได้มากที่สุดนะครับ การอัดเสียงจะทำกันในสัปดาห์นี้ ถ้ารู้สึกเหนื่อยเกินไปก็อัดทีหลังได้นะครับ อย่ากดดันตัวเองนะ”

คังวูจินได้เพลงมาทั้งหมดสองเพลง เพลงแรกเป็นแบบเดี่ยว ส่วนเพลงที่สองเป็นเพลงคู่ วูจินก็คิดในใจว่า

‘ดีมากเลยแฮะ ? ? ติดหูมากๆ เลยด้วย’

นี่เป็นช่วงเวลาที่เพลงโปรดของเขากำลังจะเปลี่ยนไป คังวูจินฟังเพลงเดโมเหล่านี้เรื่อยๆ  ตลอดเวลาว่าง ระหว่างที่ทำงาน เขาชอบฮัมเพลงด้วย เพื่อให้ตัวเองคุ้นเคยกับเพลงเหล่านี้

เวลาผ่านไปหลายวัน

เดือนมิถุนายนที่คึกคักผ่านพ้นไป เดือนกรกฎาคมเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการดำเนินงานมากมาย อากาศร้อนจัดเป็นช่วงฤดูร้อน วันแรกของเดือนกรกฎาคมมีทางเลือกที่น่ายินดีรอคังวูจินอยู่

“วูจิน นายเลือกคันที่อยากได้แล้วใช่ไหม หลังจากหักค่าตัวออกไป ก็เลือกเอาตามใจชอบเลยนะ”

“อ่า กำลังเลือกอยู่ครับ”

“เลือกสบายๆ  ตามใจชอบได้เลย ไม่ว่าจะรถเกาหลีหรือรถต่างประเทศก็ได้ แต่ถ้าเป็นไปได้รถต่างประเทศน่าจะดีกว่านะ”

วูจินได้โอกาสจะมีรถเป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก และไม่ใช่เงินของตัวเองด้วย เป็นรถที่คนอื่นซื้อให้ ถึงจะได้สิ่งที่ควรได้ แต่เขาก็เผลอโยกย้ายร่างกายไปมาอย่างมีความสุขอยู่ข้างในใจ

‘เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังคิดว่าจะต้องเป็นคนเดินเท้าไปตลอดชีวิต แต่ตอนนี้ จะได้รถต่างประเทศเลยเหรอ?’

ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ชีวิตของเขากำลังดีขึ้นเรื่อยๆ  อย่างไรก็ตาม วูจินเลือกบริษัท B รถต่างประเทศที่ราคาเหมาะสม แม้จะไม่ใช่รถในฝัน แต่ก็เป็นรถที่เขาคิดว่าดี ระบบการซื้อคือ บริษัทบันเทิงbwจะซื้อก่อน แล้วบริษัทภาพยนตร์อีอูลลิมจะชำระเงินในภายหลัง

หลังจากนั้น วันที่ 2 กรกฎาคม วันพฤหัสบดี

ตารางงานของคังวูจินในวันที่ 2 เต็มไปด้วยการทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายแก่ๆ  นั่นคือการอัดเสียงเพลงประกอบละคร "เพื่อนชาย" อย่างเป็นทางการ วันนี้แค่เพียงอัดเสียงร้องเท่านั้น ดังนั้นทีม "เพื่อนชาย" ทุกคนจึงมารวมตัวกันที่สตูดิโอ แน่นอนว่าผู้กำกับชินดงชุนกับผู้อำนวยการดนตรีคอยควบคุม ส่วนผู้จัดการทั่วไปคิมโซฮยาง นักเขียนชเวนานา และคนอื่นๆ อยู่ในสถานะผู้ชม

เพราะเป็นการอัดเสียงอย่างเป็นทางการ ทุกคนจึงดูเคร่งเครียด

แล้ว...

-ฟึบ

เสียงร้องในช่วงเริ่มต้นก็มาจากคังวูจินวูจินที่สวมหมวกปิดหน้าเข้าไปในห้องเสียง ภาพที่เห็นเหมือนกับตอนทดสอบ แต่ความรู้สึกในใจเขานั้นแตกต่าง

‘ฮึ้บ ฮึ้บไม่เป็นไรน่า ฉันไม่ตื่นเต้นมากขนาดนั้นหรอก อย่าคิดมากว่าจะต้องทำแบบนี้แบบนั้น แค่ทำอย่างสบายๆ  ก็พอ’

เพลงประกอบละครครั้งแรกของเขา เขากำลังจะได้มีเพลงที่มีเสียงร้องของตนเองปล่อยออกไปสู่โลกได้ วูจินทำหน้าตาเนียนๆ  เหมือนกำลังทำตามคอนเซ็ปต์อันแสนเย็นชาของตัวเอง เพื่อพยายามทำให้หัวใจที่เต้นรัวสงบลง เขาควบคุมความสั่นไหวของร่างกายได้เร็วกว่าที่คิด สงสัยว่าคงเพราะการฝึกฝนแสดงมานานสินะ

ผ่านไปสักพัก

“อ่า วูจิน คุณได้ยินชัดใช่มั้ย?”

“ได้ยินครับ”

วูจินได้ยินคิวของผู้กำกับเพลงจากหูฟังที่ใส่อยู่

“เนื่องจากเป็นครั้งแรก เราเลยจะลองไปยาวๆ เลยนะ ถ้าผิดเนื้อร้องก็ไม่เป็นไร คุณแค่ร้องจนจบได้เลยนะ โอเคไหม?”

“ครับ”

ผู้กำกับเพลงพยักหน้าและปรับเครื่องดนตรี เพลงเดี่ยวของคังวูจินเริ่มขึ้น

-♬♪

ความรู้สึกมันคุ้นเคยแล้ว ไม่รู้สึกแปลกเลย เพราะเขาชอบฟังมันบ่อยและฮัมตามตลอดนี่นา ทำให้เพลงนี้ดูคุ้นเคยกับเขามาก จากนั้น เขาก็เปิดดูเนื้อเพลงบนโทรศัพท์มือถือและเริ่มร้องตามจังหวะ เพลงเริ่มต้นอย่างแผ่วเบา แต่ค่อย ๆ เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้ทุกคนกำลังโยกหัวตามจังหวะกันอยู่ ขณะเดียวกัน ผู้กำกับเพลงที่อยู่ข้างนอกบู้ทก็พูดกับผู้กำกับชินดงชุน ว่า

“ร้องดีนะ ปกติคนที่มาอัดเสียงครั้งแรกจะติดขัดตอนช่วงท่อนแรก แต่วูจินนี่ร้องได้เนียนเลย อารมณ์ก็ดีด้วย”

“อืม เพลงนี้เหมาะกับน้ำเสียงของวูจิน จริง ๆ  เสียงมันต่างจากตอนร้องนำแนวทางเลย”

“ถ้าร้องได้เนียนขนาดนี้คงไม่ต้องเหนื่อยแก้กันมากในวันนี้นะ”

สองคนกำลังประเมินเสียงร้องของคังวูจินอย่างใจเย็น

ในขณะเดียวกัน คิมโซฮยาง รวมถึงนักเขียนชเวนานา กับคนอีกสิบกว่าคน ก็จ้องมองคังวูจินที่อยู่ในบู้ทอย่างไม่กระพริบตา ฮวาลิน ก็หลับตา ที่ตลกคือไม่มีใครพูดอะไรออกไปเลย

ทุกคนเหมือนแค่เพลิดเพลินกับการฟังเสียงร้องของคังวูจิน

เสียงร้องของวูจินค่อยๆ  สูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุด เสียงสูงของคังวูจินดังก้องไปทั่วสตูดิโอ

-♬♪

ชเวซองกุนที่มัดผมรวบไว้ด้านหลังนั่งอยู่มุมสตูดิโอ เขามองไปที่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ  เธอใส่แว่นกรอบหนา ใบหน้าของเธอแปลกตา ชเวซองกุนถามเบาๆ

“คิดว่ายังไงบ้างครับ?”

ผู้หญิงที่ใส่แว่นกรอบหนา เธอจ้องไปที่คังวูจินในบูธ แล้วตอบ

“······น่าจะโดนใจคนดูแน่นอนค่ะ บอกตรงๆ  ว่าแอบตกใจเลยนะคะ? ไม่คิดว่าจะร้องเพลงเก่งขนาดนี้ แสดงละครก็ดี คังวูจินนี่ไม่มีอะไรที่ทำไม่เป็นเลยเหรอคะ?”

“คิดว่าจะโดดเด่นในละครเพลงไหมครับ?”

“ค่ะ ถ้าปรับแต่งนิดหน่อยคงได้”

ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายคัดตัวนักแสดงชื่อดังในวงการละครเพลง

เวลาเดียวกัน ณ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น บริษัทโทเอกะ

มีคนประมาณ 5-6 คนนั่งอยู่ในห้องประชุมเงียบๆ ได้ยินเสียงญี่ปุ่นคุยกัน คนที่จมูกโด่งเป็นคนคุ้นหน้า เขาคือ ผู้กำกับเคียวทาโร่ คนญี่ปุ่น รอบๆ ตัวเขานั้นก็เต็มไปด้วยพนักงานของบริษัทหนัง

ตรงหน้าผู้กำกับเคียวทาโร่นั้นมีชายคนหนึ่งนั่งหลังตรง

“รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ  ครับ คุณผู้กำกับ”

ชายคนนั้นมีผมยาวจนต้องใส่ผ้าคาดผม เขาคือนักแสดง ส่วนชื่อคือ 'มานะ โคซะกุ' เป็นสมาชิกของวงดนตรีชื่อดังในญี่ปุ่น และยังเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เขามีใบหน้าคม มีชื่อเสียงเรื่องฝีมือการแสดงในญี่ปุ่น

ในไม่ช้า ผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ยิ้มให้มานะ โคซะกุ แล้วพูดออกมาว่า

“ผมเองต่างหากที่อยากเจอมานะซัง ขอบคุณที่ยอมเจอผมนะ”

“ไม่ๆ ไม่เป็นไรเลยครับ”

“อือๆ ได้ยินจากทางบริษัทแล้วใช่ไหม?  หนังที่ผมกำลังทำอยู่นี่เป็นการดัดแปลงจากนิยายของนักเขียนอาคาริ ทาคิกาวา นะ”

“ครับได้ยินแล้วครับ”

โคซะกุ พึมพัมในใจ

‘ผู้กำกับเคียวทาโร่ กับนักเขียนอาคาริเป็นคนสร้างงาน เรื่องนี้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะต้องรับงาน’

ในขณะนั้น ผู้กำกับเคียวทาโร่ได้รับกองเอกสารจากพนักงานที่นั่งข้างๆ  แล้วเขาก็ส่งมันไปยังโคซะกุที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“เราเลือกนักแสดงคนหนึ่งได้แล้วเป็นนักแสดงเกาหลี”

“นักแสดงเกาหลี?” ดวงตาของโคซะกุ เบิกกว้าง

“···นักแสดงเกาหลี?  ถ้าเป็นนักแสดงดัง ผมขอทราบชื่อได้ไหม?”

“ไม่ได้หรอก เป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่ยังไม่ถึงเวลาจะเปิดเผยชื่อ”

“······?”

ตาของโคซะกุเบิกกว้างขึ้นเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ไม่ใช่นักแสดงหน้าเก่า แต่เป็นมือใหม่งั้นเหรอ? ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่ดูสงบนิ่งก็ชี้ไปที่กองกระดาษที่ยื่นให้พร้อมกับพูดว่า

“ก่อนอื่น ลองดูรายละเอียดบทนำก่อนอ่านบทภาพยนตร์ดูสิ”

“···เอ่อ ครับเข้าใจแล้วครับ”

โคซะกุเงยหน้าขึ้นอย่างไม่แน่ใจ เขาเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบชื่อเรื่องก่อน

- ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’

ชื่อเรื่องคุ้นเคย เพราะเป็นชื่อเดียวกับหนังสือขายดี แต่โคซะกุไม่ได้อ่านต้นฉบับ เขาจึงมุ่งความสนใจไปที่บทสรุป

มีคำหลายคำที่สะดุดตา

การกลั่นแกล้ง คนญี่ปุ่นในเกาหลี กับดัก แผนการ ฆาตกรรม การสืบสวน ฯลฯ โคซะกุอ่านบทสรุปอย่างตั้งใจ และพึมพำเบาๆ ในใจ

‘เรื่องราวการแก้แค้น’

และเป็นการแก้แค้นที่โหดร้าย ไร้ความปรานี

จบ

_ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร _ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novel_เท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ_หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก. ;-;_

จบบทที่ บทที่ 101 ละครสั้น (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว